สกู๊ป/สัมภาษณ์ ภูมิภาค

“อภิสิทธิ์” มอบหมาย “นิพิฎฐ์” จี้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา “ชาวเล” ด้วย “โฉนดชุมชน”
19 พ.ค. 2561

“อภิสิทธิ์” มอบหมาย “นิพิฎฐ์” จี้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา “ชาวเล” ด้วย “โฉนดชุมชน”


(19 พ.ค.2561) เมื่อเร็วๆ นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคฯ และ ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล  บุตรสาว นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.กระบี่ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีโอกาสได้พบปะ “ชาวเล ชุมชนอูรักราโว้ย โต๊ะบาหลิว” ที่เกาะลันตา พบว่านโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังก่อให้เกิดวิกฤติชาวเล

โดยกลุ่มชาวเล ชุมชนดังกล่าวได้ยื่นจดหมายร้องทุกข์ขอให้นายอภิสิทธิ์ช่วยเหลือ พร้อมแสดงจดหมายจากรัฐ ซึ่งมีคำสั่งทำให้พวกเขาต้องไร้ที่อยู่และที่ทำกิน ทั้งๆ ที่ตั้งรกรากมาเกือบ 90 ปี จากตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาที่ผ่านมา ชาวเลต้องเผชิญกับปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยมาโดยตลอด ทั้งจากการที่รัฐประกาศพื้นที่ทับที่อยู่อาศัย อีกทั้งมีเอกชนมาอ้างสิทธิเหนือที่ดิน

ในเอกสารดังกล่าวระบุถึง พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2560 ตลอดจนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 32/2560 เรื่องการบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ โดยให้ชาวบ้านยื่นเรื่องขออนุญาตกับกรมเจ้าท่าได้ แต่คำสั่งดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะกรมเจ้าท่าไม่อนุญาตและมีคำสั่งให้รื้อถอน ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับ “ชุมชนอูรักราโว้ย โต๊ะบาหลิว” แล้วในวันนี้ โดยล่าสุดที่สร้างความทุกข์หนักให้กับชาวเลพื้นที่ดังกล่าวคือ พรบ. ดังกล่าวได้ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 และมีเนื้อหากระทบต่อการประกอบอาชีพทั้งด้านการเกษตร ประมง รวมถึงการอยู่อาศัยของประชาชนริมน้ำ ซึ่งเป็นวิถีชุมชนดั้งเดิม

ขณะที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ ทำหนังสือถึงชาวบ้านใน ชุมชนอูรักราโว้ย โต๊ะบาหลิว ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ถึงคำสั่ง “ไม่อนุญาตและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ” โดยอ้างว่าไม่เข้าข่ายหลักเกณฑ์ของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่พึงอนุญาตได้ จำนวน 17 ประเภท ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้ง และการพิจารณาอนุญาตปลูกสร้างอาคาร หรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 32/2560 และสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 60 วัน แต่กรมเจ้าท่าให้เวลาชาวบ้านในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วัน ทั้งๆ ที่ชุมชนนี้อยู่ในข่าย 17 ประเภทที่ได้รับการอนุญาต คือ เป็นอาคารสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้สำหรับวิถีชุมชนดั้งเดิม การประกอบอาชีพในภาคการเกษตร และศาสนสถาน อีกทั้งไม่เข้าใจความยากลำบากของชาวบ้านในการโต้แย้งสิทธิและสู้กับรัฐ เนื่องจากชาวเลเกือบทั้งชุมชนไม่มีการศึกษา และห่างไกลจากความรู้ทางกฎหมาย

หลังจากรับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว นายอภิสิทธิ์ ได้มอบหมายให้นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ เข้ามาช่วยในเรื่องการยื่นอุทธรณ์ทางกฎหมายทันที โดยได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้

1. ดำเนินการยืนยันว่ามีการตั้งถิ่่นฐานก่อนปี 2537 (ชาวเลย้ายออกมาจากป่าชายเลน ในสมัย พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์  ดำเนินการปิดป่า ที่ได้รับฉายาว่า "รัฐมนตรีป่าลั่น")
2. อ้างถึง มติ ครม. ของสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่อง แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และการยับยั้งกฏกระทรวงเรื่องรุกล้ำลำน้ำ
3. ทีมงานของนายนิพิฎฐ์จะดำเนินการร่างเอกสาร ข้ออุทธรณ์ทางกฎหมายเพื่อให้ขาวเลร่วมกันลงชื่อ ตามคำสั่ง คสช. ที่ 32/2560
4. ทั้งนี้นายนิพิฎฐ์ คาดการณ์ว่าการดำเนินเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เวลา และอาจไปจบที่ศาลปกครองในหลายปีข้างหน้า
5. ทีมกฎหมายนำมาพิจารณาดำเนินการเรื่องโฉนดชุมชนต่อไป ซึ่งเดิมมีพื้นที่โฉนดชุมชนที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว พื้นที่ 19 ไร่ มีพิกัดและตำแหน่งบ้านชัดเจน

ทั้งนี้ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์มีการออกมติ ครม. ถึงแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 หากได้รับการสานต่อ รับรู้และตระหนักต่อปัญหาชาวเล ปัญหาเหล่านี้อาจได้รับการแก้ไขไปแล้ว และคงไม่กลายเป็นปัญหาที่วิกฤตหนักขึ้นจากนโยบายรัฐที่ขาดความเข้าใจต่อวัฒนธรรม และวิถีชุมชนดังที่เป็นอยู่

“นโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล” สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ นอกจากจะสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ด้วยการจัดทำโฉนดชุมชน เพื่อเป็นเขตสังคม และวัฒนธรรมพิเศษสำหรับกลุ่มชาวเล โดยเปิดให้มีการพิสูจน์สิทธิ์ในที่อยู่อาศัยของชุมชนผ่านภาพถ่ายทางอากาศ และด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว ยังรวมไปถึงการผ่อนปรนพิเศษเกี่ยวกับการประกอบอาชีพประมง และการช่วยแก้ปัญหาในเรื่องสัญชาติด้วย

สำหรับ คำสั่ง คสช.ที่ 32/2560 เรื่องการบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคาร หรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ที่มีเนื้อหาชัดเจนว่า “เพื่อไม่ให้การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสังคมโดยรวม ทั้งในด้านการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการอยู่อาศัยชองประชาชนริมน้ำซึ่งเป็นวิถีชุมชนดั้งเดิม…” นั้น ในทางปฏิบัติผู้นำรัฐบาลควรให้ความสนใจตรวจสอบว่าคำสั่งที่ออกมานั้นบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านได้จริงหรือไม่ มิเช่นนั้นผู้ปฏิบัติคงไม่กล้า “มั่วข้อมูล” และขับไล่ชาวเล ดังที่เป็นอยู่ในเวลานี้

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับ “โฉนดชุมชน” เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่ บนหลักการ จัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม เพื่อคุ้มครองประชาชนตัวเล็กๆ ให้มีความมั่นคงทั้งที่ทำกินและที่อยู่อาศัย โดยไม่ถูกการพัฒนาเข้าไปแทรกแซง

“พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้เพิ่อรักษาสิทธิและอัตลักษณ์ของคนกลุ่มน้อยในพหุสังคมและสนับสนุนการออกโฉนดชุมชนเพื่อความเป็นธรรมของสังคม”
#DemocratTH #พรรคประชาธิปัตย์


. 19 เม.ย. 2561
.

1 - 10 ของ 59
เริ่มแรก ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 ถัดไป หลังสุด ทั้งหมด