รายงานการดำเนินกิจการของพรรค พ.ศ.2554

๔. การให้ความรู้ในทางการเมืองและเรื่องอื่น ๆ แก่สมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป

๔.๑. โครงการสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการบริหารพรรคและรัฐมนตรี

สถานที่ดำเนินการ ณ โรงแรมท็อปแลนด์ อ.เมือง จ.พิษณุโลกระยะเวลาดำเนินการ วันที่ ๒ กันยายน - ๓ กันยายน ๒๕๕๔

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการบริหารและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ให้สามารถทำงานร่วมกัน นำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่เป้าหมายร่วมกัน
๒. คณะกรรมการบริหารพรรคได้ทำความเข้าใจร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและวิกฤตประเทศปัจจุบัน เพื่อร่วมกันพิจารณาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น
๓. เพิ่มศักยภาพให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ในการเป็นแกนนำในพื้นที่
๔. เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของพรรคในฐานะแกนนำฝ่ายค้านได้ออกไปทำความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์กับสมาชิกและประชาชนทั่วไปในพื้นที่
๕. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทุกภัย ในพื้นที่ของภาคเหนือ

กำหนดการสัมมนา ทั้ง ๒ วัน เป็นดังนี้

  • วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๔ ช่วงเช้ามีกิจกรรมเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ช่วงบ่ายเป็นการประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรค
  • วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๔ ช่วงเช้า เปิดการสัมมนาโดยท่านหัวหน้าพรรค แล้วมีการแบ่งกลุ่มสัมมนาตามหัวเรื่องต่าง ๆ ช่างบ่ายเป็นการอภิปรายสรุปของแต่ละกลุ่ม

ในส่วนของการสัมมนา ได้ความเห็นตรงกันว่า แนวทางการบริหารประเทศในปัจจุบันไม่อาจให้คำตอบแก่ประชาชนได้ เพราะเห็นได้ชัดจากการแก้ปัญหาของรัฐบาลในปัจจุบัน มีลักษณะของการพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือสร้างแรงจูงใจเฉพาะหน้าเพื่อให้เกิดความพึงพอใจเฉพาะกลุ่ม แต่ไม่ได้ตอบสนองต่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้น สภาพการบริหารยังเป็นการมุ่งต่อผลประโยชน์ของพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ในแง่ของการจัดลำดับความสำคัญของการทำงาน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวเป้าหมายของพรรค คือ การเตรียมความพร้อมที่จะต้องสามารถสร้างอนาคตให้กับคนไทยทุกคน โดยมีภารกิจสำคัญที่จะต้องทำต่อจากนี้ไป คือ พรรคฯ จะต้องมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ในลักษณะที่เป็นการสร้างอนาคตให้กับประชาชนคนไทยทุกคน โดยมีเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตอย่างเป็นธรรม มีความมั่นคง ประชาชนมีความสุข มีหลักประกันในชีวิต มีสวัสดิการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีสิทธิเสรีภาพทางการเมืองที่เป็นลักษณะของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเมืองที่เป็นการผูกขาด ไม่ใช่การเมืองที่มีการแบ่งแยกประชาชน ไม่ใช่การเมืองที่มีแต่ความขัดแย้ง แล้วไม่ใช้แนวทางของเสรีนิยมประชาธิปไตยในการที่จะแก้ไขปัญหา

โดยจะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานของพรรค ทั้งในแง่ของการจัดรูปแบบองค์กร โครงสร้าง การมอบหมายความรับผิดชอบในพรรค ตลอดไปจนถึงเรื่องของการสื่อสาร และเรื่องของการบริหารจัดการภายในที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง

ความเห็นที่เป็นสาระสำคัญคือ พรรคประชาธิปัตย์จะต้องสามารถเป็นศูนย์รวมในการระดมกำลังของประชาชนทั้งประเทศ ที่อยากจะเห็นประเทศไทย เป็นประเทศที่มีอนาคตที่ดี มีความมั่นคง ให้มาขับเคลื่อนทางการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหมายถึงการระดมกำลังตั้งแต่ภายในพรรค ไม่ว่าจะเป็น กรรมการบริหาร ส.ส. สาขา หรือสมาชิกพรรค ไปจนถึงการทำงานร่วมกับเครือข่ายของประชาชนในทุกภาคส่วน

ในเบื้องต้นสิ่งที่พรรคจะต้องดำเนินการ นอกเหนือจากองค์กรกลไกที่พรรคใช้ในการทำงานอยู่แล้ว คือ การมี ครม.เงา และจะต้องตั้งกลุ่มงานเพิ่มเติมอย่างน้อยอีก ๔ ส่วน ดังนี้

  • ส่วนแรก คือ กลุ่มงานในเรื่องของการวิจัยและการจัดทำยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ได้กล่าวมาแล้ว มอบหมายให้ รองหัวหน้าพรรค อภิรักษ์ โกษะโยธิน ไปดำเนินการ
  • ส่วนที่สอง คือ กลุ่มงานในระบบที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ของพรรคทั้งหมด เพื่อให้แนวทางจุดยืนของพรรคนั้นเป็นที่เข้าใจในหมู่พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างชัดเจน ซึ่งมอบหมายให้ รองหัวหน้าพรรค จุติ ไกรฤกษ์ ไปดำเนินการ
  • ส่วนที่สาม คือ กลุ่มงานในเรื่องของการติดตามประเมินผล ในเรื่องนโยบาย ซึ่งจะมาช่วยสนับสนุนการทำงานของพรรคในสภา และในส่วนของ ครม. เงา ซึ่ง มอบหมายให้ รองหัวหน้าพรรค กรณ์ จาติกวณิช ไปดำเนินการ
  • ส่วนที่สี่ คือ การจะมีกลุ่มงานทางด้านของวิชาการ ในเชิงการพัฒนานโยบาย ที่เป็นทางเลือกสำหรับประชาชนต่อไปในอนาคต ซึ่งมอบหมายให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไปดำเนินการ โดยมี ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนทางด้านนี้

ในขณะเดียวกัน พรรคฯ จะมีการกระจายระบบการบริหารจัดการภายในไปสู่ระดับของพื้นที่ โดยมอบอำนาจการบริหารจัดการและความรับผิดชอบไปยังรองหัวหน้าพรรคในแต่ละภาค อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสาขาพรรค และผู้สมัครต่าง ๆ โดยรองหัวหน้าพรรคแต่ละภาค จะไปดำเนินการจัดตั้งกลไกในแต่ละภาคของตนเอง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และเป้าหมายของพรรค

นอกจากนี้พรรคจะมีการจัดตั้งผู้ทำหน้าที่ไปประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มประชาชนและมวลชนต่าง ๆ ที่มีประเด็นปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการ และความคาดหวังของแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มธุรกิจส่งออก กลุ่มธุรกิจในภาคต่าง ๆ รวมไปถึงกลุ่มประชากร อย่างเช่น กลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี กลุ่มเครือข่ายท้องถิ่น แป็นต้น โดยในรายละเอียดจะเป็นเรื่องของการมอบหมายบุคคลให้ไปทำงาน และมีเรื่องของการตั้ง ครม. เงา

เรื่องการทำงานพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการบริหารของรองหัวหน้าพรรคภาค หรือกรณีของผู้ประสานงานกับกลุ่มคนต่าง ๆ ในสังคมนั้น จะมาสอดรับกับการทำงานของส่วนกลางที่จะการจัดตั้งองค์กรขึ้น ๔ องค์กรตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งจะมีระบบการรายงาน ติดตามประเมินผลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับมอบหมายของกลุ่มงานในส่วนกลาง ในงานพื้นที่ ในการประสานงานกลุ่มบุคคลในสังคม จะต้องรายงานให้คณะกรรมการบริหารพรรคทราบทุกเดือน และมีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผล มอบหมายให้ ดร.ประกอบ จิรกิติ ทำหน้าที่รับรายงานเหล่านี้ พร้อมกับมีการประเมินมาให้คณะกรรมการบริหารพรรคทราบทุกเดือนอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งกรรมการบริหารพรรคทุกท่านจะต้องไปทำการบ้านในเรื่องกลุ่มประชาชนและมวลชนต่าง ๆ ที่พรรคจะส่งคนเข้าไปประสานงานและบุคคลที่เห็นสมควรเข้าไปทำหน้าที่ประสานงาน

ในส่วนกลาง การปรับปรุงเรื่องยุทธศาสตร์การสื่อสาร การพัฒนานโยบาย เป็นหัวข้อสำคัญที่เพื่อนสมาชิกได้สะท้อนความคิดเห็นมาชัดเจน คณะกรรมการบริหารพรรคจึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานและทีมงานรับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ ตามเอกสารที่แจกให้ ดังนี้

คณะ/ตำแหน่ง
ชื่อ
โฆษกพรรค นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต
รองโฆษกพรรค

๑. ม.ล.อภิมงคล โสณกุล
๒. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร
๓. นายอรรถพร พลบุตร
๔. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร
๕. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
๖. นายนคร มาฉิม
๗. นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ
๘. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์
๙. นายสกลธี ภัททิยกุล
๑๐. น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี
๑๑. นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล

ทีมกฎหมาย นายวิรัตน์ กัลยาศิริ
ตรวจสอบ และ ประเมินผล ดร.ประกอบ จิรกิติ
สภาที่ปรึกษา นายชวน หลีกภัย
วิจัยและยุทธศาสตร์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
สื่อสารและประชาสัมพันธ์ นายจุติ ไกรฤกษ์
ติดตามและประเมินนโยบายรัฐบาล นายกรณ์ จาติกวณิช
วิชาการและพัฒนานโยบาย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์/ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน
ที่ปรึกษากรรมการบริหารพรรค๑. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
๒. ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
กลไกภาค ๑. นายกรณ์ จาติกวณิช
๒. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู
๓. นายอลงกรณ์ พลบุตร
๔. นายอิสสระ สมชัย
๕. นายถาวร เสนเนียม

หัวหน้ากลุ่มประสานงาน

คณะ
ชื่อ
๑. ต่างประเทศ นายเกียรติ สิทธีอมร
๒.ส่งออก ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล
๓. ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์
๔. ท่องเที่ยว นางอัญชลี วานิช เทพบุตร
๕. อสังหาริมทรัพย์ นายอัศวิน วิภูศิริ
๖. สตรี ดร.ผุสดี ตามไท
๗. กีฬานายนราพัฒน์ แก้วทอง
๘. เยาวชน น.ต.สุธรรม ระหงษ์
๙. ท้องถิ่น นายวิรัช ร่มเย็น, (นายประมวล พงศ์ถาวราเดช)
๑๐. แรงงาน นายนคร มาฉิม
๑๑. ทรัพยากรธรรมชาติ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
๑๒. หนี้สิน ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
๑๓. เกษตร นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
๑๔. อาชีพอิสระ นายอนุชา บูรพชัยศรี, (นายโกวิทย์ ธารณา)
๑๕. สื่อสารมวลชน นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
๑๖. องค์กรเอกชนและเครือข่าย นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ
๑๗. บันเทิง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,(นางนาถยา บ็ญจศิริวรรณ)
๑๘. ศาสนา วัฒนธรรมนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

๑๙. ข้าราชการ

  • ครู อาจารย์
  • เครือข่ายบุคคลากรสาธารณสุข
  • ทหาร
  • ตำรวจ
  • กำนัน
  • ผู้ใหญ่บ้าน
  • ปกครอง
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ
พ.อ.เฟื่องวิชช์ อนิรุธเทวา
นายชุมพล จุลใส
นายธานี เทือกสุบรรณ
นายภุชงค์ รุ่งโรจน์
๒๑. OTOP  
๒๑. กลุ่มจิตอาสา นายวิทเยนทร์ มุตตามะระ
๒๒. สหกรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี
๒๓. ประมง นายภูเบศ จันทนิมิ
๒๔. คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส นายธนิตพล ไชยนันทน์
๒๕. กลุ่มการเมือง นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
๒๖. สภาทนายความ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ

คณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาธิปัตย์

ตำแหน่ง/กระทรวง
ชื่อ
ผู้นำฝ่ายค้านฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
รองนายกรัฐมนตรี ๑.นายกรณ์ จาติกวณิช
๒. นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์
๓. นายเกียรติ สิทธีอมร
๔. นายกษิต ภิรมย์
ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค
นายเทพไท เสนพงศ์
นายสาธิต ปิตุเตชะ
กลาโหม รมว.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
การคลัง รมว.นายจุติ ไกรฤกษ์
รมช.ดร.สรรเสริญ สมะลาภา
มหาดไทย รมว.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รมช.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
นายเจะอามิง โตะตาหยง
คมนาคม รมว.นายวิฑูรย์ นามบุตร
รมช.ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
การท่องเที่ยวและกีฬา รมว.นางอัญชลี วานิช เทพบุตร
รมช.นายนราพัฒน์ แก้วทอง
พัฒนาสังคมฯ รมว.นายอิสสระ สมชัย
การต่างประเทศ รมว.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์
ยุติธรรม รมว.นายถาวร เสนเนียม
เกษตรและสหกรณ์ รมว.นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
รมช.นายนิพนธ์ บุญญามณี
นายวิรัช ร่มเย็น
สาธารณสุข รมว.นายวิทยา แก้วภราดัย
เทคโนโลยีสารสนเทศฯ รมว.นายศิริโชค โสภา
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รมว.ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
ทรัพยากรธรรมชาติฯ รมว.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
พลังงาน รมว.นายอลงกรณ์ พลบุตร
แรงงาน รมว.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
พาณิชย์ รมว.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
รมช.นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
วัฒนธรรม รมว.นายธีระ สลักเพชร
ศึกษาธิการ รมว.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน
รมช.นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู
อุตสาหกรรม รมว. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์
เลขาฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
ผู้ช่วยเลขาฯ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์
โฆษก นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
รองโฆษก ผศ.ดร.รัชดา ธนาดิเรก

ครม.เงาหน้าที่ในการตรวจสอบ ให้เป็นระบบ และถือว่า เป็นคนที่พรรคมอบหมาย กล่าวคือ ในเวลาที่มีการทำงานของรัฐบาล และพรรคจำเป็นต้องแสดงจุดยืนในแต่ละเรื่องว่า ควรจะเป็นอย่างไร หวังว่า ทั้ง ครม.เงา ทั้งหัวหน้าผู้ประสานงาน ซึ่งที่จริงแล้ว ครม.เงา จะต้องเป็นหลักในการสื่อสารกับสาธารณะ ถึงท่าทีของพรรคในแต่ละเรื่อง ในแต่ละประเด็น ในงานต่าง ๆ

แต่ละกระทรวง โดยจะมีการประชุม ครม.เงา ทุกวันพุธเช้า มี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นเลขาฯ ครม.เงา คือ เป็นคนที่จะเชื่อมโยงประเด็นทุกประเด็น โดยมี นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ เป็นผู้ช่วย และ มีคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กับ ดร.รัชดา ธนาดิเรก ทำหน้าที่โฆษก ครม.เงาเป็นการเฉพาะ

๔.๒ โครงการเยาวชนประชาธิปัตย์ ( อินเทอร์นชิพ )

โครงการอินเทอร์นชิพ เป็นโครงการที่พรรคจัดเพื่อโปรดโอกาสให้เยาวชนในระดับ มหาวิทยาลัย มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้แนวการทำงานการเมืองของพรรคการเมืองได้พบปะกับ ส .ส. และกรรมการบริหารของพรรค รวมถึงได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมทางการเมืองต่าง ๆ ของพรรค โดยที่พรรคได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาในช่วงปิดเทอม สองครั้งในปี ๒๕๕๔ โดยที่มีผู้เข้าร่วมโครงการครั้งละประมาณ ๕๐ คน

ครั้งที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๐ เมษายน – ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณ สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์และดูงานนอกสถานที่ เช่น หน่วยราชการ กระทรวงต่าง ๆ รัฐสภา ฯลฯ



ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๑ กรกฎาคม – ๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์

๔.๓ โครงการคนรุ่นใหม่อนาคตไทย ( Future Thai Leaders )

วัตประสงค์

๑. สร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร ส.ส. ให้มีความพร้อมในการลงสนามเลือกตั้ง
๒. สร้างคนรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการทำงานเพื่อเป็นทีมพัฒนานโยบายพรรค
๓. สร้างคนรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการทำงานเพื่อเป็นทีมปฏิบัติการในพื้นที่

กลุ่มเป้าหมาย : คนรุ่นใหม่ที่ผ่านการคัดเลือก ๒๐๐ คน
สถานที่ : พรรคประชาธิปัตย์

โดยมีการจัดกิจกรรม ดังนี้

  • วันเสาร์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๔ หัวข้อ การบรรยาย “อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน”
  • วันอาทิตย์ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๔ หัวข้อ การบรรยาย “นโยบายประชาธิปัตย์กับอนาคตประเทศไทย” และ “พื้นฐานการเมืองและกฎหมายเลือกตั้ง”
  • วันเสาร์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔ หัวข้อ การบรรยาย “พื้นฐานการเมืองและกฎหมายเลือกตั้ง” และ “ปฏิบัติการเหนือตำราสู่ชัยชนะ”
  • วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔ หัวข้อ การบรรยาย “ปฏิบัติการเหนือตำราสู่ชัยชนะ”

๔.๔ โครงการสัมมนาเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์

ระยะเวลาดำเนินการ วันที่ ๓๐ กันยายน – ๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ การสัมมนาแบ่งออกเป็น ๒ ช่วง

ช่วงแรก สัมมนาเชิงวิชาการ โดยเนื้อหาสาระต้องการเน้นถึงการพัฒนาองค์กรให้ประสบผลสำเร็จ โดยมีการเชิญวิทยากร อ.ดนัย เทียนพุฒ ที่เป็นผู้เชียวชาญด้านการจัดอบรมฯมาบรรยาย

สถานที่ดำเนินการ ณ บริเวณชั้น ๓ อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช


ช่วงสอง เป็นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยเนื้อหาสาระทำอย่างไรให้สำนักงานเลขาธิการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคในทุกระดับ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือชนะการเลือกตั้ง สถานที่ดำเนินการ โรงแรมชมวิว หัวหิน อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

๔.๕ โครงการ “โรงเรียนการเมือง”

พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัด โครงการ “โรงเรียนการเมือง”รุ่นที่ ๑ เป็นหลักสูตรพิเศษ สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้อำนวยการโครงการฯ

โรงเรียนการเมือง รุ่นที่ ๑ มีพิธีเปิดเป็นทางการในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ มี นายชวน หลีกภัย ประธานกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นประธาน โดยหลักสูตรจะแบ่งเป็น ๖ กลุ่ม ดังนี้

๑. กลุ่มวิชาการเมือง แนวคิดปรัชญา ระบอบประชาธิปไตย กระบวนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย

๒. กลุ่มวิชานโยบายสาธารณะ การวิเคราะห์กระบวนการนโยบายสาธารณะ การนำนโยบายไปปฏิบัติและการประเมินผล กระบวนการตัดสินใจนโยบายสาธารณะ

๓. กลุ่มวิชาเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง การพัฒนาเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงในบริบทเศรษฐกิจโลก ระบบกฎหมาย งบประมาณ และการเงินการคลัง การจัดเก็บภาษี กับการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์การใช้เงินนอกงบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศ การคลังท้องถิ่น กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

๔. กลุ่มวิชากฎหมายมหาชน กฎหมายมหาชนกับการปฏิรูปการเมืองและการปฏิรูประบบราชการ ระบบการควบคุม ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญ ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดย ปปช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดย ปปช. หลักการพื้นฐานแห่งรัฐธรรมนูญ

๕. กลุ่มวิชาบทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดมการณ์พรรค กับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย กระบวนการในการบัญญัติกฎหมาย การควบคุมและตรวจสอบรัฐบาล กรรมาธิการสามัญ และวิสามัญ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของพรรค สมาชิกพรรค

๖. กลุ่มวิชาประเด็นสำคัญทางการเมือง การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูประบบสาธารณสุข การปฏิรูปนโยบายสิ่งแวดล้อม การเสริมสร้างความเข้มแข็งของการปกครองส่วนท้องถิ่น สภานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ ความสัมพันธ์กับ Asean +5 ความสัมพันธ์ กับ EU/USA

อาจารย์ผู้สอน ประกอบ ด้วย

๑. ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
๒. ดร.ลิขิต ธีรเวคิน
๓. ดร.พัชรี ศิโรรส
๔. ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
๕. ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์
๖. ดร.จรัส สุวรรณมาลา
๗. ดร.เจตน์ โทณะวณิก
๘. ดร.อุดม รัฐอมฤต
๙. ดร.วิษณุ เครืองาม
๑๐. ดร.ประสาท พงษ์สุวรรณ
ฯลฯ