บทความ

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์  7 มิ.ย.52
07 มิ.ย. 2552

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ 7 มิ.ย.52

สรุปประเด็น


คำต่อคำ

 

นายกรัฐมนตรีย้ำหลักการทำงานของรัฐบาลยึดผลประโยชน์ของส่วนรวม ประเทศชาติและประชาชน (7/6/2009)
นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลเปิดช่องทางการร้องเรียน การติดตามความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ สายด่วน ให้ประชาชน ย้ำเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมประเทศชาติและประชาชน

วันนี้ (7 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 21 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้

ช่วงที่ 1

เดินทางไปเกาหลีประสบความสำเร็จอย่างดี

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมมาพบกับพี่น้องเป็นรายการสดอีกครั้งหนึ่งนะครับหลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วอยู่ในช่วงที่เดินทางไปเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการไปประชุมอาเซียน-เกาหลี เพื่อเฉลิมฉลองการที่อาเซียนกับเกาหลีนั้น มีความสัมพันธ์กันครบ 20 ปี ก็คงจะขอกล่าวสั้น ๆ ว่าการเดินทางไปก็ประสบความสำเร็จอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือว่าบทบาทที่ทางเกาหลีกับอาเซียนนั้น จะดำเนินการร่วมกันในเรื่องของความร่วมมือในด้านการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องการค้าการลงทุน ซึ่งได้มีการลงนามข้อตกลงในเรื่องของการลงทุน ทำให้เรื่องของเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับเกาหลีขณะนี้ถือว่าได้ทำข้อตกลงครบถ้วนทุกด้านแล้ว คือการค้าสินค้า การค้าบริการ และเรื่องของการลงทุน

ในช่วงเวลาที่อยู่ที่เกาหลีนั้นนอกเหนือจากการประชุมแล้ว ได้มีการพบปะหารือสองฝ่ายกับทางเกาหลีด้วย ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือ การที่จะเพิ่มพูนในเรื่องของการค้า การลงทุน และความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสังคม วัฒนธรรมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับที่น่าสนใจคือว่า เราได้มีการพูดถึงเรื่องการที่จะขอให้ทางเกาหลีนั้นนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะในเรื่องของผลไม้ และอาหารของเรา มากยิ่งขึ้นโดยรวม ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ก็จะให้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่นั้นไปดูในเรื่องที่เป็นปัญหาอุปสรรคอยู่ในปัจจุบันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานในเรื่องของสินค้าหรือมาตรฐานในเรื่องของสุขอนามัย อันนี้เป็นเรื่องที่ได้มีการดำเนินการพูดคุยกัน

แลกเปลี่ยนความร่วมมืออุตสาหกรรมบันเทิง-อาหาร

และที่น่าสนใจคือว่า เกาหลีเองนั้นความจริงมีความประทับใจในแนวทางที่เราได้ผลักดันให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก เขาเองก็อยากที่จะมาศึกษาดูงานที่นี่ ผมเลยถือโอกาสบอกกับเขาว่าเรายินดีที่จะให้ข้อมูล ให้เขามาดูว่าเราทำอย่างไร ในทางกลับกัน ผมได้บอกว่าอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีได้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างมาก และรวมไปถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย ซึ่งก็เป็นตัวนำและขับเคลื่อนให้เกาหลีเป็นที่รู้จักทั่วโลก และทำให้เรื่องของการท่องเที่ยวก็ดี เรื่องของการเผยแพร่วัฒนธรรมก็ดี ทำได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นก็ขอเป็นการแลกเปลี่ยนนะครับว่า เขามาดูงานในเรื่องอาหารของเรา เราก็จะให้คนที่เกี่ยวข้องของเรานั้นได้ไปศึกษาเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจบันเทิงของเกาหลี ซึ่งเป็นตัวนำในเรื่องของวัฒนธรรม และเรื่องของการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย นอกจากนั้นก็มีเรื่องของการที่จะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเกาหลีนั้น ยังคงเดินทางมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าจริง ๆ แล้วเกาหลีก็เป็นชาติที่เดินทางมา เข้าใจว่าเป็นอันดับ 3 นะครับ แต่ละปีก็มีเป็นล้านคน เราก็ยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมที่จะให้การต้อนรับ และกำลังปรับปรุงในเรื่องของมัคคุเทศก์ที่จะพูดภาษาของเขา เพราะฉะนั้น การสนทนาปรึกษาหารือนั้นเป็นไปในบรรยากาศที่ดีเป็นกันเองมาก และเชื่อว่าจะช่วยกระชับความร่วมมือต่าง ๆ ได้

การพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มีเรื่องหนึ่งซึ่งเกาหลีให้ความสำคัญเป็นพิเศษนะครับในขณะนี้ คือเรื่องของการพัฒนาโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องการที่จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ต้องการที่จะปรับแนวทางในเรื่องของการพัฒนาให้การใช้เทคโนโลยี การใช้ทรัพยากรนั้น มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นเรื่องซึ่งจะมีการร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ในเรื่องของการที่จะมาลงทุนเกี่ยวกับเรื่องของพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่เราเองก็ให้แรงจูงใจ ให้มีการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อที่จะให้มีการใช้ทรัพยากรหรือสร้างปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมน้อยลง ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะทำให้ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า มีความเปลี่ยนแปลงในแง่ของบทบาทของเกาหลี ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในประเทศไทยด้วย ความจริงก็ไม่ใช่เฉพาะเกาหลีนะครับ ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ผมเองได้มีโอกาสเปิดงานอีกงานหนึ่งที่ทางญี่ปุ่นต้องการที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในเรื่องของการที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมกับเราด้วย เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนในเรื่องเทคโนโลยีก็ดี หรือกระบวนการการพัฒนาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าจะมีประเทศที่เป็นมิตรที่จะเป็นหุ้นส่วนกับเรา ที่พร้อมที่เข้ามาลงทุนปรับเปลี่ยนอะไรหลายอย่าง ซึ่งจะทำให้การพัฒนาของเรามีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

สำหรับในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ผมจะเริ่มเดินทางไปเยือนประเทศในอาเซียน เนื่องจากว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งยังไม่ได้เดินทางไปครบในทุกประเทศตามธรรมเนียม สำหรับสัปดาห์หน้าจะมีมาเลเซียและกัมพูชา ซึ่งจะมีประเด็นหลายประเด็น สัปดาห์หน้าคงจะได้มีโอกาสมาเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบถึงความร่วมมือที่ไปพูดคุยเจรจาหารือกัน

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพ.ร.ก.กู้เงินชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันอังคารนะครับหลังจากที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นตีความพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในเรื่องให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เงินในประเทศ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และได้วินิจฉัยมาโดยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์แล้วว่า การตราพระราชกำหนดนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ขณะนี้รัฐบาลก็จะเร่งเดินหน้าในเรื่องของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ซึ่งผมได้มีโอกาสมาเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอยู่เป็นระยะ ๆ โดยการนำพระราชกำหนดฉบับนี้ขอความเห็นชอบจากสภาฯ ขณะนี้ท่านประธานรัฐสภาได้นัดประชุมแล้ว ก็จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดกันในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน และมีการประชุมในเรื่องของงบประมาณในวันที 17-18 มิถุนายน พระราชกำหนดผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะนำเสนอต่อวุฒิสภาในช่วงสมัยประชุมวิสามัญ จะเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วก็กฎหมายเหล่านี้ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในการสร้างงานก็จะมีความคืบหน้าไป ในส่วนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ขณะนี้กำลังเตรียมการ เพราะว่าผมได้ขอให้ทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของการกระจายโครงการต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่ เพื่อประโยชน์ที่จะให้ทั้งผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ พี่น้องประชาชน ได้ติดตามเพื่อตรวจสอบ อยากให้เร่งรัดครับ คือเราจะได้แสดงให้เห็นเลยว่าแต่ละโครงการที่เราจะทำ จะเรื่องแหล่งน้ำ จะเรื่องถนน จะเรื่องโรงเรียน จะเรื่องสถานีอนามัยนั้น ไปอยู่ที่ไหนอย่างไร จะมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ (www.chuaichart.com) จะมีการนำเสนอให้สภาฯ ได้รับทราบ และผมหวังจะให้พี่น้องประชาชนนั้นคอยติดตาม

เผยแพร่ความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล

ผมต้องการ 2 อย่างครับ อย่างแรกคือว่าให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว เพราะเป้าหมายในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้คือการสร้างงาน ถ้าเราเดินตามแผนของการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ใน 3 ปีข้างหน้านี้ เราก็จะสร้างงานได้ประมาณ 1,500,000-2,000,000 คน ก็อยากจะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้คอยติดตาม และแจ้งให้ทางรัฐบาลทราบว่า โครงการคืบหน้า ไม่คืบหน้าอย่างไร ส่วนที่ 2 คือต้องการเห็นความโปร่งใส เพราะว่าเราทราบดีว่าในยามที่พี่น้องประชาชนประสบกับความยากลำบากในภาวะเศรษฐกิจอย่างดี เราไม่ต้องการเห็นโครงการของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเงินภาษีหรือไม่ว่าจะเป็นเงินกู้นั้น มีการทุจริต มีการรั่วไหล พบอะไรผิดปกติก็จะได้แจ้งเข้ามาได้ เพราะฉะนั้น ผมก็จะเร่งรัดในเรื่องของการให้ข้อมูลเหล่านี้มีการเผยแพร่ไปให้มากที่สุดในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ

กองทุนฟื้นฟูฯ เข้าไปซื้อหนี้ของเกษตรกร

ผมจะขอใช้เวลาในช่วงต่อไปพูดถึงเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือมีปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในหลายแง่มุม รวมไปถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนที่มีปัญหา มีการชุมนุมเคลื่อนไหวอยู่ เพราะว่า 5-6 วันที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องประชาชนหลายกลุ่ม และติดตามการแก้ปัญหาหลายปัญหา เริ่มจากเรื่องของเกษตรกรก่อน ที่จริงสัปดาห์ที่แล้วเวลาไม่พอครับ ตั้งใจจะรายงานด้วยว่า ที่รัฐบาลได้อนุมัติไปเมื่อต้นปีนี้ในการที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรผ่านกลไกที่เราเรียกว่า กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งตั้งเอาไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ปรากฏว่า 10 ปีที่ผ่านมา กองทุนนี้สามารถที่จะเข้าไปซื้อหนี้เพื่อมาบริหารจัดการและฟื้นฟูอาชีพของพี่น้องเกษตรกรได้น้อยมาก แต่ว่าตั้งแต่ต้นปีรัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณซึ่งเป็นงบกลาง ยอดแรก 600-700 ล้านบาท เพื่อที่จะไปเร่งซื้อหนี้ของเกษตรกร ซึ่งมีปัญหาว่ากำลังถูกฟ้องร้อง และอาจจะถูกยึดทรัพย์สิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือที่ทำกิน ก็ไปซื้อมาเพื่อบริหารจัดการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟู และมีการอนุมัติในรอบที่ 2 สำหรับกรณีของหนี้เสีย

ก็อยากจะเรียนว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควรนะครับขณะนี้ ทางกองทุนได้เริ่มเข้าไปดำเนินการในการซื้อหนี้ตรงนี้ และมีการอนุมัติเงินไปเรียบร้อยแล้วในก้อนแรก ทีนี้ก็มีปัญหาว่า พี่น้องประชาชนที่ยังแน่ใจว่า กระบวนการตรงนี้เป็นอะไรอย่างไรก็มาขอตรวจสอบว่า หนี้ของใครบ้างที่อยู่ในข่ายในขณะนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือ มีตกหล่นหรือไม่ ก็อยากจะบอกครับว่า ขณะนี้กองทุนได้เผยแพร่เรื่องของรายชื่อของเกษตรกรที่เข้ามาอยู่ในโครงการที่จะได้รับการช่วยเหลือในรอบนี้ตามสาขาต่าง ๆ ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางกันเข้ามาตรวจสอบที่กรุงเทพมหานคร สามารถตรวจสอบได้ในสาขาต่าง ๆ มีพี่น้องเกษตรกรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีตัวแทน มาพบผม และยังติดใจข้องใจว่ามันตกหล่นไป รายนั้นรายนี้หรือไม่ หรือว่าการช่วยเหลือจะครอบคลุมทั่วถึงหรือไม่ ผมก็กำลังให้ทางกองทุนสรุปเรื่องของสถานะของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ที่น่าจะอยู่ในเกณฑ์ว่ามีปัญหาหรือไม่อย่างไร และคงจะได้มีการพบกับตัวแทนเพื่อชี้แจงต่อไป

รัฐบาลพร้อมรับฟังปัญหาของกลุ่มต่าง ๆ

ผมเล่าเรื่องนี้เพื่อจะบอกด้วยครับว่า จริง ๆ แล้วผมทราบดีว่าการแก้ปัญหาในทุก ๆ เรื่องของรัฐบาลในทางปฏิบัติ พอลงไปถึงพื้นที่อาจจะมีปัญหามีอุปสรรคอะไรต่าง ๆ บ้าง ผมก็อยากจะบอกว่าการมีตัวแทนมาพบปะพูดคุยนั้น รัฐบาลยินดี และนอกเหนือจากกลุ่มเกษตรกรกลุ่มนี้แล้ว เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว ผมได้พบกับกลุ่มผู้แทนของสมัชชาคนจน ซึ่งมีปัญหาที่ร้องเรียนมา และยังไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานของรัฐ ว่าตามจริงแล้วบางปัญหาย้อนกลับไปมากกว่า 10 ปีด้วยซ้ำ แต่ว่าได้มีการพูดคุยกับ และขณะนี้ผมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปดูในรายละเอียดของแต่ละเรื่อง ที่ยังเป็นปัญหาค้างคาอยู่จะได้มีการแก้ไขให้ตรงจุดต่อไป เพราะฉะนั้น ผมอยากจะบอกครับว่า จริง ๆ แล้ว เวลาพี่น้องประชาชนมีปัญหาอะไร เรามีช่องทางของการร้องเรียน ช่องทางของการติดตาม ซึ่งหน้าจอวันนี้คงจะขึ้นให้เห็นนะครับ มีทั้งเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นสายด่วน มีทั้งเรื่องของเว็บไซต์ และมีช่องทางอื่น ๆ และถ้ามีตัวแทน ผมมีเวลาก็จะพยายามที่จะมาพบปะพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจอยู่ตลอดเวลา

กำชับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเร่งแก้ปัญหาตลาดคลองเตย

มีปัญหาอีกเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งมีเรื่องของการชุมนุมที่ค้างคากันมานาน คือปัญหาที่ตลาดคลองเตย ผมอยากจะเล่าให้ฟังนะครับว่า จริงๆ ปัญหานี้ก็ยืดเยื้อมาก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามารับหน้าที่ ก็เกิดความขัดแย้งขึ้น ระหว่างกลุ่มคนซึ่งไม่พอใจการที่มีการไปทำสัญญาเกี่ยวกับเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ของตลาดคลองเตย และที่น่าเสียใจคือว่าได้มีการปะทะ มีเหตุการณ์รุนแรงจนกระทั่งมีคนเสียชีวิตไป เมื่อผมเข้ามาก็ได้พยายามที่จะขอให้ทางกระทรวง โดยเฉพาะทางท่าเรือเข้าไปพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจ แต่ว่าก็เรียนตรงไปตรงมาครับว่า พบปัญหาว่าไม่สามารถทำความเข้าใจได้ และจะมีการชุมนุม มีการเรียกร้อง และมักจะมีปัญหาการทะเลาะวิวาทกัน ผมเองให้นโยบายกับทางเจ้าหน้าที่ชัดเจนว่าต้องดูแล อย่าให้เกิดความรุนแรง อย่าให้บานปลาย แต่ว่าสัปดาห์ที่แล้วก็เกิดเรื่องอีก ความจริงผมก็พอทราบ และได้เร่ง โทร.ไปด้วยตัวเองเลยครับกำชับทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าต้องรีบไปดู เพราะว่ามีโอกาสที่จะปะทะกัน แต่ขณะนี้ได้ให้นโยบายไปชัดเจนว่า การชุมนุมจะเป็นการชุมนุมในลักษณะที่ผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นไม่ได้ แต่ในทางกลับกันไม่ได้หมายความว่า ประเด็นข้อเรียกร้องใดที่มีเหตุมีผล เราจะไม่รับฟัง เพราะฉะนั้น ต้องเรียนครับว่า ขณะนี้ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันผมก็บอกว่าอะไรซึ่งยังเป็นข้อข้องใจ เห็นว่ามีความไม่เป็นธรรมตรงไหน ก็ขอให้ใช้วิธีการในการเจรจาโดยสันติ และต้องไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ผมก็หวังว่าจะคลี่คลายปัญหานี้ได้โดยเร็ว และติดตามด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในส่วนของทางตำรวจก็ดี หรือผู้เกี่ยวข้องก็ดี เพื่อที่จะให้ปัญหานี้ได้รับการคลี่คลายไปในที่สุด

ขยายโควตาการรับจำนำข้าวนาปรัง

สำหรับปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่เป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งคือปัญหาเรื่องของราคาพืชผล บังเอิญผมเข้าใจว่าเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ มีความเข้าใจผิดเล็กน้อยนะครับ คือเราได้มีการประกาศรับจำนำข้าวนาปรัง และมีการกำหนดโครงการไว้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม หลังจากนั้นผมได้พูดไปแล้วว่า เราจะทบทวนแนวทางในเรื่องของการแทรกแซงพืชผล ก็มีเหตุผลว่า ถ้าเราใช้วิธีการแบบเดิม ซึ่งไปรับจำนำในราคาที่สูงเกินกว่าตลาด สุดท้ายรัฐบาลจะรับซื้อเข้ามาอยู่ในสต็อกทั้งหมด และเราก็ช่วยทุกคนไม่ได้ครับ ต้องมากำหนดโควตากันและมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา และสุดท้ายสต็อกของรัฐบาลเอง ก็จะเป็นปัญหาในการที่จะบริหารตลาด เพราะว่าทางตลาดจะมองเห็นว่า รัฐบาลมีของอยู่ในสต็อกเยอะ ในที่สุดก็ต้องระบายออกมา มันก็เป็นตัวไปกดราคาสินค้าเกษตรและพืชผลการเกษตรนั่นเอง เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องทบทวน

แต่ว่าก่อนหน้านี้ที่มีการหยุดรับจำนำไป ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ บังเอิญว่าโควตาที่กำหนดไว้ 4 ล้านตันมันเต็ม หน่วยงานเลยหยุด แต่ว่าผมเมื่อเดินทางกลับมาก็รีบประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออำนาจ ครม. ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และบัดนี้ได้มีการขยายโควตาไปอีก 2 ล้านตัน แต่จะไปสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม เพราะฉะนั้น พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวในหลายพื้นที่ที่มีการร้องเรียนมา อยู่ในส่วนของภาคกลาง หรือภาคตะวันตก หรือแม้กระทั่งในภาคเหนือบางพื้นที่ ก็จะได้สบายใจว่าขณะนี้รัฐบาลได้ขยายโควตาในเรื่องของการรับจำนำข้าวที่เป็นข้าวนาปรังแล้ว ส่วนฤดูกาลต่อไปนั้นกำลังที่จะให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องเสนอรูปแบบของการที่จะแทรกแซงช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่จะไม่ทำให้รัฐเสียหายมาก ที่จะเป็นวิธีการที่ช่วยพี่น้องเกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่ช่วยได้เพียงบางราย บางกลุ่มเท่านั้นเอง และมากำหนดโควตากัน และมักจะเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น และไม่เป็นวิธีการที่จะทำให้เราทำให้ตลาดเสีย พูดง่าย ๆ คือทำให้มีสต็อก และมีปัญหาในเรื่องของการกดราคาอยู่ตลอดเวลา ผมกำลังเรียกตัวเองทั้งหมดมาดู และเร่งรัดเพื่อที่จะให้มีความชัดเจนในแนวทางของการทำงานในเรื่องนี้ต่อไป

พร้อม ๆ กับการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักเกณฑ์ในเรื่องของการระบายสินค้าที่อยู่ในสต็อกไปแล้ว ผมก็เรียนว่าการระบายในขณะนี้ ผมให้มีการออกไปตรวจสอบเรื่องของคุณภาพสินค้าด้วย น่าดีใจก็คือว่า ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ไปตรวจสอบมา เรื่องข้าวโพด เรื่องข้าว ในภาพรวมความจริงแล้วก็คือว่า คุณภาพดีพอสมควร เพราะฉะนั้น เก็บไว้ได้ระยะหนึ่ง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบระบายออก และผมคิดว่าพอความจริงอันนี้ปรากฏชัดเจนออกไป เราก็เริ่มเห็นตลาดขยับทันที ก่อนหน้านี้ราคาตกลงไป เหตุผลก็คือว่า มีการเก็งกันว่ารัฐบาลจะต้องรีบขายของของตัวเองออกมา ซึ่งจะทำให้ราคาตกลงอย่างรวดเร็ว ขณะนี้เราตรวจสอบแล้ว มันไม่เป็นอย่างนั้น และหลักเกณฑ์ที่ได้อนุมัติไป ยุทธศาสตร์ที่ทางคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมา คงจะช่วยให้การบริหารจัดการในเรื่องของสินค้าเกษตรนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ

แก้ปัญหาการขาดทุนของการรถไฟฯ

ก่อนที่จะพักกันสักครู่ ขอเรื่องสุดท้ายที่จะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนก็คือ การแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจที่สำคัญ 2 แห่ง แห่งแรกคือการรถไฟแห่งประเทศไทย คณะรัฐมนตรีขณะนี้ได้มีมติแล้วครับว่าแนวทางการบริหารในเรื่องของการรถไฟฯ ต่อไปจะแยกครับ คือจะมีตัวเหมือนกับเป็นตัวองค์กรแม่ที่ดูแลในเรื่องของการลงทุนและบำรุงรักษาเรื่องของราง อันนี้ถือว่าเป็นองค์กรที่ต้องมาดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรัฐจะต้องเป็นผู้ลงทุน หรือลงทุนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการบริหารจัดการอีก 2 ส่วนจะแยกองค์กรออกมา องค์กรหนึ่งคือจะมาดูเรื่องของการวิ่งรถหรือการเดินรถนั่นเอง ซึ่งแนวทางนี้น่าจะทำให้เราสามารถมองเห็นตัวเองเกี่ยวกับเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการ ซึ่งน่าจะลดการขาดทุนของการรถไฟฯ จากสภาพที่มีการขาดทุนค่อนข้างมากเกือบทุกปีได้

องค์กรที่ 2 ที่จะต้องแยกออกมาก็คือ การรถไฟฯ นั้นมีทรัพย์สินมหาศาล คือ ที่ดิน ก็จะมีองค์กรนี้มาดูแลงานทางด้านของการหารายได้จากทรัพย์สินหรือที่ดินของการรถไฟฯ นั่นเอง แนวทางนี้เมื่ออนุมัติไปแล้ว เราก็ต้องการที่จะเห็นการปรับปรุงในการรถไฟฯ เอง ซึ่งน่าจะทำให้สถานะทางการเงินของการรถไฟฯ ดีขึ้นโดยลำดับ จุดแรกที่อาจจะต้องมีการทดลองตามแนวทางนี้คือ ตัว Airport Link คือรถไฟที่วิ่งมาจากสุวรรณภูมิเข้ามาสู่ในเมือง ซึ่งมีแผนการกันว่าปลายปีนี้เดือนธันวาคมคงจะเริ่มต้นในการที่จะให้บริการได้

ครม. มอบคณะกรรมการ สศช. พิจารณาโครงการรถเมล์เอ็นจีวี

ส่วนอีกรัฐวิสาหกิจหนึ่งครับ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอดระยะเวลา 2-3 สัปดาห์แล้วคือเรื่องขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เรื่องของรถเมล์ ผมยืนยันอย่างนี้นะครับว่า เราคงไม่สามารถที่จะปล่อยให้ ขสมก. ดำเนินการหรือให้บริการประชาชนอย่างที่เป็นอยู่ไปได้ในลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะว่านอกจากจะขาดทุนแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องยอมรับครับว่า บริการที่พี่น้องประชาชนได้รับในขณะนี้ยังไม่ดีพอ สิ่งที่รัฐบาลต้องการจะทำคือ ต้องการปฏิรูปตรงนี้ ซึ่งหมายถึงการทำหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงตัวรถที่จะมาวิ่งเองให้เป็นรถใหม่ ให้เป็นรถที่ใช้พลังงานที่สะอาด อย่างเช่น NGV ให้เป็นรถที่มีระบบตั๋วที่ทันสมัยเป็นระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ และวันข้างหน้าจะได้ไปเชื่อมโยงกับตั๋วของรถไฟฟ้าได้ ให้เป็นระบบที่มีการวิ่งในเส้นทางซึ่งจะป้อนเข้าสู่ขนส่งมวลชนอื่นได้ด้วย มีระบบค่าโดยสารที่จะจูงใจให้คนมาใช้มากยิ่งขึ้น ปัญหาก็มีอยู่ว่า การจัดหารถเพื่อที่จะเข้ามาทำบริการตรงนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด ถ้าจำกันได้ครับปีที่แล้วมีการเสนอโครงการเข้ามาเป็นรถเมล์ที่จะมีเช่า 6,000 คัน เป็นเงินถึง 110,000 ล้านบาท มีการทักท้วงกันครับ คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นก็มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งขณะนั้นก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่เช่นเดียวกัน ลองไปพิจารณาดู ท่านก็เสนอว่าน่าจะลดลงเหลือ 4,000 คัน และก็ลดเงินลงมาเหลือประมาณ 69,000 ล้านบาท เมื่อมาถึงรัฐบาลนี้ก็มีการนำเสนอข้อสรุปตรงนี้เข้ามา แต่ก็มีข้อสังเกตของรัฐบาลว่า ยังมีตัวเลขบางตัวซึ่งมีข้อโต้แย้งอยู่ เช่น เรื่องค่าซ่อม เรื่องดอกเบี้ย ก็ได้มีการมอบหมายให้ทางกระทรวงคมนาคมไปร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลองไปดูตัวเองตรงนี้

เมื่อวันอังคารก็มีการรายงานกลับเข้ามา การรายงานกลับเข้ามานั้น ยังพบว่ายังมีตัวเลขบางตัวครับซึ่งยังเห็นไม่ตรงกันอยู่ในระหว่างหลายหน่วยงาน แต่ได้มีการปรับลดลงไปอีก 5,000 ล้านบาท เหลือ 64,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามครับก็มีเสียงท้วงติงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตรงนี้แพงไปหรือไม่ ในแง่ที่ว่าถ้าเราลองพิจารณาวิธีอื่นที่ไม่ใช่วิธีเช่า จะเป็นซื้อ จะเป็นเช่าซื้อ หรือจะเป็นวิธีการใดแล้ว จะดีกว่าหรือไม่ ผมก็อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองฝ่ายมีเหตุมีผลครับ ฝ่ายที่เสนอให้เช่าก็บอกว่า ถ้าไปซื้อมาแล้วก็การบริหารจัดการไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มันก็ซ้ำรอยเดิม แล้วก็จะทำให้มีการเสียเงินในเรื่องของการซ่อมบำรุงค่อนข้างมาก สภาพรถก็จะเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเช่ายังยืนยันว่า ตัวเลขตรงนี้น่าจะแพงเกินไป และวิธีอื่นน่าจะถูกกว่า

ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้คณะกรรมการของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อันนี้เป็นตัวคณะกรรมการนะครับ ไม่ใช่ตัวสำนักงาน เพราะฉะนั้น มีคนไปวิพากษ์วิจารณ์บอกว่า ส่งไปให้สำนักงานเป็นข้าราชการจะสั่งกันได้ ไม่ใช่นะครับ อันนี้เป็นตัวคณะกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรายชื่อท่านตรวจสอบได้เลย ท่านอาจารย์พนัม สิมะเสถียร เป็นประธานอยู่ ผมคิดว่าจะสามารถดูเรื่องนี้ได้อย่างเป็นกลาง ใครมีข้อมูลอะไรสามารถส่งไปให้คณะกรรมการชุดนี้ได้ ให้เวลาไว้ 1 เดือนครับ และจะนำข้อสรุปข้อเสนอแนะกลับมาให้รัฐบาลเพื่อตัดสินใจต่อไป

ผมอยากจะย้ำนะครับว่าในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ปัญหาของผู้ชุมนุม หรืออะไรก็ตาม ผมยืนยันว่าหลักที่ผมใช้ในการทำงานคือประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม ประโยชน์สูงสุดของประเทศ ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ขอให้มั่นใจตรงนี้ และใครที่มีความคิดเห็นอะไรครับ ขอให้สะท้อนมาได้ ซึ่งผมยินดี รัฐบาลยินดีที่จะรับฟัง แล้วเราต้องแก้ปัญหากันด้วยเหตุด้วยผล ข้อสรุปต่าง ๆ ออกมาเป็นอย่างไร ผมจะอธิบายและรัฐบาลทั้งคณะต้องรับผิดชอบด้วยกัน แนวทางนี้เท่านั้นแหละครับ จะเป็นแนวทางของการแก้ไขปัญหาที่ผมคิดว่า สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และจะเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมประเทศชาติและประชาชน ใช้เวลามาพอสมควรแล้วครับในช่วงนี้ เดี๋ยวพักกันสักครู่ แล้วกลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญครับ

ช่วงที่ 2

ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ นะคะ ดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ จากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV และสถานีภาคภาษาอังกฤษ Thai Asian News Network นะคะ วันนี้รับหน้าที่มาดำเนินรายการในช่วงที่ 2 ค่ะ สวัสดีค่ะท่านนายกฯ จริง ๆ แล้วได้มีโอกาสคุยกับท่านนายกฯ มาหลายครั้งแล้ว แต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นภาคภาษาอังกฤษ มาคุยเป็นภาคภาษาไทยบ้าง เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกฯ พูดถึงเรื่องของ พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.ก.ที่จะเข้าในช่วงสัปดาห์วันที่ 15 มิถุนายน นะคะ ตอนนี้เตรียมพร้อมเรียบร้อยหรือยังคะ

นายกรัฐมนตรี ครับ ที่จริงก็เตรียมพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ตั้งใจจะเอาเข้าสภาฯ ตั้งแต่ตอนใกล้ ๆ ปิดสมัยประชุม แต่ว่ามีการยื่นเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องระงับไว้นะครับ จริง ๆ ตัวกฎหมายเองนี้มันมีอะไรไม่มากหรอก เพราะว่ามันเป็นรูปแบบของกฎหมาย ซึ่งก็เคยทำกันมาในอดีต เวลาที่รัฐบาล พูดง่าย ๆ ก็คือว่าใช้เงินงบประมาณชนเพดาน และมีการต้องการที่จะเอาเงินอีกส่วนหนึ่งมาลงทุน ก็จะขออำนาจกู้เพื่อที่จะเป็นการ เหมือนกับเป็นการยกเว้น การที่เราต้องจำกัดตัวเองว่าใช้จ่ายเงินได้เท่าไร ซึ่งก็จะเกิดขึ้นเฉพาะในยามวิกฤตนะครับ กฎหมายจะมีอยู่เท่านั้นเองครับ และจะมีฟอร์มของมันว่าให้อำนาจไปกู้อะไร เพียงแต่ว่าผมเองเป็นคนบอกว่า เวลาทำเงินกู้อย่างนี้ เคยเป็นผู้แทนมาก่อน ผู้แทนก็จะบ่นว่ามันไม่เหมือนกับเวลาเราออกกฎหมายงบประมาณ เวลาเราออกกฎหมายงบประมาณต้องเอารายจ่ายเป็นรายละเอียด เป็นรายการมาให้ดูเลย ผมก็บอกว่าครั้งนี้เราก็ควรที่จะให้ทางสมาชิกสภาฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และต้องให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้รับทราบด้วย เพราะฉะนั้นช่วงที่เตรียมตอนนี้ก็คือรายละเอียดของตัวโครงการที่จะไปดำเนินการนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ รู้สึกคำถามเยอะเรื่องนี้ว่ารายละเอียดจะ ส่วนหนึ่งที่จะไปงบประมาณก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่าที่จะไปลงทุนเป็นโครงการ ๆ นี้ มีโครงการอะไรบ้างหลัก ๆ ที่จะได้ตรวจสอบกัน

นายกรัฐมนตรี คือเงินงวดแรก 400,000 ล้านนี้ 200,000 ล้านก็คือไปเสริมฐานะการคลัง อีก 200,000 ล้านก็คือเอาไปลงทุน การลงทุนหลักของเราก็คือว่าต้องการเอาโครงการที่พร้อมทำ เพราะต้องการให้เกิดการจ้างงานเร็วที่สุด เพื่อจะเป็นการฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่เรามาดูว่าโครงการแบบไหนบ้างซึ่งน่าจะไปได้เร็ว ซึ่งก็จะมีโครงการที่เราต้องการกระจาย คือเราไม่ได้เน้นว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่ 3 – 4 โครงการแล้วก็กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเรารู้ว่าพูดกันอย่างนั้นมาทีไรนี้ พอโครงการใหญ่มีปัญหา มันจะสะดุด มันจะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้ อันนี้เป็นโครงการที่ลงไปในพื้นที่ในชุมชนจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็จะมีแหล่งน้ำ มีถนน นะครับ ถ้างวดที่ 2 ก็คงจะมีเรื่องระบบรางด้วย เพราะระบบรางมันใช้เวลานานกว่า มีเรื่องของการปรับปรุงโรงเรียน อาจจะมีเรื่องศูนย์เด็กเล็ก มีเรื่องของการปรับปรุงสถานีอนามัย มีเรื่องของการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นโครงการที่จะดำเนินการได้ค่อนข้างเร็ว ทีนี้ที่ผมจะต้องการให้สภาฯ ได้เห็นก็คือการกระจายของโครงการเหล่านี้ไปตามภูมิภาค ไปตามภาคไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทุกคนจะได้สบายใจว่างานนี้เป็นงานที่เราต้องการที่จะลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยทั้งประเทศเข้มแข็งจริง ๆ บนความเสมอภาคกัน

ผู้ดำเนินรายการ แล้วที่บอกว่าเร็ว คุณอภิสิทธิ์ฯ ได้ประเมินไหมคะว่าจะเห็นผลเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แล้วในระยะเวลาเท่าไร

นายกรัฐมนตรี บางโครงการนี้เราต้องการให้เริ่มได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้ด้วยนะครับ เรื่องตัวเงินนี้ทางกระทรวงการคลังก็ยืนยันว่าภายในเดือนสิงหาคมน่าจะจัดการได้เรียบร้อยนะครับ ทีนี้ถ้าตัวนี้ผ่านสภาฯ ขั้นตอนในการที่จะไปทำงานในพื้นที่คงจะเริ่มต้นได้เลย และเราต้องการที่จะให้โครงการเริ่มทำได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้

ผู้ดำเนินรายการ ก่อนสิ้นปีก็น่าจะเห็นผลกันในช่วง

นายกรัฐมนตรี สิ้นปีงบประมาณนะครับ ก็คือประมาณกันยายนไปต้นไปจะเริ่มเห็นเลยครับ

ผู้ดำเนินรายการ ค่ะ แสดงว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ที่เขาบอกว่ามันไม่ค่อยเห็นผลในช่วงกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก มีอุปสรรคต่าง ๆ จากนี้ไปน่าจะเดินได้ค่อนข้างจะราบรื่นกว่า

นายกรัฐมนตรี ที่จริงจะบอก 5 เดือนที่ผ่านมาไม่เห็นผลนี้คงไม่ใช่ คือเราต้องปรับขั้นตอนในการทำงาน ตอนแรกที่เข้ามาที่ไม่ใช้อันนี้ เพราะรู้ว่าถ้าเราทำตัวนี้ตั้งแต่แรก โครงการยังไม่เกิด เหตุผลที่โครงการยังไม่เกิดเพราะว่าการใช้เงินงบประมาณตามปกติของปี 52 ของกรมชลประทาน ของกรมทางหลวงชนบทอะไรต่าง ๆ ยังไปได้ค่อนข้างน้อยนะครับ เราไปเพิ่มโครงการให้เขา เขาก็ทำได้เท่าเดิม แต่ว่าอันนี้เรามาใช้ในช่วงปลายปีงบประมาณ มันจะทำได้ แต่ช่วงที่เราทำก่อนหน้านี้ก็คือเราไปเสริมกำลังซื้อให้คน เพราะฉะนั้นเราก็ทำเรื่องเรียนฟรี ทำเรื่องเบี้ยยังชีพ ทำเรื่องของเช็คช่วยชาติ ทำเรื่องของการแทรกแซงพืชผล ซึ่งเดินไปหมดแล้ว แล้วผมคิดว่าเป็นรูปธรรม สัมผัสได้จริง ๆ เขาก็ไปสำรวจความคิดเห็นมา เอาละ เรียนฟรีก็ยังมีคนบ่นถูกไหมครับว่าเรียนฟรีจริงหรือไม่จริง แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ามีการแบ่งเบาภาระผู้ปกครองไปได้พอสมควร และผมดูตัวเลขการสำรวจ 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ก็มีความพึงพอใจ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนี้อันนี้เห็น ๆ เลย เงินลงไป ตอนนี้น่าจะเกือบจะทั่วถึงแล้วนะครับ เพราะว่าผมก็ไล่ดูว่าบางท้องถิ่นที่ยังไม่ดำเนินการก็ขอให้จังหวัดเข้าไปเร่ง แล้วที่ช้าอยู่บางส่วนก่อนหน้านี้คือการโอนเงิน คือคนที่ไม่ได้มารับเงินสดแต่โอนเข้าบัญชี แล้วก็มีปัญหาระบบโอนเงินสำหรับบางท้องถิ่น ก็เร่งรัดก็คิดว่าน่าจะเรียบร้อยแล้วครับในช่วงนี้

ผู้ดำเนินรายการ ขออนุญาตไปเรื่องภาคใต้บ้าง เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกฯ ยังไม่ได้แตะเรื่องนี้ เรื่องภาคใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณอภิสิทธิ์ฯ ได้ประชุมหน่วยงานความมั่นคง

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ที่ไม่ได้พูดเพราะว่าทราบว่าจะมีการสอบถามพูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะต้องคุยกันลึกพอสมควรนะครับ สิ่งแรกที่ผมอยากจะย้ำคือว่า สถานการณ์ปัญหาภาคใต้นี้เป็นสถานการณ์ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน แล้วก็มารุนแรงขึ้นมากในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมานะครับ ความรุนแรงตรงนี้จะแก้ได้ต้องปรับในเรื่องจุดเน้นของนโยบาย ซึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงมาคือในช่วงก่อนหน้านี้มีบางช่วงที่ไปเน้นเรื่องของการใช้ความรุนแรงนะครับ แล้วก็ไป พูดง่าย ๆ คือไปปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ซึ่งมันเคยมีความสมดุลของมันอยู่ ในแง่ของการที่จะเอาทุกหน่วยงานมารวมกัน ที่เป็น ศอ.บต. สมัยก่อนนะครับ พอตรงนั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงกระทบไป ระบบการข่าวระบบอะไรต่าง ๆ มีปัญหา แล้วก็มาเกิดเหตุการณ์หลายเหตุการณ์นะครับ กรือเซะ ตากใบ คดีของทนายสมชายฯ ซึ่งก็ทำให้ปัญหานี้มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น สิ่งที่ผมได้ย้ำว่าเป็นการปรับนโยบายก็คือ หนึ่ง เรามามุ่งเน้นเรื่องกระบวนการพัฒนา แล้วก็มีการอนุมัติแผนพัฒนาแล้วขณะนี้นะครับ ก็เช่นเดียวกันนะครับคงจะประมาณสิงหาคม กันยายน อะไรต่าง ๆ ที่เงินตรงนี้จะลงไป ผมมาปรับแก้ในเรื่องของขวัญกำลังใจในหลาย ๆ เรื่องนะครับ เรื่องเบี้ยเสี่ยงภัยขณะนี้ก็อนุมัติเงินไป ยังไม่ครบนะครับ แต่ว่าผมไล่ทำอยู่ ก็คิดว่าจะครบภายในสัปดาห์ สองสัปดาห์นี้นะครับ มีเรื่องของการอนุมัติเรื่องของการให้ความดีความชอบอะไรต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติงานนะครับ ขณะเดียวกันนี้ก็กำลังปรับในเรื่องของการใช้กฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีทั้งกฎอัยการศึก มีทั้ง พ.ร.ก. ประกาศใช้อยู่ 4 อำเภอสงขลาก็มีกฎอัยการศึกอยู่ ผมก็กำลังจะเอาตัวกฎหมายความมั่นคงใหม่ ซึ่งเอาเข้ามา เพื่อลดเงื่อนไขของการที่จะมีการหยิบยกว่ามีการไปใช้อำนาจ และก็ไปละเมิดสิทธิของประชาชนหรือไม่ แต่ว่าตรงนี้ก็ได้รับการตอบรับจากผู้ปฏิบัติอย่างดีนะครับ ขณะนี้ก็มีการกำชับว่า ตราบเท่าที่ พ.ร.ก. กฎอัยการศึกยังประกาศใช้อยู่ การใช้อำนาจในทางปฏิบัติต้องระมัดระวังมาก ๆ อย่าไปสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้คือในแง่ของกฎหมายฉบับใหม่ที่จะเข้ามา

นายกรัฐมนตรี ยังอีกสักระยะหนึ่งนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ ลดอำนาจเจ้าหน้าที่หรือเปล่าคะ

นายกรัฐมนตรี คือมันจะเปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างอะไรต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไป ทีนี้ระหว่างที่เราทำอยู่นี้ จริง ๆ แล้วการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็เดินไป ก็พยายามดูแล ฝ่ายความมั่นคงก็ทำไป การพัฒนาก็ทำไป ถ้าพูดถึงตัวเลขของเหตุการณ์ มันก็ดีขึ้น แต่ว่าความรู้สึกมันไม่ดีขึ้นครับ เพราะมันยังเกิดอยู่ทุกวัน คือเราลดมาก็จริง แต่ก่อนหน้านี้โดยเฉลี่ยอาจจะ 3 – 4 เหตุการณ์ต่อวันเลย แต่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกวัน ไม่มีใครพอใจนะครับ ผมก็ไม่พอใจ ก็ได้มาซักซ้อมกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็ยังเห็นว่าที่ผ่านมามีจุดอ่อนอยู่บ้าง หนึ่ง คือเรื่องบูรณาการ ยังเป็นปัญหาอยู่ งานด้านพัฒนากับงานด้านความมั่นคงยังไม่ค่อยเชื่อมกันนัก ซึ่งเราจะต้องปรับโครงสร้างเป็นกฎหมายต่อไป แต่ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมาย ก็จะต้องมาปรับปรุงตรงนี้นะครับ ส่วนที่สองก็คือว่า เราคงจะต้องมีความละเอียดอ่อนในการรับรู้ความรู้สึก ปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ตอบสนองนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหนก็ตามให้ดีกว่านี้ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีการเร่งรัดดำเนินการ มีการซักซ้อมความเข้าใจกันอีกครั้งหนึ่ง และมีบางเรื่องอย่างเช่นการเยียวยา ขณะนี้ทางรัฐมนตรีฯ สาทิตย์ฯ ก็บอกว่าสัปดาห์หน้า จะเอาเรื่องของกรณีตากใบเข้าไปในเรื่องของการเยียวยาด้วย เนื่องจากว่าขณะนี้ก็มีคำพิพากษามาในทำนองว่า เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด เราก็จะไปดูในกระบวนการเยียวยา และเรายังให้ความสำคัญกับเรื่องของการที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่าย เพราะนั่นคือหัวใจ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะบอกว่า ถามใจผมเหมือนผมก็บอกยังไม่พอใจ และจะปรับปรุงอย่างต่อเนื่องนะครับ แต่ต้องใช้เวลาอยู่อีกระยะหนึ่งนะครับ เพื่อที่จะให้ทุกอย่างมีความลงตัว มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ ฟังดูคุณอภิสิทธิ์ฯ ให้ความสำคัญทางด้านความรู้สึกของคนในพื้นที่ค่อนข้างเยอะ มีกลไกของรัฐที่ลงไปในพื้นที่สามารถสะท้อนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในภาคใต้กลับมาถึงรัฐบาลเพียงพอหรือยังคะ

นายกรัฐมนตรี มีครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วนี้ไม่ว่าจะเป็นในสภาฯ เอง ซึ่งมีทั้ง ส.ส. และมีทั้งผู้นำสายต่าง ๆ เช่นผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา กลุ่มคนเหล่านี้เรามีช่องทางในการสื่อสารและเปิดโอกาสให้มาได้สะท้อนความคิดเห็นอยู่เกือบตลอดเวลา อย่างทุกเสาร์ – อาทิตย์ขณะนี้สภาฯ ก็จัดให้มีผู้นำทางศาสนาใน 3 จังหวัดมาเยี่ยมที่สภาฯ และได้มีโอกาสสะท้อนปัญหาให้ผมฟังทุกสัปดาห์เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้เราพยายามที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้มองเห็นว่าเราใส่ใจจริง ๆ นะครับกับปัญหา ส่วนการลงพื้นที่นั้นท่านรองนายกฯ สุเทพฯ ก็เพิ่งพาคณะไปลงพื้นที่มา และผมก็ตั้งใจว่าจะหาจังหวะโอกาสในการที่จะไปลงพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง คือไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะไปดูความคืบหน้าในหลาย ๆ เรื่องอีกครั้งหนึ่งครับ ผู้ดำเนินรายการ เราจะเห็นภาพคุณอภิสิทธิ์ฯ ลงพื้นที่มากขึ้นไหมคะจากนี้ไป

นายกรัฐมนตรี ช่วงนี้ก็จะหาโอกาสมากขึ้น ติดนิดเดียวครับคือว่าผมต้องทำงานด้านการต่างประเทศไปพร้อม ๆ กันด้วย เนื่องจาก พูดง่าย ๆ ก็โดยธรรมเนียมปฏิบัตินี้ต้องไปพบอาเซียน

ผู้ดำเนินรายการ ก็ยังต้องเยี่ยมแต่ละประเทศอยู่

นายกรัฐมนตรี ครับ สัปดาห์หน้าจะเก็บได้อีก 2 ประเทศ แต่ก็ยังค้างอยู่นะครับ มาเลเซีย กัมพูชา แต่ผมยังค้างฟิลิปปินส์ ยังค้างบรูไน ยังค้างพม่านะครับ สิงคโปร์ผมจะไปวันที่ 22 แล้วก็ปลายเดือนนี้จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญมาก ผมก็จะเดินทางไปนะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นเดือนกรกฎาคม ก่อนที่จะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งหนึ่งเดือนสิงหาคม ก็คงจะหาจังหวะ เวลา โอกาส ในการที่จะลงพื้นที่มากขึ้นครับ

ผู้ดำเนินรายการ ขออนุญาตคุยเรื่องของรถเมล์ รถเมล์เป็นประเด็นร้อนตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีแนวคิดจากรัฐมนตรีคลังว่าอาจจะมีการออกพันธบัตรระดมทุน และจัดตั้งเป็น SPV ขึ้นมาบริหารจัดการ ท่านนายกฯ มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับแนวคิดนี้

นายกรัฐมนตรี อันนี้ก็มีการพูดกันใน ครม. นะครับ คือประเด็นปัญหาเรื่องจะเช่า จะซื้อ จะเช่าซื้อจะต้องกู้หรือจะออกพันธบัตร หรือจะทำองค์กรพิเศษนี้ คือมันล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ทั้งสิ้น และแต่ละทางเลือกก็มีจุดแข็งจุดอ่อนที่แตกต่างกันไปนะครับ สิ่งที่สำคัญคือว่า ที่ผ่านมานี้บางทีเราอาจจะไปดูเฉพาะเป็นรายละเอียดของเรื่องมากกว่าการดูทางเลือกภาพใหญ่นะครับ ทีนี้การดูทางเลือกภาพใหญ่ก็จำเป็น เพราะว่าเมื่อมีการทักท้วงว่าเราจะต้องใช้เงินมากถึง 64,000 ล้านหรือ ก็ต้องไปดูว่าแล้วแนวทางอื่นถูกกว่าหรือไม่ ถูกกว่าแล้วป้องกันปัญหาที่เรากลัวว่ามันจะซ้ำรอยกับที่ผ่านมาหรือไม่นะครับ อันนี้ก็เป็นช่องทางหนึ่ง ก็เป็นความคิดที่ทางท่านรัฐมนตรีคลังมาเสนอในช่วงประมาณ 1 อาทิตย์แล้วนะครับ แต่ว่ามันก็ค่อนข้างกระชั้น และมันก็ยังไม่สามารถที่จะมาพิจารณาได้โดยเทียบเคียงกับข้อเสนอเดิม เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อเราให้ทางกรรมการของสภาพัฒน์ฯ เขาไปดู 1 เดือน ทางเลือกทั้งหมดผมว่าจะมีเวลาในการที่จะมาไล่เพื่อที่จะเปรียบเทียบ และหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน

ผู้ดำเนินรายการ ทุกคนถามค่ะว่าท่านนายกฯ เมื่อได้คำตอบกลับจากสภาพัฒน์ฯ แล้ว จะทำอย่างไรต่อ

นายกรัฐมนตรี ก็ต้องเข้า ครม. นะครับแล้วตัดสินใจกัน

ผู้ดำเนินรายการ สภาพัฒน์ฯ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ถ้าเกิดกลับมาว่าจะต้องซื้อแทนเช่า

นายกรัฐมนตรี คือสภาพัฒน์ฯ เข้ามา สมมติกลับมาต้องซื้อก็ต้องเสนอมาให้ ครม. อนุมัติให้ซื้อ กรณีซื้อนี้ ถ้า ครม. อนุมัติให้ซื้อต้องถือว่าเป็นการ เป็นงบลงทุนของ ขสมก. มันก็จะต้องไปตามกฎหมาย ก็คือว่าจะต้องไปให้ทางหน่วยงานต่าง ๆ เขาให้ความเห็นชอบ อันนี้ก็เป็นขั้นตอนปกติ ถ้าบอกว่าเป็นเช่าซื้อ ถ้าบอกว่าเป็น SPV เป็นอะไรก็ต้องมาดูว่าขั้นตอนของกฎหมายคืออะไร แต่ว่าผมคิดว่าหลังจาก 1 เดือนสภาพัฒน์ฯ ทำการเปรียบเทียบมา ถ้าสมบูรณ์แล้วรัฐบาลก็ต้องตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร

ผู้ดำเนินรายการ จะทำประชาพิจารณ์ไหมคะ

นายกรัฐมนตรี ช่วงนี้ก็มีหน่วยงานที่เขาบอกเขาจะทำประชาพิจารณ์ ซึ่งผมก็บอกก็ดี แล้วก็มีข้อมูลข้อสรุป หรือการประมวลความคิดเห็นอย่างไรก็ส่งไปให้ทางกรรมการของสภาพัฒน์ฯ เขาก็จะได้สามารถได้ข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ผมต้องยอมรับนะครับข้อมูลของแต่ละฝ่ายก็จะยังไม่ตรงกันอยู่

ผู้ดำเนินรายการ คือตอนนี้เข้ามาเยอะมาก ต่างทิศต่างทาง

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเราถึงต้องให้ทางสภาพัฒน์ฯ ไปดู เพราะว่าตัวเลขต่าง ๆ ยังมีการโต้แย้งกันอยู่มาก

ผู้ดำเนินรายการ มาตรงนี้แล้วไม่ถามท่านนายกฯ เรื่องการเมืองคงไม่ได้ และเชื่อมโยงมาจากหลายโครงการนะคะ ท่านนายกฯ พูดปาฐกถาเกี่ยวกับเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชั่น การทำความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในการเมืองไทย และในขณะเดียวกันควบคู่กันไปนี้เราก็เห็นคุณอภิสิทธิ์ฯ เองหรือว่าแม้กระทั่งรองหลาย ๆ ท่านดำเนินการหรือว่าเรียกได้ว่าชะลอโครงการต่าง ๆ ซึ่งอาจจะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลไม่ค่อยพอใจเท่าไร ตรงนี้คำถามเกิดว่า จะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้หรือเปล่า

นายกรัฐมนตรี ผมทำงานโดยอาศัยหลักว่าเราต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนนะครับ ทำแล้วมันมีผลทางการเมืองหรือไม่ ก็ไม่ควรจะเอามาเป็นปัจจัยในการที่จะมากำหนดว่า เราจะต้องไปตัดสินเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เราต้องตัดสินโดยประโยชน์ของประชาชน ของส่วนรวมนะครับ แต่ผมก็เชื่อว่าเราอย่าไปมองว่าถ้าเกิดเห็นไม่ตรงกัน มันเป็นเรื่องระหว่างพรรค ระหว่างอะไร ผมไม่ได้สนใจว่าโครงการที่เสนอมาเป็นโครงการของพรรคไหน เราก็ดูเนื้อของโครงการ บางเรื่องที่คนในพรรคประชาธิปัตย์เสนอมา ก็ไม่ได้รับอนุมัติอย่างที่เขาต้องการ ก็เป็นธรรมดานะครับ เพราะว่าบางทีหน่วยงานเขาก็มีข้อพิจารณาของเขา แล้วพอเข้ามาแล้วหน่วยงานอื่นก็เห็นต่าง หรือคนอยู่ข้างนอกก็เห็นต่าง ทั้งหมดนี้เราต้องทำกันด้วยเหตุด้วยผล และสิ่งที่ผมเชื่อว่าไม่กระทบทางการเมืองก็คือว่าผมไม่ได้มีวาระทางการเมือง ผมจะไปได้ประโยชน์อะไรจากการขัดใจเพื่อน ผมต้องการให้งานเดิน แต่งานที่เดินเราต้องสามารถรักษาความมั่นใจของประชาชนได้ ถ้าเราเดินไปแล้วประชาชนมีข้อกังขา ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นอย่างไรนะครับ ถ้าประชาชนมีข้อกังขา ที่สุดแล้วรัฐบาลก็ทำงานไม่ได้ เพราะฉะนั้นสำคัญที่สุดที่ทำให้รัฐบาลทำงานได้อยู่ได้ ก็คือรักษาสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดและความเชื่อมั่นของประชาชนให้ได้ ผมเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะเข้าใจเรื่องนี้

ผู้ดำเนินรายการ แล้วเพื่อน ๆ ของท่านนายกฯ เข้าใจเหตุและผลของนายกฯ ตรงนี้ไหมคะ

นายกรัฐมนตรี เราก็อธิบายชี้แจงนะครับ เข้าใจ ผมเชื่อว่าเข้าใจ อาจจะมีความเห็นแตกต่างนั้นเป็นธรรมดา แต่ว่าผมก็ยืนยันเมื่อวานก็มาถามผมอยู่ สื่อมวลชนมาถามผมอยู่ว่ากดดันอะไรไหม ผมไม่มีอะไรกดดัน เพราะว่าผมไม่มีวาระทางการเมือง สิ่งเดียวที่กดดันผมได้คือปัญหาของประเทศนะครับ ซึ่งมันเยอะขณะนี้ และผมรู้ว่าเป็นภาระที่หนักที่ต้องเร่งแก้ไข ประชาชนก็มีความคาดหวัง ถ้าเราทำตรงนั้นไม่ได้ ในที่สุดจะเป็นตัวที่ทำให้เราอยู่ไม่ได้ อันนั้นคือตัวกดดัน อย่างอื่นผมไม่ได้คิดอะไรครับ ผมตัดสินใจไปอย่างนี้ ฉะนั้นถ้าหากว่าทางการเมืองมันไปถึงจุดที่บอก ทำงานด้วยกันไม่ได้เราก็ต้องยอมรับ ก็มีเท่านั้นไม่มีอะไรครับ แต่ว่าเราก็ต้องรักษาแนวทางและเราก็ต้องเดินหน้าในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุด แต่ไม่ใช่ผมไม่รับฟัง ผมก็รับฟัง ไม่ใช่ไม่รับฟังถ้าหากว่าเขามีเหตุผลดีกว่า เราก็ต้องมาทบทวนดูเท่านั้นเอง

ผู้ดำเนินรายการ ไปเรื่องการศึกษาบ้างค่ะ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านนายกฯ คุยเรื่องการศึกษาพูดถึงเรื่องการศึกษา และบอกว่าการปฏิรูปการศึกษาเมื่อรอบที่ผ่านมาไม่ค่อยบรรลุผลเท่าที่ควร และได้หยิบยกประเด็นเรื่องของการที่สถาบันการศึกษาของประเทศไทย ผลิตนักศึกษาออกมา บัณฑิตออกมาไม่ค่อยตรงกับความต้องการของภาคเอกชนสักเท่าไร อันนี้มีแนวคิดออกมาเพิ่มเติมเหมือนกันว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร

นายกรัฐมนตรี คือเมื่อวานนี้ก็ไปงานที่เขากำหนดเป็นวันเรื่องของสหกิจศึกษา ซึ่งคนก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร แต่จริง ๆ หลักก็ง่าย ๆ ครับ ก็คือว่าตอนนี้จะมีมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาจำนวนหนึ่ง ซึ่งเขาได้ใช้แนวทางที่ให้การศึกษา ระหว่างการศึกษาส่งเด็กเข้าไปทำงานในสถานการณ์จริง ในสถานประกอบการ แล้วก็มีสถานประกอบการหลายแห่งเข้ามาร่วมในหลักสูตรลักษณะนี้ ซึ่งผมเห็นว่าดีมาก ที่ดีมากก็คือว่าพอเด็กเข้าไปสัมผัสกับการทำงานจริง จบการศึกษามาแล้ว หางานทำได้ง่ายนะครับ และสถานประกอบการที่เข้าร่วมนี้ผมก็ทราบว่าเขาก็อาศัยโอกาสนี้ละครับมาดูกลั่นกรอง เลือกคนไปได้เลย คืออันนี้ก็อาจจะทำได้เฉพาะบางสาขา แต่ว่าหลักสำคัญอันหนึ่งซึ่งเราต้องเรียนรู้จากตรงนี้ก็คือว่า การเชื่อมโยงจากภาคธุรกิจเอกชนหรือภาคสังคมเพราะไม่ใช่มีเฉพาะธุรกิจนะครับ ภาคสังคมนี้ที่จะเป็นตัวสะท้อนว่าสุดท้ายนี้เขาต้องการคนแบบไหนไปทำงาน ระบบการศึกษาต้องฟังเขา เขาคือผู้ใช้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ ที่ผ่านมาทั้งระบบโรงเรียนและระบบของอุดมศึกษาของเรา อาจจะมีจุดอ่อน คือยังเป็นระบบค่อนข้างปิดนะครับ พอปิดแล้วก็เหมือนกับว่าผลิตคนออกมาแล้วไม่ตรง อย่างที่บอกว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นพร้อมกัน 2 เรื่อง แต่มันมี 1. คือคนหางานไม่ได้ 2. งานหาคนไม่ได้

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่

นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นจริง ก็คือมีบัณฑิตเยอะแยะเลย จบออกมาแล้วก็บ่นบอกว่าหางานทำไม่ได้

ผู้ดำเนินรายการ แต่ผู้ประกอบการจะบ่นบอกว่าหาคนคุณภาพไม่ได้

นายกรัฐมนตรี ผู้ประกอบการก็บ่นบอกว่าหาคนได้เท่านี้ไม่ได้ อันนี้คือปัญหา เพราะฉะนั้นตรงนี้คือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่เราต้องมาทำในการปฏิรูปการศึกษารอบสอง

ผู้ดำเนินรายการ จะเริ่มต้นจากจุดไหนคะ จะเริ่มต้นอย่างไร

นายกรัฐมนตรี ก็คือการส่งเสริมบทบาทของผู้ใช้นะครับ ให้เข้ามามีบทบาทในการเชื่อมโยง หรือแม้กระทั่งในการที่จะร่วมชี้นำในการจัดการศึกษามากขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ อย่างนี้กระทรวงศึกษาฯ ต้องเป็นจุดเริ่มต้น ถูกไหมคะ

นายกรัฐมนตรี จริง ๆ กระทรวงศึกษาฯ และกระทรวงแรงงานนะครับ ขณะนี้ผมกำลังดูว่าวิธีการเชื่อมโยง และป้อนข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการ อาจจะใช้วิธีการผ่านของกระทรวงแรงงานก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา แต่ว่าเรื่องของการศึกษาใหญ่กว่าเรื่องนี้เยอะนะครับ มันต้องเริ่มตั้งแต่เด็กเล็กขึ้นมา แต่ว่าอันนี้จะเป็นองค์ประกอบสำคัญองค์ประกอบหนึ่ง

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ พูดถึงเรื่องของกระทรวงแรงงาน ตอนนี้สภาพการว่างงานของคนไทยเราเป็นอย่างไรบ้างคะ

นายกรัฐมนตรี ตัวเลขตั้งแต่กุมภาพันธ์เป็นต้นมานะครับ การเลิกจ้าง การลาออก นี้ เริ่มลดลง ซึ่งก็ทำให้เบากว่าที่หลายคนคิดไว้นะครับ เพราะว่าปกตินี้ตัวเลขการว่างงานแม้ในภาวะที่เศรษฐกิจที่ไม่มีปัญหานี้อาจจะอยู่ที่ประมาณ 300,000 – 400,000 และตอนนั้นเราก็กลัวกันว่าจะขึ้นไปถึง 2,000,000 ถึงอะไรไหม ตอนนี้มันก็ไต่ขึ้นไป อาจจะเป็น 700,000 – 800,000 อะไรต่าง ๆ นะครับ แต่ว่าถ้าเริ่มชะลอตัวลงก็เป็นสัญญาณที่ดี แต่เราก็ไม่ประมาทนะครับ แล้วก็สิ่งสำคัญก็คือว่า กระทรวงแรงงานจะใช้วิธีการในการไปหาทางเจรจาว่า ชะลอการเลิกจ้าง แล้วก็มาเข้าร่วมโครงการ เช่น โครงการในการฝึกอบรม โครงการต้นกล้าอาชีพ โครงการในเรื่องของการได้รับแรงจูงใจบางอย่าง เพื่อที่จะช่วยชะลอตรงนี้ แล้วก็ถ้าหากว่ามาตรการทางการกระตุ้นการสร้างงานเริ่มลงไป ไตรมาสนี้ไตรมาสหน้าเราก็หวังว่าตัวนี้จะมาสอดรับกับการที่เราได้ขอให้เขาชะลอการเลิกจ้างไป ซึ่งความจริงแล้วในแง่ของผู้ประกอบการเองนี้ เขาก็ไม่อยากที่จะเลิกจ้างไปแล้ว พอปีหน้าก็ต้องมาหาคนกันใหม่ มันอยู่ที่ว่าจะแบ่งเบาภาระตรงนี้เขาได้อย่างไร แต่ผมก็คิดว่าสัญญาณในเรื่องของที่ยังมีความสนใจในการลงทุนก็ยังเข้ามาอยู่ตลอดเวลา

ผู้ดำเนินรายการ จากต่างประเทศสัญญาณก็ยังมีอยู่

นายกรัฐมนตรี มีครับ อย่างอุตสาหกรรมยานยนต์นี้ สัปดาห์ที่แล้วก็เล่าให้ฟังว่ามีบริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่อยากมาลงทุน ตอนนี้เขาติดปัญหาเรื่องสินเชื่อ เรื่องการเงินของเขา เพราะว่าปัญหาระดับโลก ก็ดูอยู่ ผมไปเกาหลี ความสนใจเรื่องพลังงาน ความสนใจเรื่องการลงทุนเกี่ยวกับการท่องเที่ยววัฒนธรรมก็ยังมีอยู่ แต่ว่าก็ต้องบอกตรง ๆ ว่าหลายฝ่ายขณะนี้ที่กำลังเฝ้าดูอยู่นิดหน่อยคือเรื่องเสถียรภาพของบ้านเมือง เพราะว่าภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ยังอยู่ในใจเขาอยู่ ถ้าเราสามารถที่จะบริหารจัดการให้เขาเห็นว่ามีความสงบ ผมว่าโอกาสของประเทศไทยมีมาก ผมถึงย้ำเสมอว่าจริง ๆ ขอโอกาสกันไปนั้นคือขอโอกาสให้กับประเทศ ขอโอกาสให้กับคน ให้เรามีเสถียรภาพระยะหนึ่ง ตรงนี้กลับเข้ามา ผมคิดว่าก็จะทำให้ทุกอย่างเดินไปได้

ผู้ดำเนินรายการ ทั้งในประเทศที่สัมผัสได้ และภาพที่ต่างประเทศมองเราด้วย ก็ไปพบพูดกัน

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่ทั้งสองส่วนนะครับ ในประเทศก็อย่างที่ย้ำ วันนี้ก็ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าใครมีความรู้สึกว่ามีปัญหา มีความไม่เป็นธรรม ไม่มีใครฟังเสียงอยู่ ผมพยายามเปิดทุกช่องทางอยู่แล้ว และก็ให้มาพบปะพูดคุยกันนะครับ เรื่องไหนค้างคาใจคน ผมก็จะรับมาส่งให้หน่วยงานกำชับหน่วยงานให้เร่งรัดไป พร้อม ๆ กันไปนั้นผมก็ไปพยายามทำความเข้าใจกับต่างประเทศ ซึ่งอาศัยการเดินทางไปประชุมบ้าง การเลือกเดินทางไป ความจริงต้องบอกว่าผมเดินทางไปเท่าที่จำเป็นนะครับ แล้วไปไม่มีไปแล้วได้พักหรอกครับ

ผู้ดำเนินรายการ เพราะว่าคนในประเทศไทยเองอาจจะน้อยอกน้อยใจว่า คุณอภิสิทธิ์ฯ เดินทางต่างประเทศบ่อย แต่เราไม่ค่อยเห็นท่านนายกฯ ได้ลงพื้นที่ในบ้านเรามากสักเท่าไร

นายกรัฐมนตรี ก็ปัญหาที่เข้ามาสะสางนี้มันมีค่อนข้างเยอะนะครับ และการประชุมต่าง ๆ เยอะมาก บางคณะตั้งแต่เกิดปัญหาการเมืองมา บางคณะไม่ได้ประชุมมาเป็นปี งานบางอย่างไม่เดิน ผมพยายามมาเร่งรัดตรงนี้ แต่ก็ยังหวังว่าเดือนหน้าเป็นต้นไปน่าจะมีเวลาที่จะลงไปพื้นที่ ในช่วงที่ยังไม่เปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้วก็เริ่มไล่เก็บในการเดินทางไปต่างประเทศที่เป็นเรื่องที่จำเป็นครับ

ผู้ดำเนินรายการ นี่ก็คือความเคลื่อนไหวตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ สำหรับท่านนายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ กลับมาพบกันใหม่กับรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ในสัปดาห์หน้านะคะ สำหรับวันนี้ลาไปเพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaigov.go.th และ www.abhisit.org



บทความอื่นๆ