ข้อบังคับพรรค

หมวด5 สาขาพรรค


ข้อ 42

พรรคจัดตั้งสาขาพรรคตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด โดยสมาชิกของพรรคตั้งแต่สองร้อยคนขึ้นไป มีหนังสือถึงเลขาธิการพรรค เพื่อขออนุมัติจัดประชุมใหญ่ เพื่อดำเนินการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคผู้ริเริ่มจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคน แต่ไม่เกินสิบเอ็ดคน ทั้งนี้ จะจัดตั้งสาขาพรรคมากกว่าหนึ่งสาขาในเขตเลือกตั้งสมาชิกพรรคสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมิได้

     ให้เลขาธิการพรรคมอบหมายให้กรรมการบริหารพรรค หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคน หนึ่ง หรือ หลายคนก็ได้ เพื่อไปดำเนินการประชุมสมาชิกตามวรรคหนึ่ง ซึ่งการประชุมจะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่าสองร้อยคนมาร่วมประชุม

     ภายหลังการประชุม เพื่อเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคผู้ริเริ่มแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานกรรมการสาขาพรรคส่งรายงานแสดงที่ตั้งสาขาพรรค รายชื่อ อาชีพ ที่อยู่ ลายมือชื่อของกรรมการสาขาพรรคผู้ริเริ่มไปยังเลขาธิการพรรค เพื่อขออนุมัติคณะกรรมการบริหารพรรคและเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้หัวหน้าพรรคมีหนังสือ แจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามแบบที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนดภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่คณะ กรรมการบริหารพรรคอนุมัติ

เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้แจ้งการรับรองให้จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง แล้วให้กรรมการสาขาพรรคผู้ริเริ่มเป็นกรรมการสาขาพรรคนับแต่วันที่พรรคได้ รับแจ้งการรับรองจากนายทะเบียนพรรคการเมือง




ข้อ 43

ในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หนึ่ง ๆ ให้มีสาขาพรรคได้หนึ่งสาขาพรรค แต่ในกรณีที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ทำให้มีสาขาพรรคมากกว่าหนึ่งสาขา คณะกรรมการบริหารพรรค อาจมีมติให้ยุบสาขาพรรคหนึ่งใดสาขาพรรคหนึ่ง เพื่อให้ในเขตเลือกตั้งนั้นมีสาขาพรรคเดียวก็ได้




ข้อ 44

จังหวัดใดมีสาขาพรรคตั้งแต่สองสาขาขึ้นไป จะตั้งคณะกรรมการพรรคประจำจังหวัดตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนดก็ได้




ข้อ 45

ให้มีคณะกรรมการสาขาพรรคคณะหนึ่งซึ่งที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคเลือกตั้งจาก สมาชิกของพรรค ผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดและมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 102 (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (13) และ (14) ของรัฐธรรมนูญจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคน แต่ไม่เกินสิบเอ็ดคน ซึ่งประกอบด้วย

  1. ประธานสาขาพรรค
  2. รองประธานสาขาพรรคหนึ่งคน
  3. เลขานุการสาขาพรรค
  4. รองเลขานุการสาขาพรรคหนึ่งคน
  5. เหรัญญิกสาขาพรรค
  6. นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค
  7. โฆษกสาขาพรรค
  8. กรรมการอื่น ๆ อีกไม่เกินสี่คน

     คณะกรรมการสาขาพรรคตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสตรีไม่น้อยกว่าสองคน เว้นแต่สาขาพรรคใดเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคที่เป็นสตรีไม่ได้ หรือ ได้ไม่ครบสองคนก็ให้บันทึกข้อเท็จจริงไว้ในรายงานการประชุมใหญ่ และส่ง ให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาว่าจะงดเว้นการใช้ข้อบังคับพรรคข้อนี้ใน ประเด็นนี้หรือไม่

     หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกตามข้อนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

     กรรมการสาขาพรรคจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น

     วาระของกรรมการสาขาพรรคมีกำหนดคราวละสองปีนับแต่วันเลือกตั้ง แต่เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระแล้ว อาจได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสาขาพรรคอีกก็ได้

     ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสาขาพรรคว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังมิได้มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการสาขาพรรคประกอบด้วยกรรมการสาขาพรรคเท่าที่มีอยู่ แต่ทั้งนี้จะต้องมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด




ข้อ 46

องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคประกอบด้วย

  1. กรรมการสาขาพรรคอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
  2. สมาชิกสาขาพรรคจำนวนไม่น้อยกว่าห้าสิบคน



ข้อ 47

การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรค ให้เลือกประธานสาขาพรรคเป็นลำดับแรก แล้วเลือกรองประธานสาขาพรรคหนึ่งคน เลขานุการสาขาพรรคหนึ่งคน รองเลขานุการสาขาพรรคหนึ่งคน เหรัญญิกสาขาพรรคหนึ่งคน นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคหนึ่งคน โฆษกสาขาพรรคหนึ่งคน และกรรมการอื่น ๆ อีกไม่เกินสี่คน

     การเสนอชื่อสมาชิก ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสาขาพรรคจะต้องมีผู้ รับรองอย่างน้อย ห้าคน ผู้รับรองและผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งต้องอยู่ในที่ประชุมใหญ่สาขาพรรค และสมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิ์ เสนอชื่อสมาชิกเป็นกรรมการสาขาพรรคได้ไม่เกินหนึ่งคนให้สมาชิกที่ได้คะแนน ถัดจากผู้ได้รับ เลือกตั้งเป็นกรรมการอื่นตามวรรคหนึ่งตามลำดับ เป็นกรรมการสำรองสี่คน




ข้อ 48

ประธานกรรมการสาขาพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการตามข้อบังคับพรรค ข้อ 45 (8) ให้ดำรงตำแหน่งอื่นได้

     ถ้าตำแหน่งประธานสาขาพรรคว่างลง ให้ที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคเลือกตั้งใหม่ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่ง ว่างในระหว่างที่ไม่มีประธานสาขาพรรคให้รองประธานสาขาพรรคทำหน้าที่แทน ในกรณีที่รองประธานสาขาพรรคไม่มี หรือมีแต่ไม่อาจทำหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการ ผู้ใดผู้หนึ่งทำหน้าที่แทน

     ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสาขาพรรคตามข้อบังคับพรรค ข้อ 45 ( 2 ) (3) (4) (5) และ (6) ว่างลงให้ประธานสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคแต่งตั้ง กรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราวแล้วให้ที่ประชุม ใหญ่สาขาพรรคเลือกตั้งใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง แต่ถ้าตำแหน่งตามข้อบังคับพรรค ข้อ 45 (8) ว่างลงให้ประธานสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคแต่งตั้งสมาชิก ที่ที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคเลือกสำรองไว้ตามลำดับคะแนนให้ดำรงตำแหน่งแทนจนครบ วาระของผู้ที่พ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่ไม่มีกรรมการเหลืออยู่ หรือมีแต่ไม่ยินยอมดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหม่ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจจะดำเนินการเอง หรือมอบหมายให้สมาชิกสาขาพรรคจำนวนหนึ่งดำเนินการก็ได้

ให้คณะกรรมการสาขาพรรครักษาการในตำแหน่งจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการ สาขาพรรคใหม่ ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในหกสิบวัน นับแต่วันครบวาระหรือภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพ้น จากตำแหน่งโดยเหตุอื่น




ข้อ 49

กรรมการสาขาพรรคพ้นจากตำแหน่ง ทั้งคณะเมื่อ

  1. อยู่ในตำแหน่งครบวาระสองปี
  2. ตำแหน่งกรรมการสาขาพรรคว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
  3. คณะกรรมการบริหารพรรคสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคจนเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อพรรค



ข้อ 50

กรรมการสาขาพรรคพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  1. กรรมการสาขาพรรคพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 49
  2. ลาออก
  3. คณะกรรมการบริหารพรรค สั่งให้พ้นจากตำแหน่ง



ข้อ 51

การดำเนินการประชุม องค์ประชุม การลงคะแนนเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคให้นำข้อบังคับข้อ 28 มาใช้บังคับโดยอนุโลม




ข้อ 52

คณะกรรมการสาขาพรรคมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

  1. ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย อุดมการณ์ นโยบายและข้อบังคับพรรค
  2. เผยแพร่นโยบาย และ กิจกรรมของพรรค
  3. การให้ความรู้ทางการเมืองแก่สมาชิก และบุคคลทั่วไป
  4. รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในเขตพื้นที่ของสาขาพรรค หรือในเขตเลือกตั้งที่เลขาธิการพรรคมอบหมาย
  5. รับเรื่องราวร้องทุกข์ของราษฎร และหาทางช่วยเหลือให้ถึงที่สุด
  6. คัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามกฎหมาย ข้อบังคับพรรคหรือระเบียบของพรรค
  7. คัดเลือกบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย
  8. เสนอแนะและให้ข้อคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ต่อคณะกรรมการบริหารพรรค
  9. จัดหาสมาชิกเพิ่มเติม
  10. จัดกิจกรรมของสาขาพรรคตามที่เห็นสมควร
  11. จัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารสาขาพรรค
  12. ดำเนินการด้านประชาสังคม และ การสร้างเครือข่ายประชาชนในเขตพื้นที่ของสาขาพรรครวมทั้งเชื่อมโยงกับองค์กรเครือข่ายอื่น ๆ ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
  13. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย



ข้อ 53

ประธานสาขาพรรคด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค อาจแต่งตั้งสมาชิกยุวประชาธิปัตย์ สมาชิกกลุ่มพิเศษหรือบุคคลภายนอกเป็นที่ปรึกษา หรืออาจแต่งตั้งคณะกรรมการ หรือบุคคลเพื่อดำเนินการกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำข้อบังคับพรรค ข้อ 40 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ี้




ข้อ 54

เลขานุการสาขาพรรคเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงานของสาขา การจัดประชุมใหญ่ และการจัดประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค




ข้อ 55

การแบ่งหน่วยงานบริหารสาขาพรรคให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด




ข้อ 56

การปฏิบัติการเกี่ยวกับการรับ-จ่าย การคลัง การทรัพย์สินตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของสาขาพรรค ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด




ข้อ 57

ให้จัดการประชุมใหญ่สามัญสาขาพรรคภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของทุกปีเว้นแต่เลขาธิการพรรคจะมีคำสั่งให้ประชุมใหญ่สามัญสาขา พรรคในวันใดวันหนึ่งตามที่เห็นสมควร แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดปีงบประมาณของพรรค

     การประชุมใหญ่วิสามัญสาขาพรรคอาจกระทำได้ โดยมติของคณะกรรมการสาขาพรรค หรือสมาชิกของสาขานั้นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าสิบคนลงชื่อร้องขอและ ในกรณีที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งทั่วไปหรือเป็นการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง คณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อให้ความ เห็นชอบในการเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้สมัครรับเลือก ตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบสัดส่วน ในกลุ่มจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของสาขาพรรคนั้น ตามวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด

     กรณีที่สมาชิกร้องขอ คณะกรรมการสาขาพรรคจะต้องจัดประชุมภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่ร้องขอ

     ในการจัดประชุมใหญ่สาขาพรรคแต่ละครั้ง ให้คณะกรรมการสาขาพรรค หรือผู้กระทำการแทนแจ้งกำหนดวัน เวลาและสถานที่ประชุม ให้คณะกรรมการบริหารพรรคทราบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

     ให้คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายให้กรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคคนใดคนหนึ่งเป็นผู้แทนไปควบคุมดูแลการ ประชุมใหญ่สาขาพรรคให้เป็นไปตามข้อบังคับ และระเบียบของพรรค

     หากการประชุมใหญ่สาขาพรรคมิได้เป็นไปตามข้อบังคับ และ ระเบียบของพรรค กรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ที่ได้รับมอบหมายตามวรรคห้าอาจสั่งแก้ไขเปลี่ยน แปลง หรือ เลื่อนการประชุมใหญ่สาขาพรรคออกไปก่อน เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ถูกต้องเสียก่อนก็ได้

     การลงมติให้ความเห็นชอบในการเสนอชื่อบุคคลตามวรรคสอง และการลงมติเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค ให้ลงคะแนนลับ ส่วนการลงมติในเรื่องอื่นให้เป็นไปโดยเปิดเผย เว้นแต่คณะกรรมการสาขาพรรคหรือสมาชิกสาขาพรรคไม่น้อยกว่าห้าสิบคนร้องขอให้ ลงคะแนนลับ ก็ให้ลงคะแนนลับ




ข้อ 58

ให้จัดระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญสาขาพรรคดังต่อไปนี้

  1. เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
  2. รับรองรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว (ถ้ามี)
  3. รายงานผลการดำเนินงานของสาขาพรรค
  4. รับรองรายงานงบการเงิน
  5. เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)



ข้อ 59

การประชุมใหญ่สาขาพรรค จะต้องประกอบด้วยกรรมการสาขาพรรคอย่างน้อยกึ่งหนึ่งและสมาชิกไม่น้อยกว่าห้า สิบคน โดยต้องมีตัวแทนสมาชิกจากทุกๆ อำเภอในเขตพื้นที่ของสาขานั้นๆ จึงจะเป็นองค์ประชุมใหญ่ของสาขาพรรคได้

     ในกรณีที่คณะกรรมการสาขาพรรคเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ถ้ามีสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุมตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการสาขาพรรคจะเรียกประชุมใหม่หรือไม่ก็ได้ ตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคจะเห็นสมควร แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่สมาชิกร้องขอให้เรียกประชุมตามข้อ 57 วรรคสอง ไม่ต้องเรียกประชุม




ข้อ 60

ถ้าไม่มีข้อบังคับพรรคกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงานของสาขาพรรคไว้ เป็นการเฉพาะ ให้นำข้อบังคับพรรคในข้อที่ใกล้เคียงกันมาใช้บังคับโดยอนุโลม




ข้อ 61

สาขาพรรคย่อมเลิกด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. มีสมาชิกในสาขาพรรคนั้น ไม่ครบสองร้อยคน
  2. คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เลิกโดยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง

1 Site map 2 Site map 3 Site map 4 Site map 5 Site map 6 Site map 7 Site map 8 Site map 9 Site map 10 Site map 11 Site map 12 Site map 13 Site map 14 Site map 15 Site map 16 Site map 17 Site map 18