รายงานการดำเนินกิจการของพรรค พ.ศ.2551

๑. การดำเนินกิจการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายพรรค

           ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้มีการการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่
๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ซึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งระบบสัดส่วน และระบบเขตเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น ๑๕๕ เขต ซึ่งพรรค ได้ดำเนินกิจการในมิติต่าง ๆ ตามนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคฯ ในอันที่จะส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่มีฐานสมาชิกที่เข้มแข็งยึดมั่น ในหลักการ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่และ มีส่วนร่วมทางการเมืองกับภารกิจต่าง ๆ ของพรรคอย่างต่อเนื่อง

๑.๑ ด้านการเมืองการปกครอง

           เป้าหมายหลัก คือ ความเป็นธรรม ความผาสุก และความมั่นคงในวิถีชีวิตของประชาชน พรรคฯ ได้ดำเนินกิจการใน
           ด้านการเมืองการปกครอง ดังนี้

๑.๑.๑ แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ( NGO ) และการเมืองภาคประชาชนพรรคประชาธิปัตย์

๑.๑.๒ แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้ง เขต ๑๑ กรุงเทพมหานคร

๑.๑.๓ แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้ง จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ ๒

๑.๑.๔ แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ยแพง พรรคประชาธิปัตย์

๑.๑.๕ แต่งตั้ง ครม.เงา พรรคประชาธิปัตย์

๑.๑.๖ รายชื่อประธานกรรมาธิการต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับในการพิจารณาร่วมกับตัวแทนจาก
          พรรคการเมืองอื่น ๆ จำนวน ๑๒ คณะ

๑.๑.๗ งานนิติบัญญัติ พรรคประชาธิปัตย์ได้ปฏิบัติงานรัฐสภาในด้านนิติบัญญัติอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องโดยได้เตรียมการ
          ยื่นร่าง พระราชบัญญัติ ญัตติ กระทู้ ดังนี้
          - เสนอร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๑๗ ฉบับ
          - เสนอญัตติ จำนวน ๖๒ เรื่อง
          - เสนอกระทู้ถามสด จำนวน ๒๐ เรื่อง
          - เสนอกระทู้ถามทั่วไป จำนวน ๑๒๕ เรื่อง

๑.๑.๘ งานติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ
          ตัวแทนพี่น้องประชาชน ติดตามตรวจสอบการ ทำงานของรัฐบาล และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาสำคัญๆ
          เพื่อรัฐบาลจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น การดำเนินการที่สำคัญประการหนึ่ง คือ
          ๑. การขอให้ถอดถอนนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ตามบทบัญญัติ
              มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
          ๒. การเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตาม
              รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
          ๓. ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
          ๔. ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
          ๕. ขอให้ถอดถอนนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง ตามบทบัญญัติ
              มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

๑.๑.๙ วันที่ ๖ พ.ค. ๕๑ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรค(วิป) ฝ่ายค้าน แถลงว่า วิปฝ่ายค้าน
          มีมติให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๑ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ เข้าชื่อร้องต่อ
          ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของ นายสุธา ชันแสง รมว.พัฒนาสังคมและ ความมั่นคง
          ของมนุษย์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๔ กรณีคุณสมบัติจบปริญญาตรี หรือ เทียบเท่า หรือไม่

๑.๑.๑๐ การร่วมดำเนินงานในนามพรรคต่อเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองระหว่าง วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ –
           ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑




๑.๒ ด้านเศรษฐกิจ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังเงา เสนอแนะรัฐบาลให้ปรับแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการทางภาษี เพราะมาตรการที่ออกมายังไม่รอบด้าน โดยมีผลต่อผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง แต่ไม่ได้ช่วยประชาชนผู้มีรายได้ต่ำ ดังนั้นรัฐบาลควรขอเพิ่มงบประมาณกลางปีมาใช้เฉพาะกลุ่มที่ได้รับความเดือด ร้อนมากที่สุดก่อน ส่วนมาตรการของรัฐบาลที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุนของนิติบุคคลหรือเอสเอ็มอี นั้น ตนเห็นด้วย

นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ รองผู้นำฝ่ายค้านฯ นายเกียรติ สิทธีอมร รมว.พาณิชย์เงา และ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.พาณิชย์เงา เข้าพบ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รมว.พาณิชย์ เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพง โดยให้กรมการค้าภายในประกาศราคาสินค้าให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง และต้องตรวจสอบการลดปริมาณหรือลดคุณสินค้า ซึ่งเป็นการขึ้นราคาสินค้าทางอ้อม นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ควรส่งเสริมโครงการร้านอาหารธงฟ้าให้กระจายไปทั่วประเทศอย่าง ทั่วถึง

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.พาณิชย์เงา เร่งรัดให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ยแพง หลังพบว่าราคาปุ๋ยที่ขายในท้องตลาดสูงกว่าราคาทุนอย่างมากจริง โดยกระทรวงพาณิชย์ควรตรวจสอบสต็อกปุ๋ยของบริษัทเอกชนต่างๆ เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า และกระทรวงเกษตรฯ ควรเร่งนโยบายนำเข้าปุ๋ยมาขายให้เกษตรกรเอง ขณะที่ระยะยาว รัฐบาลต้องศึกษาว่าก๊าซธรรมชาติของไทยสามารถนำมาผลิตเป็นไนโตรเจนที่ใช้ใน การผลิตปุ๋ยได้หรือไม่

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาข้าวแพงว่า รัฐบาลควรทำการประเมินกำลังการผลิตว่าในพื้นที่เพาะปลูกที่มี เราจะผลิตข้าวออกมาได้ประมาณเท่าใด และวิเคราะห์ปริมาณน้ำว่าเพียงพอต่อการทำนาปรังรอบสองหรือไม่ นอกจากนั้น รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการสต็อกข้าวให้โปร่งใส และไม่เข้าไปแทรกแซงราคาหรือจำกัดการส่งออก

คณะรัฐมนตรีเงา นำโดย นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ รองผู้นำฝ่ายค้านฯ เข้าหารือกับกลุ่มสมาคมหอการค้าไทย และสภาหอการค้า เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล นอกจากนี้ ครม.เงายังได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่รัฐบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานยิ่งขึ้น โดยในการหารือครั้งนี้ที่ประชุมได้หยิบยกเรื่องราคาข้าวมาเป็นหัวข้อหลัก

คณะรัฐมนตรีเงา นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ มีมติที่จะส่งแผนวาระ ๙๙ วัน ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนให้แก่รัฐบาล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังเงา แสดงความเห็นด้วยต่อกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ยกเลิกมาตรการเงินสำรอง ๓๐% เพราะปัจจุบันเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง และอัตราดอกเบี้ยสหรัฐก็ยังมีแนวโน้มต้องปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หากมีการเก็งกำไรโดยทุนต่างชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็สามารถใช้มาตรการอื่นป้องกันได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมคณะรัฐมนตรีเงา แถลงเปรียบเทียบนโยบาย ๙๙ วันทำได้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ กับ นโยบายของรัฐบาลที่ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสไปกับการมุ่งเน้นประเด็นการ เมืองจนกลายเป็นความขัดแย้งทางสังคม โดยนายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าหากพรรคฯ ได้เป็นรัฐบาลอย่างน้อยนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี ต้องเป็นจริง ขณะที่การกระจายงบประมาณเข้าสู่หมู่บ้าน แม้จะมีการดำเนินการแล้วแต่ก็ขาดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ต่างจากนโยบายกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาปากท้องมากกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมคณะประกอบด้วย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าฯ และ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านบางกะปิ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปโครงการ “เรียนฟรี เรียนดี อย่างมีคุณภาพ”

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองผู้นำฝ่ายค้านฯ เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงต่อ รมว.พลังงาน โดยได้นำเสนอนโยบายมาตรการการแก้ไขปัญหาไว้ดังนี้ คือ นโยบายการประหยัดและเพิ่มประสิทธิภาพของพลังงาน นโยบายพลังงานทดแทน นโยบายลดต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ และนโยบายดูแลผลกระทบของประชาชนโดยรวม นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ยังเข้าหารือกับ รมว.เกษตรฯ เพื่อหารือถึงความเดือดร้อนของชาวประมงจากวิกฤติพลังงาน

นายสุรเชษฐ์ มาสดิตถ์ และ นายธีระ สลักเพชร นำ ส.ส.ชายฝั่งทะเลของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๒๓ จังหวัด เข้าพบ รมว.เกษตรฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง โดยได้เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ ทำโครงการน้ำมันม่วงที่มีราคาต่ำกว่าราคาตลาด พร้อมทั้งเร่งสร้างระบบพลังงานทดแทน และจัดตั้งกองทุนให้ชาวประมงได้กู้ยืมมา เปลี่ยนระบบเครื่องยนต์เรือ และดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้สินของชาวประมงด้วย

นายเกียรติ สิทธีอมร รมว.พาณิชย์เงา และ นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.พาณิชย์เงา เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำเข้าปุ๋ยราคาถูกจากอินโดนจีน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ยังให้รัฐบาลตรวจสอบคณะกรรมการว่าด้วยการควบคุมราคาสินค้า และบริการซึ่งมีตัวแทนของบริษัทผู้ค้าปุ๋ยอยู่ถึง ๒ จาก ๙ คน ทำให้รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ยแพงได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อรับฟังความเดือดร้อน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลของตนจะแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน นอกจากนี้ยังจะดูแลเรื่องการประกันภัยในส่วนของภัยธรรมชาติที่ทำให้ผลผลิต ทางการเกษตรเสียหาย และโครงการรับจำนำข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมันด้วย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางไปพบกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อรับฟังแนวทางการฟื้นวิกฤติการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะการเมือง โดย นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าจะเรียกร้องความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ภาพ ลักษณ์ของประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจ ทั้งนี้ แม้กระทรวงการท่องเที่ยวจะไม่อยู่ในกำกับของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ถือว่าเป็นรัฐบาลเดียวกันต้องร่วมกันรับผิดชอบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมคณะ เดินทางไปพบสภาอุตสาหกรรม โดยกล่าวว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเอกชนโดยลดอัตราดอกเบี้ยให้แก่ผู้ ประกอบการเอสเอ็มอีลงอีก 1% และจะไม่ปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็งเกินไป ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการแก้ไขปัญหาแบบยาแรง เพราะจะให้ผลดีและเห็นผลเร็วกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลชุดนี้จะเน้นความร่วมมือกับภาคเอกชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายกรณ์ จาติกวณิช เดินทางไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน โดยรัฐบาลจะดูแลไม่ให้ผู้ลงทุนถูกเอาเปรียบโดยพวกอินไซด์เดอร์




๑.๓ ด้านสังคม

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ในฐานะ รมช.สาธารณสุขเงา พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนการประกาศการบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตร หรือ ซีแอลยา เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาของผู้ป่วย โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยต้องมีรายจ่ายค่ายาสูงถึงร้อยละ ๓๕ ของค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขทั้งหมด ซึ่งตนเห็นว่าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข คือ การรักษาประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการค้า นอกจากนี้ยังพบว่าการทำซีแอลยาไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศถูก จับตามองสูงสุดในเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ๘ มีนาคม กลุ่ม ส.ส.หญิง พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ และ ดร.ผุสดี ตามไท ส.ส.ระบบสัดส่วน ได้แถลงข่าวเรียกร้องความเสมอภาคทางสังคมให้แก่สตรี โดยพวกตนจะติดตามการตราและแก้ไขกฎหมายให้เป็นธรรมแก่สตรีทุกกลุ่ม และดูแลให้กฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับเด็ก สตรี ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ให้เป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ

วันที่ ๒ – ๓ มิถุนายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะ รมว.มหาดไทยเงา นำคณะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จากหอการค้า และได้เข้าพบ พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผช.ผบ.ตร.

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า แม้ความถี่ของการก่อเหตุจะลดลง แต่คาดว่าสถานการณ์จะยังคงรุนแรงต่อไปเพราะกลุ่มก่อความไม่สงบยังมียุทธ ปัจจัยอีกมาก ส่วนภาครัฐมีงบประมาณของทุกกระทรวงที่จะใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ๔๘,๒๒๐ ล้านบาท ในส่วนของการดำเนินการแก้ปัญหาที่ยังไม่มีผลที่น่าพอใจนั้น พบว่า การเยียวยาสตรีที่สามีเสียชีวิตจากเหตุไม่สงบยังติดขัดเรื่องระบบราชการ อีกทั้งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ยังไม่สำเร็จหลายเรื่อง ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนยังไม่ดีขึ้น




๑.๔ ด้านอื่น ๆ

๑.๔.๑ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านหัวหน้าพรรคฯ ได้มีการนัดประชุม ครม.เงาเป็นครั้งแรก โดยรูปแบบของ คณะรัฐมนตรีเงา
          ได้จัดตั้งขึ้นอย่างมีหลักเกณฑ์และเป็นรูปธรรมครั้งแรกของประเทศไทยโดยจัดให้มีการประชุม ติดตามผลงานของรัฐบาล
          รวมถึงเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาล ซึ่งแนวทางการติดตามการตรวจสอบ และเสนอแนะต่อรัฐบาลเป็นไป
          อย่างอย่างครอบคลุม เป็นระบบ และ ตรงเป้าหมายด้วยความรับผิดชอบของรัฐมนตรีเงา และทีมงานของแต่ละกระทรวง
          ในขณะที่กรรมาธิการเป็นกลไกการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตลอดปีมีการ ประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ทั้งสิ้น ๓๓ ครั้ง

๑.๔.๒ วันที่ ๒๙ ก.พ. ๕๑ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ที่ห้องประชุมชั้น ๓ อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีพิธี
          รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยมี
          นายพิฑูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง
          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

             นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังรับพระบรมราชโองการฯ ย้ำว่าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตามเจตนารมณ์
          ของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งประกอบด้วย
          สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ทุกคน เราตระหนักดีว่าบ้านเมืองของเราขณะนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ ที่น่า
          เป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
          อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


BACK