บทความ

บทความ Equalization นพส แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2555
08 มิ.ย. 2555

บทความ Equalization นพส แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทความ Equalization นพส แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ในเยอรมนี มีหลักคิดหนึ่งซึ่งผมติดใจ เรียกว่า "หลักแห่งการกระทำให้ทัดเทียม หรือเสมอภาคกัน" คือ หลักคิดที่มุ่งประสงค์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคน หรือพื้นที่เขตแดน ที่ยังอ่อนแอหรือล้าหลังอยู่ให้ตั้งตัว ตั้งไข่ เพื่อคงอยู่และแข่งขันได้ หรือพัฒนาขึ้น มาให้ทัดเทียมกับกลุ่มคนหรือพื้นที่อื่นๆได้ ซึ่ง เท่ากับเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความถูกทอดทิ้ง ถูกลืมเลือน หรือขจัดหรือลดช่องว่าง หรือ ความเสียเปรียบในสังคม

ในแวดวงธนาคารของรัฐแล้ว เยอรมนีมีธนาคารเฉพาะกิจเพื่อช่วยอาชีพต่างๆ เช่น ช่วยการเกษตรและสหกรณ์รายย่อย แล้วยังมีธนาคารหนึ่งเรียกว่า ธนาคาร Equalization / Finanzausgleich ซึ่งเป็นธนาคารรัฐที่ออกเงินไปสมทบกับเงินของธนาคารเอกชน เพื่อร่วมกันออกเงินกู้ให้ผู้ประกอบการในราคาต่ำกว่าปรกติหรือทั่วไป ซึ่งวิธีการนี้ช่วยให้บริษัทรายย่อยเหล่านี้เข้าถึงแหล่งทุนที่ถูกกว่าราคาตลาดโดยทั่วไป เพื่ออำนวยให้สามารถเริ่มหรือขยายธุรกิจได้(ทราบว่าต่อมารัฐบาลเยอรมันได้ยุบรวบธนาคารนี้ไปกับธนาคาร KFW ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา)

ในระดับมหภาค เยอรมนีตะวันตกรวมกับเยอรมนีตะวันออกเป็นประเทศเดียวกันอีกเมื่อปี ค.ศ. 1991 (2534) โดยที่เยอรมนีตะวันตกร่ำรวยกว่าเยอรมันตะวันออกมากๆ

รัฐสภาและรัฐบาลเยอรมนีตะวันตกจึงได้ตัดสินใจที่จะเร่งการรวมประเทศให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยการเพิ่มความเสมอภาคและทัดเทียม โดยการเรียกเก็บภาษีเงินได้จากคนเยอรมนีตะวันตกเพิ่มอีก 7% เป็นภาษีเพื่อการรวมและบูรณาการประเทศ และได้นำเงินภาษีนี้ไปลงทุนอย่างใหญ่หลวงโดยเฉพาะในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอันได้แก่ ถนน ทางรถไฟ โทรศัพท์และโทรคมนาคม ท่าอากาศยาน ท่าเรือทะเลและน้ำจืด เป็นต้น

และคู่ขนานไปก็คือการส่งเสริมการลงทุนด้วยเงินกู้อัตราพิเศษ และให้แรงจูงใจแก่คนเยอรมันตะวันตกไปทำงานในภาคตะวันออก และที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นขวัญกำลังใจ คือ การให้ชาวเยอรมนีตะวันออกเอาเงินมาร์คของตน(ที่ไม่มีค่าเลย) มาแลกกับเงินมาร์คของเยอรมนีตะวันตกในอัตรา 1 ต่อ 1

ผมไปประจำการที่เยอรมนีเมื่อปี 1997 (2540) และอยู่เกือบ 5 ปี ได้เดินทางไปทั่วอดีตเยอรมนีตะวันออก และได้มีโอกาสเดินทางกลับไปเยอรมนีอีกหลายๆ ครั้ง ล่าสุดก็เมื่อปี 2554 นี้เอง และได้นั่งรถจากฟากตะวันตกไปตะวันออก เมื่อเทียบ 20 ปีที่แล้ว ความต่างระหว่างเยอรมนีตะวันตก กับ เยอรมนีตะวันออก เป็นเสมือนระหว่างโลกที่หนึ่งกับโลกที่สาม ระหว่างประเทศพัฒนาแล้ว กับประเทศกำลังพัฒนา แต่มาวันนี้แทบจะหาความต่างไม่ได้เลย หลักคิดว่าด้วยการได้มาซึ่งความทัดเทียมเสมอภาค หรือให้เสมอเท่า เสมอเหมือน ได้เห็นผลเป็นจริงเป็นจัง จับต้องได้

กลับมาที่ประเทศไทย เราได้ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีมา 10 ฉบับแล้ว และกำลังอยู่ในแผนที่ 11 ซึ่งได้นำมาสู่การพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก ได้มีการลดช่องว่าง มีชนชั้นกลางมากขึ้น การเกษตรมีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชน (GDP) เหลือประมาณร้อยละสิบ ซึ่งสะท้อนความเป็นประเทศอุตสาหกรรมและประเทศค้าขาย การบริการมากขึ้น

แต่ประชากรที่ยังอยู่ในภาคเกษตรยังมีจำนวนกว่า 20 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนผลผลิตต่อ GDP น้อยลงดังกล่าว แสดงว่าภาคเกษตรยังล้าหลังอยู่ในแง่กรรมวิธีการผลิต และประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างจริงจัง ให้เกษตรกรมีความมั่นคงในชีวิตยิ่งขึ้น ลดความล้าหลังระหว่างชนบทกับตัวเมือง ซึ่งโครงการประกันรายได้ก็ดูจะไปในทิศทางนั้น

แต่ ณ วันนี้ ความเหลื่อมล้ำในตัวเมืองระหว่างชนชั้นกลางโดยทั่วไป กับระดับแรงงาน ระดับหาเช้ากินค่ำ ระดับทำมาค้าขาย รถเข็น หาบเร่ แผงลอย และระหว่างตัวเมืองกับชนบท ก็ยังมีอยู่และได้ถูกเร้าอารมณ์ด้วยจุดประสงค์ และเหตุผลทางการเมือง แล้วเราจะเร่งลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร

ในแง่การเมืองก็ต้องมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไข แทนการด่าทอ กล่าวโทษ สร้างความจงเกลียดจงชัง สร้างความเผชิญหน้า หักล้าง เผาผลาญซึ่งกันและกัน

ในขณะเดียวกันก็ต้องนำหลักคิดของเยอรมนีมาพินิจพิจารณา ประเด็นแรกต้องมีข้อมูลว่า ยังมีพื้นที่กันดารอยู่ที่ไหนบ้าง โครงสร้างพื้นฐานขาดเหลือที่ใด กลุ่มพลเมืองไทยใดยังถูกทอดทิ้งอยู่ ประเด็นที่สอง คือ เรามาปฏิรูปวิธีการคิดและจัดสรรงบประมาณ คือ แทนที่จะเป็นการจัดงบประมาณตามรายกระทรวง ทบวง กรมและองค์กรอื่นๆ ก็อาจจะกันมาเป็นงบกลางเพื่อการลดช่องว่าง พัฒนาพื้นที่ กับกลุ่มคนที่ยังขาดความทัดเทียม ความเสมอภาค
ฤดูกาลพิจารณาร่างงบประมาณปี 2556 ได้มาถึงแล้ว ถ้าเริ่มเปลี่ยนวิธีคิด ทัศนคติ จะทำให้พื้นที่ หรือกลุ่มคนที่ล้าหลัง ก็คงจะหมดไปได้ภายใน 20 ปี ดังที่เยอรมนีได้ทำให้เยอรมนีตะวันออกขึ้นมาเหมือนและทัดเทียมกับเยอรมนีตะวันตก และกลุ่มล้าหลังของสังคมเมื่อได้รับการอุ้มชู ดูแลก็จะยืนขึ้นอย่างสง่างาม มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ได้

ความสำเร็จของเยอรมนีนั้นมาด้วยกับความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลชุดต่างๆ และความเสียสละของชาวเยอรมันตะวันตก และที่สำคัญการใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีราษฎรนั้น โดยทั่วไปเต็มไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมิได้มีลักษณะของ "ประชานิยม" ที่ทำเพื่อให้ได้คะแนนเสียง และคะแนนนิยม แล้วผลประโยชน์ตกอยู่กับกลุ่มที่มีอำนาจเท่านั้น

กษิต ภิรมย์

Credit ภาพ : http://www.nonhumanslavery.com/arent-you-just-equating-animals-with-people



บทความอื่นๆ