บทความ

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ 21 มิ.ย.52
21 มิ.ย. 2552

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ 21 มิ.ย.52

สรุปประเด็น


คำต่อคำ

รัฐบาลพร้อมให้มีกลไกการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้
นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลพร้อมให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อความโปร่งใส เชื่อปลายปีนี้เศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัว พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แผนปฏิบัติการ : ไทยเข้มแข็ง

วันนี้ (21 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ณ ห้องชมวัง ราชนาวิกสภา หอประชุมกองทัพเรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 23 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันเช่นเคยนะครับในทุกเช้าวันอาทิตย์ แต่วันนี้ไม่ใช่รายการสดนะครับ เป็นการบันทึกเทป ซึ่งเดี๋ยวในช่วงที่ 2 ช่วงที่ 3 หลังจากที่มีการพักจะได้มีการพูดคุยสนทนาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ และอีกส่วนหนึ่งก็คือที่อยู่ในแผนปฏิบัติการ : ไทยเข้มแข็ง 2555 และก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่จะใช้เงินกู้ ซึ่งรัฐบาลได้ขออนุมัติจากรัฐสภา

ประชุมสภาฯ พิจารณากฎหมาย 3 ฉบับ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ที่จริงแล้วก็คือข้ามมาถึงวันศุกร์เช้า รัฐบาลได้เปิดสมัยประชุมสภาวิสามัญ เพื่อที่จะต้องการขอเครื่องมือสำคัญในการที่จะไปทำงานทางด้านเศรษฐกิจ นั่นคือมีกฎหมาย 3 ฉบับ ที่ได้มีการนำเสนอต่อรัฐสภา โดยเริ่มต้นจากสภาผู้แทนราษฎรก่อน นั่นคือทั้งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ในเรื่องที่จะให้อำนาจกระทรวงการคลังในการที่จะกู้เงินเพื่อนำไปลงทุนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเพื่อเสริมความเข้มแข็งในเรื่องของฐานะทางการคลัง และมีกฎหมายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ร่วมประชุมกันอย่าง ก็ถือว่าเหน็ดเหนื่อยต่อเนื่องยาวนานถึง 4 วัน และแต่ละวันนั้นประชุมกันไปจนถึงประมาณตีหนึ่ง ตีสอง และได้ผ่านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ

กู้เงินเลงทุนในโครงการสำคัญ ๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ในส่วนของพระราชกำหนดนั้นเป็นการอนุมัติเฉย ๆ ไม่ได้มีการที่จะต้องไปพิจารณาในวาระที่ 2 ที่ 3 เหมือนกับกฎหมายทั่วไป ซึ่งสาระสำคัญผมเคยได้เล่าให้กับพี่น้องประชาชนฟังแล้วว่า เรากำลังจะขออำนาจการกู้เงินที่เกินเลยไปจากกรอบซึ่งกฎหมายอนุญาตให้รัฐบาลกู้เงินได้ เพราะเรามีความจำเป็นจะต้องมาใช้เงินส่วนนี้ ส่วนหนึ่งก็คือมาเสริมฐานะในเรื่องของเงินคงคลังในการบริหารจัดการ ในช่วงที่รายได้การจัดเก็บภาษีไม่เข้าเป้า ประมาณไม่เกิน 200,000 ล้านบาท และที่เหลือในยอด 400,000 ล้านบาทนั้น จะนำไปสู่การลงทุนในโครงการสำคัญ ๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งที่ออกมาเป็นพระราชกำหนดเพราะว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน และถ้าหากว่าวุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ก็จะทำให้เราสามารถที่จะพร้อมที่จะเดินหน้าปฏิบัติการตามพระราชกำหนดฉบับนี้ได้ โดยเริ่มต้นจากการที่จะมีการกู้เงิน ทั้งในส่วนที่จะกู้ยืมในระบบธนาคาร และในส่วนที่จะออกพันธบัตร ซึ่งจะเหมือนกับพันธบัตรออมทรัพย์ เพื่อที่จะเป็นทางเลือกการออมให้กับพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่ง ยอดที่จะออกพันธบัตรนั้นคงจะเป็นประมาณ 30,000 ล้าน แล้วจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือผู้สูงอายุได้มาจองในการที่จะซื้อพันธบัตรตัวนี้ เพื่อเป็นทางเลือกในการออม เงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งที่ไปเสริมเงินคงคลังก็ส่งคลัง ส่วนที่จะมีการกระตุ้น ส่วนที่จะมีการลงทุน จะสามารถเริ่มต้นในโครงการที่มีความพร้อม ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบแล้วในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน ก็น่าจะมีอยู่ประมาณ 20,000 กว่าล้านบาท และหลังจากนั้นจะเป็นการใช้เข้าไปสู่ในปีงบประมาณปีงบประมาณ 53 ซึ่งเริ่มต้นในเดือนตุลาคม จะเป็นยอดอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้าน ความจำเป็นตรงนี้ได้พูดกันหลายครั้งนะครับ ผมคงไม่จำเป็นต้องเล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้ฟัง แต่ว่าการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

เงินลงทุนใน 3 ปีข้างหน้า 1.5 ล้านล้านเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ในกฎหมายฉบับที่ 2 ครับที่มีการเสนอเข้าสู่สภาฯ คือพระราชบัญญัติที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ผมได้เคยเล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบไปแล้วว่า เงินลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า มียอดเงินรวมถึงประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ที่เราต้องการที่จะให้ประเทศไทยของเรามีขีดความสามารถในการแข่งขัน เข้มแข็งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ ถนนหนทาง โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย และการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงแผนในการที่จะพัฒนาพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เอาการเมืองนำการทหาร เอาการพัฒนาและความยุติธรรมเป็นกุญแจสำคัญในการนำความสงบสุขกลับคืนมา ยอดเงินตรงนี้ส่วนหนึ่งจะเป็นงบประมาณ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการลงทุนของภาคเอกชน และอีกส่วนหนึ่งจำเป็นจะต้องเป็นเงินกู้ เพียงแต่ว่าเมื่อเราจะใช้เงินตัวนี้ อาจจะเป็นปี 2553 2554 2555 ก็ไม่ได้ออกมาเป็นพระราชกำหนด

ผมเรียนว่ากรอบการใช้เงินของพระราชกำหนดนั้น ได้เสนอให้สภาฯ รับทราบเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรอบการใช้เงินตามพระราชบัญญัตินั้น เดิมทีรัฐบาลตั้งใจที่จะเสนอให้ทางคณะกรรมาธิการของสภาฯ ซึ่งปกติการพิจารณากฎหมายทำ 3 วาระ คือ รับหลักการไป ตั้งกรรมาธิการ มีท่าน ส.ส. หรือมีผู้คนภายนอกเข้าไป 30-40 คนไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อพิจารณาทุกอย่างให้ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น และส่งกลับมาให้รัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระที่ 2 ที่ 3 แต่ปรากฏว่าในการพิจารณาเมื่อวันอังคาร ทางฝ่ายค้านได้ตัดสินใจในการที่จะเดินออกจากห้องประชุม ซึ่งก็มีเหตุผลของฝ่ายค้านที่แสดงออกถึงความไม่พอใจในการบริหารจัดการงบประมาณปี 2552 ในบางส่วน ก็ถือว่าเป็นการแสดงออก เป็นสิทธิทางการเมืองที่ทำได้ครับ แต่ว่ารัฐบาลก็มีความจำเป็นที่จะต้องบริหารราชการแผ่นดิน และมีเครื่องมือตรงนี้ที่สามารถเดินต่อไปได้ ทำให้ในที่สุดเราต้องใช้วิธีการในการพิจารณา โดยอาศัยกรรมาธิการเต็มสภาฯ หรือที่เรามักจะพูดกันว่าพิจารณา 3 วาระ เพราะว่าเราจะตั้งกรรมาธิการก็ไม่ได้ เนื่องจากฝ่ายค้านนั้นไม่อยู่ในห้องประชุมที่จะเสนอคณะกรรมาธิการ และยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนในแง่ของข้อบังคับ ข้อกฎหมายตรงนั้น เพราะฉะนั้น ในที่สุดสภาฯ โดยเสียงข้างมาก ได้ให้ความเห็นชอบตัวพระราชบัญญัติไปด้วย ซึ่งทำให้ขั้นตอนต่อไปก็คือไปเสนอต่อวุฒิสภา

รัฐบาลพร้อมให้มีกลไกตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้

อย่างไรก็ตามครับ ผมขอยืนยันจุดยืนและให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลต้องการที่จะให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าสภาผู้แทนราษฎรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาติดตามรายละเอียด เรื่องราวการใช้จ่ายต่าง ๆ นั้น รัฐบาลก็จะไม่ขัดข้อง เช่นเดียวกันครับในการเสนอทั้งพระราชกำหนดและพระราชบัญญัติเข้าสู่วุฒิสภาในวันจันทร์นี้ ผมก็ยืนยันครับว่า ถ้าวุฒิสภามีความเป็นห่วงเป็นใย จะสามารถติดตามรายละเอียดต่าง ๆ จะทำได้หรือไม่อย่างไร ขอยืนยันนะครับว่าทำได้ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ และตามกฎหมายที่เราได้จัดทำเอาไว้ เมื่อมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือเงินกู้ในส่วนนี้ไปแล้ว จะต้องมีการรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทราบเป็นระยะ ๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ขอให้ความมั่นใจว่ากลไกการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนนี้จะต้องมีอย่างแน่นอน

ถัดมาเราได้มีการนำเสนอกฎหมายงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2553 ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่าเป็นปีที่การจัดเก็บรายได้ลดลง ดังนั้น งบประมาณก็จะต้องลดลงเป็นเงิน 1.7 แสนล้านล้านบาท ได้ผ่านความเห็นชอบหรือการรับหลักการของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วในวาระที่ 1 จากนั้นไปจะเป็นการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีการพิจารณารายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ในกฎหมายงบประมาณฉบับนี้ เช่นเดียวกันครับรัฐบาลพร้อมที่จะให้รายละเอียดต่างๆ ให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการในการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน

ผมต้องขอเรียนครับว่าจากนี้ไปอย่างที่ได้บอกกับพี่น้องประชาชนนะครับ ในวันพรุ่งนี้คือวันจันทร์ จะมีการนำเสนอกฎหมายให้ทางวุฒิสภาพิจารณา ผมก็ขอความสนับสนุน ความร่วมมือจากทางวุฒิสภา เพื่อที่จะให้รัฐบาลนั้นมีเครื่องมือในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และลงทุนเพื่อเตรียมประเทศไทยให้มีความพร้อม มีความเข้มแข็งในอนาคตที่จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันในวันที่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ได้ผ่านพ้นไป ผมขอเรียนครับว่า ความจำเป็นเรื่องนี้ยังมีอยู่อย่างเห็นได้ชัดครับ ตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤษภาคมออกมา ยังติดลบอย่างมาก เพราะว่าเศรษฐกิจโลกที่ได้มีการหดตัว และการส่งออกของเกือบทุกประเทศก็ยังอยู่ในภาวะที่ติดลบ ในจำนวนลบร้อยละ 20 ร้อยละ 30 โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ เพราะฉะนั้น การที่เราจะต้องเร่งลงทุนทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปจากการส่งออก การท่องเที่ยว เพื่อสร้างงาน จ้างงานพี่น้องประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ยังเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก รัฐบาลก็ต้องการเครื่องมือเหล่านี้ เพื่อที่จะไปเร่งทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป

ดูแลช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตร

สำหรับนอกเหนือจากงานที่ได้มีการผลักดันในส่วนนี้แล้ว การดูแลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในอีก 2 เรื่อง มีความคืบหน้า มีความพยายามที่จะผลักดัน เรื่องแรกคือในส่วนของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจะมีรายละเอียดที่จะพูดคุยกันในช่วงต่อไปกับพิธีกรรับเชิญ แต่อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของสินค้าเกษตร เรื่องของสินค้าเกษตร ผมเคยได้อธิบายให้ฟังว่าจริง ๆ แล้วรัฐบาลได้ทุ่มเทเงินงบประมาณค่อนข้างที่จะมากทีเดียว เรากำลังใช้เงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผ่านโครงการการแทรกแซงพืชผลทางการเกษตร แต่ละปีตอนนี้เป็นแสนล้าน แต่ระบบที่ใช้กันมาในขณะนี้เป็นระบบซึ่งไม่น่าจะเป็นระบบที่ดีที่สุด ตัวเลขอย่างที่เคยพูดในหลายโอกาสนะครับของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จริง ๆ ก็ยังไม่ได้ทั่วถึง เพราะฉะนั้น เรากำลังทำระบบใหม่ ระบบใหม่ที่ว่าขณะนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว หลักสำคัญคือว่าเราจะใช้วิธีการให้เกษตรกรตั้งแต่ช่วงต้น หรือระหว่างฤดูกาลเพาะปลูกมาขึ้นทะเบียนเอาไว้ รัฐบาลก็จะทราบว่าในพืชผลหลัก ๆ แต่ละตัวมีเกษตรกรที่ปลูกพืชเหล่านั้นกี่คน อยู่ที่ไหน ในปริมาณที่ประมาณการได้ว่าเท่าไหร่ แล้วหลังจากนั้นเมื่อผลผลิตออกมา รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือโดยคำนวณอย่างนี้ ต้นทุนในการผลิตนั้นของพืชผลแต่ละตัวนั้นเป็นต้นทุนที่ระดับราคาเท่าไหร่ ดูแลให้พี่น้องเกษตรกรไม่ขาดทุน และมีผลตอบแทนตามสมควร แล้วจะกำหนดมาเพื่อเป็นหลักประกันในแง่ของราคาหรือรายได้ก็ว่าได้ สำหรับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้น จะมีการกำหนดราคาที่เรียกว่าเป็นราคาประกัน หลังจากนั้นเมื่อถึงเวลาที่พืชผลการผลิตออกมา จะมีการนำเข้าสู่ตลาด รัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปแทรกแซงตลาดเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันว่าจำนำบางส่วน ไม่จำนำบางส่วน แล้วก็รับสินค้าเข้ามาในสต็อคของรัฐบาลมากมาย และก็มีปัญหาต่อมาว่าการระบายสินค้านั้น จะส่งผลกระทบต่อราคามากน้อยแค่ไหนอย่างไร รวมไปถึงปัญหาการต้องคอยดูแลตลอดเวลาว่าไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้นกับกระบวนการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เหมือนกับที่เรามีบทเรียนในเรื่องของลำไย ซึ่งในที่สุดแทรกแซงไปแล้วสุดท้ายต้องมาทำลาย

เพราะฉะนั้น วิธีก็คือว่าการซื้อขายในตลาดก็เป็นไปตามปกติ จะได้ราคาเท่าไหร่ ถ้าต่ำกว่าราคาที่ประกันไว้ก็มารับส่วนต่างชดเชยจากทางรัฐบาล ตามที่ได้มีการกำหนดและจดทะเบียนเอาไว้ อย่างที่เล่าให้ฟังในช่วงก่อน ทีนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการไปกำหนดราคาซึ่งไม่เหมาะสม รัฐบาลก็จะติดตามราคาตลาด แล้วประกาศราคากลางซึ่งเป็นราคาเหมือนกับรับซื้อ เพื่อดูแลว่าการซื้อขายนั้นอยู่ในราคาซึ่งสอดคล้องกับความเป็นจริงตามภาวะตลาด ถ้าจะมีการแทรกแซงในรูปแบบของจำนำ ก็จะทำในระดับที่ราคาต่ำกว่าตลาด เพียงเพื่อประโยชน์อย่างเดียวคือว่าเปิดทางเลือกให้กับพี่น้องเกษตรกร ว่าตัดสินใจที่จะนำผลผลิตออกมาสู่ตลาดทันที หรือจะไปจำนำไว้ก่อน ซึ่งเป็นวัตุถประสงค์ดั้งเดิมของการจำนำราคาพืชผล ตรงนี้จะเป็นรูปเป็นร่าง และคงจะมีการนำเสนอ ผมก็จะเร่งรัดให้ออกมาทันฤดูกาลผลิตต่อไป

วางแผนยุทธศาสตร์ผลไม้ กาแฟ

ขณะเดียวกันครับแผนยุทธศาสตร์ของพืชผลแต่ละตัว รัฐบาลก็เร่งเดินหน้าทำงาน เช่น กรณีของสัปดาห์ที่ผ่านมามีการอนุมัติในเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับผลไม้ก็ดี กาแฟก็ดี ซึ่งสิ่งที่ต้องการคือมุ่งเน้นในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ระบบการบริหารจัดการที่ทันท่วงที มีการสนับสนุนทางด้านการตลาด สิ่งเหล่านี้ครับควบคู่ไปกับการลงทุนในเรื่องของแหล่งน้ำตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเรายังพบเห็นอยู่ทุกปี และผมหวังว่าระบบใหม่ที่จะเข้ามานี้ จะเป็นระบบที่มีความชัดเจน มีความยั่งยืนมากกว่าในอดีต และเป็นหลักประกันสำหรับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ และจะเป็นโครงการที่สามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรมอย่างแท้จริง

อย่าตื่นตระหนกไข้หวัดสายใหญ่พันธุ์ใหม่

ผมเรียนเพิ่มเติมครับว่างานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงมีการติดตามสถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของ พี่น้องประชาชน เช่น กรณีของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งตัวเลขในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างที่จะรวดเร็ว อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนที่เดินทางกลับมา โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียน ไปพบอยู่ในโรงเรียน หรือสถานที่ที่มีคนเดินทางมาจากประเทศที่มีการติดเชื้อก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น ในขณะนี้หลายประเทศจะประสบกับสถานการณ์คล้าย ๆ กับเราครับ ที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แต่ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่า เราไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนก มีการวางแนวทางเอาไว้ ขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในข่ายสงสัยได้รีบเข้าไปรับการรักษาพยาบาล และมีการแจ้งข้อมูลมายังทางการ ก็จะบริหารจัดการ เพราะว่าโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว โรคนี้รักษาหายได้ไม่ยาก และมีกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเจ็บไข้ได้ป่วย และมีความเสี่ยงในแง่ของการเสียชีวิตนั้น ก็จะมีการแยกออกมาเป็นพิเศษ นั่นคือกลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุหรือเด็ก หรือคนที่มีโรคอื่นซ้อนกันอยู่ หรือผู้ที่ตั้งครรภ์ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้วางระบบไว้เรียบร้อยแล้ว

เร่งรัดติดตามคดีความต่าง ๆ ในภาคใต้

อีกเรื่องหนึ่งก็คือสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอยืนยันว่าการเร่งรัดติดตามคดีความต่าง ๆ มีความคืบหน้าไป แต่สิ่งสำคัญคือว่า เราต้องให้เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการสืบสวนสอบสวน นำไปสู่การจับกุมนั้น เป็นการกระทำที่มีความรัดกุม เราจะใช้หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทางนิติวิทยาศาสตร์ให้มากที่สุด และขอยืนยันครับว่ารัฐบาลจะต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายในเรื่องนี้อย่างแน่นอน พร้อม ๆ กันไปนะครับ ข่าวคราวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เช่นเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็เดินหน้าในการที่จะติดตามผู้ที่กระทำความผิดในคดีอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนอาจจะได้ฟังข่าวว่าก่อนหน้านี้ 2-3 วันที่ผ่านมานี้มีการเข้าไปปิดล้อม เพราะว่ามีการไล่ตามจับบุคคลที่มีหมายจับอยู่ในคดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิตในอดีตที่ผ่านมา หรือเรื่องอื่น ๆ และมีการต่อสู้มีการปะทะกัน ทำให้ผู้ที่มีหมายจับอยู่เสียชีวิตไป การปฏิบัติการเช่นนี้มีความจำเป็น และเป็นเรื่องของการรักษากฎหมายเท่านั้น และขอยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดนั้นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่มีการไปละเมิดสิทธิของใคร ซึ่งผิดไปจากหลักเกณฑ์ตามกฎหมายโดยเด็ดขาด อันนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเราทำงานควบคู่กันไป งานพัฒนาก็ทำ งานสะสางคดีความต่าง ๆ ให้ความเป็นธรรม ก็จะทำพร้อม ๆ กันไป

ทำความเข้าใจกับกัมพูชากรณีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

นอกจากนั้นครับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีข่าวคราวเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องการต่างประเทศ ประเทศไทยกำลังจะต้องไปเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการประชุมในเรื่องของมรดกโลก เราก็เพียงแต่ยืนยันจุดยืนเดิมครับ ว่าในเรื่องของมรดกโลกนั้น เนื่องจากพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารนั้นคาบเกี่ยวเข้ามาทั้งดินแดนของไทยและกัมพูชา เราอยากจะเห็นความสงบ เราอยากจะเห็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะฉะนั้น หลายเรื่องที่ขณะนี้ทางมรดกโลก หรือองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้เดินหน้าไป เรามีความห่วงใยว่าเป็นตัวหนึ่งที่เร่งให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ความตึงเครียด และการปะทะที่บริเวณชายแดน เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราก็ได้ดำเนินการในการแสดงจุดยืนตรงนี้ไป ส่วนความสัมพันธ์กับกัมพูชานั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ จะมีการเดินทางไป เพื่อทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำทั้งหมดนั้นไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากสิ่งที่ได้พูดคุยกับกัมพูชาไว้ ว่าในเรื่องของเขตแดนก็ต้องแก้ไขกันไปตามกลไกที่ได้ตกลงกันไว้ภายใต้สันติวิธี แต่ว่าจุดยืนเราไม่ตรงกับกัมพูชาตรงที่ว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น กัมพูชาประสงค์จะทำในลักษณะฝ่ายเดียว ในขณะที่เรามองว่าการทำเช่นนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ และมีความเสี่ยงในการที่จะเร่งให้เกิดความรุนแรง ถ้าหากว่าไม่มีการบริหารจัดการเรื่องนี้ โดยคำนึงถึงความละเอียดอ่อนของประเด็นปัญหาทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้คงจะต้องเดินหน้าทำความเข้าใจกับทางกัมพูชาต่อไป

เดินทางเยือนต่างประเทศ

สัปดาห์หน้าการเดินทางของผมที่ไปต่างประเทศก็จะมีครับ ในเรื่องของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ผมจะต้องเดินทางไปเยือนตามธรรมเนียม พร้อม ๆ กันไปก็คือ ต้องการที่จะไปฟื้นฟูเป้าหมายเรื่องความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เรื่องของแรงงาน และเรื่องอื่น ๆ และในช่วงกลางสัปดาห์เป็นต้นไป จะเดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่มีความสำคัญมาก ผมก็พาคณะใหญ่ที่สุดเลยครับรอบนี้ เพราะว่ามีภาคเอกชนที่ร่วมเดินทางไปด้วย เพราะว่าการขยายการค้า การลงทุน และเรื่องอื่น ๆ หรือความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมนั้น ยังมีโอกาสที่จะขยายไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศอีกมาก เป้าหมายสำคัญในเรื่องของสินค้าเกษตร ยางพารา มันสำปะหลัง ผลไม้ จะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุย การที่จีนจะเข้ามาร่วมในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่น รถไฟ และเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเราก็ต้องการที่จะได้พี่น้องประชาชนชาวจีนกลับมาเยี่ยมเยียนท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากเหมือนเดิม ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผมจะได้นำไปหารือข้อราชการในการเดินทางไปเยือนประเทศจีนในสัปดาห์หน้าที่จะถึง และในสัปดาห์หน้าจะได้มีโอกาสมาเล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้ฟังในรายการนี้ ตอนนี้พักกันสักครู่ครับ และกลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญ

ช่วงที่ 2

พิธีกร วันนี้ได้มีโอกาสมาเป็นพิธีกรรับเชิญครับ เพื่อจะสัมภาษณ์ท่านนายกฯ ครับ กับเรื่องราวของการท่องเที่ยวเป็นประเด็นหลักของผมเลยทีเดียวครับ ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ ขณะนี้ท่านนายกฯ กำลังพูดคุยกำลังบันทึกเทปอยู่ในส่วนของช่วงแรก ว่าจะมีเรื่องราวอะไรบ้างที่จะนำเสนอให้กับท่านผู้ชมทางบ้านได้รับชมกัน ส่วนตอนนี้ครับเป็นเรื่องราวของผมที่ผมจะพาท่านผู้ชมไปพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยว และท่านนายกฯ มีแผนการอย่างไรบ้างในการกระตุ้นให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักและน่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ

นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ

พิธีกร ผมนิธิ สมุทรโคจร ครับ วันนี้ขออนุญาตทำหน้าที่เป็นพิธีกรรับเชิญครับ กับเรื่องราวของการท่องเที่ยว ท่านนายกฯ มีเรื่องราวของการท่องเที่ยวของท่านเป็นอย่างไรบ้างครับ เป็นคนชอบเที่ยวไหมครับที่จริงแล้ว

นายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วถ้ามีโอกาสพักผ่อนกับครอบครัว ก็จะพาครอบครัวไปเที่ยว ก็หลากหลายครับ ถ้าพูดถึงที่ที่ไปประจำก็จะเป็นหัวหิน ตั้งแต่เด็กผมก็เที่ยวที่นั่น เพราะคุณพ่อคุณแม่เคยมีบ้านอยู่ ตอนนี้ก็ขายไปแล้ว แต่ก็มีคอนโดมิเนียมอยู่ ก็จะพาครอบครัวไป ที่จริงลูก ๆ เขาก็ชอบหลากหลายนะครับ ทะเลก็ชอบ ภูเขาก็ชอบ โชคดีว่าเมืองไทยมีหมด จะเป็นกระบี่ ภูเก็ต สมุย และไปตามเกาะต่าง ๆ เกาะเต่า เกาะนางยวน ก็เคยพาไป ภูเขาก็เชียงใหม่ ปาย

พิธีกร เหมือนท่านเคยพาครอบครัวไปหมดแล้ว

นายกรัฐมนตรี พาไปครับ และอุทยานต่าง ๆ อย่างภูหินร่องกล้าที่พิษณุโลกต่อเพชรบูรณ์ เขาค้อ และเลยไปทางจังหวัดเลยด้วย อุบลราชธานีก็เคยไป ผาแต้ม โขงเจียม

พิธีกร เรียกว่าเป็นนักเที่ยวตัวยงเลยทีเดียวเหมือนกันครับ ไปเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเป็นความโชคดีของคนไทยว่าแหล่งท่องเที่ยวเรามีเยอะ และสิ่งสำคัญที่สุดมากกว่านั้นคือว่า สิ่งอำนวยความสะดวก และที่สำคัญคือคน คนของเราต้อนรับขับสู้ อันนี้ผมคิดว่าเป็นจุดแข็งอย่างชัดเจนของประเทศไทยที่มีมาโดยตลอด และเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก ผมก็อยากให้คนไทย ความจริงเที่ยวเมืองไทยมากขึ้นด้วย

พิธีกร ท่านนายกฯ ครับเป็นนโยบาย ผมจะขออนุญาตอีกหนึ่งเรื่องคือศิลปวัฒนธรรม ขออนุญาตพาท่านนายกฯ ไปชมความสวยงาม วิวของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่บริเวณนี้คือราชนาวิกสภา ที่สามารถจะมองไปเห็นความสวยงามของพระบรมมหาราชวังได้อย่างชัดเจนทีเดียว

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ก็กำลังจะบอกครับว่าที่เล่ามาทั้งหมดนี้อยู่ในเมืองไทย ซึ่งบางทีคนไทยก็มองข้าม เพราะว่าไปเที่ยวเมืองนอกกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือว่าความจริงบางทีในกรุงเทพฯ ผมเป็นคนกรุงเทพฯ นะครับ ในกรุงเทพฯ เองก็มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งบางทีเราก็มองข้ามไปเหมือนกัน และวันนี้เราก็มาอยู่ริมแม่น้ำ เดี๋ยวก็คงจะคุยกันในเรื่องของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่อยู่ในโครงการของรัฐบาลในเรื่องของไทยเข้มแข็งด้วย

พิธีกร ช่วงนี้ท่านคงยุ่งมาก ๆ ขออนุญาตเดินคุยเก็บภาพไปเรื่อย ๆ ดีไหมครับ จะได้พูดคุยถึงเรื่องแนวทางการท่องเที่ยว และที่สำคัญคือเรื่องของแผนปฏิบัติการ : ไทยเข้มแข็ง โดยภาพรวมแล้วจริง ๆ แล้วแผนปฏิบัติการที่ว่านี้มีอะไรบ้าง นอกจากการท่องเที่ยวแล้วยังมีเรื่องอื่นด้วยใช่ไหมครับท่านนายกฯ

นายกรัฐมนตรี ไทยเข้มแข็งนั้นคงครอบคลุมเยอะ ที่พูดกันตั้งแต่ถนนหนทาง แหล่งน้ำ โรงเรียน โรงพยาบาลอะไร แต่ว่าการฟื้นฟูและการกระตุ้นการท่องเที่ยวถือเป็นส่วนสำคัญของแผนนี้ด้วย เพราะว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างที่บอกคือว่า ทำรายได้ให้กับเรามามาก แต่ว่าช่วงนี้ลำบาก ลำบากอย่างมาก ๆ เพราะว่า อันที่ 1 คือเศรษฐกิจโลก

พิธีกร มีปัญหาทั้งระบบ

นายกรัฐมนตรี เศรษฐกิจโลก ไม่ต้องไปดูตัวเศรษฐกิจล่ะครับ เอาตัวเลขง่ายที่สุดคือว่าเขาไปประเมินว่าคนเดินทางน้อยลงเท่าไหร่ ก็ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ น้อยลงจากเดิม เทียบกับปีที่แล้วในเวลาเดียวกัน จากปีที่แล้วน้อยลงไป 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น พูดง่าย ๆ คือว่า การเดินทาง คนของเราเดินทางไปต่างประเทศ คนต่างประเทศเดินทางไปประเทศอื่น ๆ ลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เราก็คาดการณ์ได้เลยว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ จะหดตัวประมาณนี้ และตัวเลขเราก็ใกล้เคียง ตัวเลขของเราตอนนี้ประมาณ 15-17 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนล่าสุดที่เรามีตัวเลข ก็หนักหนาสาหัสพอสมควร และอุตสาหกรรมนี้จริง ๆ ไม่ค่อยเหมาะกับอุตสาหกรรมเท่าไหร่ ธุรกิจท่องเที่ยวก็แล้วกัน ธุรกิจท่องเที่ยวนี้ก็เป็นธุรกิจซึ่งจ้างคนเยอะ และมีธุรกิจที่ต่อเนื่องไปหมด ถูกไหมครับ ตั้งแต่โรงแรม ที่พัก ขายของที่ระลึก หรือว่าการค้าโดยเปิดร้านอาหารเยอะแยะไปหมด และก็จ้างงานคนเยอะ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องเร่งที่จะแก้ไข โชคไม่ดีว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก็มีเรื่องเหตุการณ์ทางการเมืองบ้าง ไข้หวัดใหญ่บ้าง อะไรบ้าง ตรงนี้ก็เป็นปัญหา มาตรการที่เราทำในระยะสั้นไปแล้ว คือ หนึ่ง เร่งเรื่องของการลดหย่อนหรือช่วยเหลืออะไรที่ช่วยได้ เช่น ไม่เก็บค่าวีซ่า อันนี้ก็ต่อยาวไปเป็น 1 ปี ลดหย่อนค่าจอดเครื่องบิน มีการช่วยเหลือในเรื่องของสินเชื่อให้คนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยว สามารถที่จะเข้าขอรับสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรนลงมา อะไรต่าง ๆ เข้าถึงสินเชื่อได้ อันนี้ก็ทำไป แต่ว่าพร้อม ๆ กันไป จะมีเรื่องของการที่จะพยายามกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

พิธีกร สัมมนา การประชุม

นายกรัฐมนตรี เอาคนก่อนนะครับ เดี๋ยวมีสัมมนาด้วย ก็คือว่าเราก็พยายามรณรงค์ด้วย และวันหยุดต่อไปนี้ผมพยายามทำอย่างไรให้ได้หยุดยาวกัน เพราะเวลาหยุด 3 วัน 4 วัน 5 วัน ผมเห็นรถออกกันไป และคนมีความสุข เพราะฉะนั้นก็พยายามบริหารจัดการ อย่างเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้จะมีการหยุดต่อเนื่องยาว 5 วัน ครั้งหนึ่ง อย่างนี้เป็นต้น หวังว่าจะช่วยกระตุ้นได้ ส่วนการประชุมสัมมนา ภาคราชการก็มีมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชัดเจนเลยนะครับว่าให้ปรับแผน ที่เคยจะเดินทางไปต่างประเทศก็อยากให้มาจัดประชุม สัมมนา ดูงานในประเทศ และพยายามที่จะกระจายออกไปให้ทั่วตลอดทั้งปี มากกว่าที่จะไปกระจุกอยู่ช่วงใดช่วงหนึ่ง ส่วนใหญ่จะไปทำกันตอนใกล้ ๆ สิ้นปีงบประมาณ อันนี้เป็นเรื่องที่เราอยากจะทำ ขณะเดียวกันครับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการส่งเสริมสนับสนุนการประชุม นิทรรศการ กำลังรณรงค์ในโครงการ ผมก็ไปเปิดมาเมื่อวันก่อน เพื่อที่จะเอาเรื่องของเส้นทางที่เขาแนะนำหรือการประชุม เขาจะจัดเป็นกลุ่ม ๆ เลยกลุ่มจังหวัด เช่น สมมติว่าพิษณุโลก เพชรบูรณ์ 2 คืน 3 วัน จัดประชุมยังไง อะไรต่าง ๆ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งน่าจะช่วยทำให้มีความคึกคักมากขึ้น และต้องขอขอบคุณภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบริษัทที่จัดการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโรงแรมที่พัก และหน่วยงานอื่น ๆ ก็เป็นมาตรการสำคัญในระยะนี้ ที่เราจะพยายามประคับประคอง ผมรู้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวเขาเดือดร้อนมากพอสมควร

แต่ว่าในขณะที่เรากำลังเจอวิกฤตนี้ก็เป็นจังหวะเวลาโอกาส ที่เราควรจะต้องปรับตัวด้วย ปรับตัวก็คือว่าถ้าพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวตามปกติ น่าจะต้องมาฟื้นฟูกันบ้าง ความจริง 1 ในโครงการไทยเข้มแข็งคือเราจะมีการทำโครงการในเรื่องของติดไฟสว่างสองทางแม่น้ำ ทั้งสองฝั่ง และยาวไปถึงอยุธยา จริง ๆ เขาไล่ทำมาโดยลำดับ เพราะว่าในกรุงเทพฯ เกือบจะหมดแล้ว แต่พอไล่ขึ้นไปทางเหนือ พูดง่าย ๆ และอาจจะมีลงไปด้วย เราจะติดตลอดทาง เพราะมีความน่าสนใจนะครับ ผมดูตัวเลขปรากฏว่าตอนหลังนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย เที่ยวในกรุงเทพฯ น้อยลง เริ่มเที่ยวในกรุงเทพฯ น้อยลง เริ่มใช้เวลา เริ่มใช้จ่ายในกรุงเทพฯ น้อยลง และผมคิดว่าจริง ๆ กรุงเทพฯ อย่างที่บอกมีอะไรอีกมาก ซึ่งบางทีเราไม่รู้

พิธีกร ศิลปวัฒนธรรม

นายกรัฐมนตรี ศิลปวัฒนธรรม ความสวยสดงดงามสองข้างแม่น้ำ ซึ่งความจริงทุกเมืองใหญ่ แม่น้ำมักจะเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ ตัวอย่างของโครงการไทยเข้มแข็งคือว่า ตรงนี้เราจะดูสองฝั่งแม่น้ำ ทำอย่างไรที่จะปรับปรุงส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวโดยชมความงดงามของสองฝั่งแม่น้ำมากยิ่งขึ้น และเราก็ต้องทำอย่างนี้ทั่วประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าแหล่งท่องเที่ยวของเรา พอปล่อยไว้เฉย ๆ กระจาย แล้วก็เริ่มเสื่อมโทรมพอคนไปเที่ยวมาก ๆ จังหวะเวลานี้ก็ควรจะทำ แม้กระทั่งธุรกิจที่พักอาศัย โรงแรมอะไรต่าง ๆ เราก็จะต้องพยายามเน้นย้ำว่าช่วงนี้ปรับปรุงขึ้นมา เราก็จะมีแรง จะพยายามดูช่องทางในการให้แรงจูงใจ อย่างเช่น สมมติที่พัก ถ้าทำแล้ว ปรับปรุงแล้ว ประหยัดพลังงาน อย่างนี้ เราก็อยากจะส่งเสริมให้ทำในจังหวะเวลาอย่างนี้ อันนี้เป็นเรื่องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไทยเข้มแข็ง และเป็นมาตรการที่เราโยงตั้งแต่มาตรการระยะสั้นไปสู่มาตรการระยะยาว แต่ว่าที่สำคัญคือว่านอกเหนือจากการท่องเที่ยวโดยบุคคล โดยครอบครัว โดยการประชุม สัมมนา จะมีการท่องเที่ยวที่เป็นกระแสอย่างสุขภาพเชิงนิเวศ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งผมคิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก

พิธีกร พร้อมที่จะทำ กับเรื่องราวของการท่องเที่ยว ในเรื่องของแผนโดยภาพรวมจริง ๆ ท่านคิดว่าในระยะเวลาอีกนานไหมครับกว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเราจะกลับมาคึกคักฟื้นฟูได้เหมือนเดิม

นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าหลักก็ยังคงเป็นเรื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เพราะว่าถ้าเขามีความลำบากอยู่ในเรื่องของเศรษฐกิจก็ธรรมดา พอคนเริ่มไม่แน่ใจว่ารายได้ตัวเองมั่นคงแค่ไหน อาชีพตัวเองมั่นคงแค่ไหน ก็ปัดค่าใช้จ่าย นี่คือสาเหตุหลักที่เราเผชิญกับปัญหาเรื่องการส่งออก กับการท่องเที่ยวในขณะนี้ แต่พอเขาดีขึ้น ผมเชื่อว่าเขาจะสนใจ แต่เราก็ต้องทำของเราให้ยิ่งดี ๆ อีก การปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวส่วนหนึ่ง การแก้ปัญหาการเมือง ทำอย่างไรให้ภาพข่าวที่เขาเห็นเกี่ยวกับประเทศไทย มันเป็นเรื่องของความสมัครสมานสามัคคี กลับไปเป็นรอยยิ้ม สยามเมืองยิ้มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ผมว่าอันนี้คือสิ่งที่มีความสำคัญมาก แต่เราก็คาดหวังว่าในแง่ของเศรษฐกิจของโลก น่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ประมาณปลายปีนี้เป็นต้นไป

พิธีกร คาดว่าน่าจะเป็นปลายปีนี้เป็นต้นไป

นายกรัฐมนตรี ปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า

พิธีกร ท่านนายกฯ ครับกับการพูดคุยกันในระดับรัฐบาล กับการยืนยันศักยภาพของประเทศไทย ตรงนี้เราได้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้างไหมครับ

นายกรัฐมนตรี สิ่งที่เราคือว่าเราจะไปดูในเรื่องของการเผยแพร่คือทำการตลาด เราก็ทำต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เราก็ทำ สิ่งที่เราทำคือว่าเราก็ไปร่วมในงานนิทรรศการต่าง ๆ และเวลาผมเดินทางไปต่างประเทศ จะมีทั้งเรื่องส่งออก ทั้งเรื่องลงทุน ทั้งเรื่องท่องเที่ยว ซึ่งเรามีศักยภาพทั้งนั้น เดินทางไปจีนในช่วงสัปดาห์หน้า ผมจะต้องไปพูดคุยว่าทำอย่างไร เขาช่วยส่งเสริมให้คนของเขากลับมาท่องเที่ยวหน่อย ตอนนี้ตลาดเอเชียหายไปเยอะ ผมรู้สึกว่าตลาดเอเชียอ่อนไหวมาก ข่าวการเมืองก็อ่อนไหว ข่าวเรื่องไข้หวัดใหญ่ก็อ่อนไหว และตลาดเหล่านี้ดูจะวูบวาบพอสมควร

พิธีกร เอาล่ะครับท่านผู้ชมครับ ส่วนหนึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่ได้มีโอกาสพูดกับท่านนายกฯ ครับ แต่ว่าเรื่องราวความน่าสนใจยังมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับบรรยากาศที่สวยงามเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนครับ เดี๋ยวจะพูดคุยกับท่านนายกฯ ต่อ ตอนนี้ให้ท่านนายกฯพักสักครู่ดีกว่าครับ ช่วงที่ 3

พิธีกร กลับเข้าสู่ช่วงที่ 3 ของรายการครับ ขณะนี้ผมยังอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีครับ และบริเวณที่เราอยู่ในขณะนี้เป็นบริเวณที่สวยงามมาก ๆ นั่นคือบริเวณชั้น 3 ของหอประชุมกองทัพเรือ เหตุผลที่พาขึ้นมาด้านบน มาชมความสวยงาม

นายกรัฐมนตรี จะได้เห็นภาพของพระมหาราชวังข้างหลังชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเดี๋ยวพอค่ำ ๆ มีการเปิดไฟจะยิ่งชัดเจนนะครับว่า มนต์เสน่ห์ของการที่จะให้มีการท่องเที่ยวตามแม่น้ำ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ถ้ามีการจัดระบบไฟแล้วมันดีอย่างไร ที่ตอนต้นคุยเอาไว้ จริง ๆ ช่วงนี้ทำไปหมดแล้ว ตอนนี้ไล่ถัดขึ้นไปอีก 3 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และอยุธยา ตามวัดต่าง ๆ หรือตามชุมชน หรือจุดสำคัญที่สังเกตได้ ก็จะทำให้ตรงนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น คือเราต้องส่งเสริมสนับสนุน เราพูดถึงว่าทุกฝ่ายที่ต้องมาร่วม จริง ๆ ท้องถิ่นเขาจะมีความสำคัญมาก อย่าง กทม. เขาก็ทำโครงการเสน่ห์กรุงเทพฯ มาก่อนหน้านี้ มีการแจกแผนที่ และบอกถึงสถานที่สำคัญ ประวัติอะไรต่าง ๆ คือของอย่างนี้เราคงต้องทำให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เหมือนกับว่าเวลาไปต่างประเทศ ความพร้อมตรงนี้ในการจัดการก็จะต้องมีมากขึ้น ซึ่ง กทม. ทำไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมอยากให้เชื่อมโยงยาวไปจนถึงอยุธยาเลย

พิธีกร อย่างประเทศที่เจริญแล้วหลาย ๆ ประเทศเขาก็ทำกันแบบนี้ อย่างอังกฤษก็ทำ อย่างแม่น้ำเทมส์ (Thames) ก็ทำ แม่น้ำแซน (Seine ) ในปารีสก็ทำ แม่น้ำดานูบ (Danube) แม่น้ำเจ้าพระยาคงจะเป็นหนึ่งในนั้น

นายกรัฐมนตรี และต่อไปคงเรื่องของการฟื้นฟูในแง่ของตัวแม่น้ำ และบริเวณชุมชนต่าง ๆ ในลักษณะซึ่งไม่ไปกระทบกระเทือนกับประชาชน ก็น่าจะต้องทำต่อไป คงอาจจะเคยไปเที่ยวเกาหลี ก็มีการทำเรื่องของสองฝั่งแม่น้ำ

พิธีกร คลอง จากคลองน้ำเน่าให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนจะต้องมาเที่ยว

นายกรัฐมนตรี ถูกต้องครับ ตรงนี้ล่ะครับโครงการในลักษณะอย่างนี้ ที่ผมพูดถึงว่าความเสื่อมโทรมตามแหล่งธรรมชาติ หรือตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เอาล่ะช่วงนี้เกิดวิกฤตขึ้น คนมาน้อยหน่อย อาจจะเป็นจังหวะโอกาสในการฟื้นฟูเพื่อความเข้มแข็งต่อไป

พิธีกร ท่านนายกฯ ครับ ขออนุญาตพูดถึง ตอนนั้นผมมีโอกาสได้ไปทำงานที่ต่างประเทศที่เกาหลี ก็มีการพูดคุยกับทางรัฐบาลเขา เขาถามผมว่าเขาแปลกใจว่าประเทศมีความครบครันในเรื่องของทรัพยากรการท่องเที่ยว มีทุกอย่าง แต่ตอนนี้ทำไมเราถึงคลายตัวลงไป ในขณะที่อย่างเกาหลีเขาก็ยอมรับตรง ๆ ว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นประเทศที่ใช้การตลาดนำการท่องเที่ยว เราจะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปนี้ คงจะต้องเชื่อมโยงเข้าไปกับด้านอื่น ๆ มากขึ้น อย่างเกาหลีชัดเจนที่สุดคือ เอาอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นตัวนำ มาทำละคร ประวัติศาสตร์แม่นยำแค่ไหนเราก็ไม่ทราบ แต่ว่าพอละครโด่งดังไป ทุกคนก็อยากไปดูสถานที่ ทั้งที่ถ่ายทำ ทั้งสตูดิโอ ทั้งสถานที่ในธรรมชาติที่เป็นจุดถ่ายทำ ก็เติบโตขึ้นมา เช่นเดียวกันนะครับ จริง ๆ ขณะนี้อุตสาหกรรมบันเทิงของไทยก็มีศักยภาพ จริง ๆ เราทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบันเทิง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ค่อนข้างเยอะ สิ่งที่เรียกว่า Post Production ก็มาอยู่ที่ประเทศไทยเยอะ และตอนนี้กำลังมีความพยายามจะส่งเสริมในเรื่องของการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วถ้าเราทำตรงนี้ได้สำเร็จด้วยก็จะมาช่วยการท่องเที่ยว นี่ก็เป็นตัวอย่าง อีกอย่างที่ประเทศไทยสามารถที่จะโฆษณาได้คืออาหาร ผมไปเกาหลีนะครับ พอผมชมเขาเรื่องของความสามารถ เรื่องของอุตสาหกรรมบันเทิง เขาก็ชมเรากลับมาในเรื่องของความโด่งดังของอาหารไทย ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่งซึ่งสามารถที่จะเป็นตัวนำและดึงดูดคนเข้ามาได้

แล้วเมื่อกี้ก่อนที่เราจะพักกันไป ผมก็พูดถึงเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ปัจจุบันบริการในเรื่องของสาธารณสุขของเราก็ดีมาก ถ้าเทียบในแง่ของความคุ้มค่า คุณภาพของบริการกับค่าบริการที่เก็บอยู่ คนต่างประเทศจำนวนมากหลายภูมิภาค สามารถที่จะเรียกว่าเดินทางมาและคุ้ม บอกมาเพื่อเรื่องนี้ล่ะก็คุ้ม นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเราก็มีบุคลากรซึ่งผมคิดว่าคนทั่วโลกประทับใจในการทำสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวคงจะไม่ได้ดูเฉพาะว่า สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่ต้องดูว่ามันเชื่อมโยงไป และมีทางอื่นอย่างไร ที่จริงทางธุรกิจค้าปลีก เขาก็ยังบ่น ๆ อยู่ว่าเขาอยากให้เราเป็นสถานที่สำหรับช็อปปิ้ง ซื้อของด้วย แต่ว่าของ ๆ เราบังเอิญพวกสินค้าที่อาจจะเป็นสินค้าติดยี่ห้อจากต่างประเทศเนี่ย เราเก็บภาษีสูง เขาก็อยากให้ลดนะครับ ผมก็บอกว่าต้องมาพิจารณาดูก่อนว่ามันจะคุ้มค่ากันหรือไม่อย่างไร แต่ว่าต้องยอมรับว่าหลายประเทศไม่มีอะไร ก็ใช้วิธีดึงให้คนไปซื้อของ คนไทยก็ซื้อของเก่ง บางทีไปซื้อของต่างประเทศ แต่ของเราจริง ๆ คนมาเที่ยวอยู่แล้ว ถ้าได้ตรงนี้กระตุ้นเพิ่มเติมเข้าไปก็อาจจะเป็นผลดี แต่ผมว่าคงต้องดูความเหมาะสม ความคุ้มค่าอีกที

พิธีกร ขออนุญาตกลับมาเมื่อกี้ พูดถึงเรื่องของการมาพักระยะยาว อย่าง Longstay Homestay อะไรทำนองนี้ ในเรื่องของฝรั่งหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่บางทีเขา Retired แล้ว การใช้เงินในประเทศเขาค่อนข้างแพง บินมาใช้เงินในประเทศ อย่างนี้ดีกว่า

นายกรัฐมนตรี คุ้มค่านะครับ ขณะนี้เราต้องไปช่วยในเรื่องของผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ ขณะนี้ยังมีเสียงที่ต่อว่ามาพอสมควรว่า การเข้าเมือง บางคนอยู่มานานก็ยังไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรในเรื่องของการที่จะได้รับใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ อันนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับนโยบายไปแล้ว คงจะต้องเร่งสะสาง เพราะว่าจริง ๆ แล้วบางทีก็อาจจะเป็นกฎระเบียบ ซึ่งค่อนข้างล้าสมัย และถ้าพูดถึงมาตรการในเรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัยจริง ๆ แล้ว ตัวหลักคงไม่ได้อยู่ตรงนี้ล่ะครับ แต่ว่าต้องดำเนินการให้เรียบร้อยเหมือนกับจุดผ่านแดน การค้าชายแดน หรือแรงงานต่างด้าว ล้วนแล้วแต่มันเป็นสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมปัจจุบันไปแล้ว มาจัดระเบียบกันใหม่ดีกว่า มาทบทวนกฎระเบียบต่าง ๆ ดีกว่า ผมคิดว่าให้ชาวโลกได้มีโอกาสสัมผัสกับศักยภาพของประเทศไทยจริง ๆ

พิธีกร ท่านนายกฯ ครับเมื่อกี้พูดถึงเรื่องการค้าชายแดนด้วย ขออนุญาตพูดถึงเรื่องการทำให้เมืองไทย เหมือนรัฐบาลมีแนวความคิดไหมที่อยากจะให้เมืองไทยกลายเป็นฐานในการที่เราจะรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในภูมิภาค

นายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วเราก็เป็นศูนย์กลางการบินในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะที่จะไปต่อที่อินโดจีน ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ทางตะวันออกก็ดี หรือแม้กระทั่งทางตะวันตก ตอนนี้ก็มีการพูดคุยกันในแง่กรอบความร่วมมือ เดี๋ยวนี้ความร่วมมือเยอะนะครับ ไม่ใช่เฉพาะอาเซียน เดี๋ยวนี้มีกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง มีหลายสามเหลี่ยม อันหนึ่งที่พูดขึ้นมามีสามเหลี่ยมมรกต ลาว ไทย กัมพูชา ก็มีการพูดคุยถึงการทำลักษณะของการท่องเที่ยวแบบร่วมกัน ก็คือมาครั้งเดียวและก็ไปหลายประเทศต่อเนื่องกัน ก็พยายามที่จะผ่อนคลายกฎระเบียบตรงนี้ และถ้าหากว่าพัฒนาบางพื้นที่ขึ้นมา เพื่อทำร่วมกันได้ ผมว่ายิ่งจะเป็นผลดี และโดยธรรมชาติแล้ว จริง ๆ ก็จะเป็นอย่างนั้น บางครั้งเราอาจจะไม่ได้นึกนะครับ พอมีความรู้สึกว่าไปอีกประเทศหนึ่งมันดูไกล แต่ว่าจริง ๆ สมมติว่าเราจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพนมเปญ ผมว่าใกล้กว่าหลายต่อหลายจังหวัดในประเทศไทยด้วยซ้ำ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ก็จะมีการส่งเสริม และในระดับของผู้นำก็ได้มีการพูดคุยกัน และความร่วมมือในกรอบต่าง ๆ ผมคิดว่าจะช่วยผลักดันให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นต่อไป

พิธีกร การคมนาคมที่จะเกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรี โครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้น ถนนหนทางที่จะเชื่อมโยง และจริง ๆ แล้วใจผมก็คือเรื่องรถไฟ ก็คงจะต้องทำ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าตอนนี้รถไฟของเราก็ข้ามแม่น้ำโขงไปถึงลาวแล้วนะครับ และจะมีการต่อไป ผมเองไปจีนครั้งนี้ ก็อยากจะดูในเรื่องของเส้นทางที่จะเชื่อมโยงไปถึงประเทศจีนด้วย ในแง่ของระบบราง

พิธีกร ตอนนี้มีตัดเส้นถนนสายอีสาน เอ 4 ที่เข้าจากน่าน เข้าลาวไป

นายกรัฐมนตรี 3 ครับ ถนนก็ต้องเตรียมรับเช่นเดียวกันนะครับ เพราะว่าหลายจุดบางทีก็มาค้างอยู่ที่ฝั่งไทย ก็จะเร่งรัดสิ่งเหล่านี้ แต่ขณะเดียวกันก็เตรียมความพร้อมคนของเราให้ได้ประโยชน์จริงๆ จากการเชื่อมตรงนี้ แต่ว่าเราหนีไม่พ้นล่ะครับ ขณะนี้โลกที่มีลักษณะไร้พรมแดนนี่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นรูปธรรมมากขึ้นว่าการไปมาหาสู่ ข้ามกันไปกันมา จะเป็นเรื่องที่สะดวกสบายรวดเร็วมากยิ่งขึ้นพิธีกร กลับมาในเรื่องของอีกมุมมองหนึ่ง คือการท่องเที่ยวจริง ๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่ดี นำเงินตราเข้าประเทศมากมาย แต่ว่าในมุมของการอนุรักษ์ในเรื่องของการดูแลสภาพแวดล้อม รวมไปถึงชุมชน อย่างที่เมื่อกี้ท่านนายกฯ บอกว่า เรามีการพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยาให้งดงามมากขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งอาจจะเป็นมุมของชุมชนคนโบราณ ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ก็มีอยู่เยอะนะครับ จริง ๆ ถ้าเราดูคู่มือจะมีอะไรที่เขาเรียนเอาไว้ บางทีเราเองเรายังไม่ทราบเลย แต่ว่าตรงนี้ในเรื่องของการทำผังเมืองในเรื่องของการที่จะเข้าไปพัฒนาหรือปรับปรุงสภาพพื้นที่ต่าง ๆ โดยคงในเรื่องของสิทธิ์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่เขาอยู่มาตั้งแต่เดิมเป็นเรื่องสำคัญ ก็เป็นแนวทางซึ่งเราหวังว่าทุกพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ว่าในพื้นที่อื่น ๆ ก็จะพยายามทำอย่างนี้อยู่ จริง ๆ เหมือนที่คุณนิธีพูดเมื่อสักครู่นี้ว่า เรามีอะไรตั้งหลายอย่าง แต่บางทีเราก็ปล่อยสิ่งเหล่านี้ และบางทีก็หายไป เราควรที่จะสามารถที่จะฟื้นฟูสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา เศรษฐกิจในวันข้างหน้า เขาก็พูดกันมากว่าคงไม่ใช่เรื่องของการเอาแรงงาน เอาทุน เอาวัตถุดิบมาใช้กันเยอะ ๆ แต่ว่าเป็นเรื่องของการเอาความคิด เอาสิ่งที่มีอยู่แล้วที่เป็นทุนในรูปแบบของประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตมาใช้เพื่อสร้างรายได้

พิธีกร สุดท้ายครับ อยากให้ท่านนายกฯ ได้ยืนยันกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจุดไหนก็ตาม ถ้าอยากจะให้ท่านได้พูดคุยและก็ยืนยันถึงการพัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี คือธุรกิจท่องเที่ยวนะครับจะเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป รัฐบาลเข้าใจดีว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุด แต่ก็พยายามทำงานใกล้ชิดกับทางภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ใช้จังหวะเวลานี้บรรเทาผลกระทบเท่าที่เราจำได้ เร่งฟื้นฟูและสร้างโอกาสใหม่ทางการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นธุรกิจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต มีการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และที่สำคัญคือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยและคนไทยด้วย

พิธีกร เอาล่ะครับท่านนายกฯ นี่ผมพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยว ขออนุญาตส่วนตัวเล็กน้อยกับเรื่องราวของท่านนายกฯ กับการที่ครอบครัว ถ้ามีโอกาสสัก 1 อาทิตย์ ท่านอยากจะพาครอบครัวไปที่ไหน เพราะอะไร และก็สิ่งเหล่านั้นทำอะไรให้เป็นแรงดึงดูดใจให้ไปครับนายกรัฐมนตรี ก็เป็นครอบครัวประชาธิปไตยนะครับ คงจะไปสอบถามหน่อยว่าเขาอยากจะไปที่ไหนอย่างไรกัน แต่ว่าเข้าใจว่าตอนนี้ยังมองไม่ค่อยเห็นครับ ว่าจะมีช่วงจังหวะเวลาไหนที่จะได้ไป

พิธีกร สมมติเล่น ๆ ครับมีสัก 5 วัน

นายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วครั้งสุดท้ายที่ไป ก็ไปที่ภูเก็ต ก่อนหน้านั้นก็ไปที่กระบี่ ความจริงก็อยากจะมีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ อีก ยังไม่ได้ดูครับ ต้องสารภาพจริง ๆ เลยว่าช่วงนี้ทำงานค่อนข้างจะเยอะมาก ยังไม่ได้ดูจังหวะเวลาและโอกาส และไม่ได้เตรียมเลยว่าจะไปที่ไหนอย่างไร

พิธีกร ผมแอบดูรายการนี้หลาย ๆ ครั้ง พิธีกรรับเชิญมักจะมีคำถามส่วนตัวมาถามท่านนายกฯ

นายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องทำตามหรอกครับ

พิธีกร ขออนุญาตมีคำถามส่วนตัวบ้างสักเล็กน้อย ตอนที่ท่านนายกฯ กับภรรยา หลังจากที่แต่งงานกันเรียบร้อย สถานที่ที่ไปแล้ว ตอนนั้นคงยังไม่มีลูกนะครับ ไปที่ไหนแล้วประทับใจเป็นพิเศษ

นายกรัฐมนตรี ผมไปสมุยก่อน นั่นก็เป็นหลังจากแต่งงาน สมุยก็จริง ๆ ขณะนั้นก็ยังไม่พัฒนาเท่าในปัจจุบัน แต่ว่าก็สวยสดงดงาม สะดวกสบาย และหลังจากที่แต่งงาน ผมก็เดินทางไปประเทศอังกฤษ เพื่อไปเรียนต่อ ก็เลยไปที่อิตาลีด้วย แต่ว่าที่ไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ฮันนีมูน คือที่สมุยครับ

พิธีกร สมุยมีจุดเด่นอย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ก็คือเป็นที่พักผ่อนนะครับ ความสวยงามของทะเล ของชายหาด และจริง ของประเทศนี่ความจริงแล้วทั้งสองฝั่งพิธีกร สวยงามทั้งคู่นายกรัฐมนตรี ผมว่าสูสีกันมาก

พิธีกร ท่านนายกฯ ครับในเรื่องของการเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มั่นใจกับการท่องเที่ยวไทย กับการยืนยันแบบนี้อีกสักครั้งหนึ่งกับการที่จะบอกเล่ากันไป

นายกรัฐมนตรี ผมก็เดินทางไปต่างประเทศเป็นระยะ ๆ และนอกจากการที่องค์กรที่เกี่ยวข้องเขาไปประชาสัมพันธ์แล้วในการพบปะกับผู้นำ ผมก็จะเล่าสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งแนวทางของรัฐบาล แต่ว่าการไปทำความเข้าใจต้องอยู่กับความเป็นจริง เราจะไปโฆษณาชวนเชื่อ แล้วก็มันไม่จริง คงไม่ได้ เพราะฉะนั้น อย่างตอนนี้ เหมือนกับที่ผมพูดกับพี่น้องประชาชนครับเรื่องสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ สถานการณ์ทางการเมือง หรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ หรือนโยบายของรัฐบาลก็ต้องบอกเขาตรงไปตรงมา แต่ว่าสิ่งหนึ่งซึ่งเรายืนยันตลอดได้ก็คือว่า พี่น้องประชาชนคนไทยยินดีต้อนรับชาวต่างประเทศที่มาท่องเที่ยว แล้วก็พร้อมที่จะสร้างความประทับใจในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน

พิธีกร เอาล่ะครับ ผมว่าเต็มอิ่มกับเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของท่านนายกฯ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีมาก ๆ ครับที่ผมเป็นตัวแทนมาพูดคุยกันในวันนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็จะขออนุญาตมาเรียนสัมภาษณ์ท่านอีก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวด้วย วันนี้คงต้องลาท่านนายกฯ ไปแต่เพียงเท่านี้ สัปดาห์หน้ากลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญท่านใหม่ว่าควรจะเป็นใคร และเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร วันนี้กราบขอบพระคุณท่านครับ

นายกรัฐมนตรี ครับ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaigov.go.th และ www.abhisit.org



บทความอื่นๆ