สกู๊ป/สัมภาษณ์ ภูมิภาค

"ถาวร" วิเคราะห์สถานการณ์ และเสนอแนะ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เสี่ยงตายในพื้นที่จังหวัดใต้
18 ส.ค. 2560

"ถาวร" วิเคราะห์สถานการณ์ และเสนอแนะ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เสี่ยงตายในพื้นที่จังหวัดใต้

(18 ส.ค.2560) นายถาวร เสนเนียม อดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.จังหวัดสงขลา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จากการเกิดเหตุร้ายที่คนร้ายปล้นรถยนต์เพื่อนำไปใช้ทำคาร์บอมบ์เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุในจังหวัดปัตตานีและส่วนหนึ่งของจังหวัดสงขลา ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกคนที่เสียสละเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในการปฏิบัติหน้าที่  และขอวิเคราะห์สถานการณ์ เสนอแนะดังต่อไปนี้

สาเหตุกรณีคนร้ายปล้นรถนำไปใช้ทำคาร์บอมบ์

1. ตั้งแต่วันที่ 15 -31 สิงหาคม จะเป็นช่วงเวลาของการครบรอบการปฏิบัติการรุนแรงของคนร้าย คนร้ายจึงลงมือปฏิบัติการครั้งรุนแรงเพื่อแสดงศักยภาพ

2. พื้นที่ 3 จังหวัด คือ จังหวัดนราธิวาส  จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา เป็นพื้นที่ซึ่งมีกองกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง เนื่องจากเป็นพื้นที่เป้าหมายหลัก และทางราชการยังคงประกาศใช้ กฎอัยการศึก พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายใน กฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการป้องกัน และปราบปรามรวมทั้งการรวบรวมพยานหลักฐานที่ทำให้คนร้ายปฏิบัติการไม่สะดวก ดังนั้น คนร้ายจึงเปลี่ยนพื้นที่เป้าหมายจาก 3 จังหวัดดังกล่าวเป็นพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ซึ่ง 4 อำเภอนี้ได้ยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน แม้ยังคงใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายใน ทำให้คนร้ายเปลี่ยนพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติการมาเป็น 4 อำเภอนี้ เพราะไม่มีการประกาศใช้กฎหมายฉบับที่เข้มข้น ทั้งๆ ที่ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และคณะปฏิบัติงานอย่างดีเยี่ยม และมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว

ข้อเสนอแนะ

1. นายดลเลาะห์ แวมะนอ (เจ้าของปอเนาะญีฮาด และเป็นญาติกับเจ้าของปอเนาะบูรพา อ.เจาะไอร้อง ซึ่งถูกปิดไปแล้ว) ไม่นิยมการเจรจาแต่ต้องการสู้รบขั้นเด็ดขาด จึงต้องระมัดระวังกองกำลังที่อยู่ภายใต้การนำของบุคคลผู้นี้ ทางราชการต้องเร่งรัดเอาตัวบุคคลผู้นี้มาดำเนินการตามกฎหมายให้ได้เพราะก่อนจะถึงกำหนดการเจรจาบุคคลผู้นี้จะสร้างผลงานให้ปรากฏในขั้นรุนแรงเสมอ จึงขอฝากไปถึง พล.อ.อักษรา เกิดผล ว่าในการเจรจาจะต้องตั้งเงื่อนไขต่อรองกับคู่เจรจาเพื่อยุติการปฏิบัติการที่รุนแรงของคู่เจรจาหรือของกองกำลังแนวร่วมให้ได้

2. อ.เทพา และ อ.นาทวี เป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดปัตตานี คนร้ายจากปัตตานี จะเคลื่อนกำลังมาปฏิบัติการในเขต อ.เทพา และ อ.นาทวี อยู่เป็นประจำเพราะ อ.เทพา และอ.นาทวี ไม่ประกาศใช้ พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ดังนั้น ถนนสายที่เชื่อมระหว่างจ.ปัตตานีกับอ.เทพา  และอ.นาทวี ต้องมีจุดสกัด และตั้งด่านอย่างเข้มข้น

3. กลุ่มคนร้ายที่ยังไม่มีหมายจับ จะได้รับการฝึกให้ปฏิบัติการขั้นรุนแรงที่มีความชำนาญ ดังนั้นจุดสกัด และด่านความมั่นคงจะต้องตรวจอย่างเข้มข้น ไม่มีการเกรงใจ และละเว้น

4. สาร และอุปกรณ์ตั้งต้นในการประกอบวัตถุระเบิด คนร้ายจะนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น บริเวณตะเข็บแนวชายแดนที่เป็นช่องทางธรรมชาติหรือจุดลักลอบ จะต้องตั้งด่านอย่างเข้มข้น

5. การที่คนร้ายปฏิบัติการกึ่งล้มเหลวในครั้งนี้ เนื่องจากเหยื่อรอดชีวิตได้ใช้เครื่องมือสื่อสารแจ้งเหตุ ดังนั้น เครื่องมือสื่อสารของหน่วยความมั่งคง และกล้อง CCTV จึงต้องดูแลให้ใช้การได้อย่างสม่ำเสมอ

6. จุดสกัด และด่านตรวจซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งการ และมอบหมายจะต้องปฏิบัติการอย่างเข้มข้น ผู้บังคับบัญชาต้องตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจอย่างสม่ำเสมอ เช่น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร จะต้องลงไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และจะต้องตั้งสำนักงานรัฐมนตรีส่วนหน้าอยู่ที่นั่น

7. ขอให้ ครม.ส่วนหน้าเร่งรัดปฏิบัติการให้เกิดความสำเร็จเกี่ยวกับงานภาคประชาสังคมทั้งในเชิงคุณภาพ  และปริมาณ เพื่อดึงมวลชนมาอยู่กับฝ่ายเรา และเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านการข่าว

8. ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะต้องกลับมาประกาศใช้กฎอัยการศึก พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคู่ไปกับ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อีกครั้งหนึ่ง เพราะคนร้ายรู้ว่าพื้นที่ 4 อำเภอ การบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ จึงหลบมาตั้งหลักอยู่ที่ 4 อำเภอ เจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าเสี่ยงในการรวบรวมพยานหลักฐาน และไม่กล้าเสี่ยงในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ


1 - 10 ของ 57
เริ่มแรก ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 ถัดไป หลังสุด ทั้งหมด