บทความ

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ 24 พ.ค.52
24 พ.ค. 2552

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ 24 พ.ค.52

สรุปประเด็น


คำต่อคำ

นายกรัฐมนตรีมั่นใจตัวเลขเศรษฐกิจปลายปีนี้เป็นบวก
นายกรัฐมนตรีระบุยังห่วงตัวเลขการส่งออก การท่องเที่ยว ยังมั่นใจตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 จะดีกว่าไตรมาสที่ 1 หลังรัฐบาลใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก

วันนี้ (24 พ.ค.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 19 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันเช่นเคยนะครับทุกเช้าวันอาทิตย์ สัปดาห์นี้ก็เป็นสัปดาห์ที่สมัยประชุมสภาสามัญ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นปีนะครับ ได้สิ้นสุดลง เพราะฉะนั้น ในช่วงแรกอยากจะพูดถึงในช่วงที่ 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสมัยประชุมสภาที่รัฐบาลได้เริ่มทำงานโดยการผลักดันกฎหมาย รวมไปถึงข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างประเทศมากมาย ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ที่ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมานั้น ได้ทำงานกันอย่างหนักในการที่จะประชุมปรึกษาหารือในเรื่องสำคัญ ๆ หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ช่วงแรกก็มีความวิตกกังวลกันมากว่า ตัวเลขในแง่ของ ส.ส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล จะทำให้การทำงานในสภาฯ นั้นมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แน่นอนครับในเรื่องของการประชุมสภาฯ ก็เหมือนกับหลาย ๆแห่งในโลกนะครับ และก็เป็นธรรมชาติของสภาฯ ในวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งบางครั้งก็จะมีการถกเถียง มีความขลุกขลัก อาจจะดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ว่าที่สุดแล้วก็ถือว่างานหลัก ๆ ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย แต่อย่างน้อยที่สุดนะครับ รัฐบาลได้ผลักดันในเรื่องของงบประมาณกลางปี หรืองบประมาณเพิ่มเติม เพื่อมาสนับสนุนโครงการสำคัญ ๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนฟรี 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเบี้ยยังชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ อสม. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเช็คช่วยชาติ รวมไปถึงโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งโครงการเหล่านี้ก็เดินหน้าได้อย่างเต็มที่แล้ว ........ระบบสัญญาณการถ่ายทอดขัดข้อง........

ช่วงที่ 2

ผู้ดำเนินรายการ (รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา) สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ กลับมาพบกับเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นะครับ รายการต้องขออภัยท่านผู้ชมสำหรับความขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ภาพหยุดออกอากาศไประยะหนึ่งนะครับ ตอนนี้เรากลับมาคุยกันต่อได้แล้วครับ ท่านนายกฯ ยังอยู่กับเรานะครับ สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ

นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ

ผู้ดำเนินรายการ เมื่อกี้เหตุขัดข้อง ซึ่งเกิดเป็นเรื่องปกตินะครับ แต่ท่านนายกฯ พูดค้างอยู่ในเรื่องเหตุการณ์ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี คงจะขอสรุปสั้น ๆ นะครับ เพราะเชื่อว่าเราคงต้องมีอะไรหลายอย่างที่คุยกัน เดิมผมตั้งใจว่าข้อแรก อยากจะขอบคุณสมาชิกรัฐสภาในการประชุมสมัยสามัญที่เพิ่งสิ้นสุดลงไป และขอยืนยันว่าผลงานของสภาฯ เองในแง่ของจำนวนกฎหมาย จำนวนญัตติ กระทู้ ถามต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าน่าพอใจ จริง ๆ แล้วก็ดูเหมือนกับว่าเทียบเคียงกับสมัยประชุมก่อนหน้านี้ ก็ทำได้ดีกว่านะครับ และผมก็ตั้งใจที่จะให้ทุกคนในรัฐบาลให้ความสำคัญกับงานสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นไปตามกระทู้ถาม แล้วก็ให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติ กฎหมายที่ออกมา ข้อตกลงที่ผ่านไป หลายเรื่องที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลก็เดินไปได้ด้วยดี และพอกลางเดือนมิถุนายนก็คาดการณ์ว่าจะต้องเปิดสมัยประชุมอีกครั้งหนึ่ง ก็จะขอความร่วมมือเรื่องงบประมาณ ขอความร่วมมือการผ่านพระราชกำหนดในเรื่องของเงินกู้ต่อไป

ประเด็นที่ 2 อยากจะพูดสั้น ๆ ถึงงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลก็มีการอนุมัติเรื่องสำคัญ ๆ เช่น กรณีของคนพิการ ได้มีการออกมติคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะให้สถานที่สำคัญที่ทางคนพิการไปใช้บริการอยู่ เช่น ศาลากลาง ที่ว่าการอำเภอ โรงพยาบาล และสถานีตำรวจ ต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ คือก่อนหน้านี้เคยมีมติ ครม. บังคับกับเฉพาะอาคารที่สร้างใหม่ แต่อันนี้เราจะย้อนกลับไป เพื่ออาคารที่สร้างก่อนมติ ครม. นั้น จะสิ่งอำนวยความสะดวก และเช่นเดียวกันนะครับ เราก็ได้เห็นชอบแล้วว่า ต่อไปก็จะต้องมีเบี้ยเพื่อที่จะช่วยสนับสนุนรายได้ให้คนพิการ เดือนละ 500 บาท แต่ว่าที่ประเมินตัวเลขและดูขั้นตอนในขณะนี้คิดว่าจะเริ่มต้นได้คงจะเป็นประมาณเมษายนปีหน้า

ผู้ดำเนินรายการ เดือนละ 500 บาทตลอดชีวิต

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ถูกต้องครับ อันนี้เป็นเรื่องของงานของคนพิการ ไหน ๆ พูดแล้วก็เลยขอถือโอกาสเรียนด้วยว่า นโยบายเรียนฟรีของรัฐบาลก็ดี เบี้ยยังชีพของรัฐบาลก็ดี ใครยังมีปัญหากรุณาแจ้งมา 1111 และเรียนฟรีก็ 1579 เรียนฟรีก็ยังมีเสียงที่บอกยังถูกเก็บเงินอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ ขอให้แจ้งเข้ามา ส่วนกรณีเรื่องของเบี้ยยังชีพ ที่จริงขณะนี้ทุกคนที่มาขึ้นทะเบียนไว้ ควรจะได้รับแล้ว ถ้ายังไม่ได้รับกรุณาแจ้งมา แสดงว่ามีปัญหาในการที่ไปดำเนินการแล้ว เพราะว่าเงินได้โอนไปที่ท้องถิ่นต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ตั้งใจจะพูดไว้

และสุดท้ายก็คือว่า เรื่องของพืชผลเกษตร ตอนนี้ที่ห่วงใยกันมากคือเรื่องผลไม้ วันนี้เราเอามาวางให้ดูด้วย รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เรื่องลิ้นจี่ ก็สะสางกันไปสัปดาห์ที่แล้ว ความจริงสัปดาห์ก่อนโน้นอนุมัติเงินไปเกือบ 40 ล้าน และต่อมาก็ให้ท้องถิ่นเข้ามาช่วยขาย และสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านมานี้ได้ติดต่อกับทางจังหวัด ให้ช่วยไปดูหน่อยว่าตรงไหนที่ยังเป็นปัญหาอยู่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรก็มาขอรัฐบาลได้ และพร้อม ๆ กันในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ตอนนี้ก็เรื่องถั่วลิสงร้องมา ก็อยากจะฝากสั้น ๆ เท่านั้นเองว่า จริง ๆ ถ้าหากว่าท้องถิ่นสามารถที่จะดำเนินการได้เลยจะดีที่สุด เพราะเรื่องผลไม้ไม่เหมือนพืชผลตัวอื่นนะครับ ออกมาแล้วมีเวลาไม่มากในการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาจัดการ และคงจะต้องบอกว่าเชิญชวนทุกคนช่วยกันซื้อและรับประทานผลไม้ไทย

ผู้ดำเนินรายการ ช่วงนี้กินผลไม้เยอะ ๆ นะครับ ผมกลับมาประเด็นเศรษฐกิจนะครับท่านนายกฯ อยากจะเรียนถามท่านหลายเรื่อง ก่อนอื่นต้องเรียนว่าคนทั่วไปก็ตระหนักว่า รัฐบาลของท่านนายกฯ เข้ามาดูแลประเทศ 5 เดือนปัญหาเยอะมาก ปัญหาทั้งเฉพาะหน้า ปัญหาทั้งระยะยาว ที่ต่อเนื่องกันมา แต่ว่าปัญหาเหล่านี้เราทิ้งไว้ก็ไม่ได้นะครับ ต้องเรียนถามท่านประการแรกเลยว่า ในแง่ของปัญหาทางสังคม ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ท่านนายกฯ แบ่งแยกเวลาให้กับปัญหาเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนครับ

นายกรัฐมนตรี ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ใหญ่มาก และถ้าไม่แก้ไขจะกลายเป็นปัญหาสังคม ปัญหาการเมืองด้วย ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยครับ แต่ว่าในทุก ๆ ประเทศขณะนี้ ผมว่ารัฐบาลให้เวลากับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ผมก็สังเกตดูว่าเรื่องของ คือผมประชุม ครม. เศรษฐกิจ โดยปกติจะประชุมเป็นประจำทุกสัปดาห์ ระยะหลังจะติดขัดเรื่องของสภาฯ หรืออะไรที่เข้ามาเพิ่ม เลยอาจจะประชุมน้อยลงไปบ้าง แต่ว่าจริง ๆ แล้วทุกสัปดาห์โดยปกติ และถ้าไม่มีจะเชิญผู้ที่รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจมาพูดคุยกันอยู่เป็นระยะ ๆ ในการประชุม ครม. เอง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจก็ยังค่อนข้างเยอะ ไม่นับเรื่องของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง เป็นเรื่องการลงทุนบ้าง ภาษีอากรบ้าง อะไรบ้าง ก็มีการทำอยู่ตลอดเวลา ผมเองก็พูดตั้งแต่ต้นว่าผมต้องเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

ผู้ดำเนินรายการ ตกลงท่านนายกฯ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยนะครับ

นายกรัฐมนตรี เป็นครับ เพราะว่าต้องพยายามที่จะให้ทุกกระทรวงทำงานร่วมกัน บางเรื่องอย่างเรื่องท่องเที่ยว เราก็ประกาศเป็น จริง ๆ แล้วต้องเป็นคำว่า “ระเบียบวาระแห่งชาติ” แต่ย่อกันเป็นวาระแห่งชาติ ก็ประกาศไปแล้วนะครับ ซึ่งหมายถึงว่ามันไม่ได้เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ผมก็จะต้องช่วยกันดู ขนาดรัฐมนตรีท่องเที่ยวยังบอกว่าผลไม้นี่จะขอไปแจกนักท่องเที่ยวให้ เป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาด้วย

ผู้ดำเนินรายการ น่าจะดีนะครับ เพราะของเราอร่อยอยู่แล้ว แต่ท่านนายกฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นทางเศรษฐกิจ ถ้าเทียบกับประเด็นทางการเมือง เปรียบเทียบกันได้ไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าประเด็นทางการเมืองตอนนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้ง การแก้ปัญหาส่วนหนึ่งก็คือการแสดงออกถึงท่าทีและก็ติดตามงาน ซึ่งอาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นงานนโยบาย แต่เป็นงานของการปฏิบัติตามกฎหมาย คดีความต่าง ๆ ต้องว่าไปตามกฎหมาย ใครร้องมาก็เร่งรัดให้ ส่วนตัวเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาใหญ่ในทางการเมืองขณะนี้ เราจัดสภาฯ เป็นเวทีใหญ่ เขามีคณะกรรมการอยู่ ฝ่ายค้าน จะได้ร่วมด้วย วุฒิสมาชิกจะได้ร่วมด้วย เปิดกระบวนการให้กว้างเข้า เพราะฉะนั้น ตรงนั้นจริง ๆ แล้ว ผมถือว่าสภาฯ เป็นเจ้าภาพอยู่ รัฐบาลก็มีเวลามาทำเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น ส่วนสังคมนั้น ผมว่านับวันก็แยก แยกยากนะครับ ผมไม่ทราบว่าคุณไพบูลย์มองว่า งานการศึกษามันงานเศรษฐกิจหรือสังคม เมื่อก่อนเขาบอกงานศึกษา เรื่องงานทางสังคม แต่จริงๆ ขณะนี้การเสริมความเข้มแข็งของประเทศจะอยู่ที่งานการศึกษา การพัฒนาคนค่อนข้างมาก

ผู้ดำเนินรายการ ก็นำไปสู่เรื่องของเศรษฐกิจในอนาคต

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ

ผู้ดำเนินรายการ แต่ท่านนายกฯ ครับ ประเด็นการเมืองได้ไปกระทบประเด็นเศรษฐกิจในส่วนของผู้ที่สังเกตการณ์อยู่ อย่างกรณีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้าน อันนี้เป็นประเด็นเศรษฐกิจ แต่ว่าโดนประเด็นการเมืองเข้ามาเบียดไป นายกรัฐมนตรี คือมันเป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย การถ่วงดุลอำนาจ ฝ่ายค้านเขาก็มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบ และเขาก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจของเขา แต่ผมก็ยืนยันว่าเราทำทุกอย่างถูกต้อง และอยากจะให้มันรวดเร็ว แต่ว่าเมื่อมันเป็นไปตามกติกาเราก็ต้องยอมรับ เมื่อเขามีสิทธิ์ที่จะเสนอตีความ เขาก็ว่ากันไป การเมืองกับเศรษฐกิจก็ผูกพันกัน เพราะว่าเหตุการณ์ทางการเมืองก็ส่งผลกระทบด้วยในแง่ความเชื่อมั่น คือประเทศไทยนอกจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความวุ่นวายทางการเมือง เรียกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเดือนเมษายน ก็กระทบแน่นอน เพราะฉะนั้น ผมก็พยายามที่จะบริหารจัดการในทางการเมือง ไม่ให้กระทบหรือเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจ แต่ว่าปัญหาที่อยู่ในใจประชาชนจริง ๆ ผมเชื่อว่าขณะนี้ไม่ใช่ปัญหาการเมือง เป็นปัญหาเศรษฐกิจ เป็นความเดือดร้อน โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงว่าจะตกงานไหม และคนที่รายได้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ผู้ดำเนินรายการ ถ้าอย่างนั้นผมขอกลับมาที่เศรษฐกิจเลยนะครับ ท่านนายกฯดูตัวเลขเศรษฐกิจ คุมทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาล ติดตามอย่างใกล้ชิด นาทีนี้ท่านนายกฯ รู้สึกอย่างไรกับแนวโน้มของเศรษฐกิจในเมืองไทยครับ ดี ไม่ดี สบายใจ ไม่สบายใจ

นายกรัฐมนตรี สบายใจคงไม่ได้หรอกครับ เพราะวิกฤตนี้มันแรง และมันก็แรงมาจากข้างนอก ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรก เข้าใจว่าเป็นทางการคงจะออกมาวัน 2 วันนี้ ผมก็คิดว่าคงจะหนักกว่าไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ติดลบไปเกือบ 5 ครั้งนี้อาจจะลบ 5 ลบ 6 ลบ 7 ลบ 8 เป็นไปได้ทั้งสิ้น เพราะผมเห็นแล้วว่าที่ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ที่ผมเห็นในภูมิภาคนี้ขณะนี้มีตั้งแต่ลบ 8 – ลบ 11 เพราะฉะนั้น ของเราคงจะไม่เบาล่ะ หนัก แต่ว่าขณะเดียวกันเราก็ตามตัวเลขดู ก็มีบางส่วนที่ดูว่ามันก็เป็นสัญญาณที่เราอาจจะพอมองเห็นว่า มันไม่ได้หนักหนา จนเรียกว่ามองไม่เห็นทางข้างหน้านะครับ เช่น เรื่องของปัญหาการเลิกจ้าง การลาออกจากงาน ดูว่ามีนาคม เมษายน ตัวเลขดีขึ้นกว่าเดือนกุมภาพันธ์ การใช้กำลังการผลิตจากที่ตกลงมาต่อเนื่อง ผงกขึ้นมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 แต่ผมก็ระมัดระวัง เพราะว่าเรื่องตัวเลขการเลิกจ้างส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายรัฐบาลเอง ที่เข้าไปเจรจาค่อนข้างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการว่า ขอให้ชะลอการเลิกจ้าง โดยเรามีมาตรการในการที่จะจูงใจ แลกเปลี่ยนกันไป เช่น มาตรการเรื่องประกันสังคม มาตรการเรื่องอื่น ๆ และขณะเดียวกันการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่ามีการระบายสต็อกของสินค้าไปค่อนข้างมากก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน แต่ว่าอย่างน้อยที่สุด ดูตัวเลขมีนา เมษา แล้ว มันดีกว่ากุมภา เมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็ยังมั่นใจว่า ไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาสที่ 1 และมาตรการของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่าไปแล้วเงินเพิ่งลงก็คือไตรมาส 2 มีเงินที่ออกไปไตรมาส 1 อยู่ 4-5 วันก็คือตอนเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท เริ่มออกเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น เมษานี้ผมคิดว่าแม้จะมีผลกระทบทางการเมือง จากเหตุการณ์ด้วย เมษา พฤษภา มิถุนา น่าจะดีขึ้น และก็แน่นอนครับ พอเราไปถึงไตรมาสที่ 3 ผมว่าก็จะมีแผนกระตุ้นรอบ 2 ที่เป็นการลงทุนก็จะช่วยได้อีก และผมยังตั้งเป้าว่า พอถึงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อัตราการเจริญเติบโตก็จะกลับมาเป็นบวก และทั้งหมดนี้จะพยายามดูแลในเรื่องของการที่จะลดตัวเลขในเรื่องของการว่างงานให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ผู้ดำเนินรายการ แสดงว่าท่านนายกฯ และคาดหมาย และตั้งนโยบายว่าปีนี้เศรษฐกิจจะต้องฟื้นช่วงปลายปี

นายกรัฐมนตรี ปลายปี ต้องกลับมาเป็นบวก

ผู้ดำเนินรายการ เห็นแสงสว่างตอนปลายปีอยู่

นายกรัฐมนตรี ครับ

ผู้ดำเนินรายการ ในขณะเดียวกันท่านนายกฯ มีประเด็นไหนไหมครับทางเศรษฐกิจที่ หรือตัวเลขหรือเรื่องอะไรที่มองแล้ว ไม่สบายใจเลย เป็นห่วงมาก

นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่สบายใจอยู่ก็คือ ส่งออก ท่องเที่ยว ก็ยังหนักอยู่ คือทั้งภูมิภาค ส่งออกไตรมาสแรกลบไม่ต่ำกว่า 20 ซึ่งหนักหนาสาหัสมากนะครับ เมื่อก่อนนี้เรา ตัวเลขส่งออกขยายตัวน้อยกว่า 10 เราก็ผิดหวังแล้ว อันนี้หดตัวร้อยละ 20 นักท่องเที่ยวเอง ตอนนี้ตัวเลขที่ผมมีล่าสุด ลบอยู่ประมาณ 14-15 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าในหลายพื้นที่พอเข้าสู่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว ก็หนักหนาสาหัสอยู่ในแง่ของโรงแรม หรือในแง่ของกิจการอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ไม่สบายใจ และก็ห่วงที่สุดคือทำอย่างไรที่จะไม่ให้นำไปสู่เรื่องของการว่างงาน เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เรายังกังวลอยู่

ผู้ดำเนินรายการ ผมขอมาที่ปัญหาส่งออก ที่ท่านนายกฯ พูดถึงครับ เริ่มมีนักธุรกิจไม่น้อยนะครับ ทั้งที่ทำส่งออก ทั้งที่ไม่ได้ทำส่งออก มองว่าประเด็นการส่งออกของไทย ซึ่งปกติการส่งออกจะดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับศักยภาพของประเทศของเรา เราผลิตอะไรออกมาสู้เขาได้ไหม และในระยะสั้นเลยปัจจัยที่จะมีผลต่อการส่งออกมาก ก็คือเรื่องค่าเงินบาท 2-3 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเราแข็งขึ้นมาอย่างมาก เทียบกับภูมิภาคอื่น เทียบกับประเทศอื่น ท่านนายกฯ มองประเด็นนี้อย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี คือเรื่องค่าเงินเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่เป็นประจำ ผมต้องขอเรียนอย่างนี้ว่ารัฐบาลติดตามใกล้ชิด จะให้มีการรายงานในเรื่องของแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนมาโดยตลอด ทีนี้ถามว่าเงินแข็งขึ้นไหม ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ ในช่วงเดือนหนึ่งที่ผ่านมาก็ได้ ตีรวม ๆ ค่อนข้างที่จะแข็งขึ้นมาพอสมควร แต่ว่าผมก็ดูตัวเลขเทียบเคียงกับประเทศในภูมิภาคทั้งหลาย และโดยเฉพาะถ้าดูตั้งแต่ต้นปีก็ดี หรือดูมาตั้งแต่ประมาณปี 2 ปีที่แล้วก็ดี การเคลื่อนไหวของเงินบาท ไม่ได้แตกต่างจากค่าเงินในภูมิภาคประเทศอื่น ๆ มากนัก ถ้าดูยาวไปนิดหนึ่งด้วยซ้ำ เรียกว่าเราอยู่ตรงกลางเลย ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมชอบให้เงินแข็ง เพียงแต่บอกว่าอย่าไปพูด หรือไปเข้าใจกันว่า มันเป็นเรื่องที่ของเราแข็งอยู่คนเดียว จริง ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น

ประเด็นที่ 2 ที่น่าสนใจ เงินที่อ่อนลงมากที่สุด ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะเป็นเกาหลี กับอินโดนีเซีย ก็พบว่าตัวเลขส่งออกของเขา ไม่ได้ดีกว่าเราเท่าไหร่ ที่พูดอย่างนี้ก็เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า ปัญหาการส่งออกขณะนี้เป็นปัญหาของกำลังซื้อของคู่ค้าของเรา มากกว่าเรื่องราคา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ได้ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยืนยันกับผมว่า 1. เขาจะดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวน 2. เขาจะดูแลว่าค่าเงินของเรา เมื่อเทียบเคียงกับประเทศในภูมิภาคแล้ว มันไม่ไปหลุดออกมาจากแนวโน้มหลัก เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วก็เป็นหน้าที่ที่เขาดูแลอยู่ และก็ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลพึงจะไปแทรกแซง เรื่องการเงิน กับเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ธนาคารแห่งประเทศไทยดูแล และเขาทราบดีว่าภารกิจของการบริหารจัดการในขณะนี้คือการฟื้นเศรษฐกิจ การฟื้นการส่งออก แต่ว่าการจะเข้าไปทำอะไรกับค่าเงินก็ต้องทำด้วยความระมัดระวังตามสมควร ไม่ให้เป็นเหยื่อของผู้ที่เป็นนักเก็งกำไร ที่จะเข้ามาแสวงประโยชน์ด้วย

ผู้ดำเนินรายการ ฟังจากท่านนายกฯ นี่นะครับ เรื่องการเงินกับเรื่องค่าเงิน ท่านนายกฯ มอบให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี โดยระบบของเราเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าวิธีที่เราทำคือว่าผมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะมาคุยกันในเชิงเป้าหมายการบริหารเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ก็ยังเหมือนกันอยู่ก็คือชัดมากว่าเรื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด สองเนี่ยถ้าดูอัตราเงินเฟ้อทุกเดือนมานับถึงปัจจุบันนะครับปีนี้ ติดลบ เพราะฉะนั้นความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อยังไม่มี แต่เรื่องอัตราดอกเบี้ยนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ปรับลงมา น่าจะแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาในช่วง 4 - 5 เดือนที่ผ่านมา และผมคิดว่าขณะนี้เขาก็ได้ประเมินแล้ว ว่าปัญหาเรื่องสินเชื่อก็เหมือนกันนะครับ ว่าคงไม่ได้ผูกพันกับเรื่องอัตราดอกเบี้ย ก็ถือว่าส่งสัญญาณปรับลงมาชัดเจน แต่เรื่องสินเชื่อก็ต้องไปดูมาตรการอื่น โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาการที่สถาบันการเงินไม่พร้อมที่จะเสี่ยง ไม่พร้อมที่จะปล่อย บางโครงการเราก็เข้าไปช่วย เช่น กรณีของท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับการตอบสนองค่อนข้างดี อาจจะต้องมีการขยายโครงการเพิ่มขึ้น แต่นอกจากนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่ต้องไปดูสถาบันของรัฐเอง จะมีบทบาทนำได้อย่างไร

ผู้ดำเนินรายการ ท่านพูดถึงการท่องเที่ยวนะครับ รัฐบาลจะจริงจังแค่ไหนกับการฟื้นการท่องเที่ยวครับ

นายกรัฐมนตรี มาตรการเราชัดมากนะครับ ที่จูงใจได้ เช่น ค่าวีซ่า ค่าจอดอากาศยาน เรื่องของมาตรการที่เป็นการกระตุ้นในลักษณะนี้ ประกันภัยอะไรนี้ ให้หมดแล้ว สินเชื่ออย่างที่บอก 5,000 ล้านนี้ถ้าหมดสงสัยอาจจะต้องมาพิจารณาดูว่า จะขยายเพิ่มช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างไรนะครับ แต่ว่าขณะเดียวกัน ขณะนี้ก็เป็นโอกาสสำคัญในการที่รัฐบาลกำลังทำแผนกระตุ้นการลงทุน ผมเพิ่งไปสมุยมา คุยกับผู้ประกอบการ ก็เป็นโอกาสที่เขาต้องมานั่งจัดลำดับความสำคัญเหมือนกันตอนนี้ ระบบไฟฟ้า น้ำ กำจัดขยะ ถนนหนทาง หรือแม้กระทั่งอย่างสนามบินสุราษฎร์ฯ หรือสนามบินอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ อยากจะให้มีการปรับปรุงการลงทุนตรงไหน ที่สำคัญก็คืออย่างสมุยนี้เขากำลังพยายามผลักดันความคิดว่าเขาจะเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็น Green Island ตำแหน่งเขาอยู่ตรงนั้น จะต้องลงทุนอะไร จังหวะนี้ละครับคือจังหวะที่จะทำ ที่เรากำลังทำเรื่องของประเทศไทยเข้มแข็งนี้ ก็คือต้องการที่จะมาปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานตรงนี้ เพราะฉะนั้นแหล่งท่องเที่ยวที่จะมีการปรับปรุงนี้เป็นหัวใจสำคัญของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองนะครับ ในภาวะซึ่งคนยังเดินทางน้อยลง ยิ่งมาเจอไข้หวัดใหญ่ด้วย คนยังเดินทางน้อยลง เราใช้โอกาสตรงนี้ครับ ปรับปรุงเรื่องของเรา ทำของเราให้ดี และเวลาฟื้นขึ้นมาจะได้ประโยชน์มากครับ

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ครับ ปัญหาที่เรามีเมื่อปลายปีเรื่องสนามบิน ตอนเดือนเมษายนเรื่องของความวุ่นวายนะครับ สร้างภาพในความคิดของนักท่องเที่ยวต่างชาติพอสมควร เรามีแผนการในระยะสั้นที่จะไปสร้างความเชื่อมั่นให้เขากลับมาเที่ยวอย่างไรไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ช่วงหลังจากที่ผมเข้ามานี้ ก็ไปกันเยอะนะครับ ผมไป Road Show นี้นะครับ ไปกันหลาย ๆ ประเทศแล้วก็เริ่มดีขึ้นมา แต่ว่าพอเกิดเหตุเมษายนนี้ก็ต้องยอมรับว่าเหมือนกับถอยหลังมา ก็ต้องตั้งหลักกันใหม่ และเราก็พยายาม มาตรการในประเทศของเราเองก็สำคัญ ในที่สุดแล้วเขาก็ต้องมองว่ามันมีคำตอบทางการเมืองไหม ขณะเดียวกันมาตรการ มาตรฐาน ในแง่ของการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นอย่างไรนะครับ ช่วงที่ถือว่ากระทบมากก็คือช่วงที่อาเซียนที่พัทยาต้องเลื่อนไป แต่ผมคิดว่าหลังจากนั้นเขาก็ได้เห็นความชัดอย่างหนึ่งว่า รัฐบาลก็มีความตั้งใจอย่างสูงที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย แก้ปัญหาในช่วงสงกรานต์กลับมาได้ในระยะเวลาอันสั้น ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าพอทำตรงนั้นเป็นเรื่องที่จะไปเพิ่มหรือไปรุกไล่ทางการเมือง ไม่ใช่ ให้ทุกอย่างกลับไปอยู่บนโต๊ะในเรื่องของความสมานฉันท์ ความปรองดองที่สภาฯ นะครับ และขณะเดียวกันก็ยืนยันกับชาวโลกมาตลอดว่า เหตุการณ์วุ่น ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับชาวต่างชาติเลย เป็นเรื่องปัญหาภายในของเรา และคนไทยก็ยังอยากจะต้อนรับ อยากจะให้คนต่างชาติเดินทางมา หลังจากเหตุการณ์นี้ ผมก็เพิ่งไปฮ่องกงมา แต่ว่าก็กำลังจะมีโอกาสได้ไปอีกหลายประเทศในอาเซียน และประเทศในภูมิภาคต่อไป

ผู้ดำเนินรายการ ผมขอเปลี่ยนประเด็นไปเรื่องภาษีนะครับท่านนายกฯ ครับ เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ได้ทำเรื่องภาษีพอสมควรนะครับ ในระยะสั้น ๆ ที่ผ่านมานี้ ก็มีภาษี ปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน มีการเก็บภาษีบาปที่เรียกกันบุหรี่ สุรา เพิ่มขึ้น มีคำถามว่าภาษีน้ำมันที่รัฐบาลปรับโครงสร้างไปนี้นะครับ จริง ๆ แล้วมันไปกระทบกับอุตสาหกรรม ไปกระทบกับประชาชนมากน้อยแค่ไหน ได้มีการเตรียมการมีการศึกษาเรื่องนี้ไหมครับ

นายกรัฐมนตรี คือขณะนี้ไม่มีผลกระทบนะครับ ราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวขณะนี้เป็นเรื่องของตลาดโลก เป็นเรื่องของปัจจัยอื่น ๆ เพราะว่าแนวที่เราทำก็คือว่า ภาษีน้ำมันที่เราเก็บเพิ่มขึ้นนี้ เราเอากองทุนน้ำมัน ซึ่งก็มีเงินสะสมขึ้นมาส่วนหนึ่งนี้เข้าไปชดเชย เพราะฉะนั้นที่รัฐบาลเก็บจากประชาชนนี้มันเท่าเดิม เพียงแต่ว่าการที่เงินจะไปเข้ากองทุน เงินมาเข้าในส่วนของคลัง คือเรื่องของภาษี เพราะฉะนั้นน้ำมันเราระมัดระวังอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญนะครับ ขอให้ทำความเข้าใจ ขณะเดียวกันเราก็ต้องดูโครงสร้างในระยะยาวที่เหมาะสมในเรื่องของภาษีน้ำมันด้วยนะครับ ผมคิดว่าก่อนหน้านี้ที่เราต้องยกเว้นหรือเลิก หรือเก็บต่ำมากนี้ มันเป็นสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันก็พุ่งสูงขึ้นไปมาก และตอนนั้นเรากำลังพูดถึงน้ำมัน 30 - 40 ซึ่งมันก็คงจะเป็นภาระที่ประชาชนรับไม่ไหว แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันก็ลดต่ำมา ก็มีช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ครับที่ต้องเริ่มจับตาดูนิดหน่อย เพราะว่ามีบางประเทศค่อนข้างที่จะซื้อเข้าไปเก็บเยอะ เราก็จับตาดูอยู่ ถ้าสถานการณ์ของน้ำมันของโลกมันเปลี่ยนแปลงไปมาก ๆ อันนั้นก็คงต้องมาทบทวนกัน ก็ค่อยว่ากันไป แต่ในสถานการณ์นี้เราไม่ได้ไปเพิ่มภาระให้ประชาชน ตรงกันข้ามกับเหล้ากับบุหรี่ อันนี้เรายืนยันว่าเป็นสิ่งที่ควรจะต้องเก็บเพิ่ม ทีนี้ก็มีเสียงเหมือนกันว่าเอ๊ะอยากให้เก็บมากกว่านี้ก็มี

ผู้ดำเนินรายการ ใช่ครับ

นายกรัฐมนตรี ทีนี้ผมก็อยากจะบอกว่ากรณีของเหล้านี้นะครับ บางตัวมันชนเพดานตามกฎหมายไปแล้ว ตัวที่ไม่ชนตอนนั้นที่เราทำก็คือเบียร์นะครับ ก็เลยทำให้ชนเพดานเสีย แล้วพอเก็บเบียร์นี้ก็ต้องเก็บเหล้าขาว ทีนี้เหล้าขาวมันติดปัญหาตรงที่ว่ามันไปโดนเหล้าชุมชน ซึ่งก่อนหน้าที่มีนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่ชุดนี้นะครับ แต่ว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมกิจการในเรื่องของสุราชุมชน ถ้าเราเพิ่มมากตรงนั้นมันก็ไปกระทบกับสุราชุมชน เพราะฉะนั้นเราก็เพิ่มได้เพียงระดับหนึ่ง แต่ก็ได้เพิ่ม ก็เก็บเพิ่มเช่นเดียวกัน ส่วนบุหรี่นี้ความจริงชนเพดานไปแล้ว เลยต้องออกเป็นพระราชกำหนดขยายเพดานนะครับ แล้วก็เก็บ จริง ๆ ก็บอกได้เลยนะครับ ตอนที่กระทรวงการคลังเสนอมา ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ เหล้าขาว หรือบุหรี่ในครั้งแรกนี้ไม่ได้มากเท่านี้ ผมเป็นคนขอบอกว่าไหน ๆ จะเก็บแล้วก็เก็บให้มากเท่าที่คิดว่าตลาดพอจะรับไหว

ผู้ดำเนินรายการ แต่ยังมีความรู้สึกของคนจำนวนหนึ่งนะครับท่านนายกฯ ครับว่า ภาษีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยรวมเช่น ภาษีน้ำมัน หรือภาษีเงินได้ หรือภาษีอื่น ๆ นี้นะครับ เป็นภาษีที่เก็บให้น้อยที่สุด แต่ขณะเดียวกันมีภาษีที่เราเรียกภาษีบาป ภาษีที่เกิดจากการใช้อะไรบางอย่าง แต่การใช้สิ่งนั้นอาจจะเกิดโทษบางอย่างกับสังคมโดยรวม

นายกรัฐมนตรี ผมเห็นด้วยนะครับ ขณะนี้ขอแยกนิดหนึ่งนะครับก็คือว่า ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม อันนี้เราไม่คิดจะเพิ่มเลยนะครับ ภาษีเงินได้ความจริงในเชิงนโยบายนี้อยากจะลด เพื่อให้แข่งขันได้มากขึ้น คงต้องรอดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม ส่วนภาษีบาปนี้ก็อย่างที่บอกก็คือขึ้น และอนาคตอาจจะขึ้นอีกก็ได้ ทีนี้น้ำมันคงจะไปรวมอยู่กับตรงนั้นเสียทีเดียวก็ไม่ได้เหมือนกันนะครับ ต้องยอมรับว่าระยะหลังนี้หลายประเทศเขาก็มีแนวคิดว่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันนี้ ก็เก็บเพื่อที่จะดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย จะเห็นว่าในส่วนของแก๊สโซฮอล์กับไบโอดีเซลนี้เราหลีกเลี่ยง ในการที่จะไปเพิ่มภาระให้กับประชาชนตลอดเวลา มันก็จะตกอยู่ที่เบนซินกับดีเซล ทีนี้ดีเซลก็ยังเป็นต้นทุนสำคัญ บังเอิญเรามีกลไกที่จะไปชดเชย แล้วก็มีกลไกที่เข้าไปช่วยดูแลชดเชยให้อยู่ เพราะฉะนั้นยังยืนยันว่าน้ำมันขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อประชาชน และถ้าน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นมาก ๆ ก็จะมาดูอีกทีว่าจะทำอย่างไร

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ พอทราบไหมครับว่าราคาน้ำมันในบ้านเราที่ประชาชนใช้กัน ที่เติมน้ำมันกันอยู่นี้นะครับ เทียบกับราคาน้ำมันประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้ผลิตน้ำมัน

นายกรัฐมนตรี ที่จริงก็ต่ำนะครับ ของเราต่ำใช่ไหมครับ แต่ว่าผมไม่อยากพูด เพราะว่าเดี๋ยวจะถูกต่อว่า คนของเราที่ฐานะไม่ดีต้องใช้น้ำมันเยอะ แล้วมันก็กระทบเรื่องปุ๋ยเรื่องอะไรด้วย ผมถึงไม่ได้ไปอ้างอิงตรงนั้น ความเป็นจริงก็คือว่าผมคิดว่าโครงสร้างเราไม่ใช่เป็นโครงสร้างภาษีที่สูง

ผู้ดำเนินรายการ สำหรับน้ำมันนะครับ

นายกรัฐมนตรี สำหรับน้ำมันและขณะนี้ก็ยังดูแลไม่ให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไปกระทบประชาชน

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ครับ สัปดาห์ - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องภาษีที่ดิน ที่กระทรวงการคลังกำลังมีการจัดทำขึ้นมา มีรายละเอียดไหมครับ หรือว่าจะมีผลกระทบอย่างไร

นายกรัฐมนตรี หลักของมันนะครับก็คือว่าตอนนี้เรามีภาษีที่เรียกว่าภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน 2 ตัว แต่ว่าถ้าดูตามเหตุตามผลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ อัตราการจัดเก็บอะไรนี้ ผมคิดว่าถือว่าล้าสมัยมาก เราก็คิดว่าเป็นการเก็บ ถ้าเรามารวมเป็นฐานภาษีที่เรียกว่าทรัพย์สินและที่ดินนี้ หนึ่ง มันจะเป็นภาษีที่มีเหตุมีผลมากขึ้น ก็คือเก็บเป็นสัดส่วนตามมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ซึ่งก็จะเป็นส่วนช่วยในการทำให้สังคมมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ประการที่สอง ภาษีตัวนี้จะเป็นภาษีสำคัญที่เป็นรายได้ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปตามหลักของสากล คือจริง ๆ แล้วท้องถิ่นนี้ ฐานภาษีที่ดีที่สุดคือสิ่งที่มันเคลื่อนย้ายไม่ได้ เพราะว่าของใครของคนนั้น มันก็จะไปช่วยในเรื่องท้องถิ่น อันที่สามนี้เราก็คงจะต้องมีการวางระบบ ซึ่งกระทรวงการคลังก็เตรียมอยู่ เช่น เราก็ต้องยกเว้นให้คนที่อาจจะมีรายได้น้อย แต่บังเอิญมาอยู่ในที่ดินซึ่งมีมูลค่าสูง เช่น คนจนในเมืองอย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ควรจะมีมาตรการในการลงโทษคนที่สะสมที่ ที่ดินปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าไม่ใช้ประโยชน์

ผู้ดำเนินรายการ มีที่แล้วไม่ใช้นี่นะครับ

นายกรัฐมนตรี มีที่แล้วไม่ใช้ ก็จะต้องมีการลงโทษนะครับ อันนี้ก็คือลงโทษโดยเงินภาษี ในความหมายก็คือเก็บภาษีสูง ไม่ใช่ไปลงโทษอย่างอื่น อันนี้ก็คือแนวที่กำลังวางไว้สำหรับภาษีที่ดินและทรัพย์สิน ซึ่งผมคิดว่าเพิ่มความเป็นธรรม ช่วยเหลือท้องถิ่น และจะทำให้การใช้ทรัพยากรของประเทศมีเหตุมีผลมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะเดินต่อเรื่องนี้ครับ

ผู้ดำเนินรายการ ผมขออนุญาตออกนอกประเด็นไปนิดหนึ่งครับ ท่านนายกฯ พูดถึงเรื่องของภาษีบาป เมื่อครู่นี้นะครับ เรื่องของสุรา เรื่องของบุหรี่ ยังมีอีกอย่างหนึ่งก็คือแหล่งเริงรมย์ต่าง ๆ ไม่เก็บด้วยหรือครับตรงนี้

นายกรัฐมนตรี ที่จริงภาษีนี้เก็บอยู่แล้วนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ ไม่เก็บให้หนัก ๆ หรือครับ

นายกรัฐมนตรี ให้เขาประเมินอยู่ครับ ให้เขาประเมินอยู่ว่าจริง ๆ แล้วนี้อัตราที่เก็บสมเหตุสมผลหรือไม่อย่างไรนะครับ จริง ๆ ตอนนั้นทางกรมสรรพสามิตก็ดูตัวนี้ด้วย เคยดูเรื่องกาแฟกระป๋องอะไรต่าง ๆ เสร็จแล้วก็มีคนมาร้องเรียนบอกว่าจริง ๆ เดี๋ยวไปกระทบพี่น้องที่ทำไร่ ปลูกชาปลูกกาแฟอะไรต่าง ๆ ก็เลยไม่ได้จัดเก็บ

ผู้ดำเนินรายการ ผมไปอีกนิดเดียว ต่อเนื่องกับเรื่องนอกเรื่องนี้นะครับท่านนายกฯ ครับ เรื่องของการพนัน เราพูดกันตลอดว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา การพนันไม่ถูกทั้งกฎหมาย ไม่ถูกทั้งศีลธรรม ไม่เป็นสิ่งที่พึงให้เกิดขึ้นในครอบครัวไหน มีสปอตช่อง 11 ออกตลอดนะครับ การพนันทำลายชีวิต ทำลายครอบครัวทั้งหมด แต่สิ่งที่คาใจคนที่นับถือพุทธและถือศีลเคร่ง ๆ มาก ๆ ด้วยก็คือรัฐบาลเองเป็นเจ้ามือพนันที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งครับ ก็คือสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ท่านนายกฯ มองตรงนี้อย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี ปัญหานี้ก็เถียงกันมาทุกยุคทุกสมัยนะครับ เราก็พยายามหาความพอดี ผมก็ให้แนวทางไว้ จริง ๆ ก็มีคนยังอยากเสนอให้ทำมากกว่านี้ ก็คือเรื่องผู้ดำเนินรายการ เปิดให้มากกว่านี้หรือครับ

นายกรัฐมนตรี หวยบนดิน หวยออนไลน์อะไรเพื่อจะเป็นรายได้เข้าหารัฐนะครับ เข้าสู่รัฐ ผมก็บอกว่าก็คงจะต้องดูเพราะว่า ถามว่ารัฐบาลอยากได้เงินไหม อยาก แต่ไม่อยากให้มีการส่งเสริมในเรื่องของการพนันด้วย สลากกินแบ่งผมก็ถือว่าก็ทำกันมานาน บังเอิญสลากกินแบ่งก็เป็นที่มาของหวยใต้ดินซึ่งเราก็ไม่อยากให้มีนะครับ แต่ว่าก่อนหน้านี้ที่ไปทำหวยบนดินนี้ก็บังเอิญเป็นลักษณะกินรวบไม่กินแบ่ง ซึ่งผิดทั้งกฎหมายและผมคิดว่าอันนั้นความเป็นเจ้ามือ แทบจะเรียกว่ากลายเป็นคู่พนันไปเลยก็ว่า อันนั้นก็จะไม่ทำนะครับกินรวบ ส่วนสัญญาที่ค้างอยู่ ตอนนี้มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายในสัญญาต่อว่า สัญญานี้มันค้างอยู่กับบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ไปทำเรื่องของหวยตู้ ตอนนี้กำลังมีการพิจารณาอยู่ ผมจะพยายามดูความพอดีนะครับ ไม่ให้ประเทศชาติเสียหาย แต่ว่าผมก็ยังยืนยันว่าไม่อยากทำอะไรที่เป็นการส่งสัญญาณให้คนมาเล่นการพนันเพิ่มขึ้น และบังเอิญเรื่องนี้ก็ไปกระทบหลายสลับซับซ้อนมาก คนพิการเองก็มีการเคลื่อนไหวคัดค้าน เรื่องของหวยตู้อยู่ด้วย

ผู้ดำเนินรายการ เพราะฉะนั้นการเปิดคาสิโนในประเทศอะไร ไม่มีนโยบายแน่นอน

นายกรัฐมนตรี ผมไม่มีนโยบายแน่นอนครับ

ผู้ดำเนินรายการ สบายใจได้เปลาะหนึ่งครับ แต่ท่านนายกฯ ครับ เรื่องของการพนันเรื่องของหวยนี่นะครับ ฟังดูเหมือนกับว่าถ้าเป็นหวยกินแบ่งนี่ถูกกฎหมาย ถ้าเป็นหวยกินรวบนี่ผิดกฎหมาย มันต่างกันอย่างไรครับท่านนายกฯ

นายกรัฐมนตรี กินแบ่งนี่มันมีความแน่นอนของมันนะครับ ว่ารัฐจะต้องได้เงิน จ่ายเงินเท่าไรที่เป็นรางวัล ถ้ากินรวบมันก็จะต้องขึ้นอยู่กับว่าคนเข้ามาซื้อเลขนั้นเลขนี้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ซึ่งตามกฎหมายนี้มันทำไม่ได้ในขณะนี้

ผู้ดำเนินรายการ ผมเพิ่งมาทราบ

นายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้นะครับ

ผู้ดำเนินรายการ ขอบพระคุณท่านนายกฯ นะครับ อีกประเด็นหนึ่งนะครับท่านนายกฯ ครับ หลายปีก่อนนี้ท่านนายกฯ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผมจำได้ว่าท่านนายกฯ มีนโยบายชัดเจนว่า ไทยต้องมีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ขณะเดียวกันต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศ ที่จะเอาเงินเข้ามาลงทุนในบ้านเรา จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ท่านนายกฯ ขึ้นมารับผิดชอบงานเศรษฐกิจทั้งหมดนี้ครับ เรื่องของการสร้างความสามารถในการแข่งขัน กับเรื่องของการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างประเทศนี่ยังอยู่ไหมครับ

นายกรัฐมนตรี คือถามว่ายังอยู่ไหมก็คือขณะนี้ต้องกลับมาเป็นนโยบายสำคัญฯ อีกครั้งหนึ่ง โครงการที่เราเน้นย้ำเรื่องไทยเข้มแข็งนี้มันก็เป็นตัวที่บ่งบอกว่าเราปล่อยให้การลงทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งนี้มันถูกละเลยไปนานพอสมควรนะครับ ผมยกตัวอย่าง จริง ๆ เมื่อกี้ก็แหย่ไปนิดหนึ่งแล้ว เช่น เรื่องการศึกษา เขาจัดอันดับความสามารถการแข่งขันทีไรนี้เรื่องของระบบการศึกษา เรื่องของทักษะของคนของเราก็ยังต่ำ อันนี้ก็ต้องมีการลงทุนนะครับ เรื่องของเทคโนโลยีหลาย ๆ เรื่องก็ต้องทำนะครับ และก็แน่นอนครับในชนบท ขณะนี้ภาคการเกษตรที่ผลผลิตต่ำส่วนหนึ่งก็เพราะขาดเรื่องแหล่งน้ำ อันนี้ก็ต้องมีการลงทุน เรื่องของถนนหนทางที่จะเชื่อมโยงให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทาง และเข้าถึงระบายสินค้าอะไรต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น ก็เป็นเรื่องสำคัญ ขนส่งระบบรางที่จะช่วยลดต้นทุนในด้านการขนส่งก็ต้องลงทุน อันนี้ก็อยู่ในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด เพื่อที่จะยืนยันว่าเรายังต้องทำอีกมากในการเพิ่มความเข้มแข็งของประเทศ ส่วนความเชื่อมั่นนี้ เมื่อกี้เราคุยกันไปนิดหนึ่งว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ต้องไปทำความเข้าใจนั่นก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่ผมกำลังเข้ามา และได้เริ่มสะสางไปบ้างแล้วก็คือเวลานักลงทุนเขาจะมาลงทุนหรือไม่นี้ ผมคิดว่าในชาติของเขา สิ่งแรกที่เขาดู ประสบการณ์ของคนที่เคยมาอยู่ก่อน หมายถึงคนที่มาลงทุนแล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วโดยพื้นฐานนี้ หลายคนที่มาอยู่ที่นี่ ชอบ รักเมืองไทยมาก

ผู้ดำเนินรายการ ไม่อยากไปไหนแล้ว

นายกรัฐมนตรี ไม่อยากไปไหน อันนี้เขาก็จะเป็นทูตที่ดีของเรา เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาก็มีหลายเรื่องซึ่งทำให้เขาไม่สบายใจ แล้วที่ผมพยายามมาสะสางมากที่สุดก็คือเวลาที่หน่วยข้าราชการของเราเอง ไปสร้างความสับสน ไปตีความไปมีปัญหากับเขาทางกฎหมาย ผมก็ลงมาสะสางเรื่องเหล่านี้อยู่ในขณะนี้ ก็ทำไปได้ ผมว่ากว่าครึ่งนะครับ และต่อจากนี้ไปคือจะต้องมีระบบบริการ และระบบการทำความเข้าใจที่ดีขึ้น ผมคิดว่าความเจ็บปวดที่สุดของนักลงทุน ความจริงไม่ใช่เฉพาะต่างชาติ คนไทย นะครับ คือว่าบางครั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐแนะนำว่าทำอย่างนี้สิ นี่แหละไม่มีปัญหาหรอก ปรากฏว่าทำไปมีเจ้าหน้าที่อีกหน่วยหนึ่งมาบอกคุณทำผิด คุณต้องถูกปรับ คุณต้องอย่างนั้น คุณต้องอย่างนี้ บางเรื่องก็ดำเนินคดีกันไป สิ่งที่นักลงทุนต้องการที่สุดคือความแน่นอน กติกานี้จะให้ถูกใจทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ บางเรื่องมันไม่มีความละเอียดอ่อน เช่น ยกตัวอย่างจะมีสิทธิ์ซื้อที่ดิน ถือครองที่ดินได้นาน ๆ ของเราก็บอกว่าจริง ๆ ของเราก็นานพอสมควร 30 บวก 30 บวก 30 จะเช่าอะไรกันไป แต่สิ่งที่สำคัญบอกว่ากติกาถูกใจก็คือกติกาแน่นอนหรือเปล่า หลายครั้งขณะนี้ก็คืออย่างที่ผมบอก อาจจะมีทนายบ้าง อาจจะมีหน่วยงานไปแนะนำเขาว่า ให้พูดง่าย ๆ เหมือนกับเลี่ยงกฎหมายด้วยวิธีนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ ผมก็พยายามเอาตัวนี้ไปชี้แจงกับนักลงทุนทั่วโลก ว่าต่อไปนี้ประเทศไทยจะต้องมีระบบที่มีความแน่นอน ไปเซ็นกติกาแล้วก็มีความโปร่งใส อันนี้จะช่วยเรื่องความเชื่อมั่นได้มากครับ

ผู้ดำเนินรายการ วิกฤตเศรษฐกิจรอบที่แล้วตอนปี 2540 รัฐบาลได้เข้ามารับวิกฤตไปตอนนั้นก็เป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ วิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ รัฐบาลที่เข้ามารับปัญหาเศรษฐกิจก็คือรัฐบาลประชาธิปัตย์ ท่านนายกฯ เป็นนายกฯ อยู่ 5 เดือนนะครับ ทางบ้านผมบอกว่าเหมือนกับท่านอายุมากขึ้น 5 ปี ท้อถอยไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ไม่หรอกครับ งานเยอะจริง ๆ ก็ดีเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีใครว่าเด็กหรอกครับ มันมีความแตกต่างนิดหน่อยนะครับ ความอุ่นใจครั้งนี้เทียบกับครั้งที่แล้วก็คือว่าเราไม่ได้มีปัญหาพื้นฐานเรื่องระบบการเงินหรือไม่ได้มีปัญหาในเชิงพื้นฐานที่เป็นตัววิกฤตที่จะมากระทบอย่างรุนแรงมาก ๆ อันนั้นก็ในแง่ที่ว่าอุ่นใจนิดหนึ่ง คือไม่ได้ว่าแบงก์กำลังจะล้มหรืออะไร ไม่เหมือนปี 40 นะครับ เงินสำรองกำลังหมดไปแล้ว ธนาคาร บริษัทเงินทุนปั่นป่วน เราไม่มีอย่างนั้น แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าไม่มีวิกฤตหรือว่ามั่นคง เพราะว่าพอมีปัญหาเรื่องส่งออก ท่องเที่ยว เศรษฐกิจขยายตัวลดลง คนตกงาน จัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า มันก็กระทบความมั่นคงกับเศรษฐกิจด้วย เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ต้องตื่นตระหนก มันไม่ได้มีความตื่นตระหนกเหมือนปี 40 แต่ว่าในทางกลับกันที่หงุดหงิดกว่า ครั้งที่แล้วมีความรู้สึกว่า ถ้าเรา พูดง่าย ๆ ปัดกวาดบ้านเราเรียบร้อย เราก็ดีขึ้น ครั้งนี้ปัดกวาดบ้านเสร็จยังต้องดูเพื่อนอยู่ว่า เพื่อนฟื้นหรือเปล่า นี่คือความที่มันต่างกันในแง่หนึ่งอย่างที่บอกว่าอุ่นใจกว่า อีกแง่หนึ่งก็อึดอัดหงุดหงิดกว่าตรงที่ว่ามันไม่ได้อยู่ที่การควบคุมของเราแต่ฝ่ายเดียว

ผู้ดำเนินรายการ เพื่อนของท่านนายกฯ คือประเทศอื่น

นายกรัฐมนตรี คือประเทศคู่ค้าสำคัญ จะเป็นสหรัฐ จะเป็นยุโรป จะเป็นญี่ปุ่น จะเป็นจีน จะเป็นตลาดใหม่ ๆ ทั้งหลาย ซึ่งเขาได้รับผลกระทบหมด และเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้การส่งออก การท่องเที่ยวเราลดลง

ผู้ดำเนินรายการ แล้วเพื่อนที่อยู่ในประเทศไทยด้วยกันละครับท่านนายกฯ ครับ ทีมงานเศรษฐกิจ ท่านนายกฯ รู้สึกอย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าการทำงานเป็นหมู่คณะนะครับ และเป็นงานในภาครัฐซึ่งต้องมีข้ามกรม ข้ามกระทรวง รับผิดชอบร่วมกันนี้ ผมไม่เคยคาดหวังว่ามันจะต้องราบรื่น 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าสิ่งสำคัญก็คือว่าขอให้ทุกคนมีเป้าหมายเดียว เป้าหมายตรงกัน ก็คือทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนความคิดเห็นที่แตกต่างกันก็มาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลนะครับ ขณะนี้ก็ยังยึดในแนวทางนี้อยู่ ก็มีบ้างที่เจ้ากระทรวงก็อาจจะเห็นไม่เหมือนกับผม คิดจะไปทำในสิ่งที่ผมคิดว่า ถ้าเป็นผม ๆ อาจจะทำแตกต่างกันไป ก็มาว่ากันด้วยเหตุด้วยผล และคงจะปรับเข้ากันได้ไม่เป็นปัญหาครับ

ผู้ดำเนินรายการ คุยกันได้นะครับ

นายกรัฐมนตรี คุยได้ครับ ไม่มีปัญหา คุยกันตลอด

ผู้ดำเนินรายการ แต่ไม่มีปรับใหญ่นายกรัฐมนตรี ขณะนี้ยังไม่คิดไปถึงตรงนั้นนะครับ กำลังคิดในส่วนของการให้งานเดินไปอีกระยะหนึ่งนะครับ แต่ว่าในที่สุดก็ต้องประเมินดูว่าเราสามารถจะทำได้ดีกว่านี้ไหม เพราะเราก็ต้องมีหน้าที่ที่จะทำให้ดีที่สุดสำหรับประชาชน

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ครับมีประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวในแง่ของเศรษฐกิจและมากระทบการเมืองด้วย คือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รัฐบาลนี้มีนโยบายอย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ขณะนี้ถามว่ามีรัฐวิสาหกิจที่จะแปรรูปเพิ่มเติมได้ ก็มีไม่มากครับ จริง ๆ ให้คิดตอนนี้ที่จะไปแปรรูปโดยสภาพของข้อเท็จจริงของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง และสภาพตลาด ก็ยังไม่มีประเด็นนะครับ แต่ผมก็ย้ำอย่างนี้ครับ คือถ้าพูดแปรรูป แต่ละคนอาจจะขอบเขตไม่เท่ากัน ผมเองผมไม่ได้มองเรื่องของนโยบายรัฐวิสาหกิจในแง่ของการที่จะไปขายหุ้น ผมมองในประเด็นว่าเอกชนต้องมาร่วมมากขึ้น และก็มีการแข่งขันมากขึ้น เพราะผมเชื่อว่าการแข่งขันที่มีมากขึ้น จะทำให้บริการประชาชนดีขึ้น อันนั้นควรจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของรัฐวิสาหกิจ ก็คือบริการประชาชนได้ดีขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ หมายถึงมีเอกชนเข้ามาแข่งขันได้มากขึ้น

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ รัฐวิสาหกิจที่ทำอยู่ เพราะฉะนั้น กรณีของพลังงานก็ดี กรณีของการสื่อสารคมนาคมก็ดี ขณะนี้เห็นได้ชัดนะครับว่า ถ้าเราเปิดช่องทางเอกชน เอกชนเขาจะมาร่วมได้มาก ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ผู้ผลิตไฟฟ้าที่เป็นอิสระ และมาส่งเสริมเรื่องนโยบายพลังงานทดแทนด้วย อย่างนี้เราก็อยากจะส่งเสริม หรือว่ากรณีของการลงทุนในเทคโนโลยีสำคัญในอนาคตต่อไป จะเป็น 3G WiMAX จะต้องเร่งทำ ผมก็คิดว่าเอกชนเขาก็ต้องมามีส่วนร่วมด้วย

ผู้ดำเนินรายการ รู้สึกเอกชนจะพร้อมนะครับ

นายกรัฐมนตรี ปัญหาของเราตอนนี้ก็คือว่า ต้องเร่งทำเรื่องของกติกาการกำกับดูแลให้ดี พลังงานตอนนี้ก็มีกฎหมายอะไรต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว บังเอิญเรื่องโทรคมนาคมอยู่ในช่วงรอยต่ออีก ทั้งในเชิงกฎหมาย ทั้งในเชิงของคณะกรรมการชุดเก่า ชุดใหม่

ผู้ดำเนินรายการ หมายถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

นายกรัฐมนตรี กทช. ซึ่งต่อไปจะต้องเป็น กสทช.

ผู้ดำเนินรายการ รอกันอยู่ครับเรื่อง 3G

นายกรัฐมนตรี กำลังเร่งครับ แม้จะปิดสมัยประชุม ผมก็ขอให้คนที่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการที่ทำกฎหมายเรื่องนี้ให้เร่งรัด

ผู้ดำเนินรายการ ฟังจากท่านนายกฯ การเมืองกับเศรษฐกิจยังไงก็แยกไม่ออก

นายกรัฐมนตรี แยกไม่ออกครับ

ผู้ดำเนินรายการ ในวงการวิชาการ หลาย ๆ ท่านบอกว่าท่านเชี่ยวชาญมาก เศรษฐกิจ การเมือง เรียนมาทางด้านนี้เลย รู้ดีเลย ท่านมองว่าเศรษฐกิจบ้านเราไปกระทบการเมือง แล้วการเมืองมากระทบเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี คือการเมืองกระทบเศรษฐกิจตอนนี้ชัดเจนคือเรื่องความเชื่อมั่น ซึ่งถ้าหากว่าบ้านเมืองเรายังไม่สามารถที่จะทำให้คนมั่นใจ ว่ามีความสงบไม่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายอีก ก็จะเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ผมจึงต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง และขอยืนยันว่าถ้าท่านมีปัญหาอะไร มีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน ขอให้เข้ามาใช้กระบวนการทางการเมือง ที่ไม่ใช่การมีความรุนแรง การทำให้เกิดเหตุวุ่นวาย เราจะได้ช่วยให้พี่น้องประชาชนของเราลืมตาอ้าปากเรื่องเศรษฐกิจกันได้ ส่วนเศรษฐกิจกระทบการเมือง ผมคิดว่าถ้าเราไม่เอาใจใส่ เวลาเศรษฐกิจแย่ ๆ เราเห็นในหลายประเทศ มันกลายเป็นวิกฤตทางการเมือง ทางสังคม ได้ เหตุผลนั้นคือเหตุผลสำคัญว่า ทำไมในมาตรการรอบแรกของรัฐบาลนี้ เราจึงมุ่งไปในเรื่องของการดูแลประชาชนในเรื่องของผู้มีรายได้น้อย ในเรื่องของเด็ก ในเรื่องของผู้สูงอายุ ในเรื่องของเกษตรกร ซึ่งมีโครงการแทรกแซงพืชผลอย่างต่อเนื่อง ว่าจะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ลุกลามไปเป็นปัญหาสังคม การเมือง

ผู้ดำเนินรายการ คำถามจากนักลงทุนในตลาดหุ้นฝากผมมาครับท่านนายกฯ ครับ 2-3 เดือนที่ผ่านมานั้น ราคาหุ้นในตลาดหุ้นไทยขยับสูงขึ้นค่อนข้างมาก จากดัชนี 400 จุด 400 เศษ ตอนนี้ 500 กว่า 550 จุด ขึ้นมาพอสมควร เงินต่างประเทศไหลเข้ามา ท่านนายกฯ มองว่า ราคาหุ้นรอบนี้ เขาถามมาเลยนะครับ ท่านนายกฯ คิดว่าเป็นของจริงหรือของปลอม รัฐบาลไปดันให้ขึ้น คนจะได้มองว่าดีหรือเปล่า

นายกรัฐมนตรี ผมคงไม่อยู่ในฐานะที่จะไปพูดเรื่องค่าเงินกับเรื่องราคาหุ้น ขณะนี้เรามาดูแลตรงนี้ เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือว่า ดูว่าการซื้อขายเป็นไปตามกติกา ไม่มีความผันผวนอะไรที่ผิดปกติ หุ้นนี่ สำหรับประเทศไทยตั้งแต่ต้นปีดูเหมือนจะขึ้นมาประมาณสัก 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ วันก่อนผมบังเอิญไปงานที่ตลาดหลักทรัพย์ นักข่าวก็ถาม ผมก็บอกว่าสำหรับคนไทย เวลาหุ้นขึ้นก็ดีใจกัน และเงินไหลเข้ามา มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน เราก็ต้อนรับ แต่ว่าก็ไม่อยากให้หวือหวาจนเกินไป แต่ว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องของผู้ 1. ก็คือตัวนักลงทุนเองที่จะต้องตัดสินใจ กับ 2. ผู้กำกับดูแล แต่อย่างน้อยผมก็ติดตามนะครับ เพราะว่าผมก็พูดตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาว่า ในแง่ตลาดทุน สิ่งที่เราต้องไม่ให้มีคือเรื่องการปั่นหุ้น เรื่องการไปใช้ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งผลประโยชน์ของนักการเมืองอะไรต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่มีใครร้องเรียนมา เพราะฉะนั้น ก็ยังอุ่นใจตรงนั้นอยู่ แล้วก็สำหรับอนาคตคงจะต้องดูกันต่อไป แต่ว่าหุ้นขึ้นแล้วพอเงินไหลเข้ามาก็มากระทบค่าเงินบาทด้วย ทุกอย่างจะพันกันอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าเราก็คิดว่า ถ้าเราหาความพอดี และขณะนี้จะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย จะเป็น ก.ล.ต. หรือแม้กระทั่งตัวตลาดหลักทรัพย์เอง ผมคิดว่า เขาก็ดูแลและเข้าใจนโยบายรัฐบาลเป็นอย่างดีในเรื่องของเสถียรภาพและการส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ มีเงินออมอยู่ในหุ้นบ้างไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ผมไม่มีครับ ตอนหลังเพราะว่ากฎหมายเข้มงวดกวดขันมากขึ้น และจะเป็นปัญหาข้อครหาปล่อย ๆ เรื่องผลประโยชน์ขัดกัน เพราะฉะนั้น ต้องยอมกินดอกเบี้ยต่ำอยู่

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ครับขออนุญาตเป็นคำถามสุดท้ายนะครับ คือผมเชื่อว่าถ้าเลือกได้ท่านนายกฯ อยากจะมีเสียงข้างมากในสภาฯ ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลพรรคเดียว จะได้เลือกคณะรัฐมนตรีตามใจชอบ

นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคทุกพรรค ถ้าเลือกได้ก็เลือกอย่างนั้นครับ

ผู้ดำเนินรายการ นาทีนี้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เน้นเฉพาะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในฝันหรือในอุดมคติที่ท่านนายกฯ อยากได้มีลักษณะอย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี ผมว่าเราอยู่กับความเป็นจริงดีกว่า ฝัน ๆ ได้กันทั้งนั้นล่ะครับ แต่ว่าอยู่กับความเป็นจริงว่า ผมได้ทำงานกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดนี้มาก็ 4-5 เดือน บางเรื่องก็เห็นตรงกันบ้าง บางเรื่องอาจจะเห็นไม่ตรงกันบ้าง บางทีก็ดูขลุกขลักบ้าง แต่ขณะนี้มีความเข้าใจดีว่า ผมและรัฐบาลต้องการอะไร สำคัญกว่านั้น ตราบเท่าที่เราเข้าใจว่าประชาชนต้องการอะไร และก็ทำงานเพื่อส่วนรวมจริง ๆ ผมก็ยังยืนยันว่าการทำงาน ขณะนี้ก็ทำงานต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพอเวลาผ่านไปอีกระยะ สมมติว่าผ่านไปสักครึ่งค่อนปีแล้ว แล้วเราเห็นว่าสามารถที่จะปรับปรุงอะไรได้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในชั้นนี้ผมคิดว่าอยากจะให้ได้มีโอกาสที่จะเดินหน้าทำงานกัน เพราะว่า เอาง่าย ๆ นะครับ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกที่เพิ่งปิดสมัยประชุมสภาฯ เพราะฉะนั้นภาระงานด้านนิติบัญญัติก็ลดลง ก็มีเวลาในการที่จะมาสะสาง เร่งงานอะไรมากขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ ถ้าอย่างนั้นนะครับ ขออนุญาตเป็นคำถามสุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่า เรื่องราวที่ท่านนายกฯ อยากจะเข้าไปใช้เวลาในช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เป็นเรื่องอะไร

นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าแผนที่จะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง มีความชัดเจน มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ในการนำเสนอต่อสาธารณะ ต่อสภาฯ ในสัปดาห์หน้าก็จะเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันเรื่องหลัก ๆ ทางเศรษฐกิจที่รอการสะสางได้ข้อยุติ ก็มี 1. เรื่องของการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการระบายสินค้าเกษตร หลังจากที่เราเข้าไปแทรกแซง 2. มีโครงการขนาดใหญ่ซึ่งยังมีเครื่องหมายคำถามอยู่ ก็อยากจะเร่งได้ข้อยุติในเรื่องเหล่านั้น 3. ตัวเลขส่งออก ตัวเลขการท่องเที่ยว ซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่ มีอะไรเพิ่มเติม ที่รัฐบาลจะทำได้อีก อันนี้คงจะเป็นจุดหลักสำคัญของการทำงานในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

ผู้ดำเนินรายการ เหมือนกับคนไทยทุกคนนะครับ ก็อยากให้รัฐบาลบรรลุเป้าหมายที่วางให้เต็มที่ ก็เป็นกำลังใจให้ท่านนายกฯ อยู่นาน ๆ ขอบคุณท่านนายกฯ อย่างยิ่งครับ

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaigov.go.th และ www.abhisit.org




บทความอื่นๆ