บทความ

 	 คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ หน.ปชป.ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้าผ่าความจริง ลานคนเมือง
29 มิ.ย. 2556

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ หน.ปชป.ในการปราศรัยเวทีประชาชน เดินหน้าผ่าความจริง ลานคนเมือง

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ในการปราศรัยเวทีประชาชน
“เดินหน้าผ่าความจริง หยุดกฎหมายล้างผิดคิดล้มรัฐธรรมนูญ
เงินกู้ผลาญชาติ - อำนาจฉ้อฉล ”
ณ  ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
วันที่ 29 มิถุนายน 2556
 
กราบสวัสดีพี่น้องที่รักชาติทุกท่านครับ สวัสดีครับ

ก็ขอขอบพระคุณพี่น้องครับ เพราะว่าเวทีผ่าความจริงที่ผมมาปราศรัยกับพี่น้องประมาณ 1 ปีเศษๆ ที่แล้ว ก็มาเริ่มต้นที่นี่ ซึ่งวันนั้นหลายคนก็สงสัยว่าพรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกมาขึ้นเวทีร่วมกับประชาชน พูดถึงความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น คือความพยายามผลักดันกฎหมายล้างผิด ให้กับคนโกง ให้กับคนอีกหลายกลุ่ม ซึ่งทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองว่า เราจำเป็นต้องจัดเวทีเพราะอะไร เวลาผ่านไปปีเศษๆ เดี๋ยวนี้ผมไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ พี่น้องประชาชนก็จะสอบถามว่าจะมาจัดเวทีผ่าความจริงที่จังหวัดนั้นจังหวัดนี้เมื่อไหร่ เพราะพี่น้องได้ฟังความจริง ซึ่งไม่สามารถหาได้จากหลายเวทีหลายสื่อ เราก็จึงถือเป็นหน้าที่ในการมาพบปะกับพี่น้องทุกๆ เสาร์

เมื่อกลางวันวันนี้ผมยังอยู่ที่จังหวัดพังงาอยู่เลยครับ ไปปฏิบัติภารกิจ พี่น้องที่พังงา ก็อยากให้ไปจัดเวทีผ่าความจริงที่นั่น ผมก็ต้องปราศรัยกันตอนเที่ยงๆ นี่แหละครับ แดดร้อน แล้วก็บอกว่า จะรีบกลับมาที่นี่ พี่น้องชาวพังงาก็ต้องติดตามดูการถ่ายทอดทางบลูสกาย ทางทีนิวส์

29 ตอนแรกมีข่าวว่าเราจะไปสุรินทร์ แล้วก็ต่อมา ก็ต้องปรับแผนเพราะผมก็อยู่กับพี่น้องได้อีกไม่นานครับ เดี๋ยวต้องเป็นประธานแต่งงานที่หัวหมาก แต่ว่ายังมีคนที่จะมาผ่าความจริงกับพี่น้องอีกหลายคน เนื้อหาสาระอัดแน่น คับคั่งเหมือนเดิม ก็เลยทำให้ต้องปรับแผน ผมเป็นประธานแต่งงานก็จะเดินทางไปกลับสุรินทร์ไม่ได้ แต่ว่ารองหัวหน้าพรรค ภาคอีสาน คุณอิสระ สมชัย บอกกับพี่น้องไปแล้วว่า อย่างไรก็ต้องเดินทางไปที่อีสาน แต่ถามว่ากลัวเทพพนมมั้ย ผมก็บอกว่าความจริงถ้าไปวันนี้ กลัวเทพพนม คือกลัวเทพพนมถูกเหยียบตาย เพราะว่าหลังจากออกข่าว มีคนติดต่อผม ติดต่อคนในพรรคเยอะแยะไปหมด บอกไปแน่นะ สุรินทร์ จะไปกันให้มากที่สุด จะได้รู้ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ทุกภาค ต้องการความจริง หมดเวลาคนที่มาหลอกลวงคนยาก คนจน คนไทย เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง

แต่เดือนหน้านี้ ก็เลยตกลงกันว่า จะจัดอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก เพราะ 1 เดือนจากนี้ไป ก็จะเป็นช่วงสุดท้ายก่อนที่สภาจะเปิดสมัยประชุม 1 สิงหาคม ที่คุณจุรินทร์เล่าให้พี่น้องฟังไปแล้วว่า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระใดๆ เรื่องที่จะเข้าเรื่องแรกก็คือกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ว่ารองประธานสภาให้สัมภาษณ์ คงจะเริ่มกังวลเหมือนกันว่า ถ้าเริ่มต้นเปิดฉากมาเป็นนิรโทษกรรมเลยจะเกิดอะไรขึ้น ก็เลยบอกว่าจะขอเอาเรื่องกู้ 2 ล้านล้านก่อน และผมก็เชื่อว่าจะมีเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการของสภาพิจารณาเสร็จแล้ว เตรียมเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาด้วย

ผมก็เรียนกับพี่น้องครับว่า เราจำเป็นต้องอยู่ที่นี่เพื่อที่จะระดมกำลังของพี่น้องประชาชนให้รับทราบความจริง เพื่อที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้องที่จะเกิดขึ้นในบ้านในเมืองของเรา เพราะฉะนั้นต้องขอกำลังจากพี่น้องกรุงเทพฯ พี่น้องปริมณฑล หรือแม้แต่พี่น้องในต่างจังหวัดครับ มาร่วมกับเราที่กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง เพื่อที่จะบอกกับรัฐบาลว่า ต้องหยุด 3 เรื่อง ดังที่ปรากฏอยู่ข้างหลังเวทีนี้

แต่เฉพาะสัปดาห์หน้า วันเสาร์หน้า ของดเวทีผ่าความจริง 1 สัปดาห์ คือฟังฟรีกันมาเยอะแล้ว ขอพูดแบบขายตั๋วบ้าง แต่รายได้ไม่มีมาเข้ากระเป๋าผม เข้ากระเป๋านายชวน หรือนายสุเทพ จะเข้าไปสมทบงานของมูลนิธิควง อภัยวงศ์ มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สำหรับผมกับท่านนายกฯ ชวนนั้นจะพูด 2 รอบ ตอนบ่ายๆ วันเสาร์ วันอาทิตย์ โรงหนังสกาล่า ช่วงบ่ายๆ ก็เป็นเรื่องวิชาการนะครับ นี่ไม่ใช่ทอล์คโชว์ตลก เพราะว่าถ้าจะดูตัวตลกเดี๋ยวนี้ต้องไปดูที่ทำเนียบรัฐบาล

ก็จะพูดเรื่องเงินกู้ล้างผลาญแผ่นดิน ลำดับให้เห็นละครับว่าความเป็นมาของบ้านเมือง ของเศรษฐกิจไทย ประวัติการทำงาน ระหว่างประชาธิปัตย์ กับพรรคของทักษิณ มันเหมือน มันต่างกันอย่างไร ก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆ บลูสกายนะครับซึ่งเป็นผู้จัดงานนี้ ตั๋วของผมกับท่านนายกฯ ชวนนั้น หมดแล้ว พอหมดแล้วบังคับให้ผมพูดรอบพิเศษ รอบที่ 3 ผมบอกไม่ไหว ก็เลยไปทาบทามน้องใหม่ ทอล์คโชว์ ชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งจะมามาดใหม่ เนื่องจากพูดเวลาค่ำๆ เป็นเรื่องโรแมนติก

ของผมนั้นเรื่องดุเดือด เงินกู้ล้างผลาญ แต่รอบดึกใช้ชื่อว่า “ความรักของสุเทพ” เพราะฉะนั้นใครอยากไปดูมาดใหม่คุณสุเทพ ยังพอมีตั๋วเหลือครับ เพราะว่าเพิ่งเปิดตัวได้ 2 - 3 วัน แต่เหลือไม่มาก แต่ใครไม่อยากฟังเทพไทร้องเพลง อย่าไปเร็ว รอเทพไทร้องเพลงเสร็จก่อนได้ แล้วฟังคุณสุเทพ พูดเรื่องความรัก ผมบอกแค่นี้ เดี๋ยวเจ้าตัวคงมาโฆษณาต่อ แต่ทราบว่า เดี๋ยวนี้ซ้อมทุกคืน ก็เลยเว้นเฉพาะ 1 สัปดาห์ แต่จะกลับมาพบปะกันบนเวทีผ่าความจริง วงเวียนใหญ่ ดินแดง สวนเบญจศิริ ก่อนที่จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา

ผมก็บอกกับพี่น้องครับว่า การเมืองก็ยังเดินไปในรูปแบบเดิม แม้ว่าความพยายามขณะนี้จะเอาเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี มาทำให้เกิดความรู้สึกว่า มันกำลังจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง มันอาจจะมีอะไรดีขึ้น ผมมาไม่ทันคุณจุรินทร์พูด แต่ได้ยินแว่วๆ ว่า เปรียบเทียบ เปรียบเปรยว่า ปรับครม. ครั้งนี้เหมือนกำลังเอาไปเข้าโรงพยาบาล ความจริงถ้าผมอยู่นะ ผมว่างานนี้ไม่ได้ผ่าตัดที่โรงพยาบาลหรอก คลีนิคเสริมความงามเท่านั้นแหละ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิม แล้วก็นักข่าวพยายามถามผมมา 2 วัน 3 วัน คิดยังไง ครม. คนนี้เข้า คนนี้ออก ผมก็บอกว่า ใครจะเข้า ใครจะออก ถ้าคนบงการเหมือนเดิม รัฐบาลนี้ก็เหมือนเดิม ยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น

ดูจาก 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นได้ชัด เรื่องที่จะต้องเล่นงานพวกผมก็ยังเดินหน้าต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมา ผมกับคุณสุเทพ ก็เดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดเรียบร้อย กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนเสร็จ มีความเห็นว่า ผมกับคุณสุเทพ ทำผิด ผมกลับไปที่บ้าน ภรรยาถามวันนี้ไปไหนมา ผมบอกไปอัยการ เขาบอกเรื่องอะไร บอกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เขาลงความเห็นว่าผมทำผิด ภรรยาผมบอกจะบ้าเหรอ มันบอกว่าผิดมาตั้งนานแล้ว จะมาเสียเวลาสอบอะไรกันมากมาย ตั้งแต่วันแรกที่ธาริตโผล่มา ก็รู้อยู่แล้วว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็ธรรมดาครับ ก็ต้องทำไปตามขั้นตอน แล้วก็มีอะไรให้มติชน ข่าวสด กับเสื้อแดงตื่นเต้นไปวันๆ เท่านั้นเอง

ก็ไม่ได้หวั่นไหวอะไรครับ ไปลงนามเรียบร้อย แล้วก็ทางอัยการก็นัดผมกับคุณสุเทพอีกครั้งวันที่ 26 สิงหาคม วันนั้นก็ต้องไปว่ากันอีกทีว่า อัยการจะว่าอย่างไร ถ้าอัยการส่งฟ้อง พวกผมก็ต้องไปต่อสู้ในศาล ในฐานะจำเลย แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้นสัปดาห์หน้า จริงๆ อีกประมาณ 10 วัน ผมจะต้องขึ้นศาลก่อนเพราะผมฟ้องธาริต เพ็งดิษฐ์ กับพวกไว้ เดิมศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องเดือนเมษายน ปรากฏว่าธาริตไปยื่นคำร้องว่า ยังไม่มีทนาย ศาลก็เลยปรานี เลื่อนมาไต่สวนมูลฟ้องเดือนกรกฎาคม ถ้ากรกฎาคมไต่สวนมูลฟ้องเสร็จ ถ้าศาลเห็นว่ามีมูล ธาริตเป็นจำเลยก่อนผมกับคุณสุเทพ

ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิม เขาจะพยายามมากดดันอะไรอย่างไร ผมทราบว่า กรกฎาคมนี้ ดีเอสไอยังขยันอีก ตอนนี้ยังเรียก สส. เยอะแยะไปหมดเลยครับ หลายคนนี่ยังไม่ไป ไปแล้ว ? ทำไมรีบไปล่ะ มีหลายคนยังไม่ไป 17 – 18 คน ยังไม่ไป คดีที่บริจาคเงิน เอาเป็นเงินบำรุงพรรคอะไรเนี่ย แล้วก็ไม่ได้ทำเช็คส่วนตัว แค่นี้แหละครับ ก็จะเรียกไปอีก 17 – 18 คน แล้วก็ยังไม่เลิกความพยายามจะเอาผิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ตอนที่มีคนมาบริจาคช่วงน้ำท่วม ทั้งที่ กกต. ซึ่งเป็นผู้รักษากฎหมายบอกว่ามันไม่ผิดไปแล้ว แต่ทางดีเอสไอก็ยังไม่เลิก ต้องการกดดันๆๆ เพื่อที่หวังว่าวันใดวันหนึ่งประชาธิปัตย์บอกว่า เอ้า ถ้าอย่างนั้นมาคุยกัน นิรโทษกรรมทุกฝ่าย เรื่องจะได้จบ

ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมคนเหล่านี้ฟังพวกผมไม่รู้เรื่อง เพราะผมกับคุณสุเทพ พูดทุกเวที พูดทุกสัปดาห์ พูดทุกครั้ง พูดเหมือนกันว่า ป่วยการเอาเรื่องเหล่านี้มากดดัน มาต่อรองกับพวกผม ไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น คนสุดท้ายที่มาพูดกับผมทำนองนี้ ผมกำลังเสนอกฎหมาย 6 มาตรา 7 มาตรา ล้างผิดทุกฝ่าย สบาย น้องได้ด้วย บัดนี้กำลังจะหลุดจากรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะไปอยู่กระทรวงแรงงาน ว่าอย่างนั้น ว่าอย่างงั้น ผมก็บอกละครับ ใครอยากถูกปรับจากรัฐมนตรีอีก ก็เสนอกฎหมายแบบนี้อีก แล้วก็ใครอยากท้าทายประชาชนมากๆ ก็อาจจะถูกปรับออกอีก เพราะเขากลัวไปกระทบกระเทือนรัฐบาล เพราะว่าตอนหลังนี่ คุณเฉลิม แกก็พูดมากจริงๆ

พูดมาก ถ้าพูดเรื่องในการงานหน้าที่ ก็ยังไม่ว่ากันครับ แต่นี่มีคดีอะไร แกเป็นพนักงานสอบสวนเองหมด รู้หมด นั่นก็ยังไม่เท่าไหร่ ที่สำคัญก็คือว่า มาพูดจาข่มขู่ คุกคาม คนที่เขาใช้สิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ผมก็นึกว่าแหม สงสัยนายกฯ หรือทักษิณนี่คงเห็นว่า พูดจาไม่ถูกหลักหรือเปล่า ถึงได้เอาออกจากรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ไปเป็นรัฐมนตรีแรงงาน ปรากฏว่า เขาสัมภาษณ์เมื่อเช้าว่าไม่ใช่ มีคนไปฟ้องเขา ไปอ่านเอาเองก็แล้วกันครับ ใช้ถ้อยคำไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ แต่ที่ผมบอกไม่ได้สนใจหรอกครับ จะไปจากตรงไหน จะมาจากตรงไหนนี่ก็เพราะว่า รัฐบาลยังไม่ปรับท่าทีในเรื่องหลักๆ ของประเทศ

เงินกู้ 2 ล้านล้านที่จะรีบเข้าสภานี่ มีปัญหาไม่ต่างจากเงินกู้ 3 แสน 5 หมื่นล้านที่ออกมาเป็นกฎหมายแล้ว และวันนี้พรุ่งนี้ จริงๆ แล้วคือวันสุดท้ายทางปฏิทินที่รัฐบาลจะต้องกู้เงิน 3 แสน 5 หมื่นล้าน ข่าวว่ากระทรวงการคลัง ลงนามสัญญากู้เงินไปแล้วเมื่อวานนี้ แต่หลังจากถูกทักท้วงว่าทำไมกู้มากจัง 3 แสน 5 หมื่นล้าน ไม่ได้กู้เต็มจำนวน กู้แค่ 3 แสน 4 หมื่น 9 พัน 9 ร้อย 99 ล้าน ลดให้พี่น้องไป 1 ล้าน

แต่เป็นการกู้ซึ่งผมเห็นว่ามีปัญหามากมายทางกฎหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ถึงกฎหมาย จนถึงระเบียบ เพราะโดยปกติ กระทรวงการคลังนั้น จะอนุมัติ หรือจะลงนามในสัญญากู้เงิน ก็ต่อเมื่อโครงการที่จะใช้เงินนั้นมีรายละเอียด และมีความพร้อม ครบถ้วน ทุกประการที่จะดำเนินการ แต่กรณีโครงการ 3 แสน 5 หมื่นล้าน โครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งคนที่ไปทำเรื่องนี้คือปลอดประสพ แล้วก็ใช้วิธียิ่งกว่าพิเศษ คือวิธีพิสดาร ในการจัดซื้อจัดจ้าง ไปเหมาเข่ง ไปรวมโครงการต่างๆ เป็นกลุ่มเป็นก้อน แล้วก็ไปดำเนินการ ให้มีการมาประมูล เสนอตัวมาทำงาน สุดท้ายแข่งขันกันอยู่แค่ 2 รายใหญ่ เงินถึง 3 แสนล้าน ก็มีคนไปฟ้องร้องศาลปกครองที่ผมเคยเล่าให้พี่น้องฟัง

แล้วสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลปกครองก็ได้มีคำวินิจฉัยแล้ว สาระสำคัญก็คือว่า 1. คนที่ไปฟ้อง เป็นองค์กรเอกชน จัดตั้งขึ้นถูกต้อง มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมรองรับ เขาเป็นผู้เสียหายจริง จากการฟ้องร้องของเขาก็คือการที่รัฐบาลเตรียมจะไปบริหารจัดการน้ำ ทำโครงการต่างๆ ในพื้นที่ซึ่งกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชน เขาจึงเป็นผู้เสียหาย ศาลจึงรับไว้พิจารณา
2. แผนการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดนั้น มีหลายโครงการที่จะไปกระทบกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงเข้าเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายในการที่จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนที่จะมีการอนุมัติโครงการ แต่ไม่ปรากฏว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่า ก่อนที่จะไปดำเนินโครงการทั้งหลายนั้น ต้องไปปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสียก่อน

และข้อที่ 3 ก็คือโครงการเหล่านี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามขั้นตอนของกฎหมาย หน่วยงานที่ทำโครงการเหล่านี้ จะต้องจัดให้มีการทำการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่รัฐบาลนี้กลับกำหนดเงื่อนไข ทีโออาร์ ให้คนที่จะเข้ามาก่อสร้าง เป็นผู้ไปทำการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเสียเอง ศาลก็บอกว่า การทำอย่างนี้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพราะคนที่จะเป็นคนก่อสร้างทำงานนี้ เขาออกแบบเอง เขาก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของเขา ให้เขาไปทำผลการศึกษาต่อสิ่งแวดล้อม ก็จะมีความเสี่ยงสูงว่า เขาจะไม่ศึกษาอย่างเป็นกลาง เพราะเขาก็จะต้องพยายามศึกษาว่า สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำนั้นมันไม่มีผลกระทบ ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการแก้ไข ไม่จำเป็นต้องไปปรับรูปแบบการก่อสร้าง หรือการออกแบบใดๆ ทั้งสิ้น ก็เช่นเดียวกัน ศาลก็สั่งว่า รัฐบาลจะต้องไปดำเนินการให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของกฎหมาย โดยหน่วยงานของรัฐต้องไปรับฟังความคิดเห็น และศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ผมบอกกับพี่น้องไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วครับว่า สิ่งที่ศาลพิจารณา และวินิจฉัยทั้งหมด เป็น 1 ใน 3 ข้อที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะยื่นถอดถอน ครม. ยิ่งลักษณ์ ว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และฝ่าฝืนกฎหมาย นี่แค่ 1 ใน 3 ข้อเท่านั้นครับ เพราะยังมีเรื่องที่การบริหารจัดการโครงการน้ำยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปปช. ว่าด้วยการเปิดเผยราคากลาง การคำนวณราคากลาง และยังมีกรณีที่การดำเนินการของคุณปลอดประสพและคณะ ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยเรื่องการฮั้ว เพราะออกแบบในเรื่องของการหาคนมาทำงานนั้น โดยมีลักษณะที่จำกัดการแข่งขัน จนมีผลให้แข่งขันกันเพียง 2 กลุ่มใหญ่ๆ อย่างที่ว่า

ผมบอกว่า ทั้งหมดนี้ ตั้งแต่ก่อน จนถึงหลัง มีคำพิพากษาของศาลปกครอง ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่ารัฐบาลได้สำนึกได้ตระหนักว่าการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ต้องบริหารภายใต้กฎหมาย กฎกติกา รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ทำผิดกฎหมาย อยู่เหนือกฎหมาย แต่ประการใด ที่บอกว่ารัฐบาลยังไม่แสดงการอะไรก็อย่างที่เห็นครับ

เมื่อวานนี้ตามข่าวก็คือ เดินหน้าเซ็นสัญญาเงินกู้ แล้วนายกฯ ทำอะไร นายกฯ ก็บอกว่า ตั้งคณะกรรมการมากลั่นกรองคำวินิจฉัยของศาลปกครอง ผมไม่เห็นต้องมีกลั่นกรองอะไรครับ คำวินิจฉัยศาลชัดอยู่แล้วว่า รัฐบาลต้องทำอะไร ทำไมไม่ทำตามกฎหมาย ทำตามคำวินิจฉัยก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องตั้งกรรมการหรอกครับ ก็ตั้งคุณพงษ์เทพ เทพกาญจนา ซึ่งมีข่าวว่าจะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีศึกษาแล้ว อาจจะมาจากสาเหตุโครงการแปลงโรงเรียนเป็นรถตู้ ซึ่งเมื่อวานผมต้องมานั่งอ่านเอกสารที่เขาชี้แจงมาว่า ไอ้รถตู้เนี่ย มันพิมพ์ผิดเพราะอะไร ผมก็อ่านอยู่มาประมาณ 6 – 7 หน้า อธิบายว่า ทำไมถึงพิมพ์ผิด ผมอ่านเสร็จ ผมก็ไม่แน่ใจว่าควรจะอ่านต่อมั้ย เพราะไม่แน่ใจว่า ไอ้ที่พิมพ์มาอีก 6 หน้า จะพิมพ์ผิดอีกหรือเปล่า

แต่นี่คือสูตรสำเร็จรัฐบาลทำมาตลอด นึกออกมั้ยครับ เมื่อก่อนนี้ มี คอป. คณะกรรมการอิสระ ศึกษาปรองดองทำอย่างไร แทนที่เขาเสนออะไรมา ครม. พิจารณา ไม่ครับ ต้องไปตั้ง ปคอป. มีกรรมการมาแปลงสารของ คอป. เสียก่อน เช่นเขาบอกให้เยียวยา ไม่เคยบอกให้ไปเยียวยา 7 ล้าน 5 แสน เขาบอกให้ค้นหาความจริงเสียก่อนก็ไม่ยอมรับ เขาบอกว่า มีชายชุดดำ ก็ไปฉีกรายงานเขาทิ้ง ยังไม่เปลี่ยนแปลง แล้วพอมีคำวินิจฉัยศาล ก็รีบบอกเลย ถ้าอย่างนั้นจะไปรับฟังความคิดเห็นประชาชน รีบตั้งเวที และทำให้เสร็จภายใน 2 เดือน สูตรเดิมอีกแล้วครับ เหมือนตอนนี้ที่กำลังเร่งไปทำสัมมนา ประชาเสวนา เพื่อสิงหาคมมา จะมีคนสรุปบอกว่า ประชาชนเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ หรือเห็นด้วยกับการออกกฎหมายล้างผิด ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมก็จึงบอกว่า อย่าไปสนใจเลยครับว่า ไปเสริมความงาม เพราะผมมั่นใจว่า การบริหารรัฐบาลไม่เปลี่ยนแปลง แนวทางการทำงานรัฐบาลไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องหลักๆ เขาก็ยังมุ่งหน้าไปสู่เรื่องการล้างผิด มุ่งหน้าไปสู่การรื้อรัฐธรรมนูญ มุ่งหน้าไปสู่การกู้เงิน ทั้งที่ขาดความพร้อม และอาจจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

2 ล้านล้านที่จะรีบเอาเข้า ถามว่าทำไม พวกผมไปซักกันในกรรมาธิการฯ พบความจริงว่า โครงการที่มีความพร้อมจะใช้เงิน มีไม่ถึง 15 – 20% อย่างเก่ง เพราะโครงการที่ใช้เงินมากๆ คือรถไฟความเร็วสูงนั้น ยังไม่สามารถให้ข้อมูล แม้กระทั่งเรื่องการศึกษาความคุ้มค่า รายละเอียดต่างๆ ต้นทุน ถามไปเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ แต่บอกว่าจะต้องรีบใช้เงินปี 56 – 57 ท่านทราบมั้ยครับ ต้องรีบใช้เงินทำอะไร จ้างที่ปรึกษา แล้วถามว่าใช้เงินจ้างที่ปรึกษาเท่าไหร่ กี่ร้อย กี่พันบาท จ้างที่ปรึกษาหลายหมื่นล้านบาท หวังตรงนี้แหละครับ เพราะไม่รู้ว่าเดี๋ยวพอเอารัฐธรรมนูญเข้า เอากฎหมายเข้า พี่น้องประชาชนเกิดลุกฮือขึ้นมา ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ขอรีบผ่านเงิน 2 ล้านล้าน แล้วก็รีบไปจ้างที่ปรึกษาเป็นหมื่นล้านเสียก่อน นี่คือสิ่งที่พี่น้องจะต้องจับตา

ขณะเดียวกันการบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว ขนาดจะปรับครม. อยู่แล้ว ก็ยังไม่มีการทบทวนแนวทางหลักๆ เศรษฐกิจ ของแพง นี่ผมก็ไม่รู้ว่า ตกลงณัฐวุฒิจะถูกปลด ไม่ถูกปลด เชียร์ไม่ถูกเหมือนกัน เพราะว่าถ้าณัฐวุฒิไป จตุพร คงจะมา แล้วคุณสุเทพ ก็รักทั้ง 2 คนเท่าๆ กัน แต่ว่าผมยังมองไม่เห็น การปรับความคิดรัฐบาลที่จะมาแก้ปัญหาของแพง ค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน เพราะผมก็เห็นประกาศยืนยันอีกเมื่อเช้าว่า 1 กรกฎา ปรับราคาแก๊สหุงต้มแน่นอน 50 สตางค์ ต่อกิโล และจะปรับไปทุกเดือน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ จนกว่าแก๊สจะขึ้นไปทั้งหมด 6 บาทต่อกิโล หรือ 90 บาทต่อถัง

น้ำมันก็จะเก็บภาษีสรรพสามิต ดีเซลเพิ่มอีก 1.50 บาท ของก็ยังไม่มีวี่แววเลยครับว่าจะมีมาตรการอะไรที่จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถลดค่าครองชีพได้ รัฐมนตรีณัฐวุฒินั่นก็ผลงานชิ้นโบว์ดำล่าสุด ผมดูไม่ทันครับ เขาเอาลงจากยูทูปเสียแล้ว ไม่รู้พี่น้องได้ดูหรือเปล่า โอ้เป็นแฟนเหนียวแน่นเลยเหรอ ดูกันเยอะเลย เห็นว่าไปชักชวนคนนั้นคนนี้มาร้องรำทำเพลง มาเต้น โครงการโชว์สวยอะไรเนี่ย แต่ว่าสุดท้ายที่ต้องเอาลงเนี่ย เพราะมีคนบอกว่า ไปขโมยเพลงเขามา คือละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ตัวเองดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ เอาเถอะครับ ตอนนี้ก็เอาลงไปแล้ว ยังดีนะ ไม่เผาห้างก่อนขโมยมา ผมมองไม่เห็นจริงๆ ว่า อะไรที่กำลังจะมาบอกกับประชาชนว่า ค่าครองชีพจะลดลงได้ หนี้สินจะลดลงได้ เพราะสำรวจมากี่ครั้งๆ หนี้สินครัวเรือนของพี่น้องเพิ่มขึ้นๆ และเพิ่มขึ้น

ส่วนรายได้ผมไปพังงามาก็เจอแต่พี่น้องต่อว่าว่าทำไมปล่อยให้รัฐบาลบริหารเรื่องยางพารา เรื่องปาล์มน้ำมันอย่างนี้ ราคาตกต่ำ ที่สัญญาไว้ 120 ไม่เห็นวี่แววเลย อยากได้ 120 ต้องขาย 2 โล ไม่ใช่โลเดียว เขาก็คิดถึงสมัยรัฐบาลที่แล้ว ที่คุณสุเทพ ทำจาก 30 บาท ขึ้นไปถึง 80 แล้วผมทำจาก 80 ไปเป็น 180 คือรายได้ของพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่เพิ่มขึ้น และชาวนาซึ่งรัฐบาลโฆษณาว่าจะได้ร่ำรวยกันเสียทีในรัฐบาลชุดนี้จากโครงการจำนำ

รัฐบาลก็มาตัดสินใจลดลงจาก 15,000 เหลือ 12,000 แต่ปากแข็ง ยังไม่ยอมรับว่าโครงการนี้มันเจ๊ง เจ๊งอย่างที่พวกผมเคยเตือนหลายคนนี่แหละครับ ในสภานี้ พรรคประชาธิปัตย์วิเคราะห์มาตั้งแต่ต้นว่าจะเจ๊งอย่างนี้ เถียงพวกเราตลอดว่า ไม่เจ๊ง เพราะคนคิดโครงการนี้เก่งมาก ฉลาดมาก ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ก็ขอเชิญอัจฉริยะ ที่คิดโครงการนี้ แล้วเพื่อไทยทำ แล้วประเทศไทยเจ๊ง กลับมารับผิดชอบในประเทศไทย มาอวดความฉลาดของตัวเองต่อซิว่า จะทำยังไงกับข้าวอีก 17 ล้านตัน มาอวดฉลาดหน่อยซิว่า ที่ทำเสียแชมป์ ส่งออกไปจะทำยังไง มาอวดฉลาดต่อซิว่า ที่ขาดทุนไปแล้ว 2 แสนกว่าล้าน ถึงมือชาวนาไม่ถึงครึ่งจะแก้ไขอย่างไร แต่อย่าไปลดผลประโยชน์ให้กับชาวนา นั่นคือสิ่งที่พวกเราเรียกร้อง
ตอนคิด 15,000 ฉลาดนัก ฉลาดหนา เดี๋ยวหาว่าผมเนี่ยไปกล่าวหาทักษิณนะ นี่ผมอ้างอิงนพดล เพราะนภดลมันโฆษณาตลอดว่าทักษิณคิดโครงการนี้ กลับมาหน่อย มาแสดงความฉลาดหน่อย ก่อนเข้าคุกนะ มีเวลาไม่มาก มาแสดงความฉลาดหน่อยว่าจะแก้ยังไง แล้วถ้าบอกวิธีแก้คือลดราคาเหลือ 12,000 ผมว่าไม่ต้องเข้าคุกหรอก ให้ชาวนาจัดการทักษิณน่าจะดีที่สุด หลอกพี่น้องประชาชน

ที่สำคัญวันที่บอกว่า ชาวนาได้ 15,000 พี่น้องผู้ใช้แรงงานได้ 300 นั่นคือจุดที่ทำให้ข้าวของมันขึ้นราคาไปหมดแล้ว แล้ววันนี้ถ้าลดชาวนาเหลือ 12,000 ถามว่าข้าวแกงจะลดราคามั้ย เพราะฉะนั้นอย่ามัวอยู่ในแดนไกล คิดจนรัฐบาลทำและประเทศเสียหาย มารับผิดชอบซะ

แล้วรัฐบาลจึงต้องมีคำตอบที่ชัดจะเอายังไง นี่ก็เปลี่ยนอีกแล้ว พอถูกประท้วง เดี๋ยวบอก เดี๋ยวให้ กขช. ดูใหม่ จะเอา 13,000 หรือจะเอา 12,000 หรือจะเอา 15,000 หรือจะเอา 13,500 ก็ยังไม่สามารถคิดได้ และรูปแบบของการจำนำก็จะยังมีปัญหาเหมือนเดิม ข้าวก็จะหลั่งไหลเข้ามาสู่โกดังของรัฐบาล ขายไม่ออก เสื่อมคุณภาพ และมีการทุจริตอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม ไม่มีทางจะแก้ปัญหานี้ จนกว่ารัฐบาลจะพูดความจริง ยอมรับความจริงแล้วปรับนโยบายให้มันถูกทิศ ถูกทาง สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ภาคใต้เหมือนกันครับ วันนี้เกิดเหตุการณ์อีก ทหารเสียชีวิตไปอีก 8 นาย จะเปลี่ยนผู้รับผิดชอบอะไรอย่างไรก็ตาม ถ้ายังใช้วิธีการบอกว่าไปพูดคุยแบบนี้ แล้วก็ปล่อยให้ฝ่ายที่มาพูดคุย ใช้การพูดคุยเป็นแค่เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อชาวโลก แต่ไม่มีรูปธรรมของการลดความรุนแรง สถานการณ์ในพื้นที่ก็จะไม่ดีขึ้น เห็นมั้ยครับ พอบอกว่าจะลดความรุนแรง แทนที่จะมานั่งประชุมกันว่าฝ่ายคุณทำยังไง ฝ่ายผมทำยังไง ปล่อยเขาไปขึ้นในอินเตอร์เน็ตว่า จะให้สงบ จะลดความรุนแรง ต้องถอนทหาร ตำรวจออกจากพื้นที่ทั้งหมด

ดีนะครับ ผมเห็นรัฐมนตรีกลาโหม สุกำพล นานๆ จะเห็นด้วยกันซักครั้ง สุกำพล อุตส่าห์มาบอกว่า รับไม่ได้ อย่างนี้เจรจาไม่จริงใจ ผมเลยเชียร์ว่าสุกำพลพูดถูก วันรุ่งขึ้นมีข่าวถูกปรับออกจากครม. เลย เราจะปล่อยสถานการณ์ภาคใต้ไปอย่างนี้อีกนานเท่าไหร่ จะต้องสูญเสียกันอีกเท่าไหร่ รูปธรรมของความเปลี่ยนแปลงคืออะไร นอกจากเอาคุณเฉลิมไปอยู่แรงงาน ที่จริงก็ทำบ่นไปอย่างนั้นแหละ แอบดีใจ เพราะว่าไม่งั้นวันนี้พรุ่งนี้ต้องลงใต้ ความจริงยังไม่ถูกปลดก็ไปได้ ทำไมไม่ไป

แล้วก็มีการให้นายกรัฐมนตรีไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง นี่คือตามข่าว เรื่องนี้ผมไม่ได้มองหรอกว่าจะสร้างประวัติศาสตร์อะไรหรือไม่ เป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ที่ว่า นายกฯ ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรอกครับ เป้าหมายหลักวันนี้คือต้องการมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง ก็สร้างความชอบธรรมบอกว่าถ้านายกฯ ไปอยู่ นายกฯ ก็มีภารกิจอื่นเยอะ คงต้องมีรัฐมนตรีช่วย ตามข่าวก็บอกไปเอาพล.อ.ยุทธศักดิ์ กลับมาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม มาเป็นรัฐมนตรีช่วย

ที่ต้องการมีรัฐมนตรีช่วย เพราะในกฎหมายของกระทรวงกลาโหม พี่น้องครับ การโยกย้ายแต่งตั้งนี่ไม่เหมือนกับกระทรวงอื่นๆ กฎหมายเขาจะเขียนว่า การโยกย้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ
ระดับนายพล ระดับสูง ต้องทำโดยในรูปของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการจะมีปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ ผบ.สูงสุด และจะมีฝ่ายการเมืองคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และถ้าหากว่ามีรัฐมนตรีช่วย ก็จะมีฝ่ายการเมืองเพิ่มอีก 1 คน เป็น 2 คน ผมมองว่าการปรับครั้งนี้เพื่อจะเอาเสียงไปเพิ่มในคณะกรรมการชุดนี้ หวังผลในเรื่องของการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการทหารต่อไป

ฉะนั้นพี่น้องครับ สิ่งที่เราบอกว่าวันนี้ต้องหยุด เงื่อนไขต่างๆ อยู่ครบ กฎหมายล้างผิด คิดล้มรัฐธรรมนูญ ก็ยังเดินหน้า เงินกู้ ผลาญชาติ ก็ยังเดินหน้า และการใช้อำนาจฉ้อฉลก็ยังเดินหน้า เมื่อเขาเดินหน้า พวกผมก็บอก ผ่าความจริงก็หยุดไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อ และผมต้องขอแรงพี่น้องประชาชน หลังจากที่เว้น 1 สัปดาห์ สัปดาห์หน้าจากนี้ไป ต้องไปเชิญชวนพวกเราให้ติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองอย่างเข้มข้น พร้อมที่จะสะท้อนไปถึงรัฐบาล ว่าเราต้องการรัฐบาลให้บริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์ ให้ยึดประโยชน์ของส่วนรวม ให้ใช้อำนาจตามความชอบธรรม ตามกฎกติกา และกฎหมายของบ้านเมือง

วันนี้ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องอีกครั้ง เพราะผมต้องไปเป็นประธานแต่งงาน คือความจริงหยุดไม่ได้ ความรักของบ่าวสาวเขาก็หยุดไม่ได้ ผมเลยต้องขอไปทำหน้าที่เป็นประธานแต่งงาน แต่จะมีอีกหลายท่านมาพบกับพี่น้อง ขอคำยืนยันสุดท้ายครับ สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้) กราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ

**********************************





บทความอื่นๆ