ข้อบังคับพรรค

หมวด 4 การบริหารงาน


ข้อ 19

องค์ประกอบของพรรคประกอบด้วย

  1. ที่ประชุมใหญ่
  2. คณะกรรมการบริหารพรรค
  3. สภาที่ปรึกษา
  4. ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  5. ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับรัฐมนตรี
  6. ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  7. ที่ประชุมรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีเงา แล้วแต่กรณี
  8. คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค
  9. คณะกรรมการนโยบายพรรค
  10. คณะกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรค
  11. คณะผู้ประสานงานรัฐสภา
  12. คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล
  13. ที่ประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  14. คณะกรรมการพรรคประจำจังหวัด
  15. สาขาพรรค
  16. ยุวประชาธิปัตย์ และกลุ่มอื่น ๆ ที่ได้รับการอนุมัติการจัดตั้งจากคณะกรรมการบริหารพรรค



ข้อ 20

ให้มีคณะกรรมการบริหารพรรคคณะหนึ่งซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกจำนวนสิบเก้าคน ซึ่งประกอบด้วย

  1. หัวหน้าพรรค
  2. รองหัวหน้าพรรคแปดคน
  3. เลขาธิการพรรค
  4. รองเลขาธิการพรรคสามคน
  5. นายทะเบียนสมาชิกพรรค
  6. โฆษกพรรค
  7. กรรมการบริหารพรรคสามคน

     ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคตามวรรคหนึ่ง (8) ว่างลง ให้หัวหน้าพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งสมาชิกที่ที่ประชุมใหญ่เลือก สำรองไว้ตามลำดับคะแนนให้ดำรงตำแหน่งแทนจนครบวาระของผู้ที่พ้นจากตำแหน่ง แต่ถ้าตำแหน่งที่ว่างนั้นเป็นตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง (1) (3) (5) (6) และ (7) ให้หัวหน้าพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งกรรมการบริหาร พรรคคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นการชั่วคราว แล้วให้มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันว่างลง

     ถ้าตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคว่างลง คณะกรรมการบริหารพรรคจะมีมติให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคว่างลงทั้งหมด ให้เลือกตั้งใหม่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ว่างทั้งหมด และให้ รองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคที่ได้รับเลือกตั้งใหม่อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู่

     ในระหว่างที่ยังไม่ได้เลือกตั้งรองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้รองหัวหน้าพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคที่ยังมีอยู่ทำหน้าที่แทน

     ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลง และยังมิได้มีการเลือกตั้งหรือแต่ง ตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการบริหารพรรคประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคเท่าที่มีอยู่

     แต่ถ้ากรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้ กรรมการที่เหลืออยู่ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ทั้งคณะภายในหกสิบวันนับแต่วัน ที่กรรมการว่างเกินกว่ากึ่งหนึ่ง




ข้อ 21

บุคคลผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคจะต้อง เป็นสมาชิกติดต่อกันมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้งและมีคุณสมบัติ ข้อใด ข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค
  2. เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการสาขาพรรค
  3. เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค
  4. เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค
  5. เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่พรรคส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง

     ทั้งนี้ ยกเว้นบุคคลที่ที่ประชุมใหญ่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ ประชุมใหญ่มีมติให้ยกเว้นคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรคข้อนี้




ข้อ 22

ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคให้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

  1. เลือกตั้งหัวหน้าพรรคหนึ่งคน ในการเสนอชื่อผู้เป็นหัวหน้าพรรคต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ ที่อยู่ในที่ประชุม หัวหน้าพรรคต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 21(3) เว้นแต่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 21 วรรคท้าย
  2. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค เสนอชื่อสมาชิก เป็นรองหัวหน้าพรรคหกคน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสามคน
  3. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นเลขาธิการพรรคสองคน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
  4. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นรองเลขาธิการพรรคหกคนเพื่อให้ที่ประชุมเลือกตั้งสามคน
  5. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นเหรัญญิกสองคนเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
  6. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรคสองคนเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
  7. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อสมาชิกเป็นโฆษกพรรคสองคนเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหนึ่งคน
  8. เลือกตั้งรองหัวหน้าพรรคห้าคนจากภาคต่าง ๆ ภาคละหนึ่งคน โดยดำเนินการดังนี้ สมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ซึ่งอยู่ในที่ประชุม เสนอชื่อผู้ที่สมควรเป็นรองหัวหน้าพรรคในแต่ละภาคโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของผู้ที่อยู่ในที่ประชุม และให้ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมเลือกตั้ง รองหัวหน้าพรรคภาคละหนึ่งคน
  9. สมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่เสนอชื่อสมาชิก เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคสามคนและสมาชิกที่ได้คะแนน เสียงเรียงตามลำดับจากลำดับที่สี่ถึงลำดับที่แปดเป็นกรรมการสำรอง

     การเสนอชื่อตาม (2) (3) (4) (5) (6) และ (7) ไม่ต้องมีผู้รับรอง

     ถ้าผู้ถูกเสนอชื่อตาม (2) (3) (4) (5) (6) และ (7) ถอนตัวเหลือเท่าจำนวนตำแหน่งนั้น ๆ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในกรณีนี้ จะต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งขององค์ประชุมใหญ่ที่อยู่ในที่ ประชุม

     การเสนอชื่อ ตาม (8) และ (9) ให้เสนอได้คนละไม่เกินหนึ่งชื่อและต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของผู้ที่อยู่ในที่ประชุม

     ในกรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการบริหารพรรคไม่อยู่ในที่ประชุม ผู้เสนอต้อง ให้คำรับรองว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อยินยอมให้เสนอชื่อได้

     การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคให้ใช้วิธีการลงคะแนนลับ




ข้อ 23

องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 ให้ถือเกณฑ์คำนวณคะแนนเสียงเป็นสัดส่วน ดังนี้

  1. คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (3) ให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่
  2. คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (15) ให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของคะแนนเสียงขององค์ประกอบของที่ประชุมใหญ่
  3. คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (1) (2) และ(4) รวมกันให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่
  4. คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 65 (16) ให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 1 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่
  5. คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 64 (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (12) (13) และ (14) รวมกันให้ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของคะแนนเสียงขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ที่มาออกเสียงลงคะแนน

     เมื่อการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมดังกล่าวตามวรรคก่อนเสร็จสิ้น แล้ว ให้นำคะแนนเสียงมาคำนวณเป็นสัดส่วนกับคะแนนเสียงทั้งหมดใน (1) (2) (3) (4) และ (5)แล้วแต่กรณี แล้วให้ถือเป็นผลคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือคะแนนเสียงในการลงมติของที่ประชุม ใหญ่




ข้อ 24

วาระของกรรมการบริหารพรรคมีกำหนดคราวละสี่ปี

     การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่จะกระทำก่อนหรือหลังวันครบวาระตามวรรค หนึ่งก็ได้ ถ้าเลือกตั้งก่อนครบวาระ ให้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

การเลือกตั้งภายหลังครบวาระ ให้ดำเนินการเลือกตั้งภายในหกสิบวันนับแต่วันครบวาระ




ข้อ 26

กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  1. ลาออก
  2. ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับพรรค ข้อ 15
  3. ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  4. ที่ประชุมใหญ่วิสามัญมีมติให้ถอดถอน ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของผู้เข้าร่วมประชุม



ข้อ 27

กรรมการบริหารพรรคพ้นตำแหน่งทั้งคณะเมื่อ

  1. หัวหน้าพรรคลาออกจากตำแหน่ง
  2. ครบวาระสี่ปี
  3. ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด
  4. ที่ประชุมใหญ่มีมติด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ขององค์ประกอบของที่ประชุมให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

     เมื่อกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามข้อ (1) (3) และ (4) ให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง




ข้อ 28

การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

     ให้หัวหน้าพรรคเป็นประธานในที่ประชุม กรณีหัวหน้าพรรคไม่สามารถมาประชุมได้ให้รองหัวหน้าพรรคที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่แทน

     ให้เลขาธิการพรรคเป็นเลขานุการที่ประชุม

     การลงมติของคณะกรรมการบริหารพรรคให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุมถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด




ข้อ 29

คณะกรรมการบริหารพรรคมีอำนาจ และหน้าที่ดังต่อไปนี้

  1. ดำเนินกิจการของพรรคให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย อุดมการณ์ นโยบายพรรค ข้อบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งประกาศและระเบียบของพรรค
  2. ควบคุมไม่ให้สมาชิกกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือ ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  3. ให้ความรู้ทางการเมืองแก่สมาชิกและประชาชนทั่วไป
  4. รับผิดชอบกิจการทั้งปวงของพรรค
  5. ควบคุมดูแล และให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น
  6. ประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ ของพรรค
  7. เมื่อได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคณะ กรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่ต้องควบคุมไม่ให้ผู้ซึ่งพรรคส่งเข้าสมัครรับ เลือกตั้ง กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
  8. เรื่องอื่น ๆ ที่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค



ข้อ 30

กรรมการบริหารพรรคมีอำนาจหน้าที่ และมีความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

หัวหน้าพรรค

  1. เป็นหัวหน้ารับผิดชอบการบริหารงานของพรรค ตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค
  2. เป็นผู้แทนของพรรคในการดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้ หัวหน้าพรรคจะมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการบริหารคนหนึ่ง หรือ หลายคนทำการแทนก็ได้
  3. แต่งตั้งผู้อำนวยการพรรคและรองผู้อำนวยการพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค
  4. แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือ บุคคลให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วรายงานให้คณะกรรมการบริหารพรรคทราบ
  5. มอบอำนาจในการอนุมัติ หรือ อนุญาตให้กรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่ง หรือ คณะใดคณะหนึ่งทำการแทนได้
  6. อำนาจหน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมายอื่น ๆ หรือในข้อบังคับพรรค
  7. จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความ เป็นจริงตามวิธีการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนดและแจ้งให้นายทะเบียนพรรค การเมืองทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค

มีอำนาจหน้าที่ และรับผิดชอบงานตามที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย

  1. บริหารงาน ในหน่วยงานต่างๆ ของพรรค
  2. การจัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค การประชุมใหญ่ และการประชุมอื่นๆ
  3. แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาธิการพรรค จำนวนไม่เกินหกคน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค

รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค

มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่เลขาธิการพรรคมอบหมาย
มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการควบคุมการรับ – จ่ายเงิน การบัญชีและ งบดุลของพรรค ตามกฎหมายหรือระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด

โฆษกพรรค

มีหน้าที่ ในการประชาสัมพันธ์งานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด

นายทะเบียนสมาชิกพรรค

มีอำนาจ และ หน้าที่ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อสมาชิกและสาขาพรรค ตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด

กรรมการบริหารพรรคอื่น

มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย




ข้อ 31

การแบ่งหน่วยงานบริหารของสำนักงานเลขาธิการพรรคให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด

     ให้เลขาธิการพรรค หรือ รองเลขาธิการพรรคมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานใน หน่วยงานตามข้อนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการรวบรวมงาน กลั่นกรองงาน และเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคในการปฏิบัติ หน้าที่ตามกฎหมาย และข้อบังคับพรรค

     ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการพรรค เป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของพรรค การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน การแต่งตั้ง การให้ความชอบ การลงโทษ การถอดถอน เงินตอบแทน และอื่นๆ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด




ข้อ 32

สภาที่ปรึกษา ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ และกรรมการอื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งจากผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค หรือ รัฐมนตรี หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และยังเป็นสมาชิกของพรรคอยู่ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควร

     ให้สภาที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริหารพรรค หรือ หัวหน้าพรรคตามที่เห็นสมควร ให้มีการประชุมสภาที่ปรึกษาอย่างน้อยปีละสามครั้ง




ข้อ 33

ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย หรือข้อบังคับพรรค หรือ เมื่อหัวหน้าพรรคเห็นเป็นการสมควรเรียกประชุมปรึกษาหารือในเรื่องการ กำหนดนโยบายพรรค หรือ นโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งเรื่องสำคัญอื่นๆ โดยหัวหน้าพรรคเป็นประธานที่ประชุม และ เลขาธิการพรรคเป็นเลขานุการที่ประชุม




ข้อ 34

ที่ประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีกับคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีที่พรรคเป็น รัฐบาล ให้มีการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อปรึกษาหารือ เรื่องที่รัฐมนตรีเห็นสมควรปรึกษาหารือ โดยหัวหน้าพรรคเป็นประธาน และเลขาธิการพรรคเป็นเลขานุการที่ประชุม




ข้อ 35

ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมรัฐสภา และกิจการที่เกี่ยวกับรัฐสภา รวมทั้งเรื่องสำคัญอื่นๆ ที่หัวหน้าพรรค หรือ เลขาธิการพรรคเห็นสมควรปรึกษาหารือ

     ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกประธาน รองประธาน เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการที่ประชุมตามจำนวนที่เห็นสมควร

     วาระการดำรงตำแหน่งของประธาน รองประธาน เลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร




ข้อ 36

ให้ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกคณะผู้ประสานงานรัฐสภา ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกำหนด เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี พรรคการเมือง ในกิจการด้านนิติบัญญัติี้




ข้อ 37

คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการ และกรรมการอื่นๆ รวมแล้วมีจำนวนไม่เกินเก้าคน ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้งจากสมาชิกพรรคที่มิได้ดำรงตำแหน่งกรรมการ บริหารพรรค หรือ รัฐมนตรี

     ให้คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายและแผน รวมทั้งกลยุทธของพรรคอย่างต่อเนื่อง และรายงานคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกๆ หกเดือน




ข้อ 38

คณะกรรมการพรรคประจำจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนดตามข้อบังคับพรรค ข้อ 44




ข้อ 39

ที่ประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

     ให้มีการประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด




ข้อ 40

ให้มียุวประชาธิปัตย์ หรือ กลุ่มกิจกรรมพิเศษอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควร เพื่อช่วยดำเนินงานของพรรคตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด

     สมาชิกยุวประชาธิปัตย์ ได้แก่ บุคคลผู้มีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่มารวมกันจัดตั้ง เพื่อดำเนินกิจการบางอย่างให้พรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย สมาชิกยุวประชาธิปัตย์ไม่ต้องเสียค่าบำรุง การจัดองค์กรการบริหารและการดำเนินงานของยุวประชาธิปัตย์ และกลุ่มกิจการพิเศษอื่นๆ ให้นำข้อบังคับนี้ไปใช้โดยอนุโลม หรือตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด




ข้อ 41

คณะกรรมการบริหารพรรค อาจแต่งตั้ง รองโฆษกพรรค หรือ คณะโฆษกพรรค เพื่อทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์งานของพรรค


1 Site map 2 Site map 3 Site map 4 Site map 5 Site map 6 Site map 7 Site map 8 Site map 9 Site map 10 Site map 11 Site map 12 Site map 13 Site map 14 Site map 15 Site map 16 Site map 17 Site map 18