ข้อบังคับพรรค
ข้อ 19
องค์ประกอบของพรรคประกอบด้วย
- ที่ประชุมใหญ่
- คณะกรรมการบริหารพรรค
- สภาที่ปรึกษา
- ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับรัฐมนตรี
- ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- ที่ประชุมรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีเงา แล้วแต่กรณี
- คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค
- คณะกรรมการนโยบายพรรค
- คณะกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรค
- คณะผู้ประสานงานรัฐสภา
- คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล
- ที่ประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- คณะกรรมการพรรคประจำจังหวัด
- สาขาพรรค
- ยุวประชาธิปัตย์ และกลุ่มอื่น ๆ ที่ได้รับการอนุมัติการจัดตั้งจากคณะกรรมการบริหารพรรค
ข้อ 20
ให้มีคณะกรรมการบริหารพรรคคณะหนึ่งซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกจำนวนสิบเก้าคน ซึ่งประกอบด้วย
- หัวหน้าพรรค
- รองหัวหน้าพรรคแปดคน
- เลขาธิการพรรค
- รองเลขาธิการพรรคสามคน
- นายทะเบียนสมาชิกพรรค
- โฆษกพรรค
- กรรมการบริหารพรรคสามคน
ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคตามวรรคหนึ่ง (8) ว่างลง ให้หัวหน้าพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งสมาชิกที่ที่ประชุมใหญ่เลือก สำรองไว้ตามลำดับคะแนนให้ดำรงตำแหน่งแทนจนครบวาระของผู้ที่พ้นจากตำแหน่ง แต่ถ้าตำแหน่งที่ว่างนั้นเป็นตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง (1) (3) (5) (6) และ (7) ให้หัวหน้าพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งกรรมการบริหาร พรรคคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นการชั่วคราว แล้วให้มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันว่างลง
ถ้าตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคว่างลง คณะกรรมการบริหารพรรคจะมีมติให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคว่างลงทั้งหมด ให้เลือกตั้งใหม่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ว่างทั้งหมด และให้ รองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคที่ได้รับเลือกตั้งใหม่อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู่
ในระหว่างที่ยังไม่ได้เลือกตั้งรองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้รองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคที่ยังมีอยู่ทำหน้าที่แทน
ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลง และยังมิได้มีการเลือกตั้งหรือแต่ง ตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการบริหารพรรคประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคเท่าที่มีอยู่
แต่ถ้ากรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้ กรรมการที่เหลืออยู่ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ทั้งคณะภายในหกสิบวันนับแต่วัน ที่กรรมการว่างเกินกว่ากึ่งหนึ่ง
ข้อ 21
บุคคลผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคจะต้อง เป็นสมาชิกติดต่อกันมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้งและมีคุณสมบัติ ข้อใด ข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค
- เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการสาขาพรรค
- เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค
- เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค
- เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่พรรคส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ยกเว้นบุคคลที่ที่ประชุมใหญ่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ ประชุมใหญ่มีมติให้ยกเว้นคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรคข้อนี้
ข้อ 22
ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคให้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
- เลือกตั้งหัวหน้าพรรคหนึ่งคน ในการเสนอชื่อผู้เป็นหัวหน้าพรรคต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ ที่อยู่ในที่ประชุม หัวหน้าพรรคต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 21(3) เว้นแต่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 21 วรรคท้าย
- ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค เสนอชื่อสมาชิก เป็นรองหัวหน้าพรรคหกคน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสามคน
- ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นเลขาธิการพรรคสองคน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
- ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นรองเลขาธิการพรรคหกคนเพื่อให้ที่ประชุมเลือกตั้งสามคน
- ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นเหรัญญิกสองคนเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
- ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรคสองคนเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
- ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นโฆษกพรรคสองคนเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
- เลือกตั้งรองหัวหน้าพรรคห้าคนจากภาคต่าง ๆ ภาคละหนึ่งคน โดยดำเนินการดังนี้ สมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ซึ่งอยู่ในที่ประชุม เสนอชื่อผู้ที่สมควรเป็นรองหัวหน้าพรรคในแต่ละภาคโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของผู้ที่อยู่ในที่ประชุม และให้ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมเลือกตั้ง รองหัวหน้าพรรคภาคละหนึ่งคน
- สมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่เสนอชื่อสมาชิก เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคสามคนและสมาชิกที่ได้คะแนน เสียงเรียงตามลำดับจากลำดับที่สี่ถึงลำดับที่แปดเป็นกรรมการสำรอง
การเสนอชื่อตาม (2) (3) (4) (5) (6) และ (7) ไม่ต้องมีผู้รับรอง
ถ้าผู้ถูกเสนอชื่อตาม (2) (3) (4) (5) (6) และ (7) ถอนตัวเหลือเท่าจำนวนตำแหน่งนั้น ๆ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในกรณีนี้ จะต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งขององค์ประชุมใหญ่ที่อยู่ในที่ ประชุม
การเสนอชื่อ ตาม (8) และ (9) ให้เสนอได้คนละไม่เกินหนึ่งชื่อและต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของผู้ที่อยู่ในที่ประชุม
ในกรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการบริหารพรรคไม่อยู่ในที่ประชุม ผู้เสนอต้อง ให้คำรับรองว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อยินยอมให้เสนอชื่อได้
การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคให้ใช้วิธีการลงคะแนนลับ
ข้อ 23
องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 ให้ถือเกณฑ์คำนวณคะแนนเสียงเป็นสัดส่วน ดังนี้
- คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (3) ให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่
- คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (15) ให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของคะแนนเสียงขององค์ประกอบของที่ประชุมใหญ่
- คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (1) (2) และ(4) รวมกันให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่
- คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (16) ให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 1 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่
- คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 64 (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (12) (13) และ (14) รวมกันให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ที่มาออกเสียงลงคะแนน
เมื่อการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมดังกล่าวตามวรรคก่อนเสร็จสิ้น แล้ว ให้นำคะแนนเสียงมาคำนวณเป็นสัดส่วนกับคะแนนเสียงทั้งหมดใน (1) (2) (3) (4) และ (5)แล้วแต่กรณี แล้วให้ถือเป็นผลคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือคะแนนเสียงในการลงมติของที่ประชุม ใหญ่
ข้อ 24
วาระของกรรมการบริหารพรรคมีกำหนดคราวละสี่ปี
การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่จะกระทำก่อนหรือหลังวันครบวาระตามวรรค หนึ่งก็ได้ ถ้าเลือกตั้งก่อนครบวาระ ให้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน
การเลือกตั้งภายหลังครบวาระ ให้ดำเนินการเลือกตั้งภายในหกสิบวันนับแต่วันครบวาระ
ข้อ 26
กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
- ลาออก
- ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับพรรค ข้อ 15
- ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ที่ประชุมใหญ่วิสามัญมีมติให้ถอดถอน ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของผู้เข้าร่วมประชุม
ข้อ 27
กรรมการบริหารพรรคพ้นตำแหน่งทั้งคณะเมื่อ
- หัวหน้าพรรคลาออกจากตำแหน่ง
- ครบวาระสี่ปี
- ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด
- ที่ประชุมใหญ่มีมติด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ขององค์ประกอบของที่ประชุมให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ
เมื่อกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามข้อ (1) (3) และ (4) ให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 28
การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้หัวหน้าพรรคเป็นประธานในที่ประชุม กรณีหัวหน้าพรรคไม่สามารถมาประชุมได้ให้รองหัวหน้าพรรคที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่แทน
ให้เลขาธิการพรรคเป็นเลขานุการที่ประชุม
การลงมติของคณะกรรมการบริหารพรรคให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุมถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด
ข้อ 29
คณะกรรมการบริหารพรรคมีอำนาจ และหน้าที่ดังต่อไปนี้
- ดำเนินกิจการของพรรคให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย อุดมการณ์ นโยบายพรรค ข้อบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งประกาศและระเบียบของพรรค
- ควบคุมไม่ให้สมาชิกกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือ ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- ให้ความรู้ทางการเมืองแก่สมาชิกและประชาชนทั่วไป
- รับผิดชอบกิจการทั้งปวงของพรรค
- ควบคุมดูแล และให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น
- ประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ ของพรรค
- เมื่อได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคณะ กรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่ต้องควบคุมไม่ให้ผู้ซึ่งพรรคส่งเข้าสมัครรับ เลือกตั้ง กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
- เรื่องอื่น ๆ ที่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค
ข้อ 30
กรรมการบริหารพรรคมีอำนาจหน้าที่ และมีความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
|
หัวหน้าพรรค |
|
รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค |
มีอำนาจหน้าที่ และรับผิดชอบงานตามที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย
|
รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค |
มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่เลขาธิการพรรคมอบหมาย |
โฆษกพรรค |
มีหน้าที่ ในการประชาสัมพันธ์งานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด |
นายทะเบียนสมาชิกพรรค |
มีอำนาจ และ หน้าที่ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อสมาชิกและสาขาพรรค ตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด |
กรรมการบริหารพรรคอื่น |
มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย |
ข้อ 31
การแบ่งหน่วยงานบริหารของสำนักงานเลขาธิการพรรคให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
ให้เลขาธิการพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานใน หน่วยงานตามข้อนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการรวบรวมงาน กลั่นกรองงาน และเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคในการปฏิบัติ หน้าที่ตามกฎหมาย และข้อบังคับพรรค
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการพรรค เป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของพรรค การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน การแต่งตั้ง การให้ความชอบ การลงโทษ การถอดถอน เงินตอบแทน และอื่นๆ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
ข้อ 32
สภาที่ปรึกษา ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ และกรรมการอื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งจากผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค หรือ รัฐมนตรี หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และยังเป็นสมาชิกของพรรคอยู่ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควร
ให้สภาที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริหารพรรค หรือ หัวหน้าพรรคตามที่เห็นสมควร ให้มีการประชุมสภาที่ปรึกษาอย่างน้อยปีละสามครั้ง
ข้อ 33
ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย หรือข้อบังคับพรรค หรือ เมื่อหัวหน้าพรรคเห็นเป็นการสมควรเรียกประชุมปรึกษาหารือในเรื่องการ กำหนดนโยบายพรรค หรือ นโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งเรื่องสำคัญอื่นๆ โดยหัวหน้าพรรคเป็นประธานที่ประชุม และ เลขาธิการพรรคเป็นเลขานุการที่ประชุม
ข้อ 34
ที่ประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีกับคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีที่พรรคเป็น รัฐบาล ให้มีการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อปรึกษาหารือ เรื่องที่รัฐมนตรีเห็นสมควรปรึกษาหารือ โดยหัวหน้าพรรคเป็นประธาน และเลขาธิการพรรคเป็นเลขานุการที่ประชุม
ข้อ 35
ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมรัฐสภา และกิจการที่เกี่ยวกับรัฐสภา รวมทั้งเรื่องสำคัญอื่นๆ ที่หัวหน้าพรรค หรือ เลขาธิการพรรคเห็นสมควรปรึกษาหารือ
ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกประธาน รองประธาน เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการที่ประชุมตามจำนวนที่เห็นสมควร
วาระการดำรงตำแหน่งของประธาน รองประธาน เลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ข้อ 36
ให้ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกคณะผู้ประสานงานรัฐสภา ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกำหนด เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี พรรคการเมือง ในกิจการด้านนิติบัญญัติี้
ข้อ 37
คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการ และกรรมการอื่นๆ รวมแล้วมีจำนวนไม่เกินเก้าคน ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งจากสมาชิกพรรคที่มิได้ดำรงตำแหน่งกรรมการ บริหารพรรค หรือ รัฐมนตรี
ให้คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายและแผน รวมทั้งกลยุทธของพรรคอย่างต่อเนื่อง และรายงานคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกๆ หกเดือน
ข้อ 38
คณะกรรมการพรรคประจำจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนดตามข้อบังคับพรรค ข้อ 44
ข้อ 39
ที่ประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
ให้มีการประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
ข้อ 40
ให้มียุวประชาธิปัตย์ หรือ กลุ่มกิจกรรมพิเศษอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควร เพื่อช่วยดำเนินงานของพรรคตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
สมาชิกยุวประชาธิปัตย์ ได้แก่ บุคคลผู้มีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่มารวมกันจัดตั้ง เพื่อดำเนินกิจการบางอย่างให้พรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย สมาชิกยุวประชาธิปัตย์ไม่ต้องเสียค่าบำรุง การจัดองค์กรการบริหารและการดำเนินงานของยุวประชาธิปัตย์ และกลุ่มกิจการพิเศษอื่นๆ ให้นำข้อบังคับนี้ไปใช้โดยอนุโลม หรือตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
ข้อ 41
คณะกรรมการบริหารพรรค อาจแต่งตั้ง รองโฆษกพรรค หรือ คณะโฆษกพรรค เพื่อทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์งานของพรรค