ข้อบังคับพรรค

หมวดที่ 6 การประชุมใหญ่


ข้อ 62

การประชุมใหญ่ของพรรคมีสองกรณี คือ

  1. การประชุมใหญ่สามัญ หมายถึง การประชุมที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องจัดให้มีขึ้นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
  2. การประชุมใหญ่วิสามัญ หมายถึง การที่คณะกรรมการบริหารพรรคเรียกประชุมนอกเหนือจากการประชุมใหญ่สามัญ หรือ ประธานสาขาพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนสาขาพรรคทั้งหมด และ กรรมการบริหารพรรคจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมดหรือสมาชิกซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ หรือไม่น้อยกว่าสองพันคน แล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่ากันรวมกันทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค ให้เรียกประชุมเพื่อพิจารณาญัตติเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เสนอในกรณีเช่นนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องเรียกประชุมภายในเวลาไม่เกินหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือขอให้เรียกประชุม

      คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้กำหนดวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ แต่สำหรับการประชุมวิสามัญที่ประธานสาขาพรรคขอให้เรียกประชุม ระเบียบวาระให้เป็นไปตามญัตติที่ขอให้เรียกประชุม




ข้อ 63

ระเบียบวาระในการประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยจะต้องบรรจุแผนยุทธศาสตร์ของพรรค รายงานการดำเนินกิจการของพรรคที่ได้ดำเนินการไปในรอบปีที่ผ่านมา แผนการดำเนินการสำหรับปีต่อไป โดยเฉพาะการหารายได้ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง และการพัฒนาบุคลากรทางการเมือง การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และการรับรองงบการเงินประจำปีของพรรคไว้ด้วย




ข้อ 64

การนัดประชุมใหญ่ทุกครั้ง เลขาธิการพรรคจะต้องมีหนังสือแจ้งให้สมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมใหญ่ทราบเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อยสิบห้าวันพร้อมด้วยระเบียบวาระการประชุม เว้นแต่มีความจำเป็นเร่งด่วนอาจจะมีหนังสือแจ้งให้สมาชิกทราบในระยะเวลาที่ เร็วกว่านั้นก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน




ข้อ 65

องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนประกอบด้วย

  1. กรรมการบริหารพรรค
  2. สมาชิกที่เคยเป็นหัวหน้าพรรค หรือเคยเป็นเลขาธิการพรรค
  3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคในขณะนั้น ในกรณีที่ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดสุดท้ายก่อน มีการประชุมใหญ่ ซึ่งยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่เป็นองค์ประชุม
  4. สมาชิกที่เป็นรัฐมนตรีของพรรคในขณะนั้น
  5. สมาชิกที่เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่พรรคส่งลงสมัครและดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น
  6. สมาชิกที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่พรรคส่งลงสมัครและดำรงตำแหน่ง อยู่ในขณะนั้นทุกจังหวัด
  7. สมาชิกที่เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่พรรคส่งลงสมัครและดำรง ตำแหน่งอยู่ในขณะนั้นจังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเกินกว่าหนึ่งคนให้ใช้วิธีการ ตกลงกันเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ใช้วิธีจับสลาก
  8. สมาชิกที่เป็นนายกเทศมนตรีที่พรรคส่งลงสมัครและดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น จังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีนายกเทศมนตรีเกินกว่าหนึ่งคนให้ใช้วิธีการตกลงกันเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ใช้วิธีจับสลาก
  9. สมาชิกที่เป็นสมาชิกสภาเทศบาลที่พรรคส่งลงสมัครและดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น จังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีสมาชิกสภาเทศบาลเกินกว่าหนึ่งคนให้ใช้วิธีการตกลงกันเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ใช้วิธีจับสลาก
  10. สมาชิกที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่พรรคส่งลงสมัคร และดำรงตำแหน่ง อยู่ในขณะนั้นจังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกินกว่าหนึ่งคนให้ใช้วิธีการตกลงกันเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ใช้วิธีจับสลาก
  11. สมาชิกที่เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลที่พรรคส่งลงสมัคร และ ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้นจังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมากกว่าหนึ่งคนให้ใช้วิธีตกลงกันเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ใช้วิธีจับสลาก
  12. สมาชิกที่เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่พรรคส่งลงสมัครและดำรงตำแหน่งอยู่ใน ขณะนั้นสองคน โดยใช้วิธีตกลงกันเอง แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ใช้วิธีการจับสลาก
  13. สมาชิกที่เป็นสมาชิกสภาเขตที่พรรคส่งลงสมัครและดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้นสอง คนโดยใช้วิธีตกลงกันเอง แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ใช้วิธีการจับสลาก
  14. สมาชิกที่เป็นสมาชิกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษหรือผู้บริหาร ที่พรรคส่งลงสมัครและดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น ฝ่ายละหนึ่งคนทุกองค์กร
  15. ประธานสาขาพรรค ในกรณีที่ประธานสาขาพรรคไม่สามารถมาประชุมได้ให้คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย ให้กรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งมาประชุมแทนโดยมีหนังสือรับรองการมอบหมาย
  16. ตัวแทนสมาชิกพรรค ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด

     ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่ดำรงตำแหน่งหลายฐานะในคราวเดียวกัน ให้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงได้เพียงเสียงเดียว โดยให้แสดงความจำนงว่าจะลงคะแนนเสียงในฐานะใด และให้ลงคะแนนเสียงในฐานะนั้นตลอดการประชุมนั้น

     ถ้าหากองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ข้อใดข้อหนึ่งไม่มี หรือ มีแต่ไม่ครบจำนวน ตามที่กำหนดให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ที่เหลือเป็นองค์ประกอบ ของที่ประชุมใหญ่




ข้อ 66

องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ตามข้อ 65 (1) และ (15) ต้องมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของแต่ละองค์ประชุม

     ส่วนองค์ประชุมอื่น ต้องมีตัวแทนสมาชิกเข้าร่วมประชุมเมื่อรวมกันกับทุกองค์ประชุมจะต้องมีจำนวน รวมกันทั้งหมดไม่น้อยกว่า 200 คน




ข้อ 67

ญัตติ ของสมาชิกที่ขอให้บรรจุในระเบียบวาระการประชุม เพื่อการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ต้องเสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค ก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน




ข้อ 68

ในกรณีผู้มาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ถ้าเป็นการประชุมใหญ่สามัญ ให้นัดประชุมใหม่ภายในสามสิบวัน ถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคเรียกประชุมจะเรียกประชุมใหม่หรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นกรณีอื่นตามข้อบังคับพรรค ข้อ 62 (2) ไม่ต้องเรียกประชุมใหม่

     การประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญที่นัดประชุมใหม่ภายในสามสิบวัน ถ้ามีผู้มาประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้ดำเนินการประชุมไปได้โดยไม่ต้องนัด ประชุมใหม่อีก




ข้อ 69

ในการประชุมใหญ่หัวหน้าพรรคอาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้คณะบุคคลหรือบุคคลใดๆ เป็นผู้จัดการประชุมใหญ่ก็ได้




ข้อ 70

ในการประชุมใหญ่ให้หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ถ้าหัวหน้าพรรคไม่สามารถมาประชุมให้รองหัวหน้าพรรคที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่แทน

ในที่ประชุมใหญ่ให้เลขาธิการพรรค หรือ ผู้ที่เลขาธิการพรรคมอบหมายเป็นเลขานุการที่ประชุม




ข้อ 71

ให้คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนดระเบียบว่าด้วยการประชุมใหญ่ของพรรค และของสาขาพรรค


1 Site map 2 Site map 3 Site map 4 Site map 5 Site map 6 Site map 7 Site map 8 Site map 9 Site map 10 Site map 11 Site map 12 Site map 13 Site map 14 Site map 15 Site map 16 Site map 17 Site map 18