บทความ

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ 26 เม.ย.52
26 เม.ย. 2552

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ 26 เม.ย.52

สรุปประเด็น

คำต่อคำ

นายกรัฐมนตรีคาดจัดประชุมสุดยอดอาเซียนมิ.ย.นี้เรียกความเชื่อมั่นและกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศกลับคืนมา (26/4/2009)
นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุม เพื่อให้เกิดความโปร่งใส พร้อมเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศหลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง และเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมที่สนับสนุนสถาบันหลักของชาติ

วันนี้ (26 เม.ย.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 15 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้

ช่วงที่ 1

เปิดประชุมร่วมรัฐสภารับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา

พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับทุกวันอาทิตย์ในช่วงเช้า สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นสัปดาห์ที่ผมและรัฐบาลก็เดินหน้าในการที่จะนำบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับสิ่งแรกที่เราพยายามดำเนินการคือว่า ทำให้เหตุการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นเดินไปในลักษณะที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมของทุก ๆ ฝ่าย เพราะฉะนั้น เมื่อวันพุธและวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รัฐบาลจึงได้ขอเปิดการประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งก็มีทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นเวลา 2 วัน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงการแสวงหาทางออกสำหรับบ้านเมือง เพื่อที่จะให้ความขัดแย้งต่าง ๆ นั้นได้คลี่คลายลงไป

ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมาก คงจะได้มีการติดตามการประชุมทั้ง 2 วัน เพราะว่ามีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และทางวิทยุ ซึ่งในการอภิปรายนั้น ธรรมดานะครับสำหรับการประชุมสภาฯ ที่บางครั้งก็อาจจะดูมีความขัดแย้งหรือมีอารมณ์กันอยู่บ้าง แต่ว่าโดยรวมครับ พี่น้องประชาชนคงจะตระหนักว่า ที่ประชุมสภาฯ ก็คือที่ประชุมของผู้แทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งก็สะท้อนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนซึ่งย่อมจะมีความหลากหลายมีความแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ประเด็นหลัก ๆ ที่เราจะต้องช่วยกันจากวันนี้ไปก็คือ การสะสางใน 2 จุด จุดแรกคือในเรื่องของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมขอย้ำอีกครั้งครับว่า รัฐบาลและโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผมเองได้รายงานสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ให้พี่น้องประชาชนอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและหลักการจุดยืนของรัฐบาล ซึ่งจำเป็นที่จะต้องประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะนำเรื่องของการรักษากฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมาสู่สังคม ไม่ได้เป็นการใช้กฎหมายในลักษณะที่จะหวังประโยชน์ในเรื่องของการเอาชนะคะคานในทางการเมืองแต่ประการใด เพราะฉะนั้น อย่างที่เรียนก็คือว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญนั้น ย่อมทำได้ การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างย่อมทำได้ แต่ว่าพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผิดกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องใช้เครื่องมือเครื่องไม้ตามกฎหมายจัดการ เพื่อที่จะไม่ให้สถานการณ์นั้นลุกลามและกระทบกับประเทศ และกระทบกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนต่อไป

ยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่

ดังนั้น ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่าประการแรกในเชิงนโยบายนั้น ได้มีการประชุมกำชับกับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในช่วงที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินเกือบตลอดเวลาว่า ทุกมาตรการที่ใช้นั้น หนึ่ง ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปฏิบัติการทุกครั้งก็จะมีสื่อสารมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศอยู่ด้วย และสอง คือว่าพึงหลีก เลี่ยงการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับหรือตัวบทกฎหมายทุกประการ ผมยังยืนยันครับจนถึงวันนี้ว่าจากการติดตามตรวจสอบในทุกเรื่อง ยังไม่ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรง และในส่วนของการบาดเจ็บต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าไปดูแล รัฐบาลก็ได้ดำเนินการมีมติในเรื่องของการเยียวยาให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะอยู่กลุ่มใด

ผมเรียนว่า 2 วันที่มีการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ นั้น ที่จริงแล้วก็มีเรื่องราวที่ได้รับความสนใจอยู่ อาจจะอยู่ 2-3 เรื่องซึ่งยังอยู่ในความสนใจ เช่น กรณีที่มีการพบศพในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็ขอเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า บุคคลทั้งสองที่ได้เสียชีวิตนั้น เสียชีวิตหลังจากที่มีปฏิบัติการต่าง ๆ ในเรื่องของการทหาร หรือการดำเนินนการของฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่ามีพยานชัดเจนที่ระบุว่าบุคคลทั้งสองนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณดึกของวันที่ 13 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 14 ซึ่งพี่น้องประชาชนคงจำได้ว่าหลังจากดึกวันที่ 13 เป็นต้นไป ก็ไม่ได้มีปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงอะไรเพิ่มเติม เป็นช่วงที่มีการตรึงกำลังกันก่อนที่วันที่ 14 ทางผู้ชุมนุมจะได้ตัดสินใจในเรื่องของการยุติการชุมนุม อย่างนี้เป็นต้น หรือมีเรื่องที่มีการพูดถึงการเสียชีวิตของพลทหาร ซึ่งผมอยากจะเรียนว่าเป็นผู้ที่ดูแลบ้านพักซึ่งผมได้ไปพักอยู่ แต่ว่าการเสียชีวิตของบุคคลท่านนั้นเกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 14 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาที่ผมไม่ได้พักอยู่ที่นั่นแล้วนะครับ ผมพักอยู่ที่นั่นในช่วงวันที่ 12 และวันที่ 13 เมษายน และจากรายงานเบื้องต้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ทราบว่าบุคคลดังกล่าวประสบอุบัติเหตุในช่วงค่ำ และหลังจากนั้นก็มีพยานที่ได้สนทนาและได้ช่วยในเรื่องของการซื้อยา เพราะว่าทางเจ้าตัวนั้นได้บ่นว่าปวดศีรษะมาก แต่หลังจากที่นอนแล้วได้พบอาการผิดปกติ ได้มีการส่งโรงพยาบาล อย่างนี้เป็นต้น

รัฐบาลตั้งคณะกรรมการประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

นอกจากนั้นจะมีภาพเหตุการณ์ ซึ่งเป็นภาพนิ่งบ้าง ภาพเคลื่อนไหวบ้าง ซึ่งรัฐบาลได้พยายามที่จะชี้แจงว่าแต่ละเรื่องมีที่มาที่ไปอย่างไร ผมอยากจะเรียนว่าเราก็จะเดินหน้าทำเรื่องนี้ให้โปร่งใสครับ เพราะว่าใครก็ตามที่เสียชีวิต ใครก็ตามที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ผมยืนยันครับว่าผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เราก็ต้องยืนยันข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่าการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ดังนั้น สิ่งที่ผมดำเนินการในขณะนี้ก็คือ ข้อแรก ในส่วนของรัฐบาลเองได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประมวลเหตุการณ์ ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบของทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อันนี้เป็นเรื่องของฝ่ายบริหารที่จะต้องดำเนินการ ข้อที่สอง คือในการประชุมสภาฯ นั่นเอง เพื่อให้เกียรติกับเพื่อนสมาชิกที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ผมได้เสนอแนะให้ทางท่านประธานรัฐสภาได้เชิญวิปของทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้านและวุฒิสภา ซึ่งเข้าใจว่าจะมีการพบปะกันในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะได้มีการดำเนินการว่า จะชำระสะสางประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไร โดยผมยืนยันว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการที่จะได้ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้นครับ ในส่วนของหน่วยงานแต่ละหน่วยงานเอง หากมีเหตุการณ์คำร้องเรียนใดๆ ก็ต้องดำเนินการในการให้ได้ข้อเท็จจริงมา และก็ยืนยันว่ากำลังพลหรือบุคลากรของทุกหน่วยงานนั้น จะต้องปฏิบัติตามนโยบายตามกฎหมายเท่านั้น และก็จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมตั้งใจครับว่าบรรดาข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการนำเสนออยู่ในขณะนี้ควรจะได้มีการตรวจสอบพิสูจน์ และมีการชี้แจงเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงทุกแง่ทุกมุม ความจำเป็นในเรื่องนี้ที่จะต้องทำ มีเหตุผลสำคัญ 2 ประการนะครับ ประการแรกคือว่า ผมคิดว่าอันนี้เป็นมาตรฐานในเรื่องของความโปร่งใสและธรรมาภิบาล เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ต้องมีการติดตามตรวจสอบชำระสะสาง และประมวลออกมาให้พี่น้องประชาชนรับรู้รับทราบ เหมือนในต่างประเทศครับ แม้กระทั่งที่เขาประชุม G 20 กันไปที่ลอนดอน ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ที่ตำรวจไปปะทะกับผู้ชุมนุม เขาก็ต้องมีการสอบสวนให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร

มีการทำใบปลิวที่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

ประการที่ 2 คือว่าผมยังมีความเป็นห่วงว่า ยังมีคนจำนวนหนึ่งครับพยายามที่จะนำเสนอข้อมูลซึ่งคลาดเคลื่อน หรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ แล้วก็ไปทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่จะนำไปสู่ความรุนแรงให้เกิดขึ้นได้อีก ผมยกตัวอย่างว่าขณะนี้ก็มีคนเอาใบปลิวมาให้ผมดู อ้างว่าเป็นใบปลิวจากผู้สื่อข่าวช่อง 3, 5, 7, 9 ที่บอกว่าไม่สามารถเสนอความจริงได้กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และก็ไปบรรยายว่าจริง ๆ แล้วมีความรุนแรง มีการตาย มีอะไร แต่ที่ผมเห็นชัดเจนและคลาดเคลื่อนก็คือว่าพูดถึงเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ก็บอกว่าผมไม่ได้อยู่ในรถยนต์คันที่มีการทำร้าย แล้วก็ไม่ได้มีอะไร เป็นเรื่องของการวางแผนเพื่อที่จะสร้างสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งผมอยู่ในเหตุการณ์เอง ผมทราบและพี่น้องประชาชนที่ดูข่าว ก็จะทราบว่าไม่ได้เป็นความจริงเลย ตามที่มีการกล่าวอ้างในใบปลิวลักษณะนั้น เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้น ก็เพื่อความโปร่งใส

และอยากจะเรียนพี่น้องประชาชนครับว่า ในช่วงนี้ถ้าท่านได้ข้อมูลอะไร ขอให้ท่านได้ใช้วิจารณญาณไตร่ตรองแยกแยะ และถ้าสงสัยจะมีกระบวนการการพิสูจน์ชี้แจงต่อไป ซึ่งผมย้ำว่าจะไม่ได้ทำโดยรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายนิติบัญญัติก็จะดำเนินการ และผมเข้าใจว่าคงจะมีการนำเรื่องเหล่านี้ไปสู่องค์กรอิสระอื่น ๆ เพื่อที่จะได้ชำระสะสางต่อไป ผมย้ำเรื่องนี้ เพราะว่าผมไม่ต้องการให้ปฏิบัติงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพียงแค่นำกฎหมายและความสงบกลับคืนมา ถูกนำไปเป็นเงื่อนไขที่จะเป็นความขัดแย้งเพิ่มเติม และผมก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจในเรื่องของความโปร่งใส และการรับการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา

เชิญทุกฝ่ายร่วมหาทางออกทางการเมือง

ประการที่ 2 ที่จะต้องมีการดำเนินการแน่นอนครับคือว่า ต้นเหตุของความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องของการเมือง เพราะฉะนั้น การหาทางออกทางการเมืองก็มีความจำเป็น เช่นเดียวกันครับหลังจากการประชุมรัฐสภาแล้ว ผมได้ขอให้ท่านประธานรัฐสภาได้เชิญทุกฝ่ายมา เพื่อที่จะเดินหน้าในการติดตามในเรื่องของการแสวงหาทางออกทางการเมือง แต่ตรงนี้ครับคงจะไม่สามารถทำได้ลำพังเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเป็นเรื่องของสังคมทั้งสังคม เพราะฉะนั้น ถ้าจะพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปการเมือง การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือการสมานฉันท์ใด ๆ ก็ตาม กระบวนการนี้ต้องเป็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องของความจำเป็น เพื่อที่จะปรับฐานการเมืองให้ทุกฝ่ายได้ยอมรับกฎกติกาต่าง ๆ ที่มีอยู่ ก่อนที่เราจะแสวงหาทางออกทางการเมืองในขั้นต่อไป เพราะถ้าหากว่าขณะนี้ยังไม่ชำระสะสางกันในเรื่องนี้ การเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใด ๆ คงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาพื้นฐานได้ เพราะว่าจะทำให้เราย้อนกลับไปอยู่ในสถานการณ์อย่างที่เราได้ผ่านมาในช่วง 2-3 เดือนนี้

เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นอีกขั้นหนึ่ง อีกก้าวหนึ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการคลี่คลายสภาพปัญหา ต่าง ๆ ที่เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามครับ การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ผมอยากจะบอกว่าไม่ได้หมายความว่าฝ่ายอื่น ๆ จะเพิกเฉยนะครับ สถาบัน องค์กรต่าง ๆ ซึ่งผมได้เคยร้องขอให้เข้ามาดูแล อย่างเช่น สถาบันพระปกเกล้า หรือหน่วยงานวิชาการ หรือสภาพัฒนาการเมือง หรือหน่วยงานอื่น ๆ ก็ควรที่จะได้มีการติดตามและทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งที่ผมได้พูดไปก่อนหน้านี้ว่า น่าจะพิจารณาให้กว้างขวาง เปิดกว้างเอาไว้ ยกเว้นในเรื่องของการนิรโทษกรรมในเรื่องของคดีอาญา สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการสะท้อนความคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทางสมาชิกรัฐสภาทุกคนก็พึงที่จะรับฟังในการหาคำตอบต่อไป ผมเองจะไม่ชี้นำอะไรครับ ในส่วนของผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งจะมีคณะทำงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในการเสนอความเห็นของพรรค พร้อม ๆ ไปกับการที่พรรคการเมืองอื่น ๆ จะได้เสนอความเห็นเข้ามา เพราะฉะนั้น ใน 2 เรื่องนี้ครับคือก้าวสำคัญ หลังจากที่เราได้สรุปในเรื่องของการประชุมรัฐสภา

รัฐบาลไม่มีสองมาตรฐานในการทำงาน

อย่างไรก็ตามนะครับ ผมเห็นว่าในการประชุมรัฐสภาที่ผ่านมา ก็มีการพูดถึงประเด็นบางประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องสองมาตรฐาน ผมขอย้ำครับว่าในส่วนของฝ่ายบริหารหรือในส่วนรัฐบาลเอง ในเรื่องของสองมาตรฐานไม่มีครับ ผมทำงานทุ่มเททำงานให้กับทุกคนเสมอภาคกัน ส่วนปัญหาคดีความต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการตัดสินต่าง ๆ ที่ผ่านมา หลายส่วนเป็นเรื่องของอำนาจของฝ่ายตุลาการหรือองค์กรอิสระ ซึ่งผมคิดว่าหน่วยงานเหล่านั้นควรจะได้ทำคำชี้แจงนะครับว่า การตัดสินต่าง ๆ มีเหตุมีผล มีเรื่องของข้อกฎหมายรองรับอย่างไร ส่วนถ้ากฎหมายที่เป็นที่มาของการตัดสินตรงนั้น มีความไม่เป็นธรรมหรือมีความบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์อย่างไร ก็จะได้เป็นการสรุปเพื่อที่จะให้คณะที่ดูแลในเรื่องของการแก้ไขปัญหาทางการเมืองนำไปประกอบการพิจารณา

แต่ในส่วนของฝ่ายบริหารเองก็ยังมีเรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อ ผมขอเรียนนะครับว่าการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมจากนี้ไป ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับแกนนำผู้ชุมชน ไม่ว่าจะไปเกี่ยวข้องกับสื่อใด ๆ ก็ตาม จะได้ยึดตามกฎหมายเท่านั้น แล้วจะไม่มีการเอาอำนาจพิเศษในเรื่องของพระราชกำหนดมาเป็นตัวตั้ง ในการที่จะไปดำเนินการ เพื่อมุ่งที่จะไปกลั่นแกล้งหรือไปคุกคาม หรือไปอะไรทั้งสิ้น ไม่มีเด็ดขาด และเมื่อเราได้วางแนวทางกติกาเช่นนี้แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตั้งแต่เวลาเที่ยง ผมได้ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งหมายความว่าอำนาจของรัฐบาลตาม พ.ร.ก.ก็สิ้นสุดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีความรับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หรือความมั่นคงจะหยุดทำงานนะครับ ท่านเหล่านี้จะทำงานต่อภายใต้กรอบกติกาของกฎหมายปกติต่อไป

เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ผมเรียนกับพี่น้องประชาชนครับว่า ทั้งหมดที่ทำเพื่อต้องการให้เรายุติความรุนแรง และนำความปกติกลับคืนมาสู่บ้านเมือง แต่กระบวนการตรงนี้ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนต่อไป ในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ผมคิดว่ามีวันสำคัญ ๆ มากมาย ซึ่งบ่งบอกในเรื่องของการสนับสนุนสถาบันหลักของชาติ ซึ่งผมขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชน เราจะมีทั้งวันแรงงาน วันพืชมงคล ซึ่งเป็นวันที่แสดงออกถึงการยอมรับกลุ่มคนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ นั่นคือเกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน เราจะมีวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ผมก็ถือโอกาสเรียนเลยนะครับว่า ที่มีข่าวว่าไปตัดงบประมาณลงเหลือ 2 ล้านหรืออะไรนั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ ขณะนี้มีการของบประมาณงบกลางมา สำนักงบประมาณกำลังเร่งรัดให้ และงานทั้งหมดก็คงจะมีงบประมาณ ประมาณ 56 ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก็จะมีการดำเนินการ ขอถือโอกาสเชิญชวนพุทธศาสนิกชนว่า ในช่วงจากนี้ไปจนถึงวันวิสาขบูชา ขอให้ท่านได้ร่วมกันจะปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ภาวนา หรือเข้าไปร่วมในกิจกรรมทางศาสนาใด ๆ เพื่อที่จะเตือนสติสังคมทั้งสังคมว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความสงบสุข และการไม่มีความขัดแย้งกันนะครับ

สำหรับพี่น้องที่นับถือศาสนาอื่น เช่น ศาสนาอิสลาม ก็อยากจะเรียนนะครับว่า ผมเองได้กำลังเร่งดูในเรื่องของการประกอบพิธีฮัจย์ ซึ่งเป็นงานสำคัญ รัฐบาลได้มีการแต่งตั้งท่านอาจารย์ลุตฟี (ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อะมีรุลฮัจย์) ซึ่งเป็นอะมีรุลฮัจย์ ผมได้พบกับท่านก็มีการกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมในเรื่องของการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในส่วนของการดำเนินการของหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ และแน่นอนที่สุดครับ สถาบันพระมหากษัตริย์ครับ เรากำลังจะเข้าใกล้วันสำคัญอีกวันหนึ่งคือวันฉัตรมงคล รัฐบาลจะได้มีการจัดกิจกรรม เพื่อให้พี่น้องทั้งประเทศสามารถแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเทิดทูนสถาบันนี้ เป็นที่เคารพของพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า และจะต้องดำรงสถาบันนี้ไว้ให้อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองทั้งปวง ทั้งหมดนี้จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลและสังคมได้มีเวลาในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประเทศ และของพี่น้องประชาชน

ประกาศเรื่องการฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ

ผมขอเวลาอีกสักนิดหนึ่งครับก่อนที่จะพักในการพูดคุยว่า งานสำคัญที่เราต้องเร่งทำมีอะไรบ้าง ประการแรกคืองานทางด้านเศรษฐกิจ เพราะว่าผลกระทบต่าง ๆ ขณะนี้ก็รุนแรงมากยิ่งขึ้นจากเหตุการณ์ทางการเมือง รัฐบาลล่าสุดก็ประเมินว่า ตรงนี้จะทำให้รายได้ของรัฐบาลต้องหายไป เพราะว่านอกเหนือจากการส่งออกแล้ว แน่นอนการท่องเที่ยวกระทบรุนแรงมาก รัฐบาลจึงได้ประกาศในเรื่องการฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ตรงนี้จะมีผลกระทบต่องบประมาณปี 2553 ซึ่งจะต้องปรับลดลงไปจากเดิมที่ตั้งใจไว้ 2 แสนล้าน แล้วรัฐบาลก็จำเป็นจะต้องเร่งหาคำตอบ ซึ่งจะทำให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ในเรื่องของที่มาของเงินลงทุนต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าว่าจะมาจากที่ไหนอย่างไร แต่ผมยืนยันครับว่า หลักสำคัญก็คืองบประมาณที่จะต้องปรับลดนั้น 1.จะไปดูในเรื่องของความฟุ่มเฟือยความไม่จำเป็นในส่วนของหน่วยงานของรัฐก่อน แต่ 2. นั้นเราจะไม่มีไปตัดลดงบประมาณในลักษณะที่กระเทือนกับสิทธิของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือสวัสดิการหรือกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งรวมถึงข้าราชการด้วย

เพิ่มงบฯรักษาฟรีปี 53 ให้อีก 200 บาทต่อคน

ข่าวคราวสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีความสับสนอีกนะครับ เช่นไปบอกว่ารัฐบาลจะไปตัดงบในเรื่องของโครงการรักษาฟรี ไม่จริงเลยนะครับ โครงการรักษาฟรี วิธีจัดงบประมาณคือเราจัดงบประมาณเป็นการคำนวณเฉลี่ยต่อหัวประชากร ปีที่แล้วหรือปีงบประมาณปัจจุบัน ได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้ 2,202 บาทต่อหัว แต่ว่าในปีที่จะถึงนี้ที่รัฐบาลได้มีมติไปจะเพิ่มเป็น 2,406 บาท คือเพิ่มถึง 200 บาทต่อคนที่อยู่ในระบบของโครงการรักษาฟรีทั้งหมด แต่ที่ไปสับสนคือว่าไปตัดงบ 40,000 ล้านบ้าง อะไรบ้าง นั่นคือกรณี 40,000 ล้านไปเทียบกับตัวเลขที่สับสน เพราะตัวเลขนั้นไปรวมเงินเดือนของบุคลากรทางด้านสาธารณสุขด้วย แต่ตัวเลขที่เอาไปเทียบกันกับปีหน้า ตัวเลขนั้นไม่ได้รวมเงินเดือน ส่วนที่บอกว่าให้ไม่เท่ากับคำขอนั้น ความจริงอันนี้เป็นเรื่องปกติของทุกปีนะครับก็ว่าได้ ปีที่แล้วก็ไม่ได้ขอ 2,200 ครับ ปีที่แล้วเขาขอมา 2,300 แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็พิจารณาแล้วเห็นว่าตัวเลข 2,200 เหมาะสม ปีนี้เขาขอมา 2,600 เราก็ขยับจาก 2,200 ขึ้นไปเป็น 2,400 อันนี้เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีการตัดงบอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น และงานในเรื่องการดูแลสวัสดิการหรือปัญหาของกลุ่มต่าง ๆ ก็เดินหน้าต่อเนื่อง ผมยกตัวอย่างว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาในส่วนของกลุ่มพนักงานราชการ ได้มีการประชุมและเพิ่มสิทธิเพิ่มสวัสดิการในเรื่องของการที่มีบุคคลใดได้รับอันตราย หรือเจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปนี้จะได้สิทธิเท่ากับเอกชนในเรื่องของพระราชบัญญัติเงินทดแทน โดยจะให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2547 ผมก็จะเดินหน้าทำงานสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่องต่อไป

ขยายเวลามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวออกไปอีก 1 ปี

และเศรษฐกิจในภาพรวม มาตรการการท่องเที่ยว คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการพิจารณาต่อมาตรการในเรื่องของการยกเว้นค่าวีซ่า ลด Landing free ลดค่าเข้าอุทยาน นั้นก็ต่ออายุให้ เพื่อให้มาตรการนี้เป็นผลเป็นระยะเวลา 1 ปี และกำลังพิจารณาในเรื่องของสภาพคล่อง สินเชื่อ มาดูแลธุรกิจการท่องเที่ยว วันพุธที่จะถึงนี้ที่จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ จะมีการประชุมในเรื่องของภาพรวมมาตรการเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้จะต้องมาดูแลทุกปัญหาเลยนะครับ แม้ว่าบางครั้งก็มีสัญญาณที่ดีขึ้นว่าเศรษฐกิจต่างประเทศจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา แต่ว่าเราก็มีปัญหาที่เป็นผลกระทบมา รวมไปถึงในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฝืดเคือง ก็ปรากฏว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องข้าวของแพงในบางส่วน หมูแพง มะนาวแพง อันนี้จะได้เร่งรัด ส่วนพี่น้องเกษตรกรนั้น ผมได้กำชับแล้วว่า ภายในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน จะต้องเร่งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวเพื่อมาดูแลผลผลิตที่สำคัญที่สุดของพี่น้องเกษตรกรคนไทย เพราะฉะนั้น งานทางด้านเศรษฐกิจเป็นงานสำคัญที่เราจะเดินหน้าต่อ และผมคิดว่าถ้ารัฐบาลได้มีเวลาทำงานตรงนี้ภายใต้ภาวะบ้านเมืองที่สงบ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนต่าง ๆ และวางพื้นฐานที่ดีสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป

เร่งจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนให้เร็วที่สุด

ขณะเดียวกันครับในแง่ของการฟื้นฟูความเชื่อมั่น สิ่งที่เราจะต้องเร่งทำต่อไปก็คือ การจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งต้องเลื่อนไปหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่พัทยา ให้ได้ เพราะฉะนั้น ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรากำลังประสานกับผู้นำกับประเทศต่าง ๆ อีก 15 ประเทศ ซึ่งต้องมาร่วมในการประชุมสำคัญครั้งนี้ ซึ่งทุกประเทศอยากจะเร่งให้มีการประชุม เพราะว่าต้องการที่จะมีการมาร่วมมือกันในการที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของโลก ซึ่งสิ่งที่เขาเป็นห่วงแน่นอนก็คือ หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังที่แล้ว อยากจะเห็นรูปธรรมชัดเจนของความสงบในประเทศของเรา และมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเราจะเร่งทำ และผมต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งเราหวังว่าในเดือนมิถุนายนนี้ เราจะสามารถมาเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสุดยอดครั้งนี้ได้ ซึ่งจะเป็นรูปธรรมสำคัญที่สุดในการที่จะเรียกความเชื่อมั่นและกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของชาวโลก ที่จริงหลังจากเลิกพระราชกำหนดหรือการประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรงแล้ว ขณะนี้หลายประเทศได้ยกเลิกคำเตือนในเรื่องของการเดินทางเข้ามา เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าในช่วงหลังจากนี้ไปนะครับ ซึ่งผมได้พูดแล้วมีวันสำคัญหลายโอกาส และพี่น้องประชาชนร่วมมือร่วมใจกันจริง ๆ แล้วก็เป็นเจ้าภาพต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง รวมทั้งประชาชนที่มาท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างดี ตรงนี้ล่ะครับจะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุด และเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ว่าประเทศไทยของเรา คนไทยของเรา ยังเหมือนเดิม ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะรายงานให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงแนวทางการทำงานต่อไป และการสะสางปัญหาหรือเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา อีกสักครู่กลับมาพบกัน ในวันนี้จะมีพิธีกรรับเชิญเพื่อมาพูดคุยสนทนาในเรื่องอื่น ๆ ต่อไปครับ

ช่วงที่ 2

ผู้ดำเนินรายการ (นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์) สวัสดีครับ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ในช่วงที่ 2 ผมได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรรับเชิญครับ และแน่นอนหลาย ๆ คำถามนั้น ได้รับการฝากมาจาก พี่น้องสื่อมวลชนด้วยนะครับ สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ

นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ได้พักผ่อนเต็มที่หรือยังครับ หลังจากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายกรัฐมนตรี ก็ดูจะมีคืนวันศุกร์ วันเสาร์ ที่ผ่านมานะครับ เพราะว่าก่อนหน้านั้นก็มีประชุมสภาฯ ก็เลยนอนตี 1 ตี 2 อยู่

ผู้ดำเนินรายการ แล้วเมื่อคืนนี้มีโอกาสได้ชมฟุตบอล ลุ้นทีมด้วย

นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ดูหรอกครับเพราะว่าทีมไม่ได้แข่ง

ผู้ดำเนินรายการ แต่ก็ได้ตามข่าวตามกระแสตลอดว่าคะแนนเป็นอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี ตามครับ ข่าวกีฬา ข่าวอะไรก็ดูตามปกติอยู่แล้วครับ

ผู้ดำเนินรายการ ก่อนหน้านี้ทราบว่าท่านนายกฯ มีโอกาสไปส่งลูก ๆ ตอนเช้าอยู่เป็นประจำ แต่ว่าตั้งแต่ในช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา เวลาของครอบครัวน้อยลงมาก

นายกรัฐมนตรี คือเวลาก็น้อยลงส่วนหนึ่งนะครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าเนื่องจากว่าเวลาเราไปไหนมาไหนขณะนี้ ก็มีเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ก็เลยไม่ได้ไป เพราะไม่อยากไปรบกวนในส่วนของผู้ปกครองคนอื่น ๆ เขา ในช่วงซึ่งการจราจรก็ติดขัดด้วย

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ตอบแบบมีรอยยิ้มในการดูแลความปลอดภัยเวลาเดินทางไปไหน ต่าง ๆ นานา แต่ว่าผมจะย้อนไปถึงเรื่องของพัทยา นายกรัฐมนตรี ผู้นำระดับสูงสุดของประเทศไทยถูกเปิดประตูรถ ถูกทุบรถ รวมไปถึงที่มหาดไทย ณ วันนี้ ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นหรือยังครับว่าพลาดที่ตรงไหน

นายกรัฐมนตรี คือผมคิดว่ามันคงมีสองส่วนนะครับ ส่วนแรกก็ผมว่าหลายคนที่รู้จักผมก็จะทราบ ผมไปไหนมาไหนธรรมดาค่อนข้างจะไปง่าย ๆ สบาย ๆ ตั้งแต่เป็นผู้แทนฯ เป็นรัฐมนตรีหรือเป็นอะไรก็แล้วแต่นะครับ ผมยังถูกแซวอยู่เรื่อย ๆ ว่าเวลาที่เดินทางเมื่อก่อนนี้ เดินทางสมมติว่าไปขึ้นเครื่องบินก็จะไปทำตั๋ว ไปทำอะไรด้วยตัวเองนะครับ แล้วก็ไป บางทีก็เดินไปคนเดียว แล้วก็ชอบถือเอกสารของตัวเองอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็พยายามบอกเขามาตลอดว่า อย่าไปทำอะไรมาก ทีนี้ก็ไม่คาดคิดครับว่าการชุมนุมต่าง ๆ ทางการเมืองจะบานปลายไปเป็นลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นอันนั้นก็อาจจะเป็นจุดแรกนะครับ ซึ่งต่อไปนี้ก็คงจะต้องฝืนใจตัวเองนิดหน่อย แล้วก็ต้องยอมรับมาตรการที่มันเข้มข้นขึ้น ส่วนที่สองก็เป็นภาพรวมด้วย ว่าไม่ว่าจะเป็นที่พัทยา หรือไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ก็อาจจะมีข้อบกพร่องในบางส่วนซึ่งต้องแก้ไข แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือเราก็นึกไม่ถึงจริง ๆ นะครับว่าจะมีการประกาศถึงขั้นว่าจะจับตัว จะไล่ล่า จะอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าต่อไปนี้ก็ต้องปรับปรุงเพราะว่า ไม่อย่างนั้นมันไม่ใช่เรื่องของตัวผม มันเป็นเรื่องของผู้นำของประเทศไทย แล้วก็มันก็ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และความมั่นใจที่ชาวโลกจะมี โดยเฉพาะผู้นำต่างประเทศ ซึ่งเขาจะต้องเดินทางเข้ามาด้วย ตอนนี้ก็มีการปรับไปพอสมควร ทั้งในส่วนที่อยู่กับผมตลอดเวลา และในส่วนที่สถานที่สำคัญต่าง ๆ ก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ ว่าเวลาที่ผมไปงาน ขบวนใหญ่ขึ้น และอาจจะมีการเข้มงวดกวดขันมากขึ้นในการตรวจตราคนที่เขาไปร่วมงาน ก็อาจจะทำให้มีความรู้สึกว่าเอ๊ะมันไม่เหมือนเดิม แต่ก็ขอความเข้าใจในเรื่องนี้ ถามว่าผมชอบใจไหม ผมก็ไม่ชอบใจหรอกครับ ยังอยากจะไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ว่าทุกคนก็ต้องทำหน้าที่และมีความรับผิดชอบของตัวเอง ฝ่ายที่เขามีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย เขาเห็นถึงความจำเป็น ก็ต้องดำเนินการ

ผู้ดำเนินรายการ 2 - 3 วันก่อนผมมีโอกาสได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของการแถลงข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หัวใจหนึ่งสำคัญที่ผมได้ยินมาก็คือว่าเรื่องของการดูแลความปลอดภัยของผู้นำหลาย ๆ ประเทศที่เข้ามายังการประชุมที่พัทยาเอง ส่วนหนึ่งบอกว่าคำสั่ง ผมเข้าใจว่าเหมือนกับคำสั่งไม่ชัดเจน และขอบเขตในการทำหน้าที่เหมือนกับไม่ได้ลงมาอย่างชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเข้าใจจุดมุ่งหมาย

นายกรัฐมนตรี คือความจริงคงไม่ใช่ว่าไม่ชัดเจนนะครับ เป้าหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว กรณีผู้นำต่างประเทศนี้ความปลอดภัยสูงสุด อันนี้ย้ำอยู่แล้ว แล้วก็ที่จริงก็แม้ว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ก็ดูแลเรื่องความปลอดภัยเรียบร้อยดี ยังมีหนังสือขอบคุณมาจากผู้นำหลายประเทศเหมือนกัน ที่บอกว่าเราได้ดูแลเขาเป็นอย่างดี ส่วนของการชุมนุมที่อาจจะเป็นปัญหานี้นะครับ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่า หนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะตำรวจเองก็เปิดใจกับผมว่าไม่ค่อยแน่ใจว่ากฎหมายคุ้มครองเขาแค่ไหน เขาก็เกร็งเพราะว่าในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น พอมีการตรวจสอบมีอะไรต่าง ๆ นี้คุ้มครองเขาแค่ไหน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราคิดถึงเรื่องการปรับปรุงกฎหมายต่อไป กับประการที่สองคือต้องให้ความมั่นใจว่า สมมติเขาทำตามนโยบาย และก็ทำตามความจำเป็นสมควรแก่เหตุ ผมยืนยันว่าฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเขาจะต้องเข้าไปรับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนะครับ ทีนี้ในช่วงของการชุมนุมหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ นี้ เขาพยายามใช้วิธีการเจรจา เสร็จแล้วปรากฏว่าพอเจรจากันไปเจรจากันมา ก็เหมือนกับเลยเหมือนปล่อยผ่านมา อันที่หนึ่งนะครับ อันที่สอง ในช่วงจนถึงพัทยานี้ เราก็พยายามไม่อยากให้มีภาพความรุนแรงอะไรเลย เพราะฉะนั้นตำรวจหรือแม้กระทั่งทหารเองบางทีมีแต่โล่อย่างเดียว ซึ่งพอเหตุการณ์มันลุกลามปั๊บ เราประกาศใช้ พ.ร.ก. มันก็จึงต้องเปลี่ยนแปลงไป ในชั้นนี้ก็จะหาความลงตัว ความพอดี เลิก พ.ร.ก. ก็จริง แต่ว่าต้องเข้มงวดไม่ให้สถานการณ์มันย้อนกลับไปเหมือนก่อนสงกรานต์อีก

ผู้ดำเนินรายการ มีหลายฝ่ายเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายการเมืองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านมองเรื่องนี้อย่างไร ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไหมครับ

นายกรัฐมนตรี คือฝ่ายการเมืองเอง เราอย่างที่เรียนกำลังมาทบทวนดูต่อสภาพปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมด แล้วก็ผมคิดว่าในช่วงตั้งแต่การประกาศพระราชกำหนดฯ มาจนถึงวันนี้ทุกอย่างก็ค่อนข้างเป็นไปด้วยดีนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าหากว่าเราสามารถทำงานต่อในระดับนี้ได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไรก็ตามการสรุปจุดอ่อน ข้อบกพร่อง ความผิดพลาดทั้งหลาย ซึ่งมันมีแน่นอนนะครับในช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ตรงนี้ก็จะต้องแก้ไขกันไป

ผู้ดำเนินรายการ จะมีเปลี่ยนหรือเปล่าไม่แน่ใจ

นายกรัฐมนตรี ก็จะมาปรึกษาหารือกันกับทุกฝ่ายอีกครั้ง

ผู้ดำเนินรายการ มีคนบอกว่าคุณอภิสิทธิ์ฯ ยังเป็นคุณอภิสิทธิ์ฯ คนเดิมตอนที่แถลงออกทีวีครั้งแรก ในช่วงที่มี 6 วันอันตรายท่านก็ไม่เลือกที่จะใช้ทีวีพูล ท่านออกช่อง 11 แล้วก็ให้ช่องอื่น ใช้ภาษาง่าย ๆ ว่าเกี่ยวเอา ท่านจะไปไหนมาไหน ท่านก็ไปคนเดียว พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ท่านประกาศแป๊บเดียว ท่านก็เลิก พอเลิกเสร็จก็มีการชุมนุมอีกแล้ว ทั้งหมดทั้งปวงท่านให้พื้นที่ในแต่ละส่วน แต่ละคนสามารถที่จะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่สถานการณ์ยังดูเหมือนไม่น่าไว้วางใจ

นายกรัฐมนตรี ผมยืนยันว่าผมมีความเชื่อในเรื่องของประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นอำนาจพิเศษผมหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุด ที่จะไม่ใช่ ฉะนั้นใครที่บอกว่าผมไปมุ่งใช้กฎหมายพิเศษ ทำลายล้างรุนแรงถึงขั้นกับกล่าวหาว่าผมไปสั่งฆ่าประชาชน มันเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ตรงกันข้าม ก่อนที่จะประกาศใช้ พ.ร.ก. นี้ผมถูกถามมา ผมว่าเกือบเป็นเดือน ว่าเมื่อไรจะใช้ เมื่อไรจะใช้ ผมก็ยืนยันว่าไม่อยากใช้นะครับ เช่นเดียวกับการใช้สื่อ ก็ใช้เท่าที่จำเป็นนะครับ ทีนี้ผมคิดว่าวันนี้สังคมมีบทเรียน ผมไม่อยากให้เป็นเรื่องว่ารัฐบาลไปบังคับ รัฐบาลต้องไปสั่ง ทุกคนมีบทเรียน สื่อสารมวลชน ประชาชนทั่วไป วันนี้ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อคืนก็ชุมนุมกัน ใช่ไหมครับที่สนามหลวง ก็ตราบเท่าที่ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ก็ไม่มีปัญหา ผมยังไม่ทราบว่ารายละเอียดในเรื่องของการชุมนุมนี้มีอะไรบ้าง แต่ว่าโดยรวมเหตุการณ์ไม่ได้มีปัญหาอะไร และก็ชุมนุมแล้วก็เลิกกันไป จะนัดชุมนุมใหม่ จะโจมตีวิพากษ์วิจารณ์ผม ไม่มีปัญหา แต่ต้องไม่มีเรื่องของการยุยงให้เกิดความรุนแรง เหมือนกับที่บางคนบอกเอ๊ะทำไมมีการไปปิดวิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์บางช่อง ผมก็บอกว่าถ้าเขาดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีปัญหาเลย แม้จะตำหนิวิพากษ์วิจารณ์ผมรุนแรงแค่ไหนอย่างไร ทำได้นะครับ แต่ถ้าเมื่อไรบอกว่าให้คนไปไล่ล่าจับคนนั้นคนนี้ ไปทำให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น ปิดถนน หรือมีการเผาหรืออะไรอันนี้ไม่ได้ ก็อยู่เท่านั้นเอง แล้วก็ได้มอบนโยบายชัดเจนให้กับทุก ๆ ฝ่าย ว่าขอให้ยืนยันแนวทางนี้ ถามว่าแนวทางนี้จะนำความสงบมาได้ไหม ผมก็บอกนะครับ ขอย้ำอีกครั้งว่าเลิก พ.ร.ก. แล้ว แต่ว่าเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจทหาร ก็ยังช่วยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และเขามีบทเรียนแล้วนะครับว่า ก่อนสงกรานต์เป็นอย่างไร ช่วงสงกรานต์ต่าง ๆ มันเกิดอะไรขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ เข้มเกินไปกับปล่อยเกินไปเป็นอย่างไร พอมองในความรู้สึกว่านี่จะเป็นบทเรียนให้กับ

นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นบทเรียนที่หาความพอดีตรงนี้ให้ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมยังให้ความมั่นใจว่าการดูแลตรงนี้จะดีขึ้น ในทางกลับกัน ใครที่คิดว่าเราจะสามารถนำความสงบโดยการใช้อำนาจพิเศษตลอดไป เป็นไปไม่ได้ครับ เป็นไปไม่ได้ แล้วก็ไม่สมควรด้วย เพราะว่าอย่างที่ผมย้ำไปว่าต้นเหตุความขัดแย้งส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการเมือง ก็ต้องไปแก้ด้วยการเมือง ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่เรากำลังให้มีคณะทำงานโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีความเป็นกลาง ในการที่จะทำตรงนี้ต่อไป คืออยากจะเปรียบเทียบให้เห็นนะครับแม้กระทั่งในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เอง ใช้ พ.ร.ก. ต่อเนื่องมา ต่ออายุกันมา 14 หรือ 15 ครั้งแล้ว มันก็เป็นเครื่องมือที่สำคัญ แต่มันอยู่ตลอดไปไม่ได้ ผมก็ย้ำตรงนี้ และพยายามจะดูว่าทำอย่างไรที่จะสามารถหาแนวทางในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพตรงนี้ และสุดท้ายนำไปสู่การยกเลิกให้ได้เช่นเดียวกัน

ผู้ดำเนินรายการ เรื่องของการพัฒนารูปแบบการเมือง ปฏิรูปการเมือง อันนี้ผมขออนุญาตเก็บเอาไว้ก่อน แต่ว่าเรื่องความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ท่านนายกฯ ก็บอกเรื่องของการดูแลเรื่องสื่อ เรื่องของการอธิบายเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ข้อเท็จจริงกับความจริง บางทีมันก็ไม่ทับซ้อนกัน และความรู้สึกของคนที่เขาอยู่กลุ่มหนึ่ง เขามองประเด็นไม่ตรงกัน

นายกรัฐมนตรี คือผมขอยืนยันอย่างนี้นะครับว่า ผมให้ความสำคัญกับข้อมูลของทุกคน ช่วงเกิดเหตุการณ์นี้ระหว่างที่ประกาศ พ.ร.ก. เมื่อใดที่มีข่าวนะครับ มีใครเสียชีวิต มีใครถูกยิงหรืออะไรนี้ ผมจะให้ตรวจสอบทันที แล้วก็ตรวจสอบโดยบุคคลซึ่งไม่ได้มีส่วนได้เสีย เอาหมอ เอาผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอาหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาช่วยกันดู เพื่อให้ประชาชนสบายใจ ว่าของจริงคืออะไร และเรื่องนโยบายถ้ามีการไปสอบถามบรรดาผู้นำ จะเป็นตำรวจ ทหาร จะทราบเลยนะครับ ตัดสินใจสำคัญ ๆ เช่น ผมบอกเลยว่าการชุมนุมที่ทำเนียบฯ ที่อยู่กันหลายพันคน แม้บางคนบอกว่าให้สลายเลย ผมก็เป็นคนตัดสินใจบอกไม่ได้ เสี่ยงต่อการที่จะเกิดความสูญเสียขึ้น อย่างนี้เป็นต้น ค่ำคืนบางคืนมีเหตุที่พบคนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปยิงทหารที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ เขาก็มาขอนโยบายผมว่าตอบโต้ได้ไหม ผมบอกอย่าไปทำเลย เกิดยิงสวนไป คนตายเป็นใครก็แล้วแต่จะเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ทำให้ความขัดแย้งลุกลามไป ก็บอกว่าให้อดทนอดกลั้น ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยมาประเมินทบทวนกันอีกที แนวทางผมชัดมาก เพราะฉะนั้นพอมาวันนี้ อย่างเช่นในสภาฯ บางทีมีภาพนิ่งออกมา นี่มันเกิดขึ้นหรือเปล่า เราต้องไปเอาคลิปที่เป็นภาพเคลื่อนไหวทั้งหมดให้ทราบว่า ก่อนจะไปถึงภาพนิ่งตรงนั้นอะไรมันเกิดขึ้น หรืออย่างกรณีคลิปต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีบางอันที่มีความไม่ชัดเจน ผมก็จะให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วมีการชี้แจงต่อไปอย่างโปร่งใสที่สุด ส่วนการสะท้อนออกมา เช่น มี ส.ส. ภาคเหนือบอกว่าในพื้นที่ภาคเหนือไปจับกุมอะไรเกินเลยไปหรือเปล่า ผมเชิญมาคุยเลย เขาเรียกหลังบัลลังก์ของท่านประธาน มาคุยกันมันเป็นอย่างนั้นเหรอ ผมก็ต่อสายคุยกับทางตำรวจในพื้นที่เลยให้คุยกัน ทำความเข้าใจกันนะว่าคนที่เขามาชุมนุมเฉย ๆ ไม่มีอะไร อย่าไปยุ่งกับเขา แต่คนที่ไปยุยงบอกว่าให้ทำผิดกฎหมาย อันนี้เราก็ต้องรักษากฎหมาย เท่านั้นเอง แต่ว่าอย่าไปทำอะไรเกินเลย เพราะนั้นแนวทางผมเป็นอย่างนี้ตลอด และทำอย่างนี้ต่อไป

ผู้ดำเนินรายการ ข้อเท็จจริงโดยคนกลางจะมาเมื่อไร เพราะถ้าหากข้อเท็จจริงโดยคนกลางยังไม่ออกมา ผมเชื่อว่าฝ่ายที่เห็นประเด็นที่ไม่ตรงกับท่านนายกฯ ก็ต้องออกมา

นายกรัฐมนตรี คือที่จริงขณะนี้ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า เวลาที่มีการชี้แจงขณะนี้เราไม่ได้พูดถึงความเห็นเลยนะครับ เราเอาข้อเท็จจริงมากางให้ดู อย่างที่บอกนี้ภาพเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างไร หรือรายงานการสอบสวน สืบสวนสอบสวนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคนนี้เป็นพยานยืนยันว่าอะไรอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของการให้ข้อมูลเฉย ๆ ยังไม่มีเรื่องความเห็น เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง เป็นว่าตรงไหนข้อมูลครบถ้วนที่สุด ส่วนคนที่ประมวลเหตุการณ์ ช่วงต้นผมได้พูดไปแล้ว สำนักนายกฯ ทำส่วนหนึ่ง หน่วยงานภายในก็ต้องทำส่วนหนึ่ง ฝ่ายนิติบัญญัติก็จะมาทำ และถ้ามีความจำเป็นในการที่จะให้องค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบรัฐบาลก็ยินดีให้ความร่วมมือ

ผู้ดำเนินรายการ วันนี้ท่านนายกฯ ทราบว่าท่านอดีตนายกฯ ทักษิณฯ และคุณจักรภพฯ อยู่ที่ไหน ท่านพอทราบไหมครับ

นายกรัฐมนตรี อยู่ต่างประเทศครับ

ผู้ดำเนินรายการ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

นายกรัฐมนตรี ก็คือเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ผู้ดำเนินรายการ กระทบกับภาพลักษณ์ ภาพความเชื่อมั่นของประเทศไทยไหมครับ

นายกรัฐมนตรี คือวันนั้นผมก็ได้เรียนกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ได้อภิปรายช่วงสรุป และได้รับการตอบสนองด้วยดี คือผมบอกว่าเรื่องการเมืองนี้ท่านจะเรียกร้องอะไรกันต่อไป อย่างเมื่อคืนที่สนามหลวงเขาเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญปี 40 ว่าสิทธิของ D Station วิทยุชุมชน ต้องเป็นไปตามกฎหมายอะไรต่าง ๆ นะครับ อันนี้แล้วก็ความชัดเจนในเรื่องเหตุการณ์ นี่ไม่มีปัญหาเลยนะครับ เราก็จะมาดูแลกันต่อ แต่ผมขอไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรกก็คือว่าการไปดึงสถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้หยุด ซึ่งขณะนี้ก็ต้องขอบคุณและผมเข้าใจว่า ในส่วนของ ส.ส. ฝ่ายค้าน คนที่เคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็ดูจะไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ส่วนกรณีอดีตนายกฯ หรือคุณจักรภพฯ จะพูดไป ก็ขอให้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลแล้ว แล้วเราก็จะต้องดำเนินการ และในส่วนของรัฐบาลเองก็ทำหน้าที่ในการชี้แจงกับสื่อต่างประเทศไป คือผมก็สังเกตว่าตอนหลังสื่อต่างประเทศก็มีความเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นว่า จริง ๆ แล้วการไปถึงขั้นที่เรียกว่าจาบจ้วงหรือกล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงอยู่เหนือการเมือง พระองค์ท่านทรงอยู่เหนือการเมืองและสถาบันทั้งสถาบันอยู่เหนือการเมือง ก็ดูมีความเข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับพฤติกรรมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีการพูดถึงการไปจะใช้ความรุนแรง ประกาศจะใช้อาวุธ ผมคิดว่าขณะนี้นานาชาติเขาต่อต้านด้วยซ้ำ การที่ไปเรียกร้องให้มีการใช้อาวุธนี้ความจริงก็แทบจะไม่ต่างจากผู้ก่อการร้ายแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมว่าความร่วมมือจากต่างประเทศ ความเข้าใจจากต่างประเทศจะดีขึ้น ประการที่สองคือความรุนแรงทั้งหลาย ที่มาชักชวนว่าให้รุนแรงกัน มาแสดงความขอบอกขอบใจว่าสามารถขัดขวางการประชุมนานาชาติได้ ผมก็ยิ่งคิดว่าทำให้ต่างประเทศเขามองเห็น ว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตยหรือไม่ ส่วนการเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคนจำนวนมาก ที่มีความรู้สึกจริง ๆ อย่างที่ผมได้บอกไปก่อนหน้านี้ ก็กำลังให้ทางสภาฯ เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา

ผู้ดำเนินรายการ เขายังสามารถโฟนอิน หรือว่าเข้ามาวีดิโอลิงค์ในการชุมนุมซึ่งจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม

นายกรัฐมนตรี คือเข้าใจว่าเมื่อคืนก็ไม่มี ยังไม่ได้ตรวจสอบละเอียดทั้งหมด เข้าใจว่าเมื่อคืนก็ไม่มี แล้วก็ถ้าหากว่าพูดจาในลักษณะที่ผิดกฎหมายอีกก็เพิ่ม พูดง่าย ๆ ก็เพิ่มข้อหาการกระทำที่ผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะทำไปทำไม ผมอยากจะย้ำว่าถ้าทำแล้วคิดว่าจะเป็นเรื่องของการเอาชนะกันในทางการเมือง คือชนะ - แพ้ ผมไม่ทราบ แต่ว่าประเทศเสียหาย วันนี้ขอโอกาสให้กับคนไทย ขอโอกาสให้กับประเทศไทยในการที่จะดูแลแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐานของประชาชน มาช่วยกันดูแลคนตกงาน มาช่วยกันดูแลลูกหลานให้เรียนฟรี มาช่วยกันดูแลผู้สูงอายุให้ได้ค่าตอบแทน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังเริ่มต้น ปลายเดือนนี้ ต้นเดือนหน้า ทำไมไม่มาช่วยกันทำตรงนี้ก่อน มาช่วยกันกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ ว่าเราได้รับการยอมรับบทบาทต่าง ๆ มาในอดีต ได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานอาเซียน จัดการประชุมครั้งสำคัญ เดินหน้าในการที่จะเป็นกลไก หรือเป็นส่วนสำคัญในการร่วมมือกับนานาประเทศในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจโลก เหมือนกับที่เราได้รับเกียรติไปประชุมที่ลอนดอน ที่อะไรต่าง ๆ ซึ่งบทบาทต่าง ๆ กำลังเป็นที่ยอมรับนะครับ ผมไม่มาขอโอกาสให้ตัวเองหรอกครับ แต่ขอโอกาสให้กับประเทศชาติ กับประชาชน ส่วนในเรื่องการเมืองอย่างที่ผมย้ำในคืนวันประชุมสภาฯ ไปดูกันทุกฝ่าย กติกาจะแก้กันตรงไหน แก้เสร็จแล้วอยากจะไปเลือกตั้งกันใหม่ผมไม่ขัดข้อง

ผู้ดำเนินรายการ 2 มาตรฐานยังคงเป็นความรู้สึกที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง บางทีสะท้อนไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บางทีสะท้อนไปที่แนวนโยบาย บางเรื่องก็เกิดมาตั้งแต่สมัยก่อนรัฐบาลท่านด้วย จะทำอย่างไรให้บางอันเป็นข้อเท็จจริง บางอันเป็นความรู้สึกที่เขารู้สึกอย่างนั้น

นายกรัฐมนตรี คือผมขอแยกอย่างนี้และยืนยืนอย่างนี้ครับ แยกอันแรกก็คือว่าหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร ผมฟังการอภิปรายมีการไปพูดถึงการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตรงนี้

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้ท่านข้ามไปเลย

นายกรัฐมนตรี มันไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายทหาร และไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยของผมด้วย เกิดขึ้นในสมัยที่ฝ่ายค้านในปัจจุบันเป็นรัฐบาลด้วยซ้ำ ทีนี้ผมคิดว่าองค์กรเหล่านั้นควรจะชี้แจง เพราะว่าบางทีมันไปหยิบมาคนละมุม เช่น กฎหมายที่เขามีการตัดสินไป มันเป็นการตัดสินในเรื่องของผลประโยชน์ขัดกัน แต่พอเวลาไปพูดกัน อาจจะไปพูดว่าทำกับข้าว ไปพูดว่าซื้อขายที่ดิน คือเซ็นรับรองให้ภรรยาซื้อขายที่ดิน คือตรงนั้นคือส่วนที่หยิบมาถ้าพูดแค่นั้นแน่นอนมันไม่ใช่ความผิด แต่ว่าถามว่าผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ไหมเพราะอะไร อันนี้ก็ผมว่าอยากให้องค์กรที่ตัดสินได้ช่วยชี้แจงเพิ่มเติมขึ้น ส่วนถ้ามองว่ากฎหมายที่มาตัดสินนี้มันไม่ถูก มันบกพร่อง ก็เอามาคุยกันในกรอบของการปฏิรูปการเมือง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่ผมเป็นนายกฯ เลย ส่วนที่เกี่ยวข้องจะมีอะไร หนึ่ง ก็บอกเรื่องนโยบาย เช่น บางทีในต่างประเทศก็บอกว่าเหมือนกับว่ารัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลซึ่งเป็นหนี้บุญคุณเฉพาะบางกลุ่ม ไม่สนใจคนส่วนใหญ่ของประเทศ

ผมก็ขอยืนยันว่า นโยบายของเรามุ่งไปที่คนส่วนใหญ่ของประเทศจริง ๆ อย่างเมื่อสักครู่ที่คุยกันว่า ต่อไปนี้ต้องมาสะสางเรื่องข้าว เรื่องพืชผลการเกษตร เรื่องคนตกงาน เรื่องอะไรต่าง ๆ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะเป็นนโยบายที่จะไปเอื้อคนบางกลุ่ม หรืออะไรต่าง ๆ เพราะผมย้ำมาตลอดว่าหนี้บุญคุณที่ผมมีคือหนี้บุญคุณที่มีกับประชาชน เพราะคนที่เลือกผมมาเป็นนายกฯ ก็คือผู้แทนปวงชนชาวไทย เสียงส่วนใหญ่ ทีนี้ส่วนคดี คดีก็อยากจะบอกว่าบางคดีเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลที่แล้วนะครับ ปัญหาเช่น เรื่องของทำเนียบรัฐบาล อันนี้ผ่านการทำงานของรัฐบาลชุดที่แล้วมา 4 เดือน ผมเข้ามาผมก็เร่งรัด แต่ผมเชื่อว่าทุกคนโดยสามัญสำนึกเข้าใจดี เหตุการณ์เกิดสด ๆ ร้อน ๆ เป็นช่วงที่สามารถจะเข้าไปหาพยานหลักฐานอะไรต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น แต่พอทิ้งผ่านมา 4 เดือนบ้าง 2 เดือนบ้าง พยายามมาเร่งรัด หนึ่ง ผู้ปฏิบัติเองก็บอกว่ามันไม่ง่าย อันที่สอง บางคนบอกทำไมไม่เป็นหมายจับอะไรต่าง ๆ อย่างนี้เป็นต้น ทำไมไม่ต้องควบคุมตัวไว้ ผมก็บอกว่าควบคุมตัวหรือไม่ควบคุมตัว ไม่ได้เกี่ยวว่าสีเสื้ออะไร เกี่ยวกับว่าควบคุมหรือไม่ควบคุมตัวแล้ว มีผลต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงอย่างไร เพราะฉะนั้นบางรายที่มีการควบคุมตัวในขณะนี้ เพราะเจ้าตัวเขาประกาศไง ว่าเขาไม่หยุด เขาบอกจะสู้ต่อนะ เขาจะทำอย่างนั้นต่ออย่างนี้ต่อ ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วเขาก็บอกว่า อย่างนี้ถ้าปล่อยไปก็ไปมีพฤติกรรมเพิ่มเติม ในการก่อความไม่สงบ ถ้าคนอีกกลุ่มประกาศแบบเดียวกัน ก็ต้องดำเนินการนะครับ แต่ว่าถ้าเขาไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างนั้นในขณะนี้อยู่ ก็ไม่มีความจำเป็นในการที่จะควบคุมตัว แต่ว่าการดำเนินคดีก็ดำเนินต่อไป เช่นเดียวกันเรื่องสถานีโทรทัศน์วิทยุถ้ามีพฤติกรรมที่มากระทบว่ากำลังยุยงให้มีคนทำผิดกฎหมาย กำลังจะกระทบกับความมั่นคงก็ต้องปฏิบัติเหมือนกัน

อันนี้เพื่อที่จะให้เกิดความเข้าใจว่าหลักที่เราใช้ในการพิจารณาคืออะไร และผมก็ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมว่า มีคดีหนึ่งที่ตอนที่ผมเข้ามา ผมเร่งเลย ผมบอกว่าอันนี้ผมเห็นชัดเจนว่ามันไม่ได้ซับซ้อน คือช่วงชุมนุมปีที่แล้ว มีผู้ชุมนุมเอาปืนไปยิงที่วิภาวดีฯ ซอย 3 ใส่กลุ่มคนที่มาต่อต้านผู้ชุมนุม ก่อนหน้านั้นก็ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ผมบอกอย่างนี้มันปล่อยไม่ได้ เขาก็ออกหมายจับทันที หมายจับก็มีภาพปรากฏและก็มีการดำเนินการไป เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่าจะเดินหน้าทำตรงนี้บนความเสมอภาค บนความเท่าเทียมกัน และใครที่ไม่เข้าใจ ติดใจ สอบถามมาได้ ร้องเรียนมาได้ ผมเป็นคนที่ฟังทุกคนจริง ๆ และพยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นธรรมให้ดีที่สุด

ผู้ดำเนินรายการ มีเวลาเหลืออีกนิดหนึ่ง แนวทางในการปฏิรูปการเมือง ผมใช้คำนี้นะครับ นิรโทษกรรม คำนี้ออกมาเยอะเหลือเกิน จะเป็นแนวทางที่เป็นข้อสรุปสุดท้ายในการแก้ไขปัญหา หรือว่าเป็นแนวทางที่ทำให้ผ่อนหายใจ ให้บรรยากาศทางการเมืองตรงนี้มันผ่านพ้นไปเท่านั้น

นายกรัฐมนตรี คือผมเองบอกว่าประเด็นในเรื่องของความผิดทางการเมืองเอามาวางบนโต๊ะกันได้ ส่วนจะทำหรือไม่ทำ ต้องมาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล อาจจะต้องมีกระบวนการ อาจจะต้องถึงขั้นไปทำประชาพิจารณ์ ประชามติ ก็ได้ แต่ผมก็อยากจะบอกว่า 1. ต้องแยกเรื่องความผิดทางการเมืองกับความผิดทางอาญา ความผิดทางอาญาไม่ควรจะพูดถึงเลย ตัดออกไป ส่วนความผิดทางการเมืองต้องมาดู ปัญหาเป็นอย่างนี้ บางคนบอกว่ากฎหมายไม่ดี ไม่สมบูรณ์บางมาตรา อยากจะแก้ ปัญหาคือพอแก้มันมีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์ ก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่บอกว่า อย่างนี้แก้เพื่อตัวเองหรือเปล่า อันนี้เป็นปมที่ค้างมา 2 ปีแล้ว ปีที่แล้วที่มีการชุมนุมกันทั้งปีมันเริ่มต้นจากจุดนี้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องหาความพอดีว่า ถ้าเราอยากจะทำหลักความเห็นส่วนตัวนะครับ หลักของผมก็คือว่าอะไรที่เป็นระบบที่ถูกต้อง ก็ไปให้ถึงจุดนั้น แต่อย่าไปคำนึงถึงว่าทำอันนี้เพื่อที่จะให้คนนั้นคนนี้คืนสิทธิ์ หรือไม่คืนสิทธิ์ อย่างไร ทั้งสองด้านนะครับ คือไม่ควรจะไปตั้งเป้าว่าคนเหล่านี้ควรได้รับการคืนสิทธิ์ หรือคนเหล่านี้เราควรจะดองเอาไว้ หรืออะไร ไม่ควรจะมีอย่างนั้น ดูระบบก่อน ดูความเป็นธรรมก่อน และบางทีคำตอบอาจจะไม่ใช่ว่านิรโทษหรือไม่นิรโทษก็ได้ อาจจะมีช่องทางอื่น ๆ อีกตั้งเยอะว่า ให้แก้กฎหมายแล้วจะมีบทเฉพาะกาลเขียนอย่างไร ให้มีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอบคำถามของสังคมได้ แต่ว่าทั้งหมดนี้ผมพูดเท่านี้ เดี๋ยวหาว่าผมชี้นำอีก ก็ให้ทุกฝ่ายเสนอเข้ามาก่อน และผมก็ยอมรับเสียงดังมากทั้งสองฝ่ายว่าจะเป็น 40 มาแก้ 50 เสียงดังมาก พอผมพูดประเด็นนี้ไปสัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ ก็บอกว่าดีแล้วนะน่าจะเป็นทางออก แล้วก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเสียงดังมากบอกอย่าทำนะ ทำอันนี้ไม่ได้ปรองดองนะ เพราะเขาจะออกมาต่อต้าน ทุกคนต้องฟังทั้งหมด และมาช่วยกันคิดหาทางออกที่เป็นเหตุเป็นผล

ผู้ดำเนินรายการ บ้านเมืองเราจะอยู่ในชีวิตที่ปกติสุขใช้เวลานานแค่ไหน

นายกรัฐมนตรี เวลานี้เราก็ถือว่าหลายเรื่องกลับเข้ามาสู่ภาวะความเป็นปกติแล้ว แต่ว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความมั่นคงความสงบเรียบร้อยคงต้องเข้มงวด เข้มข้นไปอีกระยะหนึ่ง แต่ว่าวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมอยากให้สงบสุขเร็วที่สุด และส่วนหนึ่งที่ทำได้คือพี่น้องประชาชนเอง อย่างที่บอกตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ผมมีกระบวนการทุกอย่างตอบคำถาม ใครติดใจอะไร พบข้อมูลอะไรผิดปกติ ส่งไปที่หน่วยงานที่เขาเป็นกลาง เขาจะดูแลให้ แต่อย่าไปซุบซิบ ๆ บอกเป็นอย่างนี้ แล้วก็ไปปลุกระดม อย่าไปทำอย่างนั้น ผมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายมาทำให้บ้านเมืองของเราเดินไปข้างหน้าด้วยกันดีกว่า เพื่อประโยชน์ของทุกคนนะครับ ผมโดยส่วนตัวไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกครับ แต่ทุกคนจะได้ประโยชน์จากการที่บ้านเมืองสงบสุข และเราได้มีเวลาทุ่มเทแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

ผู้ดำเนินรายการ ขอบคุณท่านนายกฯ ครับ นี่คือรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” นะครับ วันนี้ผมเป็นตัวแทนผู้สื่อข่าว ตัวแทนพิธีกร มาสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี ต้องขอบพระคุณท่านนายกฯ เป็นอย่างสูงอีกครั้งหนึ่งนะครับ

นายกรัฐมนตรี ถือโอกาสขอบคุณพิธีกร ซึ่งเรามีหนังสือให้ตลอด

ผู้ดำเนินรายการ ขอบพระคุณครับ วันนี้ผมและท่านนายกฯ ลาท่านผู้ชมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaigov.go.th และ www.abhisit.org




บทความอื่นๆ