บทความ

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ หน.ปชป.ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้า ผ่าความจริง หน้าสนง.เขตมีนบุรี
15 มิ.ย. 2555

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ หน.ปชป.ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้า ผ่าความจริง หน้าสนง.เขตมีนบุรี

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในการปราศรัยเวทีประชาชน

เดินหน้า ผ่าความจริง หยุดล้มรัฐธรรมนูญ ออกฎหมายล้างผิดคนโกง

ณ บริเวณหน้าสำนักงานเขตมีนบุรี วันที่ 15 มิถุนายน  2555

 

ขอบคุณพี่น้องทุกท่านครับ ที่เดินทางมาวันนี้ ผมกับเพื่อน ๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ได้คุยกันหลังจากที่เราได้จัดเวทีที่ลานคนเมือง ได้จัดเวทีที่วงเวียนใหญ่ว่า เราจะต้องเดินสายจัดเวทีเอาความจริงมาให้กับพี่น้องประชาชน คุยกันในพรรคฯ ว่าจะไปที่ไหนดี เพราะมีเสียงเรียกร้องจากหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในที่สุดหลังจากประชุมกันแล้วก็บอกว่า อยากจะมาที่มีนบุรี พอตัดสินใจจะมามีนบุรีออกข่าว สส.ของมีนบุรี เขาบอกว่าประชาธิปัตย์แน่ใจเหรอมาจัดที่นี่ เขาบอกว่าระวังไม่มีคนมา มารึยังครับ ดูบลูสกาย หรือทีวีดีอยู่ สส.วิชาญจะได้รู้ว่ามาแล้ว โบกมือให้หน่อย

ส่วนวันพรุ่งนี้เป็นวันพักผ่อน ยกเว้นเมฆกับฝนเท่านั้นที่จะไม่หยุดพัก ผมต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนจริง ๆ และวันนี้เหมือนที่หลายท่านได้กล่าวไปแล้ว เราบอกว่าไม่ใช่เวทีของประชาธิปัตย์ เราตั้งใจว่าเวทีผ่าความจริง เวทีสานเสวนาเป็นเวทีของพี่น้องประชาชนที่รักชาติรักประชาธิปไตย

ผมต้องขอขอบคุณน้อง ๆ นักศึกษา วันนี้ได้มาพบปะกับพี่น้องแล้ว พิสูจน์ให้เห็นว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ก็ใส่ใจและรู้ทันพวกโกง !

และผมต้องขอขอบคุณอาจารย์แก้วสรร อีกครั้งหนึ่ง ปรบมือให้อ.แก้วสรรหน่อย วันตกเร็วไปวันนึงครับ กลัวไม๊ ต้องขอบคุณอ.แก้วสรร เพราะว่าตีแผ่ความเป็นจริงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในยุคของทักษิณ ผมนั่งฟังอยู่เขาจัดคิวให้พูดต่อจากอ.แก้วสรร ลุ้นอยู่แทบตาย คือกลัวว่าแกพูดไปเรื่อย ๆ แกจะสะสมคดีแข่งกับทักษิณ แล้วก็กลัวว่าถ้าขืนแกจะพูดพฤติกรรมการทุจริตให้ครบถ้วน เสื้อแดงมาจัดเวทีไม่ได้หรอกครับ เพราะพรุ่งนี้ก็ยังไม่จบครับ

เพราะฉะนั้นวันนี้เรามายืนยันเจตนารมณ์ ย้ำอีกครั้ง เรามาให้ความจริงกับพี่น้องประชาชน เราไม่มาไล่รัฐบาล เราไม่มาก่อความวุ่นวาย ถ้าเราจะไล่ เราจะไล่รัฐบาลให้ไปแก้ปัญหาประชาชนเสียที

มีอย่างที่ไหน ของแพง ก็นั่งเถียงอยู่นั่นว่าไม่แพง !

นี่พรรคประชาธิปัตย์มีกรรมาธิการงบประมาณ เพิ่งเรียกปลัดกระทรวงพาณิชย์มาชี้แจงเรื่องของแพง ก็ยังเถียงอีกว่าไม่แพง เอาบัญชีราคารายการสินค้ามาให้กรรมาธิการ ให้บุญยอดดู บอกเครื่องแบบนักเรียนราคาเท่าไหร่นะ 91 บาท มันไปซื้อประเทศไหน บุญยอดบอกว่าเอาตังค์ผมไปเลย 91 บาท แถมค่ามอเตอร์ไซด์ไปซื้อมาให้ดูหน่อยซิ ไปแล้วยังไม่กลับมา ไม่รู้ไปขี่มอเตอร์ไซด์ชนเขื่อนเจอชวนนท์อยู่รึเปล่า เดี๋ยวสายล่อฟ้ามา ที่ยังไม่มาเพราะว่ามันพยายามรวบรวมความหล่อ 3 คนให้เท่ากับผมคนเดียวอยู่

พี่น้องจะได้พบกับสายล่อฟ้า จะได้พบกับ ดร.ไตรรงค์ จะได้พบกับท่านอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย และจะได้พบกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ พี่น้องครับ หลังจากที่เราตั้งเวที หลังจากที่พี่น้องได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ยอมรับสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้อง ในบ้านในเมือง ผมเห็นแล้วครับว่า แม้แต่รัฐบาลยังหวั่นไหว ขี้โม้ว่ามีเสียงข้างมาก ขี้โม้ว่ามี 15 ล้านเสียง ตอนนี้ขาสั่น จะเดินหน้าก็ไม่กล้า จะถอยหลังก็กลัวทักษิณ ยืนขาสั่นอยู่ในสภาฯ ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาปิดสภาได้มีการตราขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดพี่น้องมั่นใจได้ว่าจากวันนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม ความตั้งใจของเขาที่ตั้งใจจะผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมายล้างผิด ยังไม่ประสบความสำเร็จแน่นอน

ผมกราบเรียนพี่น้องผมให้ความเป็นธรรม วันนี้ต้องยอมรับว่าในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีคนที่เป็นสส.ฝ่ายรัฐบาล มีบุคคลสำคัญที่มีส่วนในการตัดสินใจให้เขาชะลอเรื่องนี้เอาไว้ก่อน 

ผมกราบเรียนพี่น้องผมให้ความเป็นธรรม วันนี้ต้องยอมรับว่าในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีคนที่เป็นสส.ฝ่ายรัฐบาล มีบุคคลสำคัญที่มีส่วนในการตัดสินใจให้เขาชะลอเรื่องนี้เอาไว้ก่อน

ผมยกตัวอย่างครับ ยกตัวอย่างว่ากรณีของท่านประธานสภา ซึ่งเราวิพากษ์ วิจารณ์อย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็ได้ตัดสินใจว่าจะไม่เปิดโอกาสให้มีการมาลงมติในเรื่อง 2 เรื่องนี้ที่เป็นปัญหากับบ้านเมือง พี่น้องจะชอบหรือไม่ชอบประธานสภา แต่ผมว่าเราส่งสัญญาณว่าท่านตัดสินใจครั้งนี้ ตัดสินใจถูก เราปรบมือให้

ทำไมให้ปรบมือให้ประธานสภา เสียงไม่ดังเลย คือถ้าปรบมือดังกว่านี้ ประธานสภาจะเดือดร้อนกว่านี้ เพราะนายใหญ่เอาตาย !

พี่น้องครับ สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เราเปิดเวที เราให้ความจริง เราก็เดินหน้าจนทำให้หลายฝ่ายต้องยอมรับว่าไม่สามารถที่จะดื้อดึง ดึงดัน ผลักดันสิ่งเหล่านี้โดยไม่ฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และผมเห็นครับว่า สื่อสารมวลชนต่าง ๆ จากเดิมพยายามเอาเรื่องเล็ก มากลบเรื่องใหญ่ ไปหยิบยกปัญหาบางปัญหาเช่นความวุ่นวายในสภามา บัดนี้เริ่มเข้าใจ เริ่มยอมรับ เริ่มเสนอข้อมูลที่บ่งบอกว่ากำลังมาให้ความสำคัญกับการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น

ผม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาครับ ได้รับเชิญจากสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย หรือไทยพีบีเอส ไม่เชิญผมมานานแล้วครับ แต่ว่าหลังจากที่เกิดเรื่องนี้ก็ได้เชิญผมไปให้ความคิดเห็นผ่านจอโทรทัศน์ ซึ่งนาน ๆ ขณะนี้ฝ่ายค้านจะมีโอกาสสักที ปรบมือให้ไทยพีบีเอสหน่อย ถ้าจะให้ดีให้พวกเราไปออกมันทุกอาทิตย์เป็นอย่างน้อย

วันนั้นผมก็ได้แจกแจงว่า ที่มาที่ไปของปัญหาเป็นอย่างไร เพราะพิธีกรเริ่มต้นถามผมบอกว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์เปิดเกมเร็ว เปิดเกมแรง ผมบอกว่าประชาธิปัตย์ไม่ได้เปิดเกม ไม่เล่นเกม คนเปิดเกมเร็ว และแรงคือรัฐบาล

อยู่ดีไม่ว่าดี ปัญหามีเป็นร้อยเป็นพันไม่แก้ไข พยายามลักไก่ เอาเรื่องร้อน ๆ 2 เรื่องที่ประชาชนขัดแย้งมาให้สภาฯ และพยายามผลักดันให้เสียงข้างมากมันผ่านไปโดยไม่ฟังเสียงใคร รวมทั้งไม่พยายามเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านใช้สิทธิ์ของเรา รัฐบาลต่างหากคือต้นตอของปัญหานี้

พี่องอาจ ไปไหนล่ะ ไปเจรจายังไงเมื่อกี้ องอาจบอกว่า ตอนนี้มีโรค 2 โรค โรคอะไรขององอาจไม่รู้ ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ที่จริงเวลานี้ พรรครัฐบาลเป็นโรคความดันสูง ดันทุรัง อาการก็จะเห็นครับ กุมขมับ เช็ดเหงื่อ นั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านประธานเป็นอย่างหนักเลย เพราะรู้ก็รู้ว่ามันไม่ชอบธรรมที่จะเดินหน้าผลักดัน แม้เมื่อถอยไม่ยอมทำเรื่องนี้ยังพยายามทำสิ่งซึ่งสภาที่ไหนเขาก็ไม่ทำ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พยายามเสนอญัตติที่พิสดารที่สุดในโลก จะให้สภาลงมติว่าต้องฟังคำสั่งศาลไม๊ ตั้งใจบอกจะเอาเสียงข้างมากยกมือเป็นมติของสภา บอกว่าไม่ต้องฟังศาล กรณีที่ศาลให้ชะลอการพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญ ไม่น่าเชื่อครับ พวกผมยืนยันชัดเจนรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้มีการพิจารณาญัตติแบบนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐสภาของประเทศไทยต้องไปขัดแย้งกับศาลยุติธรรม หรืออำนาจฝ่ายตุลาการ เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของคน ๆ เดียว

ที่สุดครับ ที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเดินออกจากห้องประชุมที่เรียกว่า วอร์คเอาท์ เป็นครั้งแรกครับ ที่ผมเห็นประธานสภาถอนหายใจว่า คนวอร์คเอาท์ เพราะท่าน คนวอร์คอิน ไปหาท่าน

เสร็จแล้วเขาก็ต้องลงมติ แต่บังเอิญประชาธิปัตย์ไปชี้ข้อกฎหมายว่า ลงมติก็ลงไม่ได้ ลงไปเราถือว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และถ้าจะดันทุรังไปฝ่าฝืนแล้วก็ให้มีการลงมติในสมัยประชุมนี้ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. สว. ที่มีอยู่ทั้งหมด

ปรากฏว่า เตรียมตัวกันไม่ทัน ตามตัว โทรกันวุ่นครับ แต่ลึก ๆ หลายคนกลัวกฎหมาย ฝ่ายหนึ่งกลัวกฎหมาย ฝ่ายหนึ่งกลัวนายใหญ่ วุ่นวายกันอยู่สักพักใหญ่ สุดท้ายคะแนนเสียงไม่พอขาดไป 5 เสียงครับพี่น้องครับ

ที่จริงหายไปมากกว่านั้น เพราะตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังตรวจสอบว่า มี สส. บางคนมีหลักฐานชัดเจนครับว่าอยู่ที่ต่างจังหวัด แต่ปรากฎว่าไม่รู้ใครมาแสดงตนกดบัตรว่าอยู่ในที่ประชุม

นี่แหละครับคือความพยายามที่จะผลัก จะดัน พอวันอังคารไม่สำเร็จ วันพุธ พฤหัสฯ ต้องขอบคุณประธานสมศักดิ์อีกครั้ง ทำตามที่ผมเคยแนะนำว่า เรียกประชุมแต่ไม่เอาเรื่องกฎหมายล้างผิดเข้ามา ก็ทำให้เราผ่านกฎหมายไปได้หลายฉบับ ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ไปขัดขวางเวลารัฐบาลทำสิ่งที่จำเป็น ทำสิ่งที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

วันพุธ เราช่วยผ่านกฎหมายฟอกเงิน เพราะกำลังมีปัญหากับต่างประเทศว่า ถ้าเราไม่แก้กฎหมายเหล่านี้ ต่อไปพ่อค้า นักธุรกิจ ทำธุรกิจระหว่างประเทศ จะมีปัญหาในการทำธุรกรรม แม้แต่พี่น้องประชาชนเดินทางไปต่างประเทศ เขาอาจจะไม่ยอมรับเงิน บัตรเครดิต เพราะกลัวว่ามีการฟอกเงิน

วันถัดมาเราก็ยังผ่านกฎหมายอีกหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ ช่วยเรื่องของคนพิการ ทำกฎหมายเรื่องของกีฬาอาชีพ และตบท้ายก็ผลักดันกฎหมายที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางทั้งประเทศ ฉบับสุดท้ายเนี่ยครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำอย่างพรรคเพื่อไทย คือไม่ช่วยกดแสดงตนอยู่ในห้องประชุม สภาก็ล่มครับ แต่เราเห็นเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเราจึงให้การสนับสนุนกฎหมายเหล่านี้จึงผ่านได้เรียบร้อยครับ นี่คือความรับผิดชอบของพวกเรา

เพราะฉะนั้นที่ใครมาบิดเบือนว่า ประชาธิปัตย์ค้านทุกเรื่อง ประชาธิปัตย์กำลังสร้างความวุ่นวาย ประชาธิปัตย์กำลังขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ไม่จริง

แต่คนไม่มาช่วยรัฐบาลผ่านกฎหมายเลยคือนายกฯ ครับ เพราะไปออกทัวร์อยู่ 3 วัน 4 วัน

เมื่อการพิจารณากฎหมายเรียบร้อย ทราบว่าจะมีการปิดสมัยประชุมวันที่ 19 ผมก็สบายใจว่าอย่างน้อยบ้านเมืองจะไม่ขัดแย้งรุนแรง ลุกลามบานปลายในช่วงใกล้ ๆ นี้ แต่ปรากฏว่าขนาดเมื่อวานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้าตื่นเช้ามายังมีพวกยุอีก บอกให้ประธานไปดูซิว่า ก่อนวันที่ 19 นี่นัดอีกได้หรือเปล่า มันไปกินยาขยันมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เมื่อเช้าผมอ่านประธานวิป ก็พูดว่าขอให้ประธานไปดูหน่อย พวก 111 หลายคนอยากเป็นรัฐมนตรี อยากเอาใจนาย ยุใหญ่เลยครับบอกว่าต้องยืนยันในการผลักดันลงมติวาระ 3 ไม่ต้องไปฟังความสั่งศาล

คนอย่างจาตุรนต์ ฉายแสง เดี๋ยวเร็ว ๆ นี้เราจะไปฉะเชิงเทรา ไปเพื่อให้คุณจาตุรนต์ได้เห็นว่าคนฉะเชิงเทราเขาเข้าใจกฎหมายและมีสำนึกถูกต้อง

พี่น้องครับ พยายามจะผลักดัน แต่วันนี้บังเอิญผมพบประธานสภาอีก เดี๋ยวนี้ผมกับท่านประธานสนิทกันขึ้น จะเห็นว่าหลัง ๆ แกตัดสินใจถูกต้องมากขึ้นเพราะอยู่ใกล้ผม

ผมไปพบที่สถาบันพระปกเกล้าฯ ก็ถามท่านตรง ๆ บอก จะเอาอีกเหรอ ท่านบอก ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว ให้ความมั่นใจว่าจบกันไป ไปว่ากัน 1 สิงหาคม เพราะ 1 สิงหา สภาต้องเปิดสมัยสามัญอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนยุอีกบอกเปิดวิสามัญนะ ผมก็ฝาก สส. หลายคนไปบอกคนในพรรคเพื่อไทยแล้ว เปิดเถอะ วิสามัญ ผมจะได้ไม่วางใจซะที !

ถ้าเปิด เอามัน 2 รอบเลย วิสามัญด้วย และหลังสิงหาก็ไม่ไว้วางใจ อีกรอบด้วย !

เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละครับที่ผมบอกว่า เรายังต้องระมัดระวังติดตามอยู่ตลอดเวลา ผมไปออก พีบีเอส วันรุ่งขึ้น พีบีเอส ก็เลยเชิญนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อไปออก ทำไมวันนี้พูดณัฐวุฒิ แล้วเสียงค่อยจังล่ะ หรือเพราะณัฐวุฒิ มาเป็นอำมาตย์ เป็นรัฐมนตรีแล้วเกรงใจมัน

ณัฐวุฒิไปออก ก็ท่องคาถาเดิม ๆ เดี๋ยวฝากไปถึงณัฐวุฒิหน่อย อ้างประชาชนนัก อ้างประชาชนหนา กลับไปบ้านเกิดตัวเอง ลง สส. เนี่ย เอาชนะ สส. อายุน้อยที่สุดของประชาธิปัตย์ในยุคะนึงให้ได้เสียงก่อน คนนี้แหละ นี่แทบจะยุให้ลาออกท้ามัน แต่ไม่ออกเพราะกลัวมันไม่ลง ผมจะบอกว่า ก็ท่องคาถาเดิม ๆ

บอก ทำไมนายอภิสิทธิ์ ก้าวไม่พ้นเงาทักษิณเสียที แล้วเวลาพูดในสภาตอนหลังก็มีพรรคเพื่อไทยประท้วง บอกว่า นายวัชระ เพ็ชรทอง นายบุญยอด พรรคประชาธิปัตย์เป็นโรคทักษิณหรือยังไง พวกผมไม่มีใครเป็นโรคทักษิณ เพราะไม่เคยไปหาทักษิณ จะไปติดเชื้อมาได้ยังไง

โรคทักษิณ ไม่มีในสารบบ มีโรคขี้ข้าทักษิณ !

เชื้อนี้จะระบาดแถวดูไบ ไปกันหน้าสะหลอนวิ่งหาตำแหน่ง เดี๋ยวนี้มาแถวฮ่องกง เราต้องมาเปิดเวทีพูดชัด ๆ ให้ทักษิณเข้าใจ เราไม่ได้ต้องการให้ทักษิณมาฮ่องกง เราต้องการให้ทักษิณมา ห้องกรง !

เกือบถูกแล้ว เกือบฉลาดแล้ว มาเกือบถูกที่แล้ว ที่เราให้มา ไม่ใช่เพราะเราเกลียด ไม่ใช่เพราะเรากลั่นแกล้ง แต่มาเพราะทักษิณต้องพิสูจน์สิครับว่า ประเทศนี้ไม่มีอำมาตย์ ไม่มีไพร่ ไม่มีพลเมืองชั้น 1 ชั้น 2 ชั้นพิเศษ ทำผิดกฎหมายศาลลงโทษให้ติดคุก ก็ต้องมาติดคุก !

เอาเสียง เอาอำนาจอะไรมาอ้าง ที่จะลบล้างความผิดของตัวเอง ไม่มีสิทธิ์ และพวกเราก็จะไม่ยอมให้คุณทักษิณใช้สิทธิที่ตัวเองคิดว่าตัวเองมี และจะต่อสู้จนถึงที่สุด !

นอกจากนั้นนายณัฐวุฒิ แกนนำเสื้อแดง นายวัฒนา เมืองสุข ยังมาอ้างอีก บอกว่าพวกที่ไม่เอากฎหมายปรองดอง ซึ่งคือกฎหมายล้างผิด ผมไม่ต้องอธิบายแล้ววันนี้ อ้างว่าพวกนี้ชอบค้าความขัดแย้ง ผมบอก ไม่มีครับ ตั้งแต่บ้านเมืองไทยวุ่นวายมาหลังจากมีปัญหาคุณทักษิณ แล้วขัดแย้งกันรุนแรง พวกผมไม่มีใครรวยขึ้น แต่ไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของแกนนำเสื้อแดงทั้งหลาย แล้วจะรู้ว่าใครชอบค้าขายความขัดแย้ง และสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง

ต้องบอกพี่น้องเสื้อแดง ต้องบอกเสื้อแดงว่า ดูให้ดี เขาชักชวน เขาปลุกระดมให้มาต่อสู้ สร้างความเกลียดชัง สร้างวาทกรรมมากมาย สุดท้ายเขาไม่ได้เหลียวแลปัญหาของพี่น้องเสื้อแดงจริง ๆ มีแต่แกนนำที่ร่ำรวยขึ้น

พวกแกนนำพวกนี้สถาปนาตัวเองเป็นอำมาตย์ใหม่ ส่วนไพร่ ยังเป็นไพร่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นพี่น้องเสื้อแดง ทำอย่างที่คุณอรรถวิชช์พูด ถอดเสื้อแดงออก ใส่เสื้อสีอะไรก็ได้ ไม่เป็นไพร่ มาเป็นเสรีชนเรียกร้องความถูกต้องในบ้านเมือง

และผมจะฝากบอกไปถึงคุณทักษิณ ว่าพวกที่ชอบไปหา พวกที่ชอบเอาใจ พวกที่มาสร้างความวุ่นวายบอกว่า ทำเพื่อนาย ทำเพื่อนายนั้น มันหลอกกินสตางค์คุณ รวยแล้วอย่าโง่สิ

คุณไปเปิดดูไอ้บัญชีของคุณที่คุณซุกไว้ตามที่ต่าง ๆ แล้วคุณจะรู้ว่าหมดตังค์ไปกับพวกนี้แล้วเท่าไหร่ 5-6 ปีที่ผ่านมา ผมยืนยันครับว่าเขาไม่หยุด วันนี้ผมได้ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้อยากจะให้บ้านเมืองมีปัญหา ทำไมไม่ฉุกคิด ทำไมไม่ตั้งหลัก ทำไมไม่พยายามหาหนทางที่เป็นเรื่องความปรองดองของจริง ไม่ใช่ปรองดองจอมปลอม มีคนเยอะครับ พร้อมที่จะช่วย มีคณะกรรมการอิสระเรื่องการปรองดอง มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ มีคณะกรรมการสมัชชา มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย มีกรรมการสิทธิมนุษยชน มีหลายองค์กรพร้อมที่จะช่วยเอาความจริงออกมาก่อน เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยนั้นเข้าใจตรงกันว่าอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้

ไม่อย่างนั้นถ้าเราเดินหน้าล้างความผิดอย่างเดียว เราไม่รู้หรอกครับอะไรเป็นอะไร เมื่อวานเห็นไม๊ครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินยืนยันข้อเท็จจริงไปแล้วว่า กรณีการชุมนุมปี 53 เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย

ที่ณัฐวุฒิไปร่วม และที่นายกฯ ไปตั้งณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี เขาจึงบอกว่า มันไม่เหมาะสม ต้องรีบย้ำเพราะกำลังจะตั้งจตุพรอีกคน แต่ก่อนจะตั้งจตุพร กรุณารอคดีความที่ผมฟ้องจตุพรอยู่ 5 คดี มีทั้งที่จะสืบพยานวันจันทร์ และที่กำลังจะพิพากษาต้นเดือนกรกฎาคม ผมถึงบอกว่าที่เรามาตั้งหลัก มาหาความจริง มาเผยแพร่ความจริงเพื่อต่อสู้รักษาความถูกต้องนั้น เราไม่ได้มาเดินตามรอยเสื้อแดงเหมือนที่คุณธิดาพูด

ไอ้ตั้งเวทีนี่ เขาตั้งกันมาตั้งนมนานแล้ว พูดจาปราศรัยอย่างนี้ ก็ทำกันมานานแล้ว แต่ว่าเวทีของเราไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย การเผาบ้านเผาเมืองแน่นอน

ไม่มีให้บอกเอาน้ำมันมาคนละขวด มีแต่คาดหัวสายล่อฟ้ามาคนละผืน เป็นภาระกับผมมากเพราะต้องคอยเซ็น (ชื่อ) พวกหัวแข็ง เซ็นง่ายหน่อย พวกหัวอ่อน คราวหน้าไปทำหัวให้แข็งจะได้สู้กับรัฐบาลแบบนี้ได้

พี่น้องครับ เราไม่สร้างความวุ่นวาย แต่ผมจะเชิญชวนว่า คุณธิดา กรุณาเดินตามรอยเวทีอย่างเราบ้าง เพราะว่าจัดมาไม่รู้กี่เวที ไม่ทำอย่างที่เราทำทุกครั้ง คือพูดความจริง จะมาเริ่มที่นี่ พรุ่งนี้ก็ได้ มาสารภาพบาป สารภาพผิด ว่าที่เคยหลอกลวงพี่น้องเสื้อแดงเรื่องนั้นเรื่องนี้มันไม่จริงยังไง ว่าที่เคยชุมนุมกันนั้นรู้ทั้งรู้ว่ามีการเอาคนไปฝึกอาวุธมาก่อความวุ่นวาย แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนสูญเสีย ถ้ามาอย่างงี้ เดี๋ยวผมจะให้คนมาฟัง

พี่น้องครับ ผมมาตรงนี้ เพื่อต้องขอยืนยันอีกครั้งว่าต้องรบกวนพี่น้องอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่แค่ปัญหาเดือนสิงหาคมนี้ มันมีอีกหลายเรื่องที่เขาพยายามจะทำ เขาทำทั้งหวังผลเกี่ยวกับเรื่องในอดีต ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

ในอดีตชัดเจน ต้องการลบล้างความผิดของตนเองและพรรคพวก ตั้งแต่ข้อหาก่อการร้ายไปจนถึงข้อหาการทุจริต คอร์รัปชั่น พี่น้องก็ส่งสัญญาณไปชัดเจนว่า ไม่ยอม

ที่ทำในปัจจุบัน อ.แก้วสรรก็พูดไปเหมือนกันว่า เป็นความพยายามปลุกระดม สร้างมวลชนเพื่อมาเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันตัวเอง และเอามาใช้อ้างในการแสวงหาผลประโยชน์ต่าง ๆ ของตัวเองและพรรคพวก สิ่งเหล่านี้เรายอมไม่ได้

ผมพูดไปหลายครั้งว่า ถ้าเรายอม วันข้างหน้าเหมือนกับบ้านเราไม่ได้ปกครองด้วยกฎหมาย และถ้าเรายอมพี่น้องครับ 2 มาตรฐานจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงในประเทศไทย มีใครมาจาก ปทุมฯ บ้างครับ ส่งเสียงหน่อย

ปิดถนน เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม เรื่องน้ำท่วม เป็นไงครับ ถูกจับ ติดคุก แต่ปิดราชประสงค์ กำลังจะบอกว่าไม่เป็นความผิด ไม่ติดคุก นี่แหละครับ 2 มาตรฐานอย่างแท้จริง

เราจะยอมเหรอครับว่าต่อไปนี้ ประเทศไทยมี 2 มาตรฐาน คนทั่วไปทำผิด ติดคุก ถูกปรับ ผิดกฎหมาย ถูกจับ แต่ถ้าทำผิดแล้วใส่เสื้อแดง มีบัตรเสื้อแดง ตำรวจต้องเกรงใจ

ตำรวจเกรงใจไม่พอ ตำรวจเกรงใจ อัยการไม่ฟ้อง

นี่แหละครับ คือปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อกี้ที่บุญยอดทำฟอร์มน่ะ ไปขู่คนที่มาตัดลำโพง ถึงตำรวจมาก็ไม่จับ อัยการมา ก็ไม่ฟ้อง แต่ถ้าพรุ่งนี้นะ ถ้าพรุ่งนี้ลำโพงมันเสียขึ้นมา มีคนเดือดร้อนแน่นอน ประเทศไทยจะเป็นอย่างนี้ เรายอมไม่ได้ แต่ในอนาคตที่ผมพูดว่ามันหวังผลเรื่องล้างผิดอดีต หวังผลสร้างฐานทางการเมืองในปัจจุบัน อนาคตหวังผลเปลี่ยนแปลงการเมืองไปเป็นรูปแบบของการผูกขาดอำนาจโดยสิ้นเชิง

บริหาร นิติบัญญัติ ไม่ต้องพูดทราบกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่ชัดคือต้องการที่จะก้าวล่วง ก้าวก่าย ไปจนถึงคุกคามตุลาการ พี่น้องต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ครับ เพราะถ้าเรื่องนี้เขาทำได้ ผมจะบอกว่าชีวิตของพวกเราทุกคนนะครับ จะเหมือนกับอยู่ในอุ้งมือของเผด็จการ คนมีอำนาจจะปู้ยี้ปู้ยำเอารัดเอาเปรียบเบียดบังบ้านเมืองอย่างไรก็ได้ เพราะสุดท้ายถ้าเขาคุมตุลาการได้ ทำอะไรก็ไม่ผิด

แต่ถ้าใครมีความเห็นแตกต่างซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย ถ้าตำรวจไม่รู้ ดีเอสไอจัดการให้ เอาของมาบริจาค ฝ่ายค้านเพื่อให้ไปแจกจ่ายน้ำท่วมเป็นความผิด แต่ของที่ประชาชนเอาไปให้แล้ว สส.รัฐบาลเอาไปทำอะไรกันสนุกสนาน เขาก็บอกว่ามันไม่ผิด อย่างนี้ไม่ได้ และพี่น้องจะเห็นครับว่า สุดท้ายที่พยายามมาปลุกระดมว่า ตุลาการกลั่นแกล้ง ตุลาการเป็นเครื่องมืออำมาตย์ ตุลาการไม่สมควรที่จะมีอำนาจเพราะไม่ยึดโยงกับประชาชน เพื่อปลุกระดมไปสู่อนาคตที่กำลังจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ต่อไปตุลาการต้องมารับความเห็นชอบจากฝ่ายบริหาร

เห็นไม๊ครับ เราตั้งเวทีกันวันก่อน วงเวียนใหญ่ วิพากษ์วิจารณ์อัยการ บอกว่าทำไมเรื่องนี้ก็ไม่ฏีกา เรื่องนั้นก็ไม่ฟ้อง พออาทิตย์ที่ผ่านมาอัยการฟ้อง นพดล ปัทมะออกมาให้สัมภาษณ์บอก อัยการถูกอำมาตย์บีบ !

ทำไมบีบช้าจัง บีบตั้งหลายคดี ทำไมมาบีบเฉพาะคดีนี้ อะไรตัวเองได้ประโยชน์ ไม่เคยพูด ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ แล้วได้ประโยชน์ไปเยอะทั้งจากการวินิจฉัยของอัยการ ศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งศาลอีกหลายศาล ไอ้คดี คตส. เนี่ย ตรงไหนเป็นประโยชน์กับตัวเองยกฟ้อง ได้เงินคืน เอาหมด แต่ตรงไหนตัดสินไม่ถูกใจ เอาแล้ว .. ศาลรัฐธรรมนูญไม่รู้กฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญบ้าอำนาจ

อาทิตย์ที่ผ่านมามีคนไปยื่นเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้ พรรคเพื่อไทยมันไปไหน ทำไมมันไม่ออกมาคัดค้านบ้างล่ะว่า ต้องผ่านอัยการเท่านั้น !

นี่ผมเลยยังไม่ได้แก้คดี รอพรรคเพื่อไทยค้านอยู่ ทำไมมันไม่เสนอญัตติในสภาบ้างล่ะว่าที่ศาลรับไว้นั้นไม่ผูกพันพวกผม นี่แหละครับคือ 2 มาตรฐานอย่างแท้จริง

พวกผมเวลาไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล เราก็แสดงความคิดเห็นของเรา แต่เราเคารพ และเราน้อมรับ ถ้าเราทำอย่างนี้บ้านเมืองจะอยู่ได้ครับ เพราะฉะนั้นประเดี๋ยวนะครับ ดร.ไตรรงค์ ท่านนายกฯ ชวน จะมาพูดให้เห็นภาพชัดเจนว่า ในประเทศต่าง ๆ ที่เป็นประชาธิปไตย เขาไม่พูดกันเฉพาะรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย เขาต้องพูดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ การตรวจสอบถ่วงดุล การคานอำนาจ และความเป็นอิสระของตุลาการ

ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้นแบบ เขาไม่เคยบอกครับ บอกว่า ตุลาการต้องมาจากการเลือกตั้ง ต้องให้เสียงข้างมากเห็นชอบเท่านั้นถึงจะมาตัดสินวินิจฉัยคดี โดยเฉพาะประเทศอย่างไทย ซึ่งใช้ระบบกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร เราต้องมีผู้พิพากษา ตุลาการที่แตกฉานทางด้านกฎหมาย ต้องสอบเข้าครับ ต้องสอบเข้า โกงข้อสอบก็ไม่ให้เข้า

พ่อเป็นนายกฯ ก็ฝากเข้าไม่ได้ มันต้องเป็นระบบอย่างนี้ ถึงจะมีหลักประกันว่า มีความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวครับ สกัดกั้นคัดค้านความพยายามเป้าหมายในอนาคตของเขาที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองของเรา ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นอย่างที่อ้าง แต่เป็นการรวบอำนาจไว้ในมือของคน ๆ เดียว หรือคนเพียงกลุ่มเดียว

เพราะฉะนั้นพี่น้องครับ มีอีกหลายท่านจะขึ้นมาพบกับพี่น้องในวันนี้ เพราะผมบอกผู้จัดแล้วว่า ให้ผมพูดคนสุดท้ายอีกหนนึงผมไม่มาแล้ว แล้วเวลาคงหมดแล้วเพราะว่า ตอนแรก ๆ ส่งสาทิตย์มาเตือนไม่ค่อนน่ากลัว ตอนนี้องอาจมาแล้ว ผมก็เลยต้องขอฟังเสียงจากพี่น้องดัง ๆ อีกครั้งนะครับ

สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้) เราจะยืนเคียงข้างร่วมต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไปและตลอดไป

 

***********************************




บทความอื่นๆ