บทความ

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้า ผ่าความจริง
10 มิ.ย. 2555

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้า ผ่าความจริง

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในการปราศรัยเวทีประชาชน

เดินหน้า ผ่าความจริง หยุดล้มรัฐธรรมนูญ ออกฎหมายล้างผิดคนโกง

ณ วงเวียนใหญ่ วันที่ 10 มิถุนายน  2555

พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน ผมกราบขอบพระคุณพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง ที่วันนี้เดินทางกันมา ความจริงวันนี้เปิดเวทีมาตั้งแต่ 5 โมงเย็น แล้วบางช่วงฝนก็ตกลงมา แต่ว่าพี่น้องก็กรุณาปักหลักอยู่กับพวกเราเพื่อที่จะมาฟังข้อเท็จจริงหลายอย่างซึ่งกำลังเกิดขึ้นในบ้านเมือง ความจริงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็เพิ่งเปิดเวทีกันไปที่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ คือที่ลานคนเมือง แล้วก็มีสมาชิกของพรรคพรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งท่านอดีตหัวหน้าพรรคฯ ถึง 2 ท่านที่ได้มาร่วมพูดจาปราศรัยด้วย

แต่ว่าวันนี้จะเห็นครับว่าดึกกว่าวันนั้นอีก เพราะว่าวันนี้เรามีอีกหลายท่านซึ่งกรุณามาให้ข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างครับ ขออนุญาตขอบคุณท่านอาจารย์แก้วสรร (อติโพธิ) อีกครั้งหนึ่ง ไม่ทราบท่านกลับหรือยัง ซึ่งอย่างที่ท่านพูด ท่านเองนั้นไม่ได้บอกว่าอยู่กับพรรคการเมืองไหน ฝักใฝ่กับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่ว่ามาเพื่อให้ความจริงและมาเพื่อต่อสู้เพื่อความถูกต้องในบ้านในเมือง แล้ววันนี้ก็มีนิสิต นักศึกษาจากหลายสถาบัน ที่ไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองของเรานั้นทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้อง ก็อยากให้พวกเราได้ปรบมือเป็นกำลังใจให้นักศึกษาน้อง ๆ เหล่านั้นด้วยครับ

ผมเป็นคนสุดท้าย ต่อว่าคนจัดอยู่เรื่อยครับ คือว่าเอาผมไว้สุดท้ายเสมอ ประเด็นต่าง ๆ ก็พูดไปหมดแล้ว คราวที่แล้วพูดไปก็มีคนโวยวายจะไปฟ้องผมอยู่ ยังไม่ทราบข้อหานะครับ ที่เขาจะไปฟ้อง ทราบรึยัง เข้าใจว่า จะโดนข้อหาล้อเลียนเจ้าพนักงาน เพราะว่าเป็น “จ่า” มาก่อน

ผมนี่คดีเยอะอยู่แล้วนะครับ อย่าเลยครับ ผมโดนฟ้องอยู่หลายคดี ผมนั้นถูกฟ้องอยู่คดีหนึ่งที่รอโจทก์กลับมาซักทีนะครับ มันมีคนไปฟ้องผมนะครับ ที่จังหวัดตรังครับ เพราะว่าผมไปปราศรัยที่ จ.ตรัง วันนั้นจำได้แม่น เพราะว่าคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญผมไป ผมก็ไปกับคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ไปกับคุณธานินทร์ ใจสมุทร ขณะนั้น แล้วก็ปราศรัยช่วยคุณสาทิตย์ในการเลือกตั้ง ปรากฎว่าได้มาคนละคดี แต่คุณสาทิตย์ไม่โดนครับ ผมโดนข้อหาหมิ่นประมาทที่ไปบอกว่ารัฐบาลในขณะนั้น เขาว่ากันว่าเป็นรัฐบาลที่โกงทั้งโครต แต่ว่าคนฟ้องนั้นยังไม่กลับมาเมืองไทย ผมก็รออยู่เพราะว่าผมจะได้พิสูจน์ต่อศาลว่าโกงทั้งโครตจริง ๆ ครับ

เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ไม่ใช้เวลามากครับ เผื่อบางคนจะรีบกลับไปดูจอดำ ตอน 5 ทุ่ม พวกไม่มีหนวดกุ้ง พวกไม่ยอมซื้อกล่อง

แต่ว่าจำเป็นที่จะต้องมาย้ำกันอีกครั้งเพราะว่าผมเดินเข้ามานั้น พี่น้องหลายคนก็คึกคักมาก ให้กำลังใจ อย่ายอมมัน อย่าให้มันผ่าน อย่าให้อย่างนั้น อย่าให้อย่างนี้ ต้องสู้ แต่ว่าพอเวลาผ่านมาบนเวทีปราศรัยหลายชั่วโมง ประเด็นมันเยอะมาก ผมก็เกรงว่าพี่น้องประชาชนนั้นก็จะเริ่มมีความสับสนเพราะว่า ไหนจะเรื่อง กฎหมาย 4 ฉบับ ล้างผิด ทั้งคนจลาจล คนโกง ไหนจะเรื่องของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีประเด็นใหม่ขึ้นมาในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ และยังมีเรื่องอื่น ๆ พี่น้องก็อาจจะฟังข่าวแล้วก็สับสน ผมทราบครับ เพราะว่าเวลาไปพบปะกับพี่น้องประชาชนอย่าว่าแต่คนธรรมดา ๆ เลยครับ แม้แต่คนมีการศึกษา คนมีงาน มีรายได้ ดีมาก บางคนก็ยังสับสนอยู่ว่าไอ้กฎหมายเหล่านี้มันเกี่ยวพันกันอย่างไร แล้วก็ถ้าหากว่า อ่านจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ไม่เข้าใจประเด็นได้ครบถ้วนนัก อย่างที่หลายคนขึ้นมาปราศรัยบอกไปแล้วว่า เวลาที่เราเป็นรัฐบาล เราเปิดพื้นที่สื่อให้กับฝ่ายค้านเพราะเราถือว่านั่นเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย เราไม่ไปเอาเรื่องเอาราวกับคนที่ออกรายการ เราไม่ไปสนใจว่าใครจะใช้สิทธิ์ในการสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน แล้วไปใช้อำนาจรัฐในการข่มขู่คุกคาม แต่ว่าพี่น้องครับ แต่ละพรรคแต่ละคน ใจมันไม่เท่ากันนะครับ รัฐบาลปัจจุบันเขาก็ไม่ยอมอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นมันก็มีกระบวนการที่เข้าไปทั้งแทรกแซง ทั้งแทรกซึม แล้วก็ใช้ทุกวิถีทางในการที่จะให้การนำเสนอข้อมูลนั้นเป็นไปในทางเดียวเหมือนกันหมด

รัฐบาลไม่พอใจศาลรัฐธรรมนูญ พี่น้องเห็นไม๊ครับ คนออกมาให้สัมภาษณ์ตำหนิศาลรัฐธรรมนูญฝ่ายเดียว ทุกช่อง เป็นเวลา 2 วัน 3 คืน แต่ข่าวสารหรือนักวิชาการที่จะมีโอกาสมาให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง มีโอกาสน้อยมาก อันนี้ไม่ต้องนับในส่วนของฝ่ายค้านนะครับ ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านทีไร เป็นใบ้ทุกทีครับ ทางช่อง 3-5-7-9-11 ข้างหน้ามาบอกให้ดู Blue Sky อ้าววันนี้วันเกิดเขานะครับ ก็โฆษณาให้นิดนึง ถือว่าเป็นวันเกิดก็แล้วกัน เปิดตัวเป็นทางการ

เพราะฉะนั้นผมจำเป็นต้องพูดให้เห็นว่าที่มา ที่ไปของปัญหาในขณะนี้มันย้อนกลับไปที่เดิม ที่เดิมที่ว่าก็คือความต้องการของ ทักษิณ ชินวัตร ความต้องการของ ทักษิณ ชินวัตรพี่น้องฟังเจ้าตัวไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเป็นคนพูดจาไม่อยู่กับร่อง กับรอย สะดวกที่จะพูดอะไรวันไหนก็พูดอย่างนั้น แต่เป็นคนที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณรู้จักดี สมัยก่อนนับเป็นเพื่อน แต่ว่าหลังจากที่เวลาไปพูดคุยด้วยความเป็นนักเลงแบบคุณสุเทพนั้น นึกว่าจะพูดจาตรงไปตรงมา สุดท้ายปรากฎว่า พูดคุยเจรจากันทีไร ถูกเบี้ยวทุกที วันนี้หมดข้อสงสัยแล้วไม่รู้ยังนับเป็นเพื่อนหรือเปล่านะครับ แต่ว่าคุณทักษิณพยายามนับเป็นเพื่อน เพราะว่าพยายามจะเอาเข้าไปอยู่ในคุก เพื่อความปรองดองให้อยู่ที่เดียวกันด้วยมั๊งครับ

คือทุกอย่างที่ขณะนี้ที่มันวุ่นวายมันไม่มีเหตุจะต้องวุ่น ถามว่าทำไมมันไม่มีเหตุจะต้องวุ่น ก็คล้าย ๆ กับที่ท่านอดีตนายกฯ ชวน ได้กล่าวไป รัฐบาลชนะการเลือกตั้งมา อยากบริหารประเทศก็มีอำนาจ มีเสียงข้างมากในสภา อยากออกนโยบาย ก็มีเครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่างที่จะเดินหน้าให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนที่เลือกเข้ามา ไม่มีใครไปไปขัดขวาง แน่นอน บางเรื่องมีผู้คนในสังคมไม่เห็นด้วย บางเรื่องมีผู้คนที่เขามองว่าทำแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ บางเรื่องมองว่าถ้าจะทำเรื่องนี้ควรจะใช้วิธีการอื่น นโยบายอื่น มาตรการอื่น เขาก็ใช้สิทธิ์ในการวิพากษ์ วิจารณ์ คัดค้าน ติติง ไปตามปรกติของสังคมประชาธิปไตย ไม่มีใครไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ของครม. ของรัฐบาล

ที่สำคัญก็คือว่า แม้กระทั่งกฎหมาย ข้อตกลงต่าง ๆ ที่เอาเข้ามาในสภานั้น ยุคนี้เป็นยุคที่พวกผมยกมือสนับสนุนให้รัฐบาลมากที่สุดยุคหนึ่ง เพราะหลายเรื่องเราเห็นว่าเป็นความจำเป็น ไม่มีหรอกครับที่บอกว่าถ้าเขาเสนอมา ต้องค้าน ไม่ใช่

ฉะนั้นถ้ารัฐบาลอยากแก้ปัญหาของประชาชน รัฐบาลอยากผลักดันนโยบายที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับพี่น้องเรื่องใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ขึ้นค่าแรง ขึ้นเงินเดือน รถคันแรก บ้านหลังแรก สารพัดโครงการ รัฐบาลสามารถอ้างเสียงข้างมากว่า มอบหมายให้มาทำและเดินหน้าทำได้ แต่คุณทักษิณไม่ได้มีความต้องการในเรื่องเหล่านี้ครับ คุณทักษิณ มองเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงนโยบายที่จะทำให้พวก ชนะการเลือกตั้ง

แต่เลือกตั้งพอชนะแล้ว ต้องการเรื่องของตัวเอง เรื่องของตัวเองก็วนเวียนอยู่ 2-3 เรื่อง 1. ไม่อยากติดคุก 2. อยากได้ทรัพย์สิน 46,000 ล้าน 3. อยากได้สิทธิทางการเมืองกลับคืนมา ซึ่งทั้งหมดนี้ผมถามว่า มีพี่น้องประชาชนคนไทยตาดำ ๆ คนไหนบ้างที่จะเรียกร้องอย่างนี้ได้ เดี๋ยวกลับไปบ้าน แค่ทำผิดกฎจราจร ถูกจับ ถูกปรับ ถามว่ามีโอกาสไม๊ครับ ไปเรียกร้องว่ารัฐบาลนิรโทษกรรมให้หน่อย

ทุจริต โกงบ้าน กินเมือง รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับบัญญัติว่า คนไหนก็ตามถูกยึดทรัพย์สิน ไม่มีสิทธิ์เล่นการเมืองเพราะประเทศไทยไม่ต้องการคนโกงมาเล่นการเมือง

ในอดีตมีคนถูกยึดทรัพย์ ถูกตัดสินว่าผิด เขาก็ต้องน้อมรับคำตัดสินของศาล และเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาอะไรมาลบล้าง คำตัดสินของศาล เพื่อจะเอาสิทธิ์ของตนเองคืนมา นี่ไม่นับเรื่องเงินนะครับ ไม่นับเรื่องเงิน ซึ่งสำหรับคุณทักษิณ ผมว่าเงินแกก็ยังเยอะอยู่ ใครบอกใกล้หมด นับยังไงใกล้หมด เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ไอ้ที่เขามีนั้นแค่กินดอกเบี้ยแต่ละวัน ผมท้าให้คุณใช้ให้หมดก็เหนื่อยแล้ว ไม่ว่าจะมีมาตั้งแต่ดั้งเดิมก่อนเล่นการเมือง ซึ่งไม่ใช่ 4 หมื่น 6 หมื่น 7 หมื่นล้าน เพราะตัวเองเคยแสดงบัญชีทรัพย์สินเอาไว้เองว่ามีแค่ หมื่น 2 หมื่นล้าน หรือจะในส่วน 46,000 ล้าน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีการตัดสินไปแล้วโดยศาลสถิตย์ยุติธรรม

จะไปหยิบยกเงื่อนไข คตส. หรืออะไรก็ตาม ผมก็บอกว่า ต้องดูข้อเท็จจริงที่เป็นรายละเอียดของเรื่อง ผู้ปราศรัยบนเวทีนี้หลายคนลำดับเหตุการณ์ให้เห็นชัด ๆ ว่าที่พยายามพุ่งเป้าไปเฉพาะที่ คตส.

คตส. ไม่เคยมีอำนาจมาตัดสินให้คุณทักษิณผิด หรือยึดทรัพย์สินได้ ทำแค่เพียงการสอบสวน รวบรวมข้อเท็จจริง แล้วก็ส่ง ส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่คุณทักษิณกลับมาต่อสู้ด้วยตัวเอง จนกระทั่งเห็นว่าถุงขนม 2 ล้าน ซื้อความยุติธรรมไม่ได้

ก็หนีไป แล้วก็ยังไม่กลับมา ก็จึงพูดมาตลอดไงครับว่า “จะต้องกลับบ้าน จะต้องกลับบ้าน” เมื่อไปเลือกตั้ง พวกผมก็บอกว่านี่แหละคือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเขาตั้งใจมาทำ ก็ปฏิเสธกันพัลวัน หัวหน้าพรรคนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ผมเปิดคลิปให้ดูไปแล้วที่ลานคนเมือง ปฏิเสธอย่างเป็นทางการ ไม่มีเรื่องแบบนี้ คุณยิ่งลักษณ์ถูกสอบถามก็ปฏิเสธพัลวัน บอกว่าตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน

แต่ว่าต้องยอมรับครับ เวลาที่เขาเคลื่อนไหวกันทีไร ประเด็นเรื่องจะกลับบ้าน จะกลับบ้าน มันเป็นข่าวมาตลอด จริง ๆ ตั้งใจจะกลับมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว บังเอิญน้องสาว “เอาไม่อยู่” น้ำท่วมครับ เลยผิดแผน แล้วก็มีแนวทางที่จะทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น และผมเตือนนะครับ ที่คุณเฉลิมพูดว่า สับขาหลอกบ้าง อะไรบ้าง ก็หลอกบ้าง จริงบ้าง

หลักง่าย ๆ ครับ เวลาฟังคุณเฉลิม ไหน ๆ มาฝั่งธนฯ พี่น้องฝั่งธนฯ รู้จักดี คือเวลาคุณเฉลิมพูดอะไรว่ามันจะเกิดขึ้นแล้วดีนั้น ส่วนใหญ่แกพูดไม่ค่อยจริงหรอกครับ แต่เมื่อไหร่คุณเฉลิมพูดว่าอะไรที่จะเลวร้ายกับบ้านเมืองแล้วเกิดขึ้นนั้น มักจะทำจริงครับ อันนี้หลักง่าย ๆ เพราะฉะนั้นคุณเฉลิมสับขาหลอก ผมบอกให้ว่า เขายังมุ่งมั่นเดินหน้า 3 เรื่อง ไม่ใช่ 2 เรื่องนะครับ 3 เรื่อง

เรื่องที่ 1 ซึ่งวันนี้ไม่ได้พูดกันนะครับ พี่น้องจำปีที่แล้วได้ไม๊ครับ มีความพยายามตราพรฎ. อภัยโทษ เรื่องนี้พอเรื่องแดงขึ้นมา ก็พักไป เพราะเริ่มมีปัญหาในขั้นตอนต่าง ๆ แต่อย่าคิดว่าเขาจะหยุด ทำไมครับ เพราะวันที่คุณทักษิณไปอยู่ที่เขมร ที่ร้องเพลงใช่ไม๊ ความจริงกรุณาอย่าไปพูดตามคุณทักษิณนะครับ เพราะมันไม่สุภาพ ถ้าจะแปลคำว่า Let it be ขอให้แปลว่า “ช่างแม้วมัน” จะเป็นตายก็ ...

วันนั้นนอกจากพยายามจะร้องเพลงแล้ว ก็ประกาศว่าจะต้องกลับบ้านมาอย่างเท่ แล้วบังอาจ บังอาจอ้างว่าปีนี้เป็นปีมหามงคล อ้างวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ อ้างวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ยังไม่ได้หลุดพ้นจากความคิดของฝ่ายรัฐบาล และพี่น้องต้องจับตา เพราะ 2 เรื่องที่เราพูดกันอยู่ ภายในเดือนนี้มันก็จะชัดเจนขึ้นว่า เขาทำได้ หรือทำไม่ได้

ผมเชื่อว่าถ้าเขาทำไม่ได้ เขาจะย้อนกลับไปสู่แผนที่ 3 ผมจึงจำเป็นต้องเตือนพี่น้องไว้ให้จับตาเรื่องนี้ อย่าให้รัฐบาลได้เอาแนวคิดอย่างนี้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง นั่นแหละครับ สิ่งแรกที่เราเคยเห็น เขาพยายามทำตั้งแต่ปีที่แล้ว

เรื่องที่ 2 ที่เขาต้องทำ ก็นี่แหละครับ เรื่อง นิรโทษกรรม เรื่องนิรโทษกรรมเขาจะทำโดยอ้างว่าจะช่วยตัวเขาเอง มันก็น่าเกลียด เขาจึงพยายามทุกวิถีทางบอกว่าที่ทำเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเพื่อคนใดคนหนึ่ง ต้องทำให้ทุกคนจึงอ้างคำว่า “ปรองดอง” แต่ความหมายของเขานั้นมันชัดนี่ครับ จะเสนอมากี่สูตร ไอ้สูตรปรองดองเนี่ย ทุกสูตร ทักษิณต้องได้รับนิรโทษกรรม คือบางสูตรนี่เขาไม่ให้คุณสุเทพ !

ที่พูดคุณสุเทพเพราะว่าวันนั้นผมไปท้าในสภา 2 ต่อ 1 แล้วคุณสุเทพมาติงผม บอกว่ามันขาดทุน 2 ต่อ 1 ผมบอกงั้นไม่เป็นไร ผมถอนตัวได้

ทุกสูตรจะอย่างไรก็ตามต้องอ้างว่าคุณทักษิณต้องได้รับการนิรโทษกรรม แล้วคุณทักษิณนี่ที่กำลังจะได้นิรโทษกรรมนั้น ไม่ได้มีเรื่องเดียวนะครับ เดี๋ยวหลายคนจะเข้าใจผิด กินทุกทางเลยครับ

1. กรณีเหตุการณ์ปี 53 ที่มีเรื่องการก่อการร้าย คุณทักษิณ ก็เกี่ยวข้องเป็นผู้ต้องหาด้วย ผมถึงบอกมาตลอดว่า ที่จริงการปรองดองต้องเริ่มจากการค้นหาข้อเท็จจริง เพราะในที่สุดพี่น้องคนไทย รวมทั้งพี่น้องเสื้อแดงอาจจะพบความจริงว่า หัวหน้าผู้ก่อการร้าย กับฆาตกรคือคนเดียวกัน ทางนี้ก็เอา

อีกทางหนึ่ง บอกว่าใจกว้าง เมื่อนิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมการก่อการร้าย ต้องนิรโทษกรรมฝ่ายเจ้าหน้าที่ แต่ที่จริงขณะนี้ครับคนที่ถูกกล่าวหา ตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวกับการปราบปรามการชุมนุม ไม่ใช่ผม ไม่ใช่คุณสุเทพ มีแต่ยุคนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ทำทีเหมือนกับว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกผม แต่จริง ๆ พ่วงเข้าไปด้วยส่วนหนึ่งเพราะมีพวกของเขาที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 2551 ตรงนี้ก็เอา

แล้วเสร็จแล้วก็มาเรื่อง คตส. มาเรื่อง คตส.ก็คือ ถ้าล้มล้างตรงนี้ได้ ก็มาเอา 46,000 ล้านที่ถูกยึดไป แล้วก็ยังมีเรื่องของการที่พยายามจะเอาสิทธิ์ต่าง ๆ กลับคืนมาเป็นขั้น เป็นตอน ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องความต้องการของคุณทักษิณ นิรโทษกรรมคือเรื่องที่ 2

เรื่องที่ 3 ไปไกลกว่านั้นรู้ว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำไงครับ รื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สอดรับกันหมดครับ แล้วถามว่าที่จะแก้รัฐธรรมนูญแก้เรื่องอะไร อ้างว่าไม่รู้ แล้วแต่ สสร. แต่วิธีที่ออกแบบรัฐธรรมนูญมานี่ สสร. กว่าครึ่งผมมั่นใจว่าเป็นคนที่เขาจะสามารถควบคุมได้ แต่ก็หลุดมาในเหตุผลของรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมที่พรรคเพื่อไทยเสนอว่า ต้องการที่จะมาลดอำนาจขององค์กรอิสระ และฝ่ายตุลาการ หวังผลอะไรครับ หวังผลว่าวันข้างหน้า ถ้าพ้นผิดแล้ว เกิดจะต้องมีการดำเนินคดีในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป เพราะแกทำอะไรไว้เยอะนะครับ ก็ป้องกันเอาไว้ สกัดกั้นเอาไว้ ทำอย่างไร สามารถกุมอำนาจฝ่ายตุลาการได้ด้วย และขณะเดียวกันครับ ก็เล็งผลเอาไว้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ตนเองมีความมั่นอก มั่นใจว่าในอนาคตถ้าแผนสำเร็จทุกอย่างกลับมายึดครองประเทศ ก็จะสามารถขจัดอุปสรรคทั้งหลายที่เป็นองค์กรตรวจสอบทั้งหมดทั้งสิ้น

พี่น้องครับนี่คือข้อเท็จจริง และผมกล้ายืนยันครับว่า เขาจึงเอาเรื่องของคุณทักษิณ กับคำว่า “ปรองดอง” มาผูกกันไว้ เพราะผมเคยคุยกับคนในรัฐบาล หรือในซีกรัฐบาล เขาบอกว่าประชาธิปัตย์เห็นแก่บ้านเมืองได้ไหม ให้บ้านเมืองมาสามัคคีปรองดองกัน ผมบอกไม่ต้องห่วง เราสนับสนุนกระบวนการปรองดองที่แท้จริงอยู่แล้ว เขาก็บอกว่าถ้าสนับสนุนการปรองดองที่แท้จริงจะทำอะไร ผมก็อธิบายให้ฟัง เรามาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้คนที่เขาเป็นกลางคณะกรรมการอย่าง คอป. เขาตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้กระบวนการยุติธรรมเขาเดินหน้าไปอย่างตรงไปตรงมาว่าเกิดอะไรขึ้น ปี 51-52-53 ใครจะต้องรับผิดชอบบ้าง แล้วเสร็จแล้วเมื่อข้อเท็จจริงกางออกมา เราก็มาดูว่าใครสมควรได้รับการเยียวยา และพี่น้องประชาชนจะให้อภัยผู้ที่เกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เราไม่เคยปฏิเสธหรอกครับ แนวความคิดที่จะให้บ้านเมืองเดินไปสู่ความสงบ ตามแนวทางที่เป็นหลักสากล

ผมบอกไปในรายละเอียดอย่างที่เคยบอกกับพี่น้อง บอกอยากนิรโทษกรรมคนที่มาทำผิดกฎหมายเพียงเพราะมันมีการห้ามชุมนุมอยู่ ผมไม่ติดใจ หรือคนที่ติดพันเกิดเหตุชุลมุน ทำผิดอะไรไปบ้าง เห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ที่จะดำเนินคดี สร้างความแตกแยก ผมไม่ติดใจ แต่ใครที่วางแผนมาทำผิดกฎหมายอาญา อย่างนี้มันปรองดองไม่ได้ เพราะมันเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องสำหรับอนาคตและลูกหลานของเรา ใช่ไม๊ครับพี่น้องครับ

ตั้งใจมาเผา ตั้งใจมายิง ตั้งใจมาขโมย ไม่ได้หรอกครับ และถ้าเราปล่อยอย่างนี้หมดนะครับ แล้วไม่สอบข้อเท็จจริง วันข้างหน้าจะไม่มีใครรู้เลยครับ ข้อเท็จจริงคืออะไรเพราะใครก็ได้มาอ้างว่าทำก็ไม่ต้องรับผิด เราจำเป็นต้องเรียนรู้ข้อเท็จจริง เพราะสังคมก็สับสนง่ายนะครับ กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปพูดกับนักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศ ยังมีคนนึงลุกขึ้นมาถามผมบอกว่า ตกลงที่เผาเซ็นทรัลเวิร์ลนั้น มันฝ่ายไหนทำ คือตอนหลังฝ่ายโน้นก็พูดฝ่ายเดียวครับว่า ฝ่ายรัฐบาลในขณะนั้นไปเผาเพื่อสร้างสถานการณ์ นี่ถ้าออกกฎหมายนิรโทษกรรมเสร็จ มันคงหาใครซักคนในรัฐบาลมาบอกว่าเขาเผาเอง รัฐบาลสั่งให้เผา แล้วก็ไม่ต้องรับผิด ไม่ได้หรอกครับ ผมก็ตอบง่าย ๆ วันนั้นผมไม่อยากเอาหลักฐานอะไรมาก ผมบอกให้เขาคิดแค่ 2 เรื่อง 1. วันนั้นมันไม่ได้เผาเซ็นทรัลเวิร์ลที่เดียว เผาศาลากลาง เผาเซ็นเตอร์วัน เผาสยามสแควร์ เผาช่อง 3 สรยุทธลืมไปแล้วนะวันนั้นน่ะ ผมกับคุณสุเทพ วิ่งวุ่นแทบตายจะไปช่วยพวกคุณสรยุทธออกมา คดีต่าง ๆ ก็ปรากฎชัดเจน ภาพต่าง ๆ ไม่มีอะไรลึกลับเลยในสถานที่อื่น ที่มีการเผาว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายเผา นี่ประเด็นง่าย ๆ ที่ต้องพูดกัน

ประเด็นที่ 2 ผมยืนยันว่ารัฐบาลที่แล้ว ไม่มีนโยบายเผาเซ็นทรัลเวิร์ล เพื่อให้เมียแกนนำเสื้อแดงไปขโมยนาฬิกาแพง ๆ ไปขายได้ นี่คือสิ่งที่เรายังจำเป็นที่จะต้องให้มันมีการตรวจสอบบันทึกข้อเท็จจริงเอาไว้ว่าอะไรเกิดขึ้นเพื่อที่จะเป็นแนวทางต่อไปในอนาคต เพราะผมย้ำหลายครั้งว่า วันนี้ถ้าอ้างแต่ว่าเป็นการต่อสู้ทางการเมือง เป็นเรื่องอุดมการณ์ แล้ววันข้างหน้าเราจะสอนให้คนเคารพกฎหมาย เราจะอ่านรัฐธรรมนูญที่บอกว่าการชุมนุมต้องเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธได้อย่างไร ฉะนั้นทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่มันต้องมีหลัก

การจะคืนสิทธิ์คนถูกยุบพรรค เอาละ ถ้าบอกว่าคนบางคนไม่เกี่ยวข้องไม่รู้เห็น ไม่ควรถูกลงโทษ ก็ยังมีเหตุ มีผล แต่ผมบอกกับคนในรัฐบาลขณะนั้นบอก กรณีคดีทุจริตคอร์รัปชั่นมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องปรองดอง มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องปรองดอง มันเป็นผลประโยชน์ของใคร ก็เป็นผลประโยชน์ของคุณทักษิณ แล้วก็มีบางราย บังเอิญวันนี้อาจารย์แก้วสรร ก็เอ่ยชื่อไปอีกนายวัฒนา เมืองสุข นี่แหละเดือดร้อนจาก คตส. ผมก็บอกว่าของแบบนี้ถ้าคิดจะปรองดองแล้ว อย่าหยิบมาเป็นเงื่อนไข ขอให้ทักษิณ หรือใครก็ตามที่ทำผิดได้ยอมรับเสียว่าตัวเองกระทำผิด และยอมรับกระบวนการยุติธรรม ยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายของบ้านเมือง และผมมั่นใจว่าถ้ายอมรับทุกอย่าง สังคมไทยก็จะมีวิธีการในการให้อภัย

แต่ถ้าวันนี้ยืนยันบอกว่าไม่เคยทำอะไรผิด มันขัดกับความเป็นจริง มันขัดกับหลักกฎหมาย มันขัดกับหลักการของเรื่องการปรองดองโดยสิ้นเชิง ที่สุดคนที่อยู่ในซีกรัฐบาลบอกผมว่าไงครับ คือบอกไม่อยากจะเถียงกับผมแล้ว แต่ขอให้อยู่กับความเป็นจริง ความเป็นจริงที่ว่าคือเขาบอกว่า ถ้าไม่ตอบโจทย์คุณทักษิณ บ้านเมืองก็ไม่สงบ เข้าใจหรือยังล่ะครับว่าเรื่องทั้งหมดที่มันวุ่นวายในขณะนี้ ที่อ้างคำว่าปรองดอง ก็คือคุณทักษิณอยากได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ และกำลังส่งสัญญาณอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ไอ้เรื่องวุ่น ๆ อย่างนี้ไม่มีวันจบ ผมจึงเปรียบเทียบเสมอว่า พี่น้องประชาชนคนไทย และประเทศไทย กำลังถูกคุณทักษิณจับเป็นตัวประกัน

สังคมจึงตัดสินใจว่าจะยอม หรือไม่ยอม ยอมหรือไม่ยอมครับ ยอมหรือไม่ยอมครับ มันดังไม่ถึง ดูไบ ผมบอกครับ ผมรู้ หลายคนล้า หลายคนเหนื่อย บอก หรือยอมมันไปดีวะ จะได้จบ ๆ

ไม่ได้อยู่แถวนี้บางคนคิดอย่างนั้น แต่ผมเตือนเสมอครับ ถ้าคิดว่ายอม แล้วเราจะผ่านพ้นไปและบ้านเมืองสงบผมยืนยันว่า คิดผิด เพราะถามคุณสุเทพได้ นี่ลงโทษเพราะคราวที่แล้วให้มาลานคนเมืองไม่มา วันนี้ต้องโดนหนักหน่อย

ทักษิณ ได้คืบ เอาศอก เสมอครับ !

ช่วงไหนเสียเปรียบ ไม่ได้ต้องการอะไรเลย อยากจะกลับมาช่วยเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย

ได้เปรียบขึ้นมาหน่อยบอก อย่าให้ผมต้องติดคุก เงินผมไม่ติดใจ

พอทำท่าจะได้กฎหมายนิรโทษกรรม เอา 46,000 ล้านคืนมา

พอจะได้ 46,000 ล้านก็บอกว่า ผมได้ความยุติธรรมแล้ว ผมไม่เล่นการเมือง

แต่พอได้จริง ก็จะบอกว่าผมไม่ได้อยากเล่นแต่ประชาชนเรียกร้อง

แล้วถ้าได้เป็น ก็จะบอก ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำเหมือนเดิม หึ !

ถ้าถึงตรงนั้นยังเชื่อมันอีก ก็บ้าแล้วครับ !

ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของความวุ่นวาย และยังไม่จบ ทำไมยังไม่จบ ต้องบอกกับพี่น้องครับ เรื่องรัฐธรรมนูญ คราวที่แล้วที่ผมปราศรัยที่ลานคนเมือง ศาลมีคำสั่ง ผมก็นึกว่าจบ เพราะว่าปกติ ศาลสั่งแล้ว วินิจฉัยพิพากษาแล้ว ต้องเป็นข้อยุติ แต่ปรากฎว่ามาวันนี้ศาลสั่งแล้วยังมีกระบวนการไม่ยอมศาล เปิดสภามาวันศุกร์ เขาก็บรรจุวาระเรื่องแจ้งเพื่อทราบ รับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วินิจฉัยกรณีมีผู้ไปร้อง มาตรา 68 ที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และประธานก็ไม่ได้บรรจุเรื่องของการลงมติเอาไว้ แต่ปรากฎว่าบางพวกใช้เวลาทั้งวันก็ยังไม่ทราบ คือเขาบอกให้รับทราบ ประธานแจ้งเสร็จก็ยังไม่ทราบ

อภิปรายตั้งแต่เช้าจนเย็น ประนาม ด่าทอ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็เอาคดีนู้น คดีนี้มาอ้าง อ้างถูกอ้างผิด พยายามมาอ้างว่าต้องให้อัยการส่งเรื่องเท่านั้น เอาคดีที่นายสุรพงษ์มาร้องผมที่จะยุบพรรคประชาธิปัตย์ รัฐธรรมนูญก็คนละฉบับ จุดมุ่งหมายก็ไม่ได้เหมือนกันทีเดียว คดีก็คนละแบบแต่เอามาทำให้เกิดความสับสนแล้วก็พยายามปลุกระดมว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น ใช้ไม่ได้ วินิจฉัยกฎหมายผิด เจตนากลั่นแกล้ง เป็นเครื่องมือที่จะมาล้มรัฐบาล พูดกันไม่จบครับ ประธานพยายามให้จบนะครับ อ้าววันนั้นต้องยอมรับประธานหน่อย ประธานพยายามให้จบ แต่ก็ยังไม่ยอม ปรากฎว่าในที่สุดประธานนึกว่าแจ้งเพื่อทราบให้วิปคุยกันเสร็จ ให้พูดอีกสักคน 2 คน แล้วจะจบ คราวนี้ปรากฎว่าฝ่ายพรรคเพื่อไทยบางส่วนไม่ยอม แล้วก็ทำให้ประธานนัดวันอังคารนี้แจ้งเรื่องเดิมให้เราทราบต่อ คือพวกผมอยากจะบอกว่า พวกผมสติปัญญาดี แจ้งแล้ว ก็ทราบแล้ว แล้วก็ถ้าพูดกันมาทั้งวันยังไม่ทราบ พูดกันอีกวันก็คงไม่ทราบอีก

ผมก็บอกว่าพวกเราต้องจับตาวันอังคาร อาจจะมีการบอกว่าสภาฯ ต้องยืนยันว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะไม่ให้ฝ่ายตุลการมาแทรกแซง จะต้องลงมติไม่รับคำสั่งศาล จะต้องให้มีการนัดหมายลงมติรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ให้ได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้แน่นอน แล้วเขาก็พยายามทุกวิถีทางแล้วนี่ครับ สร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้น อัยการสูงสุดก็เล่นกับเขาด้วยไปเรียบร้อย ผมก็เรียนให้ทราบนะครับว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้อันตรายมาก

เหมือนท่านนายกฯ ชวนครับ หลายเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผมก็ไม่เห็นด้วย เช่นเรื่องพรก. อย่าว่าแต่เรื่องโอนหนี้ให้แบงก์ชาติเลยครับ เคยบอกว่าต้องกู้เงิน 3 แสน 5 หมื่นล้าน เป็นการเร่งด่วนป้องกันน้ำท่วม ผมก็ไปสู้ในศาลบอกว่า ไม่จริง รัฐบาลไม่มีปัญหาหรอกที่จะไปกู้เงิน 3 แสน 5 หมื่นล้านมาก่อนฝนตก ก่อนหน้าฝนนี้ ศาลก็ไปตัดสินว่าเชื่อรัฐบาล นี่วันนี้จะเข้าหน้าฝนแล้ว 3 แสน 5 หมื่นล้าน ยังอนุมัติไปไม่ถึง 10% ผมก็มีสิทธิ์พูด นี่ไง ผมถูก ศาลผิด แต่ผมทำได้ก็คือเอาข้อเท็จจริงแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ผมต้องยอมรับคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของศาลครับ

ไม่งั้นต่อไปนี้ใครทำผิดกฎหมายขึ้นโรงขึ้นศาลเสร็จ ฝ่ายไหนไม่พอใจบอก ไม่ได้แล้ว ศาลแทรกแซงประชาชน ฉันจะใช้ชีวิตของฉัน ศาลมาชี้ได้ยังไง เมื่อมีข้อขัดแย้งในเชิงข้อกฎหมาย ข้อยุติต้องอยู่ที่ศาล แต่วันนี้ที่เขาปลุกระดมมาให้เกิดความสับสน เพราะเขาต้องการที่ 1. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล และ 2. มีเป้าหมายที่จะไปปลุกระดมต่อไปว่า ในอนาคตต้องลดอำนาจศาล เขาจะบอกครับ อย่าง คตส. นั้น เขาบอก คตส. ใช้ไม่ได้ แต่ยังไม่เป็นไรเปิดโอกาสให้ไปดำเนินคดีใหม่ให้ตำรวจ ให้อัยการพิจารณา ก็ดูอัยการสูงสุดยุคนี้สิครับ คดีภาษีครอบครัวชินวัตร อัยการควรจะฎีกา ก็ไม่ฎีกา คดีถุงขนมอัยการก็สั่งไม่ฟ้อง คดีจักรภพหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อัยการก็สั่งไม่ฟ้อง แล้วคดีอีกหลายคดีมาแนวเดียวกันหมดเลยครับ ถ้าจะมีฟ้องก็ถ้าผม หรือคุณสุเทพแล้ว สังหรณ์ใจว่าคงจะฟ้อง

ผมไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ผมเรียกร้องว่าอัยการต้องเข้าใจว่าท่านเป็นทนายของแผ่นดินไม่ใช่ทนายของคนโกงและทรยศแผ่นดิน

ถ้าเมื่อไหร่อัยการ ตำรวจด้วย เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายบริหารไปเสียแล้ว กระบวนการยุติธรรมตั้งต้นจะเสียหมดครับแล้วตรงนี้บวกกับการไปบั่นทอนอำนาจของศาลจะทำให้สภาพของเผด็จการนั้นเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เวลาเขาดูว่าประเทศไหนเป็นประชาธิปไตยเขาไม่ดูว่ารัฐธรรมนูญมีไม๊ พรรคการเมืองมีไม๊ มีการเลือกตั้งไม๊ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพอะไรบ้างเท่านั้นนะครับ เขาจะดูเรื่องความเป็นอิสระของตุลาการและความเที่ยงธรรมของกระบวนการยุติธรรมด้วย

เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้ถ้าเราปล่อยให้เดินหน้าต่อไปโดยการสร้างบรรทัดฐานว่าไม่ฟังคำสั่งของศาลก็ได้ใช้เสียงข้างมากปฏิเสธได้ แล้วเดินหน้าต่อไป อันตรายจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองทั้งในวันนี้และในอนาคต

ส่วนกฎหมายล้างผิด 4 ฉบับ ผมได้หนังสือจากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อบ่ายวันนี้ก่อนออกมา นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 13 กับวันที่ 14 คือวันพุธ กับวันพฤหัสฯ ระเบียบวาระก็เป็นเรื่องแปลก ไม่ปรากฎกฎหมาย 4 ฉบับนี้อยู่ในระเบียบวาระ แต่วาระอื่น ๆ ซึ่งค้างอยู่จากการประชุมทั้งหมดยังอยู่ แล้วก็มีการนำเอากฎหมายฟอกเงินซึ่งรัฐบาลอ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนนั้นเข้ามาอยู่ข้างหน้า มันก็คิดได้ 2 อย่างครับ

1. ถอยแล้ว ไม่มีใครปรบมือ แสดงว่าไม่เชื่อ สรุปปรบมือแล้วเชื่อหรือไม่เชื่อ ?

2. ครับ ผมคาดหมายได้เลยว่าพอประชุมวันที่ 13 จริง แล้วสังคมบอกไม่มีวาระเรื่องนี้ ทุกคนบอกไม่มีเรื่องนี้ แต่พอถึงวันที่ 13 จะมีคนลุกขึ้นมาถามประธานว่า 4 เรื่องหายไปไหน แล้วเสร็จแล้วก็มีความเป็นไปได้ครับว่าจะเอาเรื่องเหล่านี้กลับมา เพราะฉะนั้นพี่น้องต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในวันนั้น

วันอังคาร วันพุธ เพื่อที่จะดูว่าเขากำลังจะเดินหน้าทำสิ่งเหล่านี้กับบ้านกับเมืองของเราหรือไม่ ถ่ายทอดวิทยุครับ ไม่แน่ใจไปฟังที่สภาฯ เพราะถ้าเราไม่วางใจในเรื่องนี้ผมยืนยันนะครับเขาทำสิ่งเหล่านี้ได้เมื่อไหร่ เขาเห็นว่าสังคมเผลอ สังคมปล่อย เขาเดินหน้า

ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ ผมจึงพูดมาตลอดว่าที่จริงเรื่องวุ่น ๆ ทั้งหมดในขณะนี้ คนที่ต้องตอบคำถามสังคมมากที่สุดคือ นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

ทำไมครับ เพราะวันนี้ถามว่าจะต้องมามีปัญหาขัดแย้งกันอยู่ในสังคมนั้นมันแก้ได้ไม๊ เราพรรคประชาธิปัตย์ตอบไปนานว่า แก้ง่ายนิดเดียว ปิดสมัยประชุมสภาเดี๋ยวนี้

นายกฯ ไม่มีสิทธิ์ตอบว่าเป็นเรื่องของสภา เพราะคนที่ขยายสมัยประชุมมาคือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีเป็นคนนำพรฏ.ขยายสมัยประชุมขึ้นทูลเกล้าฯ อ้างว่ามีกฎหมายสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องผลักดัน แต่กฎหมาย 4 ฉบับล้างผิดนี้ไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล เป็นของบิ๊กบัง เป็นของพรรคเพื่อไทย เป็นของใครก็ตามที่มีการนำเสนอไป ดังนั้นตรงนี้ครับ เรายังต้องยืนยันเรียกร้องให้รัฐบาลปิดสมัยประชุมโดยเร็วที่สุด

เรามีเวลาก่อนถึงวันพุธ วันพฤหัสฯ ที่จะช่วยกันแสดงออกเรียกร้องให้รัฐบาลปิดสมัยประชุมฯ ผมยืนยันว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ถ้าอยากจะทำ ทำได้ อยู่ที่ว่าจะทำเพื่อชาติ หรือทำเพื่อญาติ

วันนี้ต้องตัดสินใจได้แล้ว รู้อยู่เต็มอกว่าที่มันเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมานี้มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลสร้างขึ้นเอง ก่อนหน้าเรื่อง 2 เรื่องนี้บ้านเมืองก็สงบเรียบร้อย มีแต่หมอดูที่บอกว่ามันจะยุ่ง แต่พอ 2 เรื่องนี้ปรากฎขึ้นมา สังคมแตกแยก สังคมขัดแย้งเพราะพี่น้องจำนวนมากยอมไม่ได้กับความไม่ถูกต้อง เมื่อรัฐบาลสร้างปัญหานี้ รัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ซ้ำเติมปัญหาเหมือนที่ทำมา

ดูสิครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาเอาเงื่อนไขศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อปลุกระดมมวลชนเสื้อแดงเข้ามาอีก ที่สำคัญพี่น้องเสื้อแดงใช้สิทธิ์เสรีภาพ ก็เป็นสิทธิของพี่น้อง แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ มาทำไม ไม่เคยปรากฎมาก่อนว่ามีการปฏิบัติธรรมในสวนสัตว์ในโลกนี้

แต่เรื่องนี้มีคำสั่งและผู้ที่สั่งการรวมทั้งฝ่ายการเมือง ไปจนถึงนายกรัฐมนตรีเมื่อทราบแล้ว ต้องรับผิดชอบ เราจึงเรียกร้องตลอดว่าวันนี้ คุณยิ่งลักษณ์จะต้องปฏิบัติตามคำพูดที่เคยสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะยึดประโยชน์ของหลัก ก่อนประโยชน์ของคนใด คนหนึ่ง

แต่พี่น้องครับ ที่พวกเราบอกว่าวันนี้ตั้งเวทีแบบนี้ไม่ใช่วันสุดท้าย เพราะเรายังไม่ได้ยินสัญญาณใด ๆ จากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หรือจากรัฐบาลเลยว่ามีแนวคิดที่จะปรับจะแก้จากสภาพปัญหาที่ตัวเองสร้างขึ้นมา เขารออย่างเดียว เมื่อไหร่พี่น้องเผลอ รออย่างเดียวครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงย้ำว่าต้องมาเปิดเวทีอีกครั้ง และไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะกลัวพวกเราเผลอ

พวกผมเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ต่อสู้ทุกวิถีทางกับความไม่ถูกต้องภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลต้องยอมรับในเรื่องนี้ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์หรอกครับ แต่อยู่ที่พี่น้องประชาชน

เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะปิดเวทีกันในวันนี้ เราต้องย้ำกันอีกครั้ง

1. เรามาอยู่ด้วยกันในวันนี้และเคลื่อนไหวไม่ว่าจะอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อสีอะไร ไม่ว่าจะมีสังกัดหรือมีกลุ่มหรือไม่ เรามาด้วยเจตนาเดียวคือต่อสู้เพื่อความถูกต้องของบ้านเมือง เขาพยายามจะบอกว่ามีการสร้างความวุ่นวาย อยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ผมย้ำอีกครั้ง พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีทุกครั้ง “เราต่อต้านกฎหมายล้างผิด เราไม่ได้มาคิดล้มล้างรัฐบาล”

เพราะฉะนั้นใครที่รักความถูกต้องของบ้านเมือง ต้องไม่ลังเล ที่จะมาเข้าร่วมช่วยกันเพี่อให้รัฐบาลกลับใจ !

2. ครับ พวกเราต้องช่วยกันทำงาน หลายคนที่นี่เหมือนเวทีที่ลานคนเมืองเข้าใจประเด็นต่าง ๆ ดีมากทีเดียว แต่มีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมาก ซึ่งยังไม่ทราบข้อเท็จจริง พรรคประชาธิปัตย์หลายองค์กร มีการทำสื่อ ทำชุดข้อมูลที่ช่วยนำไปเผยแพร่ได้ ผมขอให้พี่น้องมาร่วมกับเราในการเผยแพร่ ผ่าความจริงให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศทราบ รวมทั้งคนที่สนับสนุนรัฐบาล หรือคนที่เป็นคนเสื้อแดง บอกกับเขาว่าที่เรามาสู้ เราก็สู้เพื่อเขา ให้รัฐบาลที่เขาเลือกทำงานให้เขา ไม่ใช่รัฐบาลที่เขาเลือกมา มาทำงานให้กับทักษิณ

บอกกับคนเสื้อแดงว่า พวกผมนี่แหละ ที่เขากล่าวหาว่าไปทำร้ายเขา ต้องการให้มีการสืบสวน สอบสวน ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผม คุณสุเทพ ไม่ประสงค์จะได้รับการนิรโทษกรรม เพราะเราไม่ได้ทำผิด

ให้เขาฉุกคิด ให้เขาสังเกตว่าทำไม คนที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้กลับมาบอกเขาว่า ให้ลืมเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต ถ้าเรายืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างนี้ เดินหน้าเอาความจริงให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบอย่างนี้ ผมมั่นใจครับว่าเสียงข้างมากจะไม่สามารถบิดเบือนระบอบประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของคนที่มีใจเป็นเผด็จการได้

จึงต้องถามเป็นครั้งสุดท้ายครับ สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้) พวกผมจะสู้ร่วมกับท่านทั้งหลายต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

 

***************************************************




บทความอื่นๆ