ข้อบังคับพรรค

หมวด 2 สมาชิกภาพ


ข้อ 9

สมาชิกต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือโดยการแปลงสัญชาติซึ่งได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิก
  3. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  4. ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  5. ไม่เป็นบุคคลต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
  6. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย
  7. ไม่เคยกระทำความผิดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดฐานลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่ถ้ามีเหตุผลจำเป็นเป็นกรณีพิเศษ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจพิจารณารับผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อนี้ให้เป็นสมาชิกก็ได้
  8. ไม่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  9. มิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นในวันสมัครเป็นสมาชิก



ข้อ 10  (มีการแก้ไข คลิกดูรายละเอียด)

     การสมัครเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครด้วยตนเองตามแบบพิมพ์ของพรรค พร้อมด้วยรูปถ่ายซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือนขนาด 1.5 นิ้ว 2 รูป สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และคำรับรองว่าตนมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นอยู่ในขณะเดียวกันต่อ นายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือทางไปรษณีย์ หรือทางสื่อสารอีเลคโทรนิคส์ ณ สำนักงานใหญ่หรือต่อประธานสาขาพรรค ณ ที่ทำการสาขาพรรค หรือสำนักงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นๆ โดยมีสมาชิกพรรคจำนวนห้าคนเป็นผู้รับรอง

เมื่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคได้รับใบสมัครแล้ว ถ้าเห็นว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนให้เสนอคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาพร้อมด้วย คำคัดค้าน (ถ้ามี) เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้รับเป็นสมาชิกแล้ว ในกรณีที่ต้องชำระค่าลงทะเบียน ให้แจ้งผู้สมัครชำระเงินค่าธรรมเนียมลงทะเบียนและเมื่อชำระครบถ้วนแล้ว ให้ลงทะเบียนผู้นั้นเป็นสมาชิกพรรค และออกบัตรประจำตัวสมาชิกพรรคให้ไว้เป็น หลักฐาน

การสมัครเป็นสมาชิกที่สาขาพรรค เมื่อประธานสาขาพรรคได้รับใบสมัครแล้วถ้าเห็นว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนให้เสนอ ชื่อต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคพร้อมด้วยคำคัดค้าน(ถ้ามี)แล้วดำเนินการตามวรรค สองต่อไป

นายทะเบียนสมาชิกพรรคต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครเป็นสมาชิกได้

     ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนนายทะเบียนสมาชิกพรรคอาจเสนอหัวหน้าพรรคผ่าน เลขาธิการพรรคเพื่อให้รับบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเป็นสมาชิก ก็ได้แล้วรายงานให้คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้รับเป็นสมาชิก

     ในกรณียื่นสมัคร ณ สำนักงานใหญ่ แต่ภูมิลำเนาปัจจุบันของผู้นั้นอยู่ในต่างจังหวัดและมีสาขาพรรคในเขตเลือกตั้งนั้นให้นายทะเบียนสมาชิกพรรคแจ้งผลการรับสมัคร และโอนทะเบียนสมาชิกไปยัง สาขาพรรคที่ผู้ยื่นสมัครมีภูมิลำเนาอยู่ เว้นแต่กรณีไม่มีสาขาพรรคในเขตเลือกตั้งที่ผู้ยื่นสมัครมีภูมิลำเนาอยู่ก็ ให้ยื่นสมัครและลงทะเบียนที่สำนักงานใหญ่ได้ แต่ถ้ามีสาขาพรรคเมื่อใดให้สำนักงานใหญ่โอนทะเบียนสมาชิกของผู้นั้นไปสังกัด สาขาพรรคนั้นๆ ทันที




ข้อ 11

การคัดค้านผู้สมัครเป็นสมาชิก ต้องทำเป็นหนังสือมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าห้าคน และต้องชี้แจงเหตุผลในการคัดค้านประกอบด้วย
การคัดค้าน ให้ยื่นต่อเลขาธิการพรรคหรือประธานสาขาพรรคแล้วแต่กรณีและให้สงวนคำคัดค้านนั้นๆ ไว้เป็นความลับ




ข้อ 12

ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรค มีมติไม่รับผู้ใดเป็นสมาชิกโดยจะมีคำคัดค้านหรือไม่ก็ตาม ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบโดยไม่ชักช้า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหาร ให้ถือว่าสิ้นสุด




ข้อ 13

การรับสมัครยุวประชาธิปัตย์ให้นำความในข้อบังคับพรรคข้อ 10 ข้อ 11 และข้อ 12 มาใช้บังคับโดยอนุโลม




ข้อ 14

ค่าธรรมเนียมลงทะเบียนหรือค่าบำรุงจะเก็บในอัตราเท่าใด ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด




ข้อ 15

สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดเมื่อ

  1. ตาย
  2. ลาออกโดยยื่นใบลาออกต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคและมีผลตั้งแต่วันที่สำนักงานใหญ่พรรคลงทะเบียนรับใบลาออก
  3. ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรคข้อ 9 (3) (4) (5) (6) (7) และ (8)
  4. ขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
  5. คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ

1 Site map 2 Site map 3 Site map 4 Site map 5 Site map 6 Site map 7 Site map 8 Site map 9 Site map 10 Site map 11 Site map 12 Site map 13 Site map 14 Site map 15 Site map 16 Site map 17 Site map 18