บทความ

30 มิ.ย. 2555
คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ หน.ปชป.ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้า ผ่าความจริง สวนศรีเมือง ระยอง
คำต่อคำ นาย
ในการปราศรัยเวทีประชาชน
“เดินหน้า ผ่าความจริง หยุดล้มรัฐธรรมนูญ – ออกฎหมายล้างผิดคนโกง”
สวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง วันที่ 30 มิถุนายน 2555
พี่น้องชาวระยองที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ต้องขอบคุณพี่น้องอีกครั้งหนึ่งที่มาเป็นกำลังใจ และมาฟังการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นการจัดเวทีที่เราเรียกว่า “ผ่าความจริงฯ” นำเอาเรื่องราวต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองมาบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชน เวทีนี้เราจัดขึ้นทุกวันเสาร์ หลังจากที่เราได้มีการจัดเวทีอย่างนี้เริ่มต้นที่กรุงเทพมหานครมา 3 ครั้ง ตามมาด้วยที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว แล้วก็เสาร์นี้มาที่ภาคตะวันออก ที่ระยอง สัปดาห์หน้าก็จะไปที่เพชรบุรี แล้วก็หลังจากนั้นก็จะตระเวณไปพบปะกับพี่น้องเพื่อเอาความจริงต่าง ๆ มาบอกกล่าวมาเล่าให้ฟัง
บอกกับพี่น้องครับว่า ที่จริงแล้ว ผมก็เดินทางมาที่ระยองครั้งสุดท้ายก็คือมาเยี่ยมพี่น้องประชาชน หลังจากเกินเหตุโรงงาน แก๊สระเบิดนะครับ ซึ่งก็มาเยี่ยมพี่น้องที่บาดเจ็บ แล้วก็ไปเยี่ยมชุมชนซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหา ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังจากปัญหามลพิษที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องย้ำครับว่าในสมัยรัฐบาลที่แล้ว เราได้มีการดำเนินการหลายต่อหลายเรื่อง เช่นการอนุมัติเงินมาเพื่อให้มีการมาติดตั้งระบบการเตือนภัย ระบบการประมวลข้อมูล มีการอนุมัติเงินมาปรับปรุงแล้วก็ก่อสร้างโรงพยาบาลให้บริการตรวจสุขภาพพี่น้องประชาชนรวมไปจนถึงหลายชุมชนซึ่งขณะนั้นไม่มีน้ำประปาก็ได้มีการอนุมัติมาเรียบร้อย
ได้มีโอกาสติดตามงานครับ หลายงานก็มีความก้าวหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเรียนว่า ผมและ สส. ชาวระยอง สส. ของพี่น้องชาวระยองทุกคนนะครับ ก็จะเดินหน้าในการติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ต่อไป เพราะว่าหลายเรื่องก็ยังไม่แล้วเสร็จ และผมคิดว่าก็คงจะมีปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ที่จะต้องมีการติดตามดูแล เอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา
ผมเลยต้องถือโอกาสนี้บอกกับพี่น้องอีกครั้งครับว่า พี่น้องชาวระยองได้กรุณาพรรคประชาธิปัตย์มาก ได้เลือกสส.ของพรรประชาธิปัตย์ทั้งจังหวัดนะครับ ซึ่งอยู่ที่นี่แล้ว ถือโอกาสกราบขอบพระคุณพี่น้องครับ ถ้าเลือกเรื่อย ๆ ก็อาจจะได้รัฐมนตรีจากระยองซักคนนะครับ แต่ว่าให้ไปตกลงกันเองว่าจะเป็นใคร แต่ว่าต้องบอกนะครับ คราวที่แล้วก็บอกสาธิต (ปิตุเตชะ) ไปแล้ว สาธิตถามว่าถ้าเป็นรัฐบาล ถึงคิวผมหรือยังที่จะเป็นรัฐมนตรี ผมก็บอกว่าได้ แต่ว่าต้องได้ทั้งจังหวัด สาธิตบอกได้แน่นอน ผมบอก ผมยังไม่ได้บอกคุณว่าจังหวัดไหน ก็เลยตกลงไปว่า เอาชลบุรีก็แล้วกัน สาธิตก็เลยหมดสิทธิ์ไปนะครับ พรรคก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล อยากจะให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเที่ยวหน้า เฉพาะจังหวัดระยองไม่พอครับต้องให้ได้ทั้งภาคตะวันออกทุกจังหวัดครับ พี่น้องต้องช่วยกันครับ
แต่ว่าเที่ยวนี้เป็นฝ่ายค้าน เขาก็มักจะมาต่อว่าต่อขานว่า ตอนนี้พรรคฝ่ายค้านทำอะไร ทำไมถึงมาเปิดเวทีอย่างนี้ ทำไมถึงไม่ทำงานยอมรับกติกาเสียงข้างมาก อันนี้เป็นเสียงที่มีการพูดจากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์มา ผมก็ย้ำกับพี่น้องครับว่า โดยความเป็นจริงแล้ว พรรคประชาธิปัตย์นับตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านมา เราก็ทำหน้าที่ของเราตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ และทำงานจริงจังครับในฐานะฝ่ายค้านที่จะรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน พี่น้องจะเห็นว่าหลังการเลือกตั้งพอเกิดปัญหาภัยพิบัติ เกิดปัญหาน้ำท่วม ประชาธิปัตย์ไม่เคยออกมาซ้ำเติมรัฐบาล ขนาดตอนพวกเราเป็นรัฐบาลน้ำท่วมไม่มาก ผมจำได้นะครับ พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ไม่เคยออกมาช่วยให้คำแนะนำ ไม่เคยออกไปดูแลพี่น้องประชาชนและประสานงานบอกกับทางรัฐบาลเลย มีแต่ออกมาแถลงข่าวว่า น้ำท่วมเกิดความเสียหายนายอภิสิทธิ์ต้องลาออก ต้องออกไปได้แล้ว แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำครับ แล้วเราก็เดินสายในการที่จะรวบรวมพี่น้องประชาชนซึ่งมีจิตอาสาเอาความช่วยเหลือไปให้พี่น้องประชาชนตามจังหวัดต่าง ๆ ไปเตรียม ไปดูสถานการณ์ ผมยังจำได้ว่าไปเจอตอนที่น้ำจะท่วมเข้าคลองประปา ยังโทรศัพท์ไปหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้รีบไปแก้ไข แต่ว่าหลังจากน้ำลดแล้ว แล้วเราเห็นว่าการบริหารจัดการเรื่องน้ำผิดพลาด และมีการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือต่าง ๆ เราก็ไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้ไล่รัฐบาลด้วย เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบศูนย์อำนวยการเรื่องน้ำท่วมในขณะนั้น
และเราก็ไม่เคยทำอย่างที่เขาทำกับเรา เดี๋ยวอ่านป้ายหน่อยนะครับ เมื่อยแล้ว “รักประชาธิปัตย์ เป็นกำลังใจให้สู้ ๆ ครับ” ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า พอเราเดินหน้าทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีไปเกเรครับ อย่างที่หลายคนพูดไปเมื่อสักครู่ นายกฯ มาที่ไหนก็ไม่มีคนของพรรคประชาธิปัตย์ผู้สนับสนุนประชาธิปัตย์ ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านไปทำอะไรนายกรัฐมนตรี สมัยผมไป เกณฑ์คนมา ขึ้นป้ายด่า ปาของ พยายามที่จะทำร้ายด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งนั้นไม่ใช่แนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์ทำ
แต่เมื่อคืนนี้ ขนาดเราเป็นฝ่ายค้านจัดงานที่เรียกว่า ราตรีสีฟ้า เป็นงานระดมทุนเล็ก ๆ ที่ทางชาวปทุมฯ เขาก็ร่วมกันจัดกับพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฎว่าจัดในโรงเรียน งานก็เดินไปตามปกติ แต่วิทยุของเสื้อแดงก็ออกอากาศตั้งแต่ตอนช่วงเย็น เชิญชวนคนให้มาขับไล่ ให้มาก่อกวน ผมก็เรียนว่า ผมก็อยู่ข้างในละครับ แล้วก็ขึ้นเวทีปราศรัย ก็ได้ยินเสียง เพราะว่าเขาเอารถ 6 ล้อ เครื่องกระจายเสียงมา ผมก็ไม่ทราบว่ามากันจำนวนเท่าไหร่ เพราะว่ามองไม่เห็นครับ เนื่องจากว่าเขาจะอยู่ตรงทางเข้า บังเอิญผมมีเลขาของผมติดตามไปด้วย อิสรา สุนทรวัฒน์ อยู่ไหนครับ วันนี้ไม่มีเรื่อง ออกมาได้ .. นี่แหละครับ ผมต้องใช้บริการคนไซส์แบบนี้แหละครับ .. ยืนขวางไว้ ผมก็ถามว่าคุณกล้าจัง เสื้อแดงมาแล้วคุณไปยืนขวาง “จ๊อบ” อิสรา ตอบผมว่า เปล่าครับ ผมยืนหันหลัง ที่ขวางคือกลัวว่าผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จะทนไม่ได้ไปกระทืบพวกนั้นตายครับ แต่พวกเราไม่ทำ แต่นี่แหละครับ คือสิ่งที่มันบ่งบอกว่า พรรคการเมืองไหนมีจิตใจที่เป็นประชาธิปไตย ถ้าเรามีจิตใจเป็นประชาธิปไตยใครที่เขาคิดต่าง ใครที่เป็นคู่แข่งเราต้องไม่ไปขัดขวาง ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่กันไป
เมื่อวานนี้เขาก็มาส่งเสียงผ่านเครื่องกระจายเสียง ก็พูดซ้ำไปซ้ำมาแหละครับ ผมก็พยายามอธิบายให้เขาฟังว่าเขามาผิดที่ เพราะว่าเขาตะโกน ๆ ฆาตกร ผมก็บอกว่า ฆาตกรอยู่ดูไบ ไม่ได้อยู่ที่ปทุมธานี ก็สุดท้ายเมื่อกี้คือถามว่าผมกลัวไม๊ ผมไม่เห็นหรอกครับ ผมก็ปราศรัยของผมจนจบแล้วผมก็ออกไป เขาก็อยู่ต่ออีกสักพักนึง พอเห็นว่าผมไม่อยู่แล้วเขาก็กลับบ้านไป แต่ว่ามีการปาสิ่งของ ปาขวดน้ำ ปาก้อนหินกันเล็กน้อยนะครับ แต่ทราบว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ที่พูดนี่จะได้ถามว่า วันนี้มารึเปล่านะครับ ถ้ามาจะได้เชิญมาหน้าเวทีครับ แล้วให้พี่น้องต้อนรับหน่อย
เราไม่เคยทำอะไรอย่างนี้ครับ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปภาคใต้ ถ้าดูจากคะแนนเลือกตั้งมีคนชอบพรรคเพื่อไทยอาจจะแค่ 10 % อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำในบางพื้นที่ คน 80 – 80% ไม่เอาแต่เขาไม่เคยที่จะไปทำร้าย ไม่เคยที่จะไปก้าวร้าวข่มขู่ คุกคามใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะนี่คือวิถีทางของคนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เหมือนพี่น้องที่นี่แหละครับ
ฉะนั้นไม่มีหรอกครับวันนี้ มาก็ไม่มาไล่รัฐบาล ถ้าจะไล่ ไล่อย่างเดียวคือไล่ให้ไปทำงานให้ประชาชนเสียที เพราะว่าเป็นรัฐบาลมานี่ก็จะครบ 1 ปีแล้วนะครับ ตั้งแต่เลือกตั้งกันมา ปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องยังไม่ได้รับการแก้ไข น้ำท่วมใหญ่ ตอนน้ำท่วมแรก ๆ อ้างว่า “เอาอยู่” อ้างว่า “มีความพร้อม” อ้างว่า “จะจ่ายเงินชดเชยเยียวยา เร็วกว่ารัฐบาลทุกชุดในอดีต” แต่ปรากฎว่าจนฝนตกอีกรอบแล้ว จนน้ำท่วมภาคเหนือ ที่สุโขทัยอีกปีแล้ว จนน้ำท่วมภาคใต้ที่ชุมพร ระนอง กระบี่ อีก 1 ปี แล้ว พังงาด้วย แต่เงินชดเชย เงินเยียวยายังมีปัญหาอยู่หลายจังหวัด
เราพยายามจะบอกว่ารัฐบาลต้องไปทำเรื่องแบบนี้ ปลายปีที่แล้วต่อเนื่องมาต้นปีนี้ เราบอกพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องอะไรครับ เรื่องของแพง รัฐบาลแทนที่จะไปแก้ปัญหาของแพง ดาหน้าออกมาทะเลาะกับฝ่ายค้านบอกว่าของไม่แพง บอก “คิดไปเอง” ใครคิดไปเองบ้าง แพงหรือไม่แพง แพงทั้งแผ่นดิน ไม่ขยับ ไม่แก้ไขอะไร ผมเห็นมาแก้ไขครั้งแรก มาแก้ไขที่ระยอง พี่น้องที่นี่โชคดีที่สุดนายกฯ มาแก้ปัญหาของแพง เห็นผลทันตา จำไม่ได้เหรอครับ นายกฯ มาที่นี่บอกไปตลาดแล้วซื้อของ ของถูกดี เงาะ 4 โลร้อย แล้วยังบอกอีกว่า ราคาจะลดลงไปอีก ปรากฎว่าทำสำเร็จ ชาวสวนตอนหลังขายได้โลละ 5 บาท นี่แหละผลงานการแก้ปัญหาของแพงของรัฐบาลของนายกฯ สส.ระยองก็กุมขมับกันอยู่บอก ไม่น่าเลย ไม่น่าไปบอกว่าของแพงเลย ผลไม้เลยตกเอา ๆๆ
ยางพาราสมัยรัฐบาลที่แล้ว ขึ้นไปถึง 180 นะครับ ผมนี่มอบหมายท่านรองนายกฯ สุเทพ ขณะนั้น เพราะว่าตอนผมเข้าไปเป็นรัฐบาล ยาง 30 บาท ท่านสุเทพ บอกว่าให้ผมทำงานผมจะทำให้ถึง 80 บาท สุดท้ายได้ถึง 180 บาท เพราะฉะนั้นจาก 30 ถึง 80 นี่ฝีมือท่านรองฯ สุเทพ จาก 80 ถึง 180 ฝีมือผม เพราะถ้าตั้งใจให้ถึง 180 ตั้งแต่แรกต้องบอกผมว่า 180 บอกผมแค่ 80 แต่ว่าวันนี้ข้าวของแพงขึ้น แทนที่ยางจะอยู่ที่ 180 ปรากฎว่าตกลงมาเหลือ 80 เพราะรัฐบาลมอบรัฐมนตรีที่ไปแก้ไขปัญหายางพาราที่ชื่อ ณัฐวุฒิ ไสเกื้อ ข้างหน้าบอกนะ ผมไม่ได้พูด บอกจะแก้ได้ยังไง มันไม่รู้จักยางหรอก ยางอายยังไม่มีเลย เขาเชี่ยวชาญเรื่องเผายาง
ประชาธิปัตย์พยายามกระตุ้นให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างนี้แหละครับ แต่ไม่แก้ อะไรที่ควรจะมีราคาดี เช่นข้าว เช่นมัน ยางพารา ผลไม้ กลับปล่อยตกลงหมด แต่อะไรที่พี่น้องประชาชนซื้อ จะกินข้าว จะซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค จะซื้อชุดนักเรียนให้กับลูกหลาน ทุกอย่างแพงหมด เราก็บอกว่ารรัฐบาลต้องแก้ปัญหานี้ได้แล้ว แล้วพอมาถึงวันนี้ฝนเริ่มมา เราก็ไม่เห็นความแตกต่างว่าที่เอาเงินของพี่น้องประชาชน และเงินกู้ไปใช้หลายแสนล้านบาท ไอ้การเตรียมตัว การเตรียมพื้นที่รับน้ำ มันต่างจากปีที่แล้วตรงไหน ยังไม่มีการดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย
ขณะเดียวกัน ที่ยุโรปก็เกิดวิกฤติ ไม่มีใครรู้เลยครับว่า ครึ่งปีหลังนี้เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบรุนแรงแค่ไหน จากปัญหาการส่งออกที่ติดลบ หรือลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปยุโรป จะเกิดปัญหาการว่างงานไม๊ และขณะเดียวกันนโยบายรัฐบาลเรื่อง 300 บาท เรื่อง 15,000 ก็ไม่มีมาตรการที่จะช่วยผู้ประกอบการให้ปรับตัว
ทั้งหมดนี้ครับ ผมถึงบอกว่านี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามชี้มาโดยตลอด แต่ปรากฎว่ารัฐบาลไม่สนใจ สนใจจะทำอยู่เพียง 2 เรื่อง และ 2 เรื่องนี้ เป็นที่มาที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ตึงเครียด ขัดแย้งจนเข้าขั้นวิกฤติอีกครั้งหนึ่ง พี่น้องเห็นไม๊ครับว่า ก่อนหน้านี้ที่ผมเล่ามาทั้งหมด ภัยพิบัติก็เจอแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจก็เจอแล้ว พี่น้องประชาชนก็บ่น ไม่พอใจก็เยอะ แต่อย่างน้อยที่สุดบ้านเมืองก็ยังสงบเรียบร้อย ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง
ธรรมดาครับ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ มีคนชอบ มีคนไม่ชอบ พี่น้องบางคนชอบฝ่ายค้าน บางส่วนก็อาจจะชอบรัฐบาล แถวนี้ ชอบไม่ชอบ มันแล้วแต่จิตใจของแต่ละคน แต่บ้านเมืองไม่จำเป็นต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่รัฐบาลนี่ครับ กลับสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง เพราะหยิบเอา 2 เรื่อง ขึ้นมาทำ เรื่องที่ 1 ก็คือเรื่องของการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วก็มีเป้าหมายซึ่งทั้งคุณวิทยา (แก้วภารดัย) หลายต่อหลายคนได้พูดไปบนเวทีว่า สุดท้ายปลายทางต้องการที่จะรวบอำนาจให้เป็นของตัวเอง
เรื่องที่ 2 ก็คือกฎหมาย ที่เสนอเข้ามาที่เรียกว่า กฎหมายปรองดอง แต่โดยเนื้อหาไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับการปรองดอง แต่เป็นการนิรโทษกรรม ล้างผิด 2 เรื่องครับ 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องจับตาดูต่อไป
ความจริงเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่ เรื่องอู่ตะเภา อยู่ในความสนใจเยอะ นั่นก็เกือบจะสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยแล้วนะครับ พี่น้องอาจจะไม่ทราบข่าว อาจจะไม่ค่อยออกให้หรอกครับ แต่ว่าสื่อในหลายประเทศตั้งแต่ จีน รัสเซีย วิพากษ์วิจารณ์รุนแรงมากครับว่า ประเทศไทยกำลังจะให้สหรัฐฯ มาใช้พื้นที่ปฏิบัติการณ์ทางการทหาร สอดแนมหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค แต่ว่าสุดท้ายรัฐบาลเปลี่ยนใจแล้วก็ไม่อนุมัติโครงการนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
แต่รัฐบาลนี้ก็แปลกครับ พอไม่อนุมัติเสร็จ ออกมาบอกว่าไงครับ ออกมาบอกว่า โครงการนี้ไม่ผ่านเสียประโยชน์ไปแล้ว คนที่ต้องรับผิดชอบคือฝ่ายค้าน
โดยข้อเท็จจริงฝ่ายค้านยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่าไม่ให้ทำโครงการนี้ ถามไปว่าโครงการนี้ดูรายละเอียดดีแล้วหรือยัง ไปเจรจากับเขาได้ไม๊ อย่าให้มันสร้างความหวาดระแวง ความเคลือบแคลงใจกับมิตรประเทศของเราในภูมิภาค ไปดูได้ไม๊ว่า โครงการนี้สุดท้ายแล้วเราได้ประโยชน์จริง ๆ และข้อมูลต่าง ๆ ที่เขาเก็บมันไม่ได้เป็นเรื่องของการทหาร หรือถูกนำไปใช้ในทางอื่น แต่ถามกี่วัน ถามกี่ครั้ง รัฐบาลไม่เคยตอบ มีแต่เบี่ยงเบนประเด็นบอกว่า โครงการนี้เริ่มสมัยรัฐบาลที่แล้ว ไม่จริงครับ โครงการนี้เขาขอมารัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลที่แล้วยังอยู่ในช่วงที่ซักถาม ถามประเด็นที่ผมถามปัจจุบันนี้แหละครับ ข้อมูลเอาไปทำอะไร ใช้อะไรมาสำรวจ อย่างนี้เป็นต้น ประเทศเพื่อนบ้านว่าอย่างไร หนังสือที่ออกไปจากรัฐบาล คือกระทรวงการต่างประเทศ 2 วันก่อนเลือกตั้ง ยังถามคำถามอย่างนี้อยู่เลยครับ
ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องศูนย์ภัยพิบัติ ไม่ได้เกี่ยวกับข้อตกลงที่หน่วยงานของไทยไปทำไว้เมื่อปี 53 แต่อย่างใด แต่ว่าสุดท้ายรัฐบาลก็ไม่ชี้แจง ไม่ตอบ ความจริงที่ไม่ผ่านนี้ 1. ไม่ผ่านเพราะรัฐบาลเองก็ไม่แน่ใจเรื่องข้อกฎหมาย คือที่พยายามบอกว่าไม่เข้าข่ายมาตรา 190 ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงนั้น ผมว่าชักไม่แน่ใจหรอกครับ ที่ไม่แน่ใจเพราะว่า 2. ในการประชุมคณะรัฐมนตรี หน่วยงานด้านความมั่นคงเขายังท้วงติงอยู่ครับ เช่นในโครงการนี้เขาจะบินใช้เครื่องบินรุ่นนึง ซึ่งเป็นเครื่องบินที่เคยใช้ในการสอดแนม เรดาห์จับไม่ได้ เครื่องบินนี้ก็จะเป็นเครื่องบินซึ่งเฉพาะนักบินอเมริกันนะครับ ที่จะขึ้นไปได้ นักวิทยาศาสตร์ไทยก็ขึ้นไปไม่ได้ อย่างนี้แหละครับ ก็ต้องถามว่ามันจำเป็นอย่างไร ถึงจะต้องอยู่ในโครงการนี้ มีคำตอบไม๊
เราเอาแผนที่มาดูครับ ที่เขาบอกว่า เพื่อนบ้านไม่ว่าอะไร และอีก 2 ประเทศมาร่วมคือกัมพูชา กับสิงคโปร์ ปรากฎว่าเส้นทางบินของเขาจะบินเหนือเฉพาะน่านน้ำของกัมพูชา ซึ่งผมไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับที่นาซา กับที่บริษัทเชพร่อน เขามีความร่วมมือกันแล้วก็อยากจะสำรวจทรัพยากรใต้ทะเลหรือไม่ แต่พอขึ้นฝั่งไปบนฝั่งกัมพูชา กัมพูชาไม่ให้บินเหนือแผ่นดินของเขา สิงคโปร์ซึ่งเขามีอำนาจในการควบคุมน่านฟ้าที่ออกไปจากอ่าวไทย ไปทางทิศของทะเลจีนใต้ อนุญาตให้บินได้หมดครับ แต่พอไปถึงเกาะสิงคโปร์ ห้ามบินเหนือเกาะ แต่มีประเทศเดียวอนุญาตให้บินเหนือแผ่นดินของตัวเองทุกตารางนิ้วตามโครงการนี้ คือประเทศไทย
สุดท้ายรัฐบาลก็เลยบอกว่า ไม่มั่นใจ ถูกท้วงติงในเรื่องความมั่นคง ถูกท้วงติงตรงนี้ ก็ถอย และผมก็ได้ข่าวมานะครับว่า มิตรประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเขาแสดงความไม่พอใจ จนรัฐบาลเองก็ไม่กล้า แต่ไม่กล้าที่จะผ่านเรื่องนี้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือไม่กล้ารับผิดชอบ อยู่ดี ๆ มาบอกว่าฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบ รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ รัฐมนตรีกลาโหม บอกฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบ ผมถามว่า ผมได้เข้าไปประชุม ครม. เหรอครับ ผมจะต้องไปรับผิดชอบกับคุณ
3 คนที่มาบอกให้คนอื่นรับผิดชอบ ตัวเองนั่นแหละนั่งอยู่ในที่ประชุม ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง
นี่คือลักษณะการทำงานของรัฐบาลนี้ แล้วก็รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ยังน่ารักมาก บอกว่า โครงการก็ไม่ผ่านแล้ว ประเทศเสียหายต่อไปนี้จะด่าฝ่ายค้านทุกวัน คนนั้นแหละครับ อย่าไปถือสามาก อย่าไปถือสามาก ผมกำลังจะบอกว่า รัฐบาลแทนที่จะเอาเวลาไปบริหารบ้านเมือง คิดทำสิ่งดี ๆ เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน กลับมาชวนทะเลาะและสร้างปัญหาความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา
แต่ 2 เรื่องที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ ที่ทำนั้น เป้าหมายมันชัด คือบางเรื่องผมเข้าใจครับ ทำแล้วต้องมีคนไม่เห็นด้วย ทำแล้วต้องอาจจะเกิดความขัดแย้งกัน อันนี้เป็นเรื่องปกติ หายากครับที่จะมีนโยบาย หรือเรื่องไหนที่คน 100% เห็นด้วย และเราไม่ว่ากันครับ ถ้าการทำสิ่งนั้นทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่ 2 เรื่องนี้ เจตนามันชัดว่าไม่ใช่
ไม่ใช่ เพราะกฎหมายปรองดองนั้น ความจริงมันเป็นความต้องการของทักษิณกับพวก ต้องการอะไรครับ ต้องการที่จะไม่ติดคุก ความจริงถ้าไม่อยากติดคุกนี่ ผมอยากจะแนะนำตั้งนานแล้ว อย่าโกงสิครับ
พอโกง พอทุจริต ถูกจับได้เรื่องขึ้นศาล ศาลตัดสิน ตอนนี้จะมาเรียกร้องว่า ขอไม่ติดคุก การมาเรียกร้องตรงนี้ ผมถามว่าพี่น้องประชาชนทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ มีสิทธิ์เรียกร้องแบบทักษิณไม๊ ถูกตำรวจจับปรับ ผิดกฎจราจร หรือถ้าใครก็ตามไปทำผิดกฎหมายอาญา ศาลตัดสินแล้วให้ติดคุก มีใครบ้างครับมีสิทธิ์มาบอกว่าไม่ยอมติด แล้วก็จะใช้อำนาจที่ยึดถืออยู่เป็นอำนาจของรัฐ ให้มาออกกฎหมายว่า ตัวเองไม่ทำผิด ไม่ติดคุก
ไม่มีใครทำได้ แต่เขากำลังจะทำ และการทำสิ่งนี้มันไม่ได้เสียหายเฉพาะในคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่มันกระทบกระเทือนถึงระบบกฎหมายของประเทศต่อไปในอนาคต ต่อไปใครจะทำผิดอย่างไรก็ได้ ถ้ามีอำนาจก็มาออกกฎหมายล้างผิดให้ตัวเอง แล้วบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร
กฎหมายปรองดองมีไม่กี่มาตราครับ ง่ายมาก เขาบอกว่า ใครทำผิด ตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์กันยา 48 ถึง พฤษภา 54 ให้ถือว่าไม่ได้ทำความผิด เขียนง่ายเลยครับ เพราะฉะนั้นใครไปเผาเซ็นทรัลเวิร์ล เผาราชประสงค์ เผาเซ็นเตอร์วัน เผาสยามแสควร์ พยายามไปเผาช่อง 3 ถือว่าไม่ผิด ใครเผาศาลากลางหลายจังหวัดที่อีสาน ถือว่าไม่ผิด แล้วเงินที่พี่น้องต้องจ่ายเพื่อสร้างศาลากลางใหม่ ภาษีของพี่น้องทุกคนที่นี่ 700 – 800 ล้าน ห้ามไปฟ้องร้องกับคนที่เผา กฎหมายเขียนอย่างนี้ครับ ช่วงนั้นใครเอา M79 RPG เอาระเบิดออกมายิง ออกมาทำให้เกิดความวุ่นวายความเสียหายในบ้านเมือง ถือว่าไม่ผิด และช่วงปี 48 – 54 เขาบอกถ้ามีเหตุการณ์การสลายการชุมนุมอย่างเช่น 7 ตุลา ที่ ปปช. ชี้มูลว่า รัฐบาลสมัยนายกฯ สมชายทำผิดก็ต้องถือว่าไม่ผิดเหมือนกัน แต่เขาอ้างครับ เขาอ้างว่าเขาใจกว้าง เขาบอกเขาจะนิรโทษกรรมให้คุณสุเทพ กับผมด้วย แต่ผมกับคุณสุเทพนั้นคุยกันแล้ว เรามั่นใจว่าเราไม่ได้ทำผิด เราพร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
ที่เขาเคยเสนอไงครับบอกว่า ณัฐวุฒิ จตุพร ไม่ต้องนิรโทษกรรม แลกกับผม กับสุเทพ ผมบอกไม่ต้อง ณัฐวุฒิ จตุพร นี่ติดคุกหรือไม่ติดคุกแผ่นดินก็หนักเท่าเดิม ถ้าจะแลกต้องบอกว่า ไม่นิรโทษกรรมผม คุณสุเทพ กับทักษิณ เราไม่ต้องการครับ เราต้องการพิสูจน์ความจริงเพราะเรามั่นใจว่าทุกสิ่งที่ทำไปนั้น อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย
และผมถึงฝากไปถึงคนเสื้อแดงหลายครั้ง ว่าถ้าพวกผมเป็นผู้ฆ่าประชาชนจริงทำไมผมไม่รับเงื่อนไขสนับสนุนกฎหมายล้างผิดให้ตัวผมล่ะครับ
แต่เพราะผมไม่ได้ทำ และผมต้องการให้ความจริงมันพิสูจน์ออกมา แต่ไอ้คนที่พยายามเสนอกฎหมายนี้ต่างหากครับ ที่พยายามไม่ให้ประชาชนรู้ความจริงว่าอะไรเกิดขึ้นในช่วงเมษา – พฤษภา ปี 53 เขาก็บอกครับว่า ถ้ากฎหมายนี้ออกมา เขาก็ไปบอกกับเสื้อแดงครับ เพราะเสื้อแดงก็ไม่พอใจ ไม่อยากให้นิรโทษกรรม การสลายการชุมนุม เขาก็บอกว่าจะเอาผมไปขึ้นศาลโลก
คุณสุเทพก็ปกติก็ไปไหนกับผมนะครับ แต่พอถึงศาลโลก คุณสุเทพไม่ยอมไปเพราะว่าไม่สันทัดภาษาอังกฤษ แต่ว่าผมเจรจาอยู่ ผมจะแปลให้ทุกคำ แต่ผมว่าถ้าจะเอาผมขึ้นศาลโลกนะครับ รัฐบาลนี้ประกาศไปเลยครับ ศาลโลกมาตัดสินคดีนี้ แต่ผมขอแถมอีก 2 คดี คือคดีฆ่าตัดตอนยาเสพติด กับฆ่าตัดตอนภาคใต้
ถ้าอย่างนี้ได้ จะได้เกิดความเป็นธรรม แต่ประเด็นทั้งหมดครับ ล้างผิดการกระทำทั้งหลายตรงนี้ เขาเขียนในกฎหมายเลยครับ คดีไหนสอบสวนอยู่ ให้หยุดสอบสวน คดีไหนกำลังจะส่งฟ้อง ห้ามส่งฟ้อง คดีไหนฟ้องแล้ว ถอนฟ้องออกมา คดีไหนศาลตัดสินแล้วถือว่าไม่มีคำพิพากษานั้น นี่คือการล้างผิดทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นการยอมรับการกระทำว่าต่อไปนี้เคลื่อนไหวทางการเมือง ฆ่ากันก็ได้ ยิงระเบิดใส่กันก็ได้ เผาก็ได้ เมื่อไหร่คุณมีอำนาจทางการเมือง คุณก็มาล้างผิดให้ตัวเอง
แต่เลวร้ายกว่านั้นครับ ล้างผิดในเรื่องเหตุการณ์ไม่พอ ยังให้ล้างผิดคดีทุจริตที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากที่ คตส. เขาสอบสวนทักษิณ ในคดีต่าง ๆ ซึ่งศาลตัดสินไปแล้วอย่างน้อย 2 คดี 1. คือคดีที่ดินรัชดา ที่คุณวิทยา (แก้วภารดัย) อธิบายไปแล้วติดคุก 2 ปี และอีกคดีหนึ่งก็คือที่วินิจฉัยแล้วว่า ทักษิณร่ำรวยขึ้นในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเพราะออกนโยบายต่าง ๆ มาเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง จนร่ำรวยขึ้นและถูกยึดทรัพย์ไป 46,000 ล้าน เขาจะล้างตรงนี้เพื่ออะไรครับ 1. ไม่ต้องติดคุก 2. เขาจะมาเอาเงิน 46,000 ล้าน เขาจะให้พวกเรานี่แหละครับ ต้องจ่ายภาษีแล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์จัดงบประมาณให้ทักษิณ 46,000 ล้าน ยอมไม๊ครับ 46,000 ล้าน เงินเยอะครับ ถ้านึกไม่ออกนะครับ เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่จ่ายให้ทุกคนทั้งปี ให้พี่น้องอายุเกิน 60 ทั้งหมดเอาเบี้ยยังชีพที่ได้ทั้งปีมากองรวมกัน ยังไม่ถึง 46,000 ล้านเลย แต่ถ้ากฎหมายนี้ผ่าน เงิน 46,000 ล้าน ให้คน ๆ เดียว มากกว่าที่เราให้ผู้สูงอายุทั้งปี ทั้งประเทศ
นี่คือสิ่งที่เขาพยายามจะผลักดัน แล้วยังมาอ้างว่าไม่เป็นกฎหมายการเงิน ผมกราบเรียนพี่น้อง เขาก็พยายามไปสร้างวาทกรรม เขาพยายามจะไปสร้างนิยาย สร้างนิทานว่า ทั้งหมดที่ต้องคืนเงินให้ ที่ไม่ต้องเอาเข้าคุก เพราะทักษิณถูกกลั่นแกล้งว่า คตส. กลั่นแกล้ง ความจริงอยากจะเตือนความจำพี่น้องนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ ทักษิณถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ ผมเท้าความเตือนความทรงจำพี่น้อง คตส. นั้นไม่ได้เป็นคนยึดทรัพย์ทักษิณ หรือตัดสินให้ทักษิณติดคุก คตส. เขาก็สอบสวนเหมือนตำรวจ เหมือน ปปช. สอบเสร็จ เขาก็ส่งให้อัยการ อัยการก็ส่งฟ้อง เสร็จแล้วยังไงครับ พอส่งฟ้องขึ้นศาล ทักษิณ พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้ง บินกลับมาประเทศไทย จำได้ไม๊ครับ มาจูบแผ่นดินอยู่ที่สุวรรรณภูมิ ประกาศเลยว่าจะสู้คดี ตามกระบวนการของศาล เข้ามาต่อสู้ ข้อต่อสู้ที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจ คตส. ทั้งหลาย ก็เสนอได้เต็มที่ กฎหมายที่คุณทักษิณทำผิด ก็มีมาตั้งแต่ก่อนมีปฏิวัติ ศาลก็ดูแล้วก็ไม่เห็นว่า คตส. ทำอะไรเกินเลยขอบเขตของกฎหมาย ก็พิจารณาไปตามเนื้อผ้า ทักษิณก็สู้คดีจนสืบพยานครบถ้วน แต่เสร็จแล้ว ถ้าพี่น้องจำได้ ก็เกิดกรณีถุงขนม 2 ล้านบาท ไปตกอยู่ที่ศาล ศาลไม่รับ ศาลไม่รับแล้วก็ยังลงโทษคนที่ทำถุงขนมไปตก 2 ล้านนี่แหละครับ
ทักษิณเห็นท่าไม่ดี ก็ทำเรื่องขอศาลไป บอกว่า ขอไปดูโอลิมปิค ศาลก็อนุญาต ที่นี้ศาลลืมถามว่าตกลงมันโอลิมปิคที่ประเทศจีน หรือโอลิมปิคปีนี้ที่ลอนดอน แกไปแล้วแกอยู่ยาวจนดูโอลิมปิค 2 รอบแน่นอนเลยครับนี่ ดีไม่ดีไปโผล่ที่อังกฤษไปดูโอลิมปิคกับเขาด้วยนะครับ อาจจะไปหาตั๋วผีอยู่ตอนนี้
นี่คือข้อเท็จจริงซึ่งเรายอมไม่ได้ที่จะให้มีการล้างผิดในคดีแบบนี้ เราจะเอาอะไรไปพูดกับต่างชาติครับ ว่าประเทศไทยปกครองด้วยกฎหมาย จริง ๆ ถ้าทักษิณไปฟังศาลโลก ไปฟังสหประชาชาติ เดี๋ยวนี้เขาไม่เห็นด้วยเลยกับการนิรโทษกรรมแบบนี้ ถ้าจะมีการนิรโทษกรรมมันต้องผ่านกระบวนการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดออกมา ดูว่าใครต้องรับผิดชอย มีการมาพูดคุยเจรจาให้เกิดความเข้าใจที่ดีว่าถ้านิรโทษกรรมแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างไร ทุกฝ่ายยอมรับ แต่นี่ไม่ใช่ ฉะนั้นที่ผ่านมาจึงเกิดเหตุวุ่นวายในสภาหลายเรื่อง แล้วก็รอบ ๆ สภา เพราะมีคนจำนวนมากยอมรับวิธีการแบบนี้ไม่ได้ สุดท้ายเขาเลยต้องพักไว้ก่อน
แล้วตอนนี้ท่านประธานสภา ท่านก็พูดจาดีครับ เริ่มทำตามสิ่งที่ผมเคยนำเสนอมาตลอด อย่างปลายสมัยประชุมที่แล้ว ซึ่งขยายมาตั้งแต่สงกรานต์มาจนถึงกลางเดือนนี้ ก็เริ่มบอกว่าจะไม่พิจารณาเรื่องนี้ ตอนนี้ไปเจรจาคนเสนอกฎหมายว่าจะถอนออกไปได้ไม๊
แต่พี่น้องอย่าประมาทนะครับ เพราะสภาเปิดเมื่อไหร่เรื่องนี้ก็ยังค้างอยู่เป็นอันดับที่ 1 ถึงคนเสนอจะขอถอน ก็ถอนออกไปเลยไม่ได้ ตามข้อบังคับต้องประชุมสภาก่อนและต้องให้เสียงข้างมากอนุญาตให้ถอนเรื่องออกไปได้ ใครมีเสียงข้างมากล่ะครับ ก็พรรคเพื่อไทย ฉะนั้นเราต้องจับตาดูครับ จากวันนี้ ถึงวันที่ 1 สิงหา ที่สภาจะเปิด พรรคเพื่อไทยจะมีท่าทีที่ชัดเจนแค่ไหนว่าจะถอน หรือไม่ถอนเรื่องนี้เราวางใจไม่ได้
ส่วนอีกเรื่องที่เขาทำก็คือที่จะรื้อรัฐธรรมนูญ ถามว่าทำไมครับ เขาเองเขาก็สงสัยครับว่าไอ้กฎหมายที่ผมพูดเมื่อสักครู่ เอาเข้าจริงถึงผ่านสภา อาจจะขัดรัฐธรรมนูญก็ได้ เช่นจะไปบอกว่าคนที่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี ปล่อยเลย อันนี้ขัดรัฐธรรมนูญแน่นอนครับ เพราะรัฐธรรมนูญบอกว่าเวลาถูกตัดสิทธิ์ต้องถูกเว้นจากการเมือง 5 ปี แต่การที่ไปล้มล้างสิ่งที่ คตส. และต่อมาศาลมีคำพิพากษา ก็อาจจะขัดรัฐธรรมนูญเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาจึงมีเป้าหมายว่า ที่สุดต้องแก้ หรือรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเขามีเจตนาชัดครับ ในร่างที่พรรคเพื่อไทยเสนอ เขาเขียนชัดเลยบอกว่า ที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป้าหมายต้องการไปลดอำนาจของฝ่ายตุลาการ และองค์กรอิสระทั้งหลาย เพราะสั่งไม่ได้
เวลาศาลตัดสินอะไร ตัวเองพอใจ ไม่พูดอะไรเลยครับ แต่เรื่องไหนศาลตัดสินไม่พอใจ ก็ปลุกระดมคนมา ไปข่มขู่ ไปคุกคามศาล นี่เสื้อแดงก็บอกจะไปล้อมศาล วันที่ 5 วันที่ 6 ที่จะมีการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ เราจะปล่อยให้บ้านเมืองอยู่ในสภาพอย่างนี้ได้อย่างไร
เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าคนทำผิดแทนที่จะกลัวศาล คนทำผิดถ้ามีอำนาจ เอาอำนาจของตัวเองและปลุกระดมคนไปข่มขู่ศาล ผมอยากจะถามว่านายกรัฐมนตรีทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่แสดงจุดยืนที่จะรักษาบ้านเมืองและความถูกต้อง เพราะคนที่กำลังก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับศาล คือพรรคพวกของนายกรัฐมนตรีทั้งนั้น
ผมกราบเรียนพี่น้องครับ ถ้าต่อไปนี้เขาทำเรื่องนี้สำเร็จ บ้านเมืองจะไม่มีวันมีความสงบ มีความยุติธรรม จะกลายเป็นว่าต่อจากนี้ไปใครมีอำนาจ ทำอะไรก็ได้ ผิดก็เป็นถูก แต่ใครที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับผู้มีอำนาจ อยู่เฉย ๆ ก็อาจจะผิดได้ ทำถูกก็อาจจะเป็นผิดได้ เหมือนที่เขาพยายามฟ้องร้องพรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องร้องผมอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ละวัน เรืองไกรบ้าง พร้อมพงศ์บ้าง ไปยื่นเรื่อง สอบทุกเรื่องครับ แต่พี่น้องต้องยืนยันครับว่า ทั้งหมดเราจะเป็นกำลังใจให้กับตุลาการ องค์กรอิสระ ให้พิจารณาทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมา เพื่อรักษาความถูกต้อง และเพื่อรักษาบ้านเมือง เราจะต้องยืนยันว่าองค์กรเหล่านี้จะต้องมีอิสระในการตัดสินใจไม่อยู่ภายใต้การข่มขู่ คุกคามในรูปแบบใด ๆ ทั้งสิ้น และผมเรียกร้องว่าเราจะต้องไปบอกรัฐบาล บอกเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองครับว่า ใครก็ตามที่ไปข่มขู่ คุกคาม ตุลาการ หรือองค์กรอิสระ คนเหล่านี้ควรจะถูกดำเนินคดี ถูกดำเนินคดีเอาเข้าคุกไปครับ
ฉะนั้นจากวันนี้ไปถึง 1 สิงหานี้ พี่น้องต้องช่วยบอกกันต่อ ๆ ไปให้ทั่วถึงครับ ว่าอันตรายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของรัฐบาลครั้งนี้ มันกำลังงวดเข้ามา กำลังพยายามที่จะปลุกระดมมวลชนเพื่อผ่านกฎหมายล้างผิดพวกตัวเอง กำลังจะเดินเข้าสู่การรื้อรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะทำลายอำนาจตุลาการ อำนาจศาล และอำนาจขององค์กรอิสระ ปูทางให้ทักษิณกลับมายึดครองประเทศไทยแบบเบ็ดเสร็จ แต่ผมก็เชื่อครับ คุณรังสิมา (รอดรัศมี) นั่นก็เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะครับ แต่ชอบต่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าช้าจัง แต่ผมเชื่อในพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รับเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่ได้ และผมเชื่อครับว่าเขาทำไม่สำเร็จ ...
บทความอื่นๆ
01 มิ.ย. 2556 เยี่ยมเยียนโรงเรียนปอเน๊าะ : กษิต ภิรมย์
01 มิ.ย. 2556 คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ หน.ปชป.ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้าผ่าความจริง สุพรรณบุรี
31 พ.ค. 2556 แดงหลากโทนสี : กษิต ภิรมย์
25 พ.ค. 2556 คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ หน.ปชป.ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้าผ่าความจริง จ.เลย