รายงานการดำเนินกิจการของพรรค พ.ศ.2551

๗. การดำเนินกิจการอื่น ๆ ของพรรค

๑. ร่วมถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์

           วันที่ ๔ ม.ค. ๕๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกรรมการบริหารพรรคร่วมถวายสักการะพระศพ หน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ศาลาสหทัย สมาคมใน พระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตน และพรรคประชาธิปัตย์ รู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยขณะนี้สาขาของพรรคประชาธิปัตย์ทั่ว ประเทศ ได้ร่วมกันจัดพิธีถวายสักการะ เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่านด้วย




๒. พรรคประชาธิปัตย์ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร

          ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้แจ้งความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นั้น สำนักพระราชวังได้อนุญาตวันบำเพ็ญกุศล คือ วันจันทร์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. โดย นายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกรรมการบริหารพรรค ส.ส. สก.และสมาชิกพรรค ได้ไปร่วมบำเพ็ญกุศลพระถวายพระศพ อย่าง พร้อมพร้อมเพรียง และในโอกาสนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลด้วย



๗.๓ โครงการประชาสัมพันธ์พรรคประชาธิปัตย์

          ด้วยความตระหนักถึงข้อจำกัดในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนผ่านทางสื่อทั่วไปทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และ สิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะการดำเนินกิจการของพรรคฯ ในอันที่จะส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข พรรคฯ จึงได้มีโครงการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และแนวคิดตลอดจน นโยบายของพรรคฯ ต่อสาธารณชน ทั้งนี้ การนำเสนอข้อมูลอยู่ในรูปแบบต่างๆ กัน

ตัวอย่างของสื่อที่เผยแพร่สู่สาธารณะในรอบปี ๒๕๕๑

          ๗.๓.๑ ข้อบังคับพรรค และระเบียบของพรรค
          ๗.๓.๒ แผ่นพับ นโนบาย “ เชื่อมั่นประเทศไทย มั่นใจประชาธิปัตย์”
          ๗.๓.๓ แผ่นพับเอกสารเผยแพร่ต่าง ๆ
          ๗.๓.๔ จดหมายปิดผนึก
          ๗.๓.๕ CD วิชาการ
          ๗.๓.๖ ฯลฯ



๗.๔ การเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ

          การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

          ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้มีการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่
๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบสัดส่วน และ ระบบเขตเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งในครั้งนั้น ทำให้พรรคฯ ได้รับการเลือกตั้ง ดังนี้

 ส.ส.จำนวน (คน)
 ส.ส.ระบบสัดส่วน ๓๓
 ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง ๑๓๑

          การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. จ.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๓

          ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้มีการกำหนดวันเลือกตั้งซ่อม เขต ๓ จ.เชียงราย ในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งนายกิติพงษ์ นามวงศ์ ลงสมัครได้คะแนนเป็นลำดับที่ ๒ ได้ ๑๙,๔๘๐ คะแนน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน ๑๐๕,๑๘๑ คนจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด ๑๗๖,๒๓๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๙.๖๘

          การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. จ.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ ๒

          ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้มีการกำหนดวันเลือกตั้งซ่อม เขต ๒ จ.เพชรบูรณ์ ในวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งผู้สมัครดังต่อไปนี้

 ชื่อผู้สมัครจำนวน (คะแนน)
 ๑. นายโอภาส สุทธิเกิด เบอร์ ๑๒ ๔๓,๐๙๗
 ๒. นายสุจินดา จันทร์พาณิชย์ เจริญ เบอร์ ๒๔๐,๙๘๒
 ๓. นายพิชัย คณโฑเงิน เบอร์ ๓๔๑,๑๒๒

          มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน ๑๔๗,๙๘๒ คน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งมหด ๓๖๖,๑๐๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๔๒


          การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๑๑

          สืบเนื่องจาก นายสุธา ชันแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เขต ๑๑ กทม. พรรคพลังประชาชนได้ยื่นหนังสือลาออกจาก ส.ส. ซึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดวันเลือกตั้งใน วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ คณะกรรมการบริหารให้มีการอนุมัต ินายวัชระ เพชรทอง เป็น ผู้สมัคร ส.ส. ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม. เขต ๑๑ ได้ ๔๙,๓๔๖ คะแนน มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน ๙๙,๑๒๓ คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ๓๓๘,๔๓๓ คนคิดเป็นร้อยละ ๒๙.๒๙

          การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. จังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒

          พรรคได้อนุมัติให้ นายณรงค์ จันทนดิษฐ เป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. จ.นนทบุรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์

          อนุมัติผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(เลือกตั้งซ่อม)
          (ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง)

          จากกรณีที่มีพรรคการเมืองถูกยุบ ทำให้ส.ส.พ้นสมาชิกภาพ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงได้กำหนด ให้มีการเลือกตั้งซ่อม คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้พิจารณาบุคคลที่เหมาะสมไว้เป็นขั้นต้น เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค

คณะกรรมการบริหารพรรคได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบอนุมัติผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ดังนี้

ภาคจังหวัด/เขตเลือกตั้ง ชื่อผู้สมัคร
ภาคเหนือลำปาง เขต 1
ลำพูน เขต 1
นายมัธยม นิภาเกษม
นายขยัน วิพรหมชัย
ภาคกลางนครปฐม เขต 1
ปทุมธานี เขต 1
ราชบุรี เขต 1
สระบุรี
สมุทรปราการ เขต 1
สิงห์บุรี เขต 1
นายมารุต  บญมี 
นายอภินันท์  ช่วยบำรุง
นายยศศักดิ์  ชีววิญญู 
นายองอาจ  วงษ์ประยูร
นางสาวสรชา  วีรชาติวัฒนา 
นายโชติวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์  
กรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานคร เขต 10นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

          การเลือกตั้งท้องถิ่นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ นายกเทศมนตรีทศบาลและทีมผู้บริหาร

          คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีมติส่งผู้สมัครในนามของพรรค ลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับ ท้องถิ่นทั่วประเทศ สาเหตุที่พรรคพิจารณาส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นนามของพรรคในครั้งนี้ เพราะ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เน้นนโยบายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจมาโดยตลอด และพรรคก็ได้ผลักดันให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเรื่องกฎหมายที่ให้เกิดมี อบจ. เทศบาล และได้พิจารณาจาก ความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ประกอบกับความพร้อมของทีมงานของ
ผู้สมัครที่สำคัญในตัวผู้สมัครเอง ส่วนใหญ่ จะเป็นบุคคลที่ทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ มาโดยตลอด และเหตุผลที่สำคัญประการหนึ่งที่พรรคส่งผู้สมัครใน ระดับท้องถิ่นนั้น เพื่อส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นหากพรรคพิจารณาว่าพื้นที่ใดที่พรรคสามารถ ส่งผู้สมัครในนามของพรรคได้ พรรคก็จะพิจารณาให้เป็นตัวแทนของพรรคลงสมัคร

          การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ( กรณี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน)

          คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ได้มีการพิจารณาเรื่องการคัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่อเนื่องกันมาหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อ วันอังคารที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย โดยท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานคณะกรรมการฯ ได้เชิญ คุณ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ให้มาแสดงวิสัยทัศน์ และตอบข้อซักถามของคณะกรรมการฯ ซึ่งคุณอภิรักษ์ ก็ได้มา รายงานต่อคณะกรรมการฯ ถึงความสำเร็จในการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยเน้น นโยบายหลัก ๖ ข้อ

          คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นว่า งานที่ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ทำไปในฐานะที่เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นั้นเป็นที่พอใจของประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยมีผลงานมากกว่าผู้ว่าฯ คนอื่น ๆ ที่ผ่านมา แล้วก็มีคะแนนนิยมที่ดี รวมทั้งได้พิจารณาผลการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในการบริหารงานของ คุณอภิรักษ์ ซึ่งได้มีการทำการสำรวจตลอดระยะเวลา ๔ ปี ทั้งหมด ๑๓ ครั้ง มีคะแนนความพึงพอใจอยู่ในระดับ ดี คือ ๗๔.๔๐ %

          รวมทั้ง จะเห็นได้ว่า หลังจากที่ คุณอภิรักษ์ ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้วการเลือกตั้งครั้งหลัง ๆ ไม่ว่าจะเลือก ส.ก. ส.ข. เลือก ส.ส. ก็คิดว่า การคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ดีขึ้น เพราะฉะนั้นในการลงสมัครรับ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในคราวนี้ก็น่าจะได้คะแนนมากกว่าเดิม

          คุณอภิรักษ์ ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการคัดเลือกฯ ว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะใช้งบประมาณในการเลือก ตั้งน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ใช้เงินหาเสียงเลือกตั้งได้ ๓๙ ล้านบาท โดยจะไม่ทุ่มค่า ใช้จ่ายไปในเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แบบเอิกเกริก แต่ว่าจะขอแกนนำของพรรค ท่านหัวหน้าพรรค ผู้บริหารพรรคคนสำคัญ รวมทั้ง ส.ส. ส.ก. และส.ข. ลงไปช่วยเดินหาเสียง โดยจะทำแบบเรียบง่าย

          มีประเด็นหนึ่งที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้พิจารณาคือ กรณีที่ คุณอภิรักษ์ ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนพัวพัน กับเรื่องของการจัดซื้อจัดหารถดับเพลิงเรือดับเพลิง แล้วอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ข้อเท็จจริงว่า คตส. ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นพิจารณาเรื่องนี้ ๒- ๓ ชุด จนชุดสุดท้ายที่มี คุณนาม ยิ้มแย้ม เป็นประธาน ได้ ทำรายงานสรุปชัดเจนต่อ คตส. ชุดใหญ่ว่า คุณอภิรักษ์ ไม่มีความผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่สมควรที่จะถูกกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่เป็นมติของคณะอนุกรรมการของ คตส. โดยตัวประธานคณะกรรมการ คตส.เป็นประธานอนุกรรม การเองแต่คณะกรรมการชุดใหญ่ไม่สามารถพิจารณาชี้ขาดได้ทัน ก็ต้องส่งเรื่องไปให้ ปปช. พิจารณาต่อ

          คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครฯ เห็นว่า พรรคฯ มีความเชื่อมั่นในตัว คุณอภิรักษ์ อยู่แล้วในเรื่องนี้ ซึ่งมี การสอบสวนมายืดเยื้อยาวนานมาก มีคนพยายามจะเอา คุณอภิรักษ์ เข้าไปพัวพันให้ได้ แต่จากรายงานของ ประธานอนุกรรมการ ของ คตส. ฉบับสุดท้ายเป็นที่ชัดเจน เพราะว่า คุณนาม ยิ้มแย้ม ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับ ในเรื่องของความซื่อสัตย์ แล้วก็เป็นหัวหน้าคณะผู้พิพากษาในศาลฎีกามาก่อนซึ่งเชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่คิดว่าจะเป็นความเสี่ยงของพรรคในกรณีนี้

          คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครฯ จึงได้มีมติ เห็นชอบ ให้เสนอชื่อ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ให้คณะ กรรมการบริหารพรรค พิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยไม่พิจารณาบุคคลอื่น

          ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบอนุมัติ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งให้ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้ง

          ผลการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนน ๙๙๑, ๐๑๘ คะแนน

          ต่อมา คณะกรรมการ ปปช. ได้ชี้มูล กรณีการจัดซื้อเครื่องดับเพลิง ถึงแม้กระบวนการยังไม่ยุติ แต่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็ได้แสดงความรับผิดชอบ โดยการลาออกจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

          การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ( กรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร)

          คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้พิจารณาการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามข้อเสนอของคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร คณะกรรมการบริหาร ได้คำนึงถึงคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคน รวมทั้งสถานการณ์ของการเมือง และสถานการณ์ของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้ คือ สถานการณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์มีข้อผูกพันอยู่กับชาวกรุงเทพมหานคร โดยข้อผูกพันดังกล่าวคือ วิสัยทัศน์ที่อดีตผู้ว่าฯ กทม. นายอภิรักษ์ โกษะโยธินได้เคยประกาศไว้ ฉะนั้น ข้อผูกพันนี้จึงเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดในการจะสานต่อภารกิจ หรือ การต่อยอด ก็ต้องอาศัยทั้งความรู้ความ สามารถและความคิด ซึ่งรวมถึงความคิดใหม่ ๆ ด้วย ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่มี ความขัดแย้งกันอยู่ก็ดี สถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ทราบว่าการทำงานของฝ่ายประจำของกทม. เองก็ อยู่ในภาวะที่ต้องการขวัญ และกำลังใจ รวมไปถึงความสามารถที่จะประสานงานที่จะทำให้งานของ กทม. สำเร็จ ทั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขต ซึ่งได้มีการแสดงวิสัยทัศน์จาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ นายกรณ์ จาติกวณิช นายแก้วสรร อติโพธิ และนายกษิต ภิรมย์ และเมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้ว พรรคมีความเห็น ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ คือบุคคลที่มีความรู้ความสามารถประสบการณ์ที่เหมาะสมกับการทำหน้าที่นี้ และ พร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคฯ เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

          พรรคฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นที่ปรึกษา กรรมการศูนย์ประกอบด้วย นายกรณ์ จาติกวนิช นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ดร.ประกอบ จิรกิติ

          การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี และทีมผู้บริหารท้องถิ่น

          นอกจากนั้น พรรคฯ ยังได้พิจารณาผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นระดับต่างๆ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุม และอนุมัติผู้สมัครในแต่ละครั้งตามการกำหนดวันเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้ง



๕. การจัดสัมมนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมการบริหารพรรค

ในรอบปี ๒๕๕๑ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำเนินการจัดสัมมนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมการบริหารพรรค ดังนี้

ครั้งที่ ๑
วันที่ ๑๔-๑๕ มกราคม ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถ.หลักสี่ กทม.


ครั้งที่ ๒
วันที่ ๓๐ มกราคม – ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ณ โรงแรมรอยัลคลิฟบิท รีสอร์ท จ.ชลบุรี


ครั้งที่ ๓
วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ณ โรงแรมสุโขทัย กทม.


ครั้งที่ ๔
วันที่ ๑๙- ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมอิมพีเรียล โบ๊ท เฮ้าส์
อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี
 พรรคประชาธิปัตย์

๗.๖ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคฯ

          วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑ พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคฯ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคฯ ร่วมกับ ส.ส. และ สมาชิกพรรค ได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีผู้ร่วมบริจาคเงินกว่า ๑ ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้รับบริจาคเครื่องอุปโภค และบริโภค น้ำดื่ม อาหาร และยารักษาโรค หัวหน้าพรรคพร้อมด้วย ส.ส. ของพรรค ได้นำเงินที่ได้รับบริจาคไปซื้อผ้าห่ม และ ของใช้จำเป็น ( ยาสามัญประจำบ้าน ปลากระป๋อง มาม่า นม ฯลฯ ) เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ เช่น จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ ฯลฯ และยังร่วมรับบริจาค อย่างต่อเนื่อง




๗.๗ สรุปผลงานพรรคประชาธิปัตย์ ด้านพัฒนาระบบสารสนเทศ

          พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการพัฒนาระบบสารสนเทศองค์กร เพื่อสนับสนุนการทำงานในส่วนต่าง ๆ ภายในองค์กร และ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม และรับรู้ข่าวสารทาง การเมืองได้สะดวกยิ่งขึ้น

          ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้พัฒนา “สถาบันประชาธิปัตย์” เพื่อสร้างพรรคให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ที่รวบรวมข้อมูล สารในด้านต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลเพื่อให้กรรมการ ส.ส. สาขาพรรค และประชาชน มีโอกาสที่จะสัมผัสกับองค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคสื่อสารและเทคโนโลยีเช่นปัจจุบัน

ด้านการพัฒนาระบบบริหารงานภายในพรรค

          ระบบบริหารงานภายในพรรค เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสนับสนุนงานในส่วนต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น

เว็บไซต์พรรค เว็บไซต์พรรค
เว็บไซต์พรรค : www.democrat.or.th ทางพรรคได้พัฒนา และปรับ ปรุงข้อมูลในเว็บไซต์พรรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และรับเรื่องร้องเรียนโดยตรงจากประชาชนงานทะเบียนสมาชิก : ได้พัฒนาระบบงานทะเบียนสมาชิกให้มีความ ทันสมัย และอำนวยความสะดวกในการบริหาร และจัดการงานทะเบียนสมาชิกได้โดยง่าย
  
เว็บไซต์พรรค เว็บไซต์พรรค
ระบบการสื่อสารภายใน : ทางพรรคได้จัดตั้งระบบ Mail Server เพื่อการสื่อสารให้กับ กรรมการบริหารพรรค ส.ส. สาขาพรรค และ ประชาชน ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็วพัฒนาระบบเครือข่ายภายใน : ทางพรรคได้พัฒนาระบบเครือข่าย ภายในเพื่อรองรับ/สนับสนุนระบบงานสารสนเทศในส่วนต่างๆ ของพรรค


- ปรับปรุงระบบอินเตอร์เน็ตภายในส่วนกลาง Leased Line 4 Mbps และ เพิ่มประสิทธิภาพอินเตอร์เน็ตในส่วนห้องสื่อมวลชน
   Corporate Adsl 4 Mbps
- เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยข้อมูลด้วย Firewall และจัดเก็บ ข้อมูลด้านการใช้งานอินเตอร์เน็ต Log File Hardware
   เพื่อให้เป็น ไปตาม พรบ.
- พัฒนาเครื่องแม่ข่ายระบบงานต่างๆ และปรับปรุงห้อง Server Room
- ฯลฯ

ด้านการพัฒนาสู่ “สถาบันประชาธิปัตย์”

          พรรคประชาธิปัตย์ได้พัฒนาระบบสารสนเทศ ที่มีการจัดเก็บเป็นระบบและมีความสะดวกต่อการค้นหาเพื่อรวบรวมความรู้ทางการเมือง ข่าวสาร ให้แก่ประชาชน และ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

เว็บไซต์พรรค เว็บไซต์พรรค
ห้องสมุด : ทางพรรคได้จัดตั้งห้องสมุดพรรคประชาธิปัตย์ ที่รวบรวมหนังสือที่หลากหลาย ซึ่งผู้ใช้สามารถ สืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ระบบสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ : ทางพรรคได้นำระบบ สืบค้นข้อมูลสารสนเทศ ข่าวสาร ที่ทันสมัยและรวดเร็ว ซึ่งสมาชิกสามารถสืบค้นได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
  
เว็บไซต์พรรค เว็บไซต์พรรค
ระบบจัดการฐานข้อมูลองค์กร : เป็นระบบที่ใช้ในการจัดการ ข้อมูลองค์กรให้เป็นหมวดหมู่ และสนับสนุนการใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของทางพรรค เช่น ข้อมูลไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง รูปภาพ หนังสือพิมพ์ หนังสือ ฯลฯระบบข้อมูลพื้นฐาน/ภูมิสารสนเทศ : เพื่อใช้ในการ สนับสนุนการทำงานในพื้นที่ให้กับกรรมการบริหาร ส.ส. สาขาพรรค เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้ดียิ่งขึ้น


ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้มีการพัฒนาระบบงานสารสนเทศทั้งส่วนกลางและสาขาพรรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่สูงสุดในการทำงานต่อไป


๗.๘ พิธีทำบุญครบรอบ ๖๒ ปี พรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมการบริหารพรรคได้จัดพิธีทำบุญครบรอบ ๖๒ ปี

          คณะกรรมการบริหารพรรคได้จัดพิธีทำบุญครบรอบ ๖๒ ปี ของการก่อตั้งพรรค ในวันที่ ๖ เมษายน ณ สำนักงานใหญ่พรรค ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องทุกปี มีพิธีทางศาสนา

เริ่มจาก พิธีอิสลาม พิธีพราหมณ์ และพิธีทางศาสนาพุทธ โดย มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส. ส.ก. ส.ข. สาขาพรรค อดีต ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ส. สมาชิกพรรค รวมทั้งผู้สนับสนุนพรรคมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก




๙. การเข้าร่วมงานรำลึกเหตุการณ์ ๑๖ ปี พฤษภาประชาธรรม

          วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคฯ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ พร้อมคณะ ร่วมงานรำลึกเหตุการณ์ ๑๖ ปีพฤษภาประชาธรรม ๒๕๕๑ โดยมีญาติวีรชนและ นักการเมือง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง



๗.๑๐ ร่วมงานวันคล้ายวันสวรรคคต รัชกาลที่ ๗

          วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ คณะ ส.ส.พรรคฯ นำพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ หน้าอาคารรัฐสภา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่านผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาตินานัปการ



๗.๑๑ วันรำลึกเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา

          วันนี้ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทาง ร่วมงานเนื่องในวันครบรอบ ๓๕ ปี เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ พร้อมกล่าวสดุดี ขอคารวะต่อดวงวิญญาณของวีรชน รวมถึง คาราวะในความกล้าหาญของวีรชนด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาหลายฝ่ายกลับกล่าวเสนอว่าประชาธิปไตยไทย เริ่มเมื่อปี ๒๔๗๕ แต่ชัดเจน แล้วว่า การเมืองไทยล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ขณะที่เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นั้น นักศึกษาเรียกร้องความเป็น ประชาธิปไตย ที่นำไปสู่ความสูญเสีย ซึ่งเห็นว่า การสดุดีวีรชนวิธีที่ดีที่สุด คือ การสานต่อเจตนารมณ์ของวีรชน เพราะเป็นจุดมุ่งหมาย สูงสุดของการต่อสู้



๗.๑๒ วันปิยมหาราช

          วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมคณะ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์นำพวงมาลาร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย



๗.๑๓ วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ

          วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ เป็นวันคล้ายวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้นำกรรมการบริหารพรรค และส.ส. ร่วมนำพานประดับพุ่มดอกไม้ ถวายบังคมพระบรมราชานุสารีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา



๗.๑๔ การจัดงานระดมทุน

          พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดงานระดมทุนในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ที่อิมแพค เมืองทองธานี โดยพรรคได้เชิญแขกไว้ประมาณ ๔,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นคนที่ยืนหยัดสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ที่ต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย ที่บริสุทธิ์ และยืนหยัดมาทุกครั้ง การจัด ระดมครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณจากพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีความจำเป็นต้องระดม ทุนเพื่อรวบรวมกำลังเพื่อเตรียมการต่อสู้ทางการเมือง ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดก็ได้นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยพรรคเลือกที่จะต่อสู้โดยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง และได้ตระหนักในความจำเป็นการหาทุนรอนสำหรับการใช้จ่าย เพราะเราเป็นพรรคของประชาชน

          งานระดมทุนของพรรคนั้น หน้างานมีของที่ระลึกจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ หมวก แก้ว เนคไท สามารถหาซื้อได้ตาม อัธยาศัยมีของสมมนาคุณ สำหรับผู้จองบัตรเข้าร่วมงานเป็นเหรียญพระแม่ธรณีบีบมวย มีหนังสือ “เข็มทิศประเทศไทย” ที่เขียน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการบรรเลงเพลงโดยบางกอกซิมโฟนี่ออเครสตร้า ขับร้องโดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม มีทั้งเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงที่ได้รับความนิยม และงานนี้จะมีการกล่าวสุนทรพจน์ของหัวหน้าพรรคซึ่งจะ ทำให้ผู้ข้าร่วมงานตระหนักว่าปัญหาวิกฤติของบ้านเมืองจะจะมีทางออกแบบใด

จากการจัดงานระดมทุนดังกล่าว มีรายได้จำนวนทั้งสิ้น ๑๒๒,๑๗๔,๔๙๙ บาท

งานระดมทุนแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล

          วันที่ ๘ มิ.ย.๕๑ เมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร คณะ สก. สข. พรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการอำนวยการกิจการ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้สนับสนุนกิจกรรมศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียน กรุงเทพ มหานคร และเพื่อกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เพื่อเชื่อมสายสัมพันธ์อันดีงามระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์กับประชาชน ณ BSC Bowl ชั้น ๔ RCA ถนนพระราม ๙

จากการจัดงานระดมทุนดังกล่าว มีรายได้จำนวนทั้งสิ้น ๑,๗๔๗,๓๕๐ บาท

งานระดมทุน แข่งขันโบว์ลิ่ง สาขา กทม. ลำดับที่ ๒๐๑

งานระดมทุน แข่งขันโบว์ลิ่ง  สาขา  กทม. ลำดับที่ ๒๐๑

          
          พรรคประชาธิปัตย์ สาขากรุงเทพมหานคร ลำดับที่ ๒๐๑ (เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย ) ได้จัด กิจกรรมระดมทุน แข่ง ขันโบว์ลิ่งการกุศล Team Spirit For You เพื่อจัดหารายได้สนับสนุนการศึกษาเยาวชน กทม. กำหนดจัดในวันอาทิตย์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ ณ SF Strike Bowl ชั้น ๔ ห้องเดอะมอลล์ สาขาบางแค

จากการจัดงานระดมทุนดังกล่าว มีรายได้จำนวนทั้งสิ้น ๒๑๑,๕๐๐ บาท



๗.๑๕ พิธีบวงสรวงเพื่อจัดสร้างเหรียญแม่พระธรณี

          วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๑ พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีพิธีบวงสรวงพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อขออนุญาตจัดสร้างเหรียญที่ระลึก ในงานระดมทุนของพรรคที่จะมีขึ้นในวันที่ ๘ พ.ย. นี้ โดยเป็นเหรียญทอง ๑๙๙ เหรียญ ราคาเหรียญละ ๒๙,๙๙๙ บาท เหรียญเงิน ๙,๙๙๙ เหรียญ ราคาเหรียญละ ๙๙๙ บาท และเหรียญนำฤกษ์เงิน ๑๙๙ เหรียญ ราคาเหรียญละ ๔,๙๙๙ บาท



๗.๑๖ การจัดสมัชชาประชาชนประชาธิปัตย์

การจัดสมัชชาประชาชนประชาธิปัตย์

ครั้งที่ ๑
ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๑ ธันวาคม ณ โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี


ครั้งที่ ๒
ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๘ ธันวาคม ณ บ้านสวนรีสอร์ท องเมือง จ.นครสวรรค์




๑๗. การดำเนินงานของคณะกรรมการอำนวยการกิจการ กทม.

          คณะกรรมการอำนวยการกิจการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์
ภายใต้การนำของ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ฯ

ได้รับมอบหมายจากกรรมการบริหารพรรค ให้ดำเนินการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ๒ ครั้ง ดังนี้

  • เลือกตั้งครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้สมัครและได้รับ เลือกตั้ง ด้วยคะแนน ๙๙๑, ๐๑๘ ส.ส.องอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งฯ
  • เลือกตั้งครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๒ โดยมี ม.ร.ว.สุมขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้สมัครและได้ รับการเลือกตั้ง ส.ส.กรณ์ จาติกวณิช เป็นประธานอำนวยการเลือกตั้ง ฯ และกรรมการอำนวยการประกอบ ด้วย ดร.ประกอบ จิรกิติ

คณะทำงานฝ่ายกิจกรรมสาขาและขยายสมาชิก โดย นายสุกิจ ก้องธรนินทร์ ประธานคณะฯ ได้จัดกิจกรรมแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนสนับสนุนศูนย์เลี้ยงเด็กของกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ มียอดเงินหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน๑,๗๔๗,๓๕๐ บาท

ผลงานของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

  • ดำเนินการจัดประชุมในส่วนสมาชิกของพรรคฯ เพื่อพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภากรุงเทพมหานคร จำนวน ๒๓ ครั้งโดยมีจำนวนกระทู้และญัตติ ดังนี้
  • กระทู้ จำนวน ๓ เรื่อง
  • ญัตติ ๓๙ เรื่อง
  • ญัตติด้วยวาจา ๑๖ เรื่อง
  • ประสานงานกับผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ในการแก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และจัดระเบียบทางเดินเท้า
  • รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนและดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข

ผลการดำเนินงานสมาชิกสภาเขต

  • ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาท้องที่ เขตละ ๑.๕ ล้านบาท
  • ปฏิบัติภารกิจร่วมกับผู้บริหาร กทม. และสภากรุงเทพมหานครในการลงพื้นที่เยี่ยมเยือนประชาชน
  • เป็นคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ของ สภา กทม.
  • ศึกษาอบรมดูงานปีละ ๑ ครั้ง


๗.๑๘ การจัดตั้งรัฐบาล

          จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง ๓ พรรค คือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และ พรรคมัณชิมา ซึ่งกรรมการบิรหารพรรคทั้ง ๓ พรรค ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง ดังนั้น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ก็ถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วย จึงพ้นจากสมาชิกภาพของ ส.ส. เมื่อพ้นจากสมาชิกภาพของ ส.ส. ก็เป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ เมื่อนายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่ง สิ้นสุดลงเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีของตนเอง คือ สิ้นสุดความเป็น นายกรัฐมนตรีลง ก็เป็นผลให้คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๒

          ซึ่งต่อมา กรรมการบริหารพรรค โดย หัวหน้าพรรคประธานสภาที่ปรึกษา อดีตหัวหน้าพรรคบัญญัติ บรรทัดฐาน เลขาธิการพรรค รองฯ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และท่าน อื่น ๆ ได้ปรึกษาหารือกันว่า แนวทางการเมืองของพรรคเรา ควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งยืนยันว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการของประชาธิปไตย เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา และต้องประเมินกันว่า บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ เขาจะทบทวนจุดยืนท่าทีต่างๆ ของเขาหรือไม่

          ที่ประชุมร่วมระหว่าง ส.ส. และกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบอนุมัติให้ไป ดำเนินการในการจัดตั้งรัฐบาล โดยได้มอบหมายให้เลขาธิการพรรค และคณะไปทำหน้าที่เจรจากับพรรคการเมือง และ กลุ่มการเมืองต่าง ๆ โดยให้มีความยืดหยุ่นมีความคล่องตัวที่จะพูดคุย ถ้ามีอะไรก็ให้ปรึกษาหัวหน้าพรรคเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งถึงการมาแถลงข่าวร่วมกันของพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ที่มาสนับพรรคพรรคประชาธิปัตย์ในการ จัดตั้งรัฐบาล

          และต่อมา ส.ส.ของพรรค และพรรคร่วม ได้ลงชื่อกันให้ครบตามจำนวน ๑ ใน ๓ ของเสียงที่มีอยู่ของรัฐสภา เพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ยื่นหนังสือต่อ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประธานสภาฯ ทำหนังสือกราบบังคมทูล ขอเปิดการประชุมสมัยวิสามัญ

          ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุวาระเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ผลการโหวตเลือก นายกรัฐมนตรี ปรากฎดังนี้

  • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้ง จาก ส.ส. จำนวน ๒๓๕ คะแนน
  • พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้ง จาก ส.ส. จำนวน ๑๙๘ คะแนน

ซึ่งต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๗ และมีพิธีรับ สนองพระบรมราชโองการฯ ในวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ ณ สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์

ต่อมาได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคฯ ดังนี้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น รองนายกรัฐมนตรี
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็น รองนายกรัฐมนตรี
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตยเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายกรณ์ จาติกวณิช เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายกษิต ภิรมย์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
นายวิฑูรย์ นามบุตรเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายอลงกรณ์ พลบุตร เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายถาวร  เสนเนียม เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นายไพฑูรย์ แก้วทอง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
นายธีระ สลักเพชร เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายวิทยา แก้วภราดัย เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข


ในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ คณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี หลังจากการประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงว่า วันนี้ที่ประชุมครม.ได้รับทราบการบรรยายสรุปจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ ในเรื่องสำคัญที่ เกี่ยวกับภาวะของประเทศ อาทิ รับทราบสภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ทรัพยากร จากนั้นมีการอนุมัตินโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นร่างนโยบายของที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลได้ทำงานควบคู่กับการได้รับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ประธานรัฐสภาให้มีการเปิดประชุมร่วม เพื่อรัฐบาลจะได้แถลงนโยบาย

ทั้งนี้ ในส่วนนโยบายนั้น โดยหลักของนโยบายดังกล่าวมีการแบ่งออกเป็นนโยบายเร่งด่วนกับนโยบายตามวาระ ของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนจะมุ่งเน้นภารกิจการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การสร้างความสมานฉันท์ การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว รวมทั้งการพัฒนาประชาธิปไตย

ในการประชุมครม.วันแรก ได้มีการให้แนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันในฐานะคณะรัฐมนตรี เพื่อที่ต้องการให้คณะ รัฐมนตรีได้ยึดถือ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะต้องตระหนักว่าเข้ามาบริหารบ้านเมืองในภาวะที่เป็น วิกฤตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และไม่ได้เข้ามาในภาวะที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง การเมืองที่เกิดขึ้นในระหว่างอายุของสภาฯ ทั้งนี้สิ่งที่ได้มอบหมายไว้ ๙ แนวทาง คือ

  1. ให้คณะรัฐมนตรีได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานให้ คณะรัฐมนตรีในวันที่ได้มีการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดย เฉพาะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเน้นในเรื่องของการปฏิบัติงานให้เกิดความเรียบร้อย และเกิดความสุขในหมู่ประชาชน
  2. เน้นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพราะได้ย้ำมาโดยตลอดว่าปัญหาของรัฐบาล แม้ว่า จะเป็นรัฐบาลที่มาในระบบรัฐสภา คือว่าเมื่อใดก็ตามไม่สามารถที่จะบริหารบนความซื่อสัตย์สุจริตได้ ก็จะเป็นปัญหาในทางการเมือง และเป็นปัญหาของเสถียรภาพของรัฐบาล และบางครั้งนำไปสู่ความสูญเสียประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นจึงขอให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะได้ยึดถือหลักของความซื่อสุจริตอย่าง เคร่งครัดและที่สำคัญ คือ จะต้องดูแลไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาและบุคลากรที่มาช่วยงานของรัฐมนตรีด้วย
  3. นโยบายที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเป็นนโยบายที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งต้องถือเป็นเป้าหมายร่วม หรือทิศทางของคณะรัฐบาลชุดปัจจุบัน ดังนั้นรัฐมนตรีที่จะไปกำหนดนโยบายเพิ่มเติมในระดับกระทรวง หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในเชิงนโยบายต่อไป ก็ขอให้อ้างอิงถึงนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ เกิดความเป็นเอกภาพ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเชิงทิศทางของการทำงานของรัฐบาลชุดนี้
  4. ในภาวะวิกฤตลักษณะการทำงานของรัฐบาลต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และต้องมีประสิทธิภาพ และ เอกภาพ แม้จะเป็นรัฐบาลผสม แต่ต้องไม่เป็นรัฐบาลที่แบ่งพรรค ต้องเป็นรัฐบาลที่รับผิดชอบร่วมกัน ปัญหาของประเทศหลายปัญหาในขณะนี้ จะไม่สามารถแก้ไขได้โดยกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ดังนั้น การประสานงานระหว่างกระทรวงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหมายถึงบทบาทของการมีระบบของคณะกรรมการ หรือบทบาทของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเข้าไปทั้งกำกับดูแลประสาน หรือ ดำเนินการให้เกิดมาตรการที่เป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทุกคนจึงต้องให้ความสำคัญ ต่อการให้ความร่วมมือกับการทำงานในระบบกรรมการ โดยเฉพาะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่จะแก้ปัญหาวิกฤต ซึ่งจะได้มีการจัดตั้งขึ้นต่อไป
  5. รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลในวิถีทางรัฐสภารัฐมนตรีทุกคนต้องเข้าร่วมประชุมสภาฯ อย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียง แต่ไปลงคะแนน แต่เพื่อจะรับฟังความคิดเห็นของผู้แทนปวงชนชาวไทย ทั้งในการอภิปรายในสภาฯ หรือแม้แต่การได้พบปะพูดคุยกับผู้แทนราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุดรัฐมนตรีทุกคนต้องทราบว่า สภาฯ กำหนดเวลาที่ชัดเจนในเรื่องของกระทู้ถามสด คือ เวลาบ่ายโมงครึ่งของทุกวันพฤหัสบดี จึงขอให้รัฐมนตรีหลีกเลี่ยงการนัดหมายต่าง ๆ ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ เพราะมีหน้าที่ใน การที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสภา ฯ คอยตอบกระทู้ถามสดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง เป็นการรับผิดชอบตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ
  6. ได้เรียนย้ำว่ารัฐมนตรีทุกคนเป็นบุคคลสาธารณะ ในภาวะที่มีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ และมีปัญหาความขัด แย้งในสังคมสูง ขอให้รัฐมนตรีทุกคนได้ปฏิบัติตน โดยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ไม่ต้องการให้ มีเงื่อนไขจะเหตุการณ์หรือพฤติกรรมใด ๆ ซึ่งนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นไม่ศรัทธา และขอให้มีความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  7. ในรัฐบาลที่เชื่อมั่นในวิถีทางประชาธิปไตย ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะฉะนั้น การดำเนินนโยบายหรือโครงการที่ยังไม่เป็นที่รับรู้ รับทราบ และเข้าใจของประชาชนขอให้อดทน และ อย่าได้ตั้งแง่กับการที่จะต้องไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้กว้างขวางที่สุด จะเป็นกระบวนประชาพิจารณ์ หรือกระบวนการอะไรก็ตาม
  8. รัฐบาลชุดนี้ต้องพร้อมที่จะรับการตรวจสอบ จะมีทั้งการตรวจสอบในเชิงนโยบาย และเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือ จากที่จะขอให้รัฐมนตรีทุกคนต้องไม่ไปสร้างอุปสรรค์ขัดขวางการตรวจสอบแล้ว ก็จะขอว่าเมื่อใด ก็ตามที่มีการตรวจสอบในลักษณะของการวิพากษ์วิจารณ์ หรือการสัมภาษณ์ขอให้ชี้แจงโดยใช้เหตุผล ข้อเท็จจริงและข้อมูลที่รัฐมนตรีทุกคนได้ใช้ในการประกอบการตัดสินใจ และหลีกเลี่ยงการนำรัฐบาล หรือตัวเองเข้าไปในลักษณะในการตอบโต้ หรือทะเลาะ ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางที่รัฐบาลต้องการ จะสร้างความสามัคคีในปัจจุบัน
  9. รัฐมนตรีทุกคนไม่มีสิทธิเหนือประชาชนคนอื่น ในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบ ทางการเมืองมีมาตรฐานที่สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย ดังนั้น สิ่งที่ได้ให้เป็นแนวทางในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล และมีหน้าที่ในการติดตามประเมินการทำงานของรัฐมนตรีคือ หากการดำรงอยู่ในตำแหน่งของรัฐมนตรี เป็นอุปสรรค์ต่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองแม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมายหรือ แม้อาจจะไม่ได้เป็นการกระทำความผิด ขอให้รัฐมนตรีทุกคน ไม่เว้นแม้แต่นายกรัฐมนตรี ต้องยึดถือว่า ประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ของตนและประโยชน์ของรัฐบาล

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ลงชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ)
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์


BACK