รายงานการดำเนินกิจการของพรรค พ.ศ.2550

๗. การดำเนินกิจการอื่น ๆ ของพรรค

๗.๑.โครงการประชาสัมพันธ์พรรคประชาธิปัตย์

ด้วยความตระหนักถึงข้อจำกัดในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนผ่านทางสื่อทั่วไปทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะการดำเนินกิจการของพรรคฯ พรรคฯ จึงได้มีโครงการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และนโยบายของพรรคฯ ต่อสาธารณชน ทั้งนี้ การนำเสนอข้อมูลอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ กัน

ตัวอย่างของสื่อที่เผยแพร่สู่สาธารณะในรอบปี ๒๕๕๐

  • สารประชาธิปัตย์ ฉบับพิเศษ
  • เว็ปไซต์ของพรรค
  • แผ่นพับประวัติพรรค
  • เอกสารประกอบการประชุม สมัชชาประชาชน
  • ข้อบังคับพรรค และระเบียบของพรรค
  • คู่มือการปฏิบัติงานของสาขาพรรค
  • แผ่นพับชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ
  • CD คำปราศรัยของหัวหน้าพรรคในวาระต่าง ๆ
  • แผ่นพับ นโนบาย “ประชาชนต้องมาก่อน” ด้านต่างๆ
  • คู่มือแนวทางหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.


๗.๒ การพัฒนาระบบสารสนเทศของพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์ได้พัฒนาระบบที่ใช้ในการการติดต่อสื่อสารภายในของพรรค เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและกระบวนการการทำงานของพรรคให้กับสมาชิกพรรค สาขาพรรค ให้สามารถเข้ามาเรียกดูข้อมูล สอบถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปฏิบัติงานได้ ซึ่งจะได้มีการพัฒนาให้ครอบคลุมงานด้านต่างๆ ของพรรคต่อไป และทางพรรคได้จัดทำระบบอีเมล์ภายในองค์กรและคู่มือการใช้งาน ซึ่งได้มีการฝึกอบรมการใช้งานให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค สาขาพรรค ฝ่ายงานด้านต่าง ๆ ของพรรค

นอกจากนั้น พรรคฯ ยังได้นำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของพรรค การรับความคิดเห็น เผยแพร่ข่าวสาร กิจกรรม ความรู้ ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ให้กับประชาชนที่สนใจ ผ่านทางเว็บไซต์ www.democrat.or.th และ ประชาชนสามารถส่งข้อมูลข่าวสารโดยตรงถึงพรรคผ่านทางอีเมล์ คือ public@democrat.or.th ได้



๗.๓ พิธีทำบุญครบรอบ ๖๑ ปี พรรคประชาธิปัตย์

คณะกรรมการบริหารพรรคได้จัดพิธีทำบุญครบรอบ ๖๑ ปี ของการก่อตั้งพรรค ในวันที่ ๖ เมษายน ณ สำนักงานใหญ่พรรค ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องทุกปี มีพิธีทางศาสนา เริ่มจาก พิธีอิสลาม พิธีพราหมณ์ และพิธีทางศาสนาพุทธ โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส. ส.ก. ส.ข. สาขาพรรค อดีต ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ส. สมาชิกพรรค รวมทั้งผู้สนับสนุนพรรคมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

อนึ่ง ในโอกาสครบรอบ ๖๑ ปี พรรคฯ ได้จัดนิทรรศการและจัดพิมพ์หนังสือเผยแพร่ เกี่ยวกับคดียุบพรรคการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของตุลาการศาล



๗.๔ กิจกรรมระดมทุน

กิจกรรมระดมทุน มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในปีที่มีการเลือกตั้งเช่นในปี ๒๕๕๐ พรรคฯ จึงได้จัดกิจกรรมระดมทุนหลายครั้ง ดังนี้

๗.๔.๑

กิจกรรมระดมทุน ที่ “ไบเทค”
วันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐ พรรคฯ มีผู้มาร่วมงานประมาณ ๔,๐๐๐ คน พรรคฯ สามารถระดมทุนได้เป็นเงิน ๔๒๗ ล้าบาท ( สี่ร้อยยี่สิบเจ็ดล้านบาท )

๗.๔.๒
กิจกรรมระดมทุน “ ประชาธิปัตย์ ประชาชน ประจวบคีรีขันธ์ “
วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ มีผู้สนใจมาร่วมงานประมาณ ๕๐๐ คน และสามารถระดมทุนได้เป็นเงิน ๑๖.๕ ล้านบาท ( สิบหกล้านห้าแสนบาทถ้วน )

๗.๔.๓
กิจกรรมระดมทุน “ธงธรรม – ประชาธิปัตย์ชุมพร”
วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ มีประชาชนมาร่วมงานกว่า ๑ หมื่นคน และสามารถระดม ทุนจากการบริจาคได้เป็นเงิน ๑๕ ล้านบาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน )

๗.๔.๔
กิจกรรมระดมทุน “ ขันโตก ภาคเหนือ”
วันเสาร์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๐ มีผู้สนใจมาร่วมงานประมาณ ๑,๐๐๐ คน และสามารถระดมทุนได้เป็นเงิน ๔๖๗,๕๐๐ บาท ( สี่แสนหกหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน )



๗.๕ การจัดงาน “ประชาธิปัตย์คืนถิ่นอีสาน”

ในระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๓ ตุลาคมที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนมาใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะให้พรรคได้เจริญเติบโตในภาคอีสาน พร้อมนี้ ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพชนผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ที่วัดหนองแวง โดยมีประชาชนมาร่วมประมาณ ๕๐๐ คน และช่วงบ่ายเป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญ ที่ตึก ๙ ชั้น ที่วัดหนองแวง ช่วงเย็นมีงานพาข้าวแลง ที่หอประชุมของมหาวิทยาลัยตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชาชนผู้สนใจร่วมงานประมาณ ๑,๒๐๐ คน



๗.๖ การจัดงาน “ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย”

วันที่ ๑๙ ต.ค.๕๐ ที่โรงแรมพลาซาแอทธินี รอยัล เมอริเดียน พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน "ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย" โดยเชิญนักธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งทูตพาณิชย์จากประเทศต่างๆ เข้าร่วมกว่า ๓๐๐ คน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของพรรคหากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล



๗.๗ กิจกรรมเปิดตัวสมุดปกดำ “เมนูคอรัปชั่น ระบอบทักษิณ”

วันที่ ๕ ก.พ.๕๐ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ลานพระแม่ธรณีฯ พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคฯ ได้เปิดตัวสมุดปกดำ “เมนูคอรัปชั่น ระบอบทักษิณ”



๗.๘ กิจกรรมเปิดตัวหนังสือ “คำแถลงการณ์ปิดคดี พรรคประชาธิปัตย์”

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ที่ลานพระแม่ธรณีฯ พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “คำแถลงการณ์ปิดคดีพรรคประชาธิปัตย์”



๗.๙ การดำเนินการต่อสู้คดีแก้ข้อกล่าวหาในคดียุบพรรค

จากการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นฟ้องต่ออัยการสูงสุด และนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยข้อกล่าวหา ๔ ประการ พรรคฯ ได้ดำเนินการแก้ข้อกล่าวหาเป็นขั้นเป็นตอนตามกระบวนการวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญและ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พรรคฯ ต่อสู้คดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงเป็นหลักสำคัญ ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่เป็นพยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคล ไปแสดงต่อศาลครบถ้วน ตลอดระยะเวลาในการต่อสู้คดีที่ยาวนานถึง ๑๐ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๐ พรรคได้ระดมคนดีมีฝีมือทั้งที่เป็น ส.ส.ของพรรค และสมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์จากภายนอก ร่วมกันทำงานหนักอย่างต่อเนื่องด้วยความกลมเกลียว จนในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐

คณะตุลาการรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษา นานร่วม ๓ ชั่วโมง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัย กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๖๖ (๒) และ (๓)

๑. ข้อกล่าวหาที่ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยที่ท้องสนามหลวง กล่าวหาการบริหารงานของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็น " ระบอบทักษิณ " เป็นการใส่ร้ายพ.ต.ท. ทักษิณ ด้วยข้อความเท็จว่า ระบอบทักษิณ ทำลายประชาธิปไตย แทรกแซงองค์กรอิสระ แทรกแซงสื่อ สร้างความแตกแยกของคนในชาติ มีการทุจริตอย่างมโหฬาร เพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของ พ.ต.ท. ทักษิณ หัวหน้าพรรคไทยรักไทย

ข้อกล่าวหานี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า .... “มีพฤติกรรมที่ส่อแสดงให้เข้าใจได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลร่วมรัฐบาลบางคนมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือเอื้อประโยชน์แก่ญาติหรือพวกพ้องไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม จนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม”

“การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาผู้แทนราษฎรของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้นำพฤติการณ์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาลทักษิณ มาปราศรัยต่อประชาชนรวมทั้งการที่นายสุเทพ เลขาธิการพรรค กล่าวปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โจมตี “ระบอบทักษิณ” และการที่สมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์คนอื่น ๆ ขึ้นเวทีพันธมิตรโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ และ ระบอบทักษิณ นั้น

ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะเป็นการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นวิสัยของประชาชนทั่วไปย่อมกระทำได้ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ทั้งเป็นความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรมในฐานะนักการเมืองซึ่งไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของรัฐบาลและ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการบริหารราชการแผ่นดิน

การยุบสภาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ... ส่อแสดงให้เข้าใจได้ว่าเป็นการเอาเปรียบกันในทางการเมือง

การกระทำของนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และกรรมการบริหารหรือสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยความเท็จ ด้วยการใช้คำว่า “ระบอบทักษิณ” แต่อย่างใด”

คำชี้แจงข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ในประเด็นข้อนี้ฟังขึ้น

๒. ข้อหาที่ระบุว่า นายทักษะนัย กี่สุ้น ผู้ช่วยของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นำ น.ส.นิภา จันโพธิ์ นางรัชนู ต่างสี และนายสุวิทย์ อบอุ่น ราษฎร จ.ตรัง เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า แล้วไปลงสมัคร ส.ส.ที่จ.ตรัง โดยใช้เอกสารอันเป็นเท็จว่า เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน แล้วใส่ร้ายว่า กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยว่าจ้างให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ตุลาการรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า “ผู้สมัครทั้งสามให้การและเบิกความทำนองเดียวกันว่าได้รับเงินคนละ 30,000 บาท พร้อมเอกสารที่โรงแรมลิเบอร์ตี้ หลังจากสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า”

ฟังได้ว่านายทักษนัย มิได้เป็นผู้จ่ายเงินให้ผู้สมัครทั้งสาม

ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่านายสาทิตย์ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นสนับสนุนการกระทำของนายทักษนัยแต่อย่างใด

๓. ข้อหาที่ระบุว่า นายไทกร พลสุวรรณ ตัวแทนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจ้างให้ นายวรรธวริทธิ์ ตันติภิรมย์ หัวหน้าพรรคชีวิตที่ดีกว่า แถลงข่าวใส่ร้ายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างสมาชิกพรรคชีวิตที่ดีกว่าลงสมัครรับเลือกตั้ง อันเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ

ตุลาการรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า “ การกระทำของ นายไทกร เป็นการแสวงหาหลักฐานโดยชอบ หาใช่เป็นกรณีนายไทกรว่าจ้างให้นายวรรธวริทธิ์ ใส่ร้ายนายสุวัจน์ไม่ เพราะคำพูดของนายไทกรที่ว่า “ลุงต้องเก็บหลักฐานที่เขาโอนเงินให้ลุง ๕,๐๐๐ หรือ ๑๐,๐๐๐ ลุงต้องเตรียมหลักฐานตรงนี้มาหมดเลย” เป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่า นายไทกรพยายามให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐาน หาใช่ต้องการปรักปรำใส่ร้ายโดยไม่มีหลักฐานไม่ จึงไม่วินิจฉัยว่าเป็นตัวแทนของนายสุเทพ หรือไม่ เพราะแม้วินิจฉัยไปอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปได้”

๔.ข้อหาที่ระบุว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันขัดขวางการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรับสมัคร จ.สงขลา

ตุลาการรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า “ไม่ปรากฏหลักฐานว่ากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.ของพรรคได้ระดมประชาชนเข้าร่วมชุมนุมประท้วงแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่ากรรมการบริหารพรรค และอดีต ส.ส.ของพรรค เข้าร่วมขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้งพรรคคนขอปลดหนี้ที่จังหวัดสงขลา ส่วนกรณี นายชาลี ซึ่งระดมคนไปขัดขวางการลงสมัคร ส.ส. นั้น ก็ไม่สามารถรับฟังได้ว่า นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะมีส่วนร่วมด้วยแต่อย่างใด”




๗.๑๐ การเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ พรรคฯ ได้เตรียมการในด้านต่าง ๆ ดังนี้

๗.๑๐.๑. แต่งตั้งคณะกรรมการ / ผู้อำนวยการดูแลการเลือกตั้ง

  • คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้ง มีหัวหน้าพรรคเป็นประธาน ดูแลเรื่องนโยบาย การกำหนดเป้าหมายและการอนุมัติตัวผู้สมัครซึ่งในขั้นสุดท้าย เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรค(ตามข้อบังคับพรรค)
  • คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธาน (คัดเลือกผู้สมัครทั้งระบบเขตและระบบสัดส่วน)

ได้แบ่งพื้นที่ตามกลุ่มจังหวัด ๘ กลุ่ม

กลุ่ม ๑ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์
กลุ่ม ๒ นายไพฑูรย์ แก้วทอง
กลุ่ม ๓ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
กลุ่ม๔ นายวิฑูรย์ นามบุตร
กลุ่ม ๕ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ / ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
กลุ่ม ๖ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (กรุงเทพมหานคร) นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ (นนทบุรี / สมุทรปราการ)
กลุ่ม ๗ นายอลงกรณ์ พลบุตร
กลุ่ม ๘ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นอกจากนี้ได้ตั้งคณะกรรมการการเมืองอีสาน เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจรับผิดชอบพื้นที่อีสานทั้ง ๑๙ จังหวัด โดยมี นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัน นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์รับผิดชอบ

แต่งตั้งคณะทำงานปฏิบัติงานทางการเมือง โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธาน และแต่งตั้งผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้ง กทม. คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร


๗.๑๐.๒.เปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์

วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดกิจกรรม ‘เปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์” มีพิธีทางศาสนาพุทธ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม


๗.๑๐.๓.การสัมมนาและเปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์

วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดสัมมนาผู้สมัคร ส.ส. ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และสมุห์บัญชีเลือกตั้ง ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดา โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธานเปิดการสัมมนา และมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เป็นผู้กล่าวถึงภารกิจของศูนย์อำนวยการเลือกตั้งในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นอกจากนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้กล่าวถึงนโยบายของพรรค โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกันมีการสัมมนาเกี่ยวกับเทคนิคการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เทคนิคการปราศรัย ทั้งนี้ ในการสัมมนา พรรคฯ ยังได้เชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาบรรยายเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีค่าใช้จ่ายเลือกตั้งด้วย

๗.๑๐.๔.การจัดทำนโยบายของพรรคเพื่อเตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

พรรคฯ ได้ดำเนินการจัดทำนโยบายอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอน มีส่วนร่วมจากประชาชน โดยเน้นวาระประชาชนในด้านต่าง ๆ ดังนี้

๑ พัฒนาคน 

  • แม่ทุกคนได้รับอาหารเสริมและอัลตราซาวด์ฟรี 
  • เรียนฟรี เรียนดี มีงานทำ ( อนุบาลถึง ม.๖ ) ขยายกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษา ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท 
  • หลักประกันมั่นคงสำหรับทุกคน รักษาฟรีที่คลินิกใกล้บ้าน อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไปที่ไม่มีหลักประกัน มีเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาท ค่าตอบแทน อสม.ทุกคน เดือนละ ๖๐๐ บาท 
  • เพิ่มศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านและที่ทำงานทั่วถึงพร้อมนมและอาหาร เสริมฟรี

๒. กอบกู้เศรษฐกิจ 

  • ลงทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่ชลประทาน ประกันภัยพืชผล ประกันราคาพืชผลเพื่อผลิตพลังงานทดแทนและกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยทุนประเดิม ๑–๒ ล้านบาทต่อตำบล 
  • ลดค่าครองชีพ ยกเลิกเก็บเงินส่งกองทุนน้ำมันเฉพาะน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอลล์ งดเก็บค่าไฟฟ้า ๑๕ หน่วยแรกสำหรับครอบครัวที่ยากจน ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม 
  • ลงทุน ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในระบบรถไฟสี่รางทางคู่ ระบบขนส่งมวลชน ท่าเรือน้ำลึก

๓. ใต้สันติ

  • คืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชน โดยดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายในทุกกรณี 
  • สร้างกลไกการทำงานภาครัฐที่เป็นเอกภาพ โดยออกกฎหมาย จัดตั้งกลไกแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
  • พัฒนาเศรษฐกิจด้วยจุดแข็งของพื้นที่เน้นภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการอาหาร “ฮาลาล” 
  • พัฒนาการศึกษาเพื่ออนาคต มีงานทำ พึ่งตนเองได้ ด้วยการจัดการศึกษาที่มี คุณภาพให้แก่เยาวชนและพัฒนามุสลิมศึกษาให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

๔. ฟื้นฟูประชาธิปไตย

  • ปฏิรูปจริยธรรมนักการเมือง เพิ่มการตรวจสอบถ่วงดุลที่เป็นอิสระและมีคุณภาพ 
  • ปฏิรูปสื่อมวลชนด้วยการออกกฎหมายเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบต่อสังคม 
  • กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นด้วยการถ่ายโอนงบประมาณไม่น้อยกว่า ๓๕ % ให้ท้องถิ่น

๗.๑๐.๕. กิจกรรมประกาศแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ๙๙ วันทำได้จริง

วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ณ บริเวณท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคฯ ได้เข้าร่วมประกาศแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ๙๙ วันทำได้จริง อันเป็นการให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเร่งด่วนที่พรรคประชาธิปัตย์จะเริ่มทำทันทีหากพรรคฯ ได้จัดตั้งรัฐบาล และจะต้องเสร็จสิ้นภายในเวลา ๙๙ วัน ซึ่งประกอบด้วย

๑. เรียนฟรี ตำรา อุปกรณ์ เครื่องแบบฟรี เริ่มทันที พฤษภาคม ๒๕๕๑
๒. ตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง ทุนประเดิมตำบลละ ๑ – ๒ ล้านบาท
๓. ตั้งองค์กรแก้ปัญหาภาคใต้
๔. ผู้ใช้ไฟน้อยได้ฟรีค่าไฟฟ้า ๑๕ หน่วยแรก
๕. เลิกส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันทันที สำหรับน้ำมันดีเซล,และแก๊สโซฮอลล์




๗.๑๑ การเสนอความเห็นของพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ

พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับ พรรคร่วมฝ่ายค้านในขณะนั้น คือ พรรคชาติไทย พรรคมหาชน ได้ประชุมหารือและมีมติเห็นชอบเสนอความเห็นต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ เกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ... เพื่อให้มีการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้ พ.ร.บ.ทั้ง ๓ ฉบับเกิดความสมบูรณ์ขึ้น



๗.๑๒ การร่วมงานในพิธีสำคัญ

  • ร่วมในพิธีวันปิยะมหาราช ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า 
  • ร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
  • ร่วมในพิธีวันคล้ายวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๐ โดยจัดพานพุ่ม ดอกไม้ ถวายบังคม ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ หน้าอาคารรัฐสภา


๗.๑๓ การดำเนินงานของคณะกรรมการอำนวยการกิจการ กทม.

คณะกรรมการอำนวยกิจการกรุงเทพมหานคร  ประชาธิปัตย์  ภายใต้การนำของ  นายอภิรักษ์  โกษะโยธิน  รองหัวหน้าพรรคฯ 

  • กำหนดแผนงานทางการเมืองเพื่อให้มีการเชื่อมโยงระหว่างพรรคฯ กับกรุงเทพมหานคร   ด้วยการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  โดยแบ่งกรุงเทพมหานครออกเป็น ๑๒โซน 


๗.๑๔ การดำเนินงานของศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง กทม.

  • ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง กทม. โดย ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้อำนวยการได้ร่วมกับคณะทำงานสรรหาผู้สมัคร ส.ส. กทม. พิจารณาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กทม.
  • ร่วมกับ ส.ก. ส.ข. รณรงค์การเลือกตั้ง ส.ส. กทม. เน้นการรณรงค์ตามแผนปฏิบัติการ ๙๙ วัน โดยจัดกิจกรรมการเคลื่อนที่และการพบปะประชาชน


๗.๑๕ การดำเนินงานของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ปชป.

  • ในรอบปี ๒๕๕๐ นายธวัชชัย ปิยนนทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร นายไสว โชติกะสุภา และ น.ส. ปราณี เชื้อเกตุ รองประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ส.ก. ของพรรคฯ จำนวน ๓๕ คน ได้นำเสนอญัตติให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาจำนวน ๒๘ เรื่อง และมีมติเห็นชอบในที่ประชุมสภา กทม. 
  • นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ประธาน ส.ก. ปชป., นายวิรัช คงคาเขตร และนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา รองประธานฯ ได้จัดให้มีการประชุม ส.ก. ปชป. ทุกวันจันทร์เป็นประจำช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาฯ


๗.๑๖ ผลการดำเนินการของสมาชิกสภาเขต ปชป.

ในรอบปี ๒๕๕๐ โดย น.ส. สิริพร ฐิติไชโย ประธาน ส.ข. ปชป., นายอดุลย์ โยธาสมุทรและนายอุทัย กนกวุฒิพงศ์ รองประธานฯ ได้ดำเนินการดังนี้ 

  • จัดให้มีการประชุม ส.ข. ซึ่งมีจำนวนปัจจุบัน ๑๙๘ คน เดือนละ ๑ ครั้ง 
  • พบปะเยี่ยมเยียน และร่วมงานกิจกรรมประเพณีต่างๆ กับชาวบ้านเป็นประจำ 
  • ร่วมลงพื้นที่กับผู้ว่าฯ และ ส.ก. พร้อมทั้งติดตามประสานงานกับสำนักงานเขต 
  • ประสานงานกับคณะทำงานติดตามนโยบายของผู้ว่าฯ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและให้ความเห็นชอบ

BACK