บทความ

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์
16 ม.ค. 2554

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์

สรุปประเด็น



คำต่อคำ

นายกรัฐมนตรีประกาศปี 2554 เป็นปีแห่งคุณภาพครู (16/1/2011)
นายกรัฐมนตรีเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลา 15.00 น. วันที่ 21 ม.ค. 54

วันนี้ เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมคุรุสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นครั้งที่ 103 ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมมาอยู่ที่หอประชุมคุรุสภา นะครับ หลังจากที่ได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนในช่วงแรกแล้ว จะมีสกู๊ปสั้น ๆ และหลังจากนั้นก็จะเป็นการถ่ายทอดสดงานวันครู สัปดาห์นี้ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการประชาสัมพันธ์ก่อนนะครับในโครงการที่เกี่ยวข้องกับงานเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ หลังจากที่ได้มีการดำเนินโครงการ 999 อุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจัดโดยคู่สมรสของคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ก็มีการดำเนินการไปตามลำดับนะครับ แต่ในวันที่ 21 ครับ เป็นวันที่พระสงฆ์ทั้ง 999 รูปจะได้ประกอบพิธีในการเจริญพระพุทธมนต์เพื่อที่ถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่วัดพระแก้ว เวลา 15.00 น. หรือบ่าย 3 โมง ก็อยากจะขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนที่สนใจจะเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าวในวันที่ 21 เวลา 15.00 น. ครับ

สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแผนการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในรายการนี้ และเมื่อช่วงวันปีใหม่ ผมได้มีโอกาสเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงการดำเนินงานการปฏิรูปในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ คณะรัฐมนตรีนั้นได้ให้ความเห็นชอบทุกแผน และมีข้อสังเกตเพิ่มเติม มีบางหน่วยงานที่ต้องการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นในแผนของการปฏิรูป ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปนะครับ การปฏิรูปครั้งนี้ไม่ได้เน้นในเรื่องของการที่จะมีการใช้จ่ายงบประมาณครับ ว่าตามจริงแล้วงบประมาณที่ใช้นี้ค่อนข้างจะน้อยมาก และที่ใช้เป็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการสมทบเงิน จากการที่พี่น้องประชาชนเองจะต้องมีส่วนร่วมในการที่จะเข้ามาออมเงินบ้าง หรือในกรณีนั้นก็จะเป็นกรณีที่ภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วม ดูจะมีการลงทุนในส่วนของภาครัฐที่จะมากที่สุดก็จะเป็นเฉพาะกรณีของบ้านมั่นคงในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ไปนะครับ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแนวทางต่าง ๆ แล้วก็จะเริ่มทำงานทันทีตามกรอบเวลาในหลายมาตรการ ซึ่งผมได้บอกกับพี่น้องประชาชนไว้แล้วว่าบางเรื่องก็จะสามารถเริ่มต้นได้เลย บางเรื่องก็อาจจะสามารถเห็นผลได้ในเดือนมีนาคม เมษายน ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม แนวทางจากนี้ไปนะครับผมจะได้มีการจัดตั้งคณะทำงานที่มาคอยติดตามและขับเคลื่อนแผนในทุก ๆ ด้านครับ ให้สามารถดำเนินการผลักดันออกมาเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน และตั้งใจไว้นะครับว่าใน 4 ด้านนี้แต่ละสัปดาห์ครับ อย่างน้อยที่สุดจะต้องมี 2 ด้านที่มารายงานกับผมโดยตรง เพื่อเป็นการติดตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจครับว่ามาตรการต่าง ๆ นั้นที่บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนแล้ว จะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ในการที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง หมักหมมกันมาเป็นเวลานาน สามารถที่จะดำเนินการได้ทันที

งานของการปฏิรูปนั้น สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นเรื่องของการที่จะสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่พี่น้องประชาชน โดยพี่น้องประชาชนเองมีส่วนร่วมนะครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาเองผมก็ยังได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานในสมัชชาแรงงาน เพื่อยืนยันถึงแนวทางการปฏิรูปที่จะเปิดโอกาสให้ประกันสังคมนั้นมีความครอบคลุมออกไปสู่แรงงานนอกระบบ แล้วก็ต้องการที่จะทำให้มีการปรับปรุงในเรื่องของสิทธิประโยชน์ และความโปร่งใสในการบริหารจัดการของสำนักงานประกันสังคมด้วย นั่นก็คืองานของการปฏิรูป

สัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันนะครับ ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานของกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องของการประกาศให้ปีนี้ปี 2554 เป็นปีคุณภาพครู ซึ่งเป็นปีที่เราจะต้องมีการขับเคลื่อนในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 อยู่แล้ว ความสำคัญของเรื่องของครูนั้นอยากจะเน้นย้ำนะครับว่า ประสบการณ์ของทุกประเทศทุกสังคมครับ ที่มีการผลักดันในเรื่องของการพัฒนาหรือการปฏิรูประบบการศึกษา พบว่าปัจจัยที่เป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการปฏิรูป หรือการพัฒนาระบบการศึกษา ก็อยู่ที่เรื่องของคุณภาพครู วันนี้เดี๋ยวอีกสักครู่จะมีการถ่ายทอดสดเรื่องของงานวันครู แต่ว่าอยากจะเรียนย้ำครับว่าในส่วนของคุณภาพครูนั้นปัญหาเร่งด่วนที่เราจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขนั้นก็คือ สภาพความเป็นจริงที่ครูไทยรับภาระค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือไม่ว่าจะเป็นการดูตัวเลขของนักเรียนต่อครู การดูตัวเลขของภาระในเรื่องของชั่วโมงการสอน นี่ยังไม่นับปัญหาใหญ่ซึ่งสะสมมาเป็นเวลานานก็คืองานซึ่งครูแบกรับภาระที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเรียนการสอนโดยตรง เพราะฉะนั้นการผลักดันในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพครู เรื่องขวัญกำลังใจ เรื่องการปรับปรุงระบบนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการผลักดันในปีนี้อย่างต่อเนื่อง

มาตรการซึ่งรัฐบาลได้เริ่มต้นดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคืนครูให้นักเรียน และตอนนี้เราก็จะเน้นในเรื่องของการที่จะปรับปรุงระบบประเมิน เรื่องของวิทยฐานะ เรื่องของการที่จะเน้นการส่งเสริมให้ขวัญกำลังใจแก่ครูสอนดี ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูป ก็จะเป็นแนวทางที่สำคัญ เช่นเดียวกันครับเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมขึ้นในปลายเดือนนี้ กฎหมายในเรื่องของเงินเดือนครูก็จะได้มีการผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และก็หวังว่าจะสามารถได้รับความเห็นชอบออกมาได้ภายในสมัยประชุมนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นจะมีเรื่องของการผลิตครู เรื่องของการที่จะช่วยในการส่งเสริมสนับสนุนอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี หรือสื่อการสอนต่าง ๆ ซึ่งก็จะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ของเพื่อนครูทั่วประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และครูนั้นมีความก้าวหน้า มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน เดี๋ยวในหลังจากพบกับสกู๊ปแล้วก็จะมีการดูการถ่ายทอดสดเรื่องของการจัดงานวันครูนะครับ

สำหรับเรื่องอื่น ๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เป็นเรื่องสำคัญ ก็มีเรื่องของพี่น้องเกษตรกรครับ เพราะว่าผมได้มีการเรียกประชุมเพื่อมอบนโยบายหลังจากที่กฎหมายสำคัญอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันออกมาสำเร็จ เป็นครั้งแรกนะครับหลังจากที่รอคอยกันมาแทบจะเรียกได้ว่า 30 ปีก็คือกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะจัดให้มีสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสภาเกษตรกรจังหวัดครับ ที่พี่น้องเกษตรกรด้วยกันเองจะมีโอกาสเลือกตัวแทนเข้ามาเป็นสภาเกษตรกร ซึ่งสภานี้จะมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำให้คำปรึกษาในเชิงนโยบายแก่รัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และเป็นเรื่องที่จะทำให้รัฐบาลนั้นสามารถที่จะนำเอาสภาพความเป็นจริงหรือสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่มีการสะท้อนมา ไปแก้ไขเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างแท้จริง ตัวแทนนั้นจะมีการกระจายไป ถ้าเป็นระดับชาติก็คือกระจายไปจากสภาเกษตรจังหวัด เกษตรกรจังหวัดในทุกจังหวัด พร้อม ๆ กันนั้นก็จะมีตัวแทนของพืชผลทางการเกษตรแต่ละประเภท และผู้ทรงคุณวุฒิ นโยบายที่ผมได้มอบให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือการดูแลครับ เพราะว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงของการเลือกตั้งผู้แทนเข้ามาเป็นตัวแทนในสภาเกษตรกรนั่นเอง ก็ขอให้การเลือกตั้งนั้นเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส เพราะว่าการได้ตัวแทนที่ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำงานของสภาเกษตรกร ซึ่งเราก็รอคอยกันมาเป็นเวลาช้านาน

นอกจากนั้นก็ยังได้ทำความเข้าใจกับทางข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ครับ เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ว่าในอนาคตในการแก้ไขปัญหาจะไปเกี่ยวข้องกับทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่น ๆ ให้เริ่มต้นในการทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่และความสำคัญของสภาเกษตรกร และที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ถ้าสามารถที่จะเริ่มต้นในการทำงานบนบรรยากาศของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ส่งเสริมสนับสนุนให้มีข้อมูลชุดเดียวกัน เราก็จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการที่เรามีสภาที่เป็นตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศอย่างแท้จริง ประมาณเดือนเมษายนครับ หลังจากที่มีการคัดเลือกตัวแทนระดับตำบลแล้ว ผมก็จะได้มีการเชิญตัวแทนระดับตำบลทุกตำบล มาพบปะกับผมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจในการที่จะทำให้การทำงานของสภาเกษตรกรแห่งชาตินั้นเป็นไปอย่างราบรื่นและก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งต่อสู้และเฝ้ารอคอยเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีครับ

ก่อนที่จะพักกันไปนะครับก็คงจะต้องรายงานเพิ่มเติมในเรื่องของสถานการณ์และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ 7 คนไทยที่ถูกจับกุม และขณะนี้อยู่ที่กัมพูชา พี่น้องประชาชนคงได้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ด้วยความห่วงใยพี่น้องคนไทยทั้ง 7 คน ขอยืนยันว่ารัฐบาลนั้นได้เดินหน้าในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องทั้ง 7 คนอย่างเต็มที่ ในชั้นนี้ขณะนี้มี 2 ท่านได้รับการประกันตัวแล้ว แต่ว่าในสัปดาห์หน้าเราได้มีการยื่นอุทธรณ์สำหรับอีก 5 ราย และก็พยายามที่จะผลักดันอย่างเต็มที่ กัมพูชาเองได้มีการออกแถลงการณ์ออกมา ซึ่งทำให้ผมเข้าใจว่าภายในสัปดาห์หน้าหรือในระยะเวลาอันใกล้นี้ น่าจะได้ข้อยุติในชั้นศาล ซึ่งจากนั้นจะเป็นจุดที่เราจะต้องมีการดำเนินการในส่วนของฝ่ายบริหารต่อไป

สิ่งที่ผมอยากจะเรียนคือว่า หลังจากที่ผมจัดรายการนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ที่จังหวัดสระแก้ว เดิมจังหวัดปราจีนบุรี ได้มาพบกับผมครับ ได้พูดถึงปัญหาซึ่งเรื้อรังมา 30 ปี ก็คือการที่เขามีเอกสารสิทธิ์อยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปในที่ทำกินได้ ผมก็ขอเรียนนะครับว่า ผมได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ เอกสารสิทธิ์ที่พี่น้องประชาชนได้นำมาแสดงให้ดูนั้น ถ้าดูจากแผนที่ซึ่งลากจากเส้นที่เป็นหลักเขต 46 กับ 47 ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องของเขตแดน เพราะว่ายังมีการเจรจาอยู่ในกรอบของ JBC ก็ตาม แต่ถ้าลากตามหลักเขตที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนะครับ ที่เหล่านี้จะเป็นที่ที่อยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น ผมก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าเมื่อสถานการณ์ในเรื่องของ 7 คนนั้นคลี่คลาย ผมจะเร่งเข้าไปดูในการที่จะแก้ปัญหาที่เรื้อรังมา ว่าทำอย่างไรบุคคลที่มีเอกสารสิทธิ์และความจริงก็ยังเสียภาษีให้แก่รัฐ แต่ไม่สามารถที่จะเข้าไปทำกินได้เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องที่มีชุมชนที่ล้ำเข้ามาเป็นเวลานานแล้ว 30 ปี แล้วก็มีแนวปฏิบัติซึ่งจะป้องกันไม่ให้ชุมชนขยาย แต่กลับมากระทบกับพี่น้องประชาชนคนไทย

แต่สิ่งที่ต้องย้ำเช่นเดียวกันนะครับก็คือว่า ความเข้าใจที่บอกว่าบุคคล 7 คนถูกจับบนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์นั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อันนี้ผมได้ดูจากวิดีโอ ได้ดูจากภาพถ่ายทางอากาศ และก็ได้มีการที่จะดูแผนที่ที่นำมาใช้จากการลากหลักเขตต่าง ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นไม่อยากให้เกิดความสับสนว่าบุคคลเหล่านี้ถูกจับบนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ เพราะว่าอันนี้ได้ตรวจสอบดูจากรายละเอียดของตัวเอกสาร จากแผนที่ จากภาพถ่ายทางอากาศ และจากวิดีโอที่ 7 คนนั้นได้ถ่ายทำเอาไว้นะครับในช่วงที่เข้าไปในพื้นที่ ก็อยากจะเน้นย้ำอีกครั้งนะครับว่า ผมเข้าใจดีถึงความห่วงใยของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่มีต่อคนไทยทั้ง 7 คน และรัฐบาลก็เดินหน้าอย่างเต็มที่ในการที่จะช่วยเหลือทั้ง 7 คน และมั่นใจว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าไปอีกพอสมควร และหลังจากนั้นก็จะกำหนดแนวทางที่เหมาะสมเพื่อสะสางแก้ไขปัญหาทั้งในเรื่องของประชาชนในพื้นที่ ทั้งในเรื่องของแนวปฏิบัติตามบริเวณชายแดน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ โดยทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลยืนยันที่จะรักษาสิทธิและอธิปไตยของประเทศไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างแน่นอนนะครับ เดี๋ยวพักสักครู่ไปดูสกู๊ปและต่อด้วยการถ่ายทอดสดงานวันครูครับ

ช่วงที่ 2 (นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบูชาบูรพาจารย์และมอบรางวัลในงานวันครู ประจำปี พ.ศ. 2554 เพื่อน้อมระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พร้อมทำพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" ณ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กรุงเทพมหานคร)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวคำประกาศถวายราชสดุดี เนื่องในโอกาสที่กระทรวงศึกษาธิการขอพระราชทานถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่ปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะ นำความเจริญมาสู่ประเทศชาติและประชาชนอย่างไพศาล โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ส่งผลให้การศึกษาของชาติทั้งในเมืองและชนบทเจริญก้าวหน้า ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ คนไทยและการศึกษาของไทยที่สำคัญยิ่ง เป็นประวัติศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทยด้วย

พระราชกรณียกิจในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษาในระบบ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งโรงเรียนจิตรลดาขึ้นเป็นสถานศึกษาสำหรับ พระราชโอรส พระราชธิดา บุตรข้าราชบริพาร ตลอดจนบุตรหลานของบุคคลทั่วไป ต่อมาเมื่อได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ทรงทราบปัญหาการขาดแคลนสถานศึกษาของเด็กและเยาวชน จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างโรงเรียนให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชประสงค์ พระราชดำริ โรงเรียนที่ทรงรับไว้ใน พระบรมราชูปถัมภ์อีกมาก ส่วนการศึกษานอกระบบ มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการพระดาบส เพื่อให้เยาวชนที่ต้องการแสวงหาความรู้แต่ขาดโอกาสได้ศึกษาวิชาชีพแขนงต่าง ๆ สามารถออกไปประกอบอาชีพและเป็นพลังใน การพัฒนาประเทศ ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัย ได้พระราชทานความรู้แก่ประชาชนผ่านโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ และผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมสรรพวิชา และการสาธิตด้านเกษตรกรรม เพื่อเผยแพร่ความรู้ ให้เกษตรกรนำไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพให้ได้ผล เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งผลให้ราษฎรในชนบททั่วทุกภูมิภาคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการศึกษาของชาติ อาทิ ทุนมูลนิธิ "อานันทมหิดล" ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนพระราชทานแก่นักเรียนชาวเขา ทุนปริญญาเอกกาญจนาภิเษก และ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักเรียนในส่วนภูมิภาคหรือชนบทห่างไกล ให้ได้รับความรู้ทัดเทียมกับนักเรียนในโรงเรียนที่มีมาตรฐาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น "แบบฉบับแห่งความเป็นครู ที่แท้" ซึ่งผู้เป็นครูทั้งหลายควรยึดถือและเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เหนือสิ่งอื่นใดได้พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ พระราชทานขวัญและกำลังใจนานัปการแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาเสมอมา พระมหากรุณาธิคุณเป็นที่ประจักษ์แจ้งและเทิดทูนอยู่ทั่วไป กระทรวงศึกษาธิการขอพระราชทานถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2554 เพื่อความเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแก่ครูและพสกนิกรชาวไทยสืบไป ตลอดกาลนานเนื่องใน "วันครู" พุทธศักราช 2554 ขอเชิญชวนครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมจิตพร้อม น้อมอธิษฐานถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลประทานจตุรพิธพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล ทุกทิศานุทิศ สถิตเป็นพระมิ่งขวัญ ร่มเกล้าของครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยทั้งปวงตราบกาลนานเทอญ

นายดิเรก พรสีมา ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวรายงาน ว่า

กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี


กระผมนายดิเรก พรสีมาในนามคณะกรรมการคุรุสภาคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในงานวันครูประจำปีพุทธศักราช 2554 กระผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนถึงความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันครูเพื่อโปรดทราบโดยสังเขป ดังนี้


งานวันครูได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พุทธศักราช 2500 ในสมัยที่ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี การที่รัฐบาลในสมัยโน้นเลือกเอาวันที่ 16 มกราคม เป็นวันครูก็เพราะเป็นวันที่ตรงกับวันประกาศใช้ พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นกฎหมายครูฉบับแรก หลังจากการจัดงานวันครูในปีพุทธศักราช 2500 แล้ว รัฐบาลในยุคต่อๆ มาก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของครู และกำหนดให้มีการจัดงานวันครูมาอย่างต่อเนื่อง การจัดงานวันครูในครั้งนี้จึงเป็นการจัดงานครูครั้งที่ 55 ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ครูศิษย์ และคนไทยทั้งหลายที่มีครูได้ระลึกพระคุณของครูซึ่งเป็นบูรพาจารย์เป็นผู้ให้ความรู้ เสริมสร้างคุณธรรม และจริยธรรมแก่ศิษย์
การจัดงานวันครูปีนี้เป็นการจัดงานวันครูที่มีความพิเศษคณะกรรมการจัดงานวันครู ซึ่งมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของงานเป็นพิเศษ ถึง 7 ประการ คือ


ประการแรก เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และคุรุสภาของพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาแก่พระองค์ในโอกาสที่พระองค์มีพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษาในปีพุทธศักราช 2554 ให้พระองค์เป็น "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" คุรุสภาและกระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดให้การจัดงานวันครูปีนี้เป็นงานวันครูเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" อีกประการหนึ่ง
ประการที่สอง เพื่อเป็นการยกย่องและระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์
ประการที่สาม เพื่อส่งเสริมและเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพครู
ประการที่สี่ เพื่อร่วมจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน
ประการที่ห้า เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษากับประชาชน และชักชวนเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ
ประการที่หก เพื่อธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ประการที่เจ็ด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษาเห็นความสำคัญและระลึกถึงพระคุณครูโดยเข้าร่วมกิจกรรมการจัดงานวันครู


การจัดงานวันครูปีนี้ได้กำหนดจัดให้ยิ่งใหญ่ โดยมีสาระของงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา และการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" มีการจัดทำสารานุกรมวิชาชีพครูเฉลิมพระเกียรติ มีการขอให้ครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคนตั้งปณิธานและลงมือทำความดีถวาย "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" ได้มีการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนครูและประชาชนทั่วประเทศให้ตระหนักและร่วมมือกันทำความดีเพื่อถวาย "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน"


ในการจัดงานวันครูปีนี้ คณะอนุกรรมการจัดงานวันครูได้กำหนดให้มีการจัดงานมหกรรมเฉลิมพระเกียรติ "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" ตั้งแต่วันที่ 14 - 17 มกราคม ดังนี้ วันที่ 14 มกราคม ภาคเช้า ได้มีพิธีประกาศให้เดือนมกราคมเป็นเดือนแห่ง "คุณภาพครู" ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ดังที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว ส่วนภาคบ่ายของวันที่ 14 มกราคม ได้จัดให้มีพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายไชยยศ จิระเมธากร เป็นประธาน ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา วันที่ 15 - 17 มกราคม ได้จัดให้มีกิจกรรมออกอากาศทางโทรทัศน์เพื่อระดมทุนจัดตั้ง "กองทุนครูของแผ่นดิน"


สำหรับในวันครูที่ 16 มกราคม วันนี้คณะอนุกรรมการจัดงานวันครูได้กำหนดให้จัดกิจกรรมวันครูพร้อมกันทั่วประเทศ โดยในส่วนกลาง จัดที่บริเวณหอประชุมแห่งนี้ ในส่วนภูมิภาค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคม/ชมรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เป็นเครือข่ายของคุรุสภา รวมทั้งอำเภอและสถานศึกษา ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานวันครู โดยมีการถ่ายทอดสดพิธีการในหอประชุมแห่งนี้ไปยังผู้ชมทั่วประเทศผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ของกรมประชาสัมพันธ์


นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับครูที่ล่วงลับไปแล้ว มีพิธีระลึกถึงพระคุณครู มีการเชิญชวนให้ศิษย์และประชาชนไปคารวะครูของตน เชิญชวนให้คนไทยทั้งแผ่นดินส่งบัตรอวยพรให้แก่ครู จัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติและบุคลากรทางการศึกษา จัดนิทรรศการแสดงผลงานของครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีผลงานดีเด่นและได้รับรางวัลคุรุสภา และจัดนิทรรศการผลงานของสถานศึกษาที่สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาที่เป็นต้นแบบ เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความสามารถและความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาของครูและบุคลากรทางการศึกษา


บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์แล้ว กระผมใคร่ขอกราบเรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้โปรดร่วมพิธีบูชาบูรพาจารย์หลักจากนั้น มอบของที่ระลึกและโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มอบรางวัลแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดีเด่นที่ได้รับรางวัลคุรุสภา มอบรางวัลแก่ครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น มอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ "คุรุสดุดี" แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพทางการศึกษา มอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดคำขวัญวันครู ผู้ชนะเลิศการประกวดบทร้อยกรองเทิดเกียรติคุณครู ผู้ชนะเลิศการประกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู ผู้ชนะเลิศการประกวดวาดภาพเนื่องในวันครู หลังจากนั้นได้โปรดกล่าวคำปราศรัยกับผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วประเทศ และขอเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" และนิทรรศการของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ได้รับรางวัล ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาสืบไป ขอบคุณครับ

นายสมบัติ แก้วสุจริต อ่านโองการอัญเชิญบูชาบูรพาจารย์


(ร่าย) โอม บังคมปฐมบูรพาจารย์ ผู้ทรงประสานการศิลปะวิทยา เป็นอาภรณ์ประดับภพ สบพุทธิปัญญาอเนกชน ดลระลึกตรึกชอบ ก่อกอร์ปคุณสุนทรีย์ ทวีหิริโอตตัปปะ อุตสาหะการเรียน พากเพียรกระบวนช่าง รอบรู้ทุกอย่างเชี่ยวชาญ วิทยาการรุ่งไพโรจน์ สำเร็จประโยชน์เพราะพระบารมี ข้าขออัญชลีบังคมบาท อดิศรราชพรหมธาดา ทั้งอัครชายาสุรัสวดี ธำรงคัมภีร์อักษรศาสตร์ดุริยางค์ ข้านบองค์ทรงสุบรรณเหิรนภางค์คือนารายณ์ หัตถุ์ขวาซ้ายทั้งสี่ ทรงตรีคทาจักรสังข์ บังลังก์อนันตนาคราช พร้อมลักษมีอนงค์นาถภควดี ข้านบองค์มเหศวรศุลีศรีคีรินทร์ไกรลาส ประทานศาสตร์เจ็ดประการ พื้นฐานก่อนสัมมาอาชีวะ พร้อมอัคระชายาอุมาเทวี ข้านบองค์คณบดีคชมุขนาถ ทรงมุสิกอาสน์อลังการ ประหารอุปสรรคสรรพพินาศ ประสาธน์ศิลปะนานา ข้านบมหาเทวาจารย์หัตถกิจ คือองค์พระวิษณุกรม หัตถ์สดำทรงผึ่ง เป็นหนึ่งงานสถาปนา ล้วนโอฬาร์เลิศตระการ ข้านมัสการคุรุเทวะพระพฤหัสบดี ทรงประสิทธิ์ศรีศิลปะวิทยา มีอรรถพจนาสั่งสอน พ้นมืดมนกลับชัลวาลย์ ขอปวงคุรุเทวาบูรพาจารย์ โปรดประทานสวัสดิมงคล พูนผลไปทั่วอาณาจักร์ บริรักษ์ประชาราษฎร์นิราสทุกข์ องค์พระประมุขนิรัติศัยยืนยิ่ง เป็นมิ่งเป็นขวัญ ตราบนิรันดร์ โสตถิเทอญ


หลังจากนั้นนายนิยม ศรีวิเศษ ครูอาวุโสนอกประจำการ กล่าวนำพิธีสวดคำฉันท์ ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์

(บทสวดนำ) ปาเจราจริยา โหนติ (รับพร้อมกัน) คุณุตฺตรานุสาสกา ปญญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ ข้าขอประณตน้อมสักการ บุรพคณาจารย์ ผู้ก่อประโยชน์ศึกษา ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยาแก่ข้าในกาลปัจจุบัน ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพาปัญญาให้เกิดแตกฉาน ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนานอยู่ในศีลธรรมอันดี ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวีแก่ชาติและประเทศไทย เทอญฯข้าขอประนมกระพุ่มอภิวาทนาการ กราบคุณอดุลคุรุประทานหิตเทิดทวีสรร สิ่งสมอุดมคติประพฤติ นรยึดประครองธรรม์ ครูชี้วิถีทุษอนันต์ อนุสาสน์ประภาษสอนให้เรืองและเปรื่องปริวิชาน นะตระการสถาพร ท่านแจ้งแสดงนิติบวรดนุยลยุบลสารโอบเอื้อและเจือคุณวิจิตร ทะนุศิษย์นิรันดร์กาลไปเปื่อก็เพื่อดรุณชาญ ลุฉลาดประสาทสรรพ์ บาปบุญก็สุนทรแถลง ธุระแจงประจักษ์ครัน เพื่อศิษย์สฤษฎ์คตจรัล มนเทิดผดุงธรรม ปวงข้าประดานิกรศิษ (ษ) ยะคิดระลึกคำ ด้วยสัตย์สะพัดกมลนำอนุสรณ์เผดียงคุณ โปรดอวยพรสุพิธพรอเนก อดิเรกเพราะแรงบุญ ส่งเสริมเฉลิมพหุลสุนทรศิษย์เสมอเทอญฯ ปญญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ ปญญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ ปญญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ

นางจุไรรัตน์ วรรณยิ่ง ครูอาวุโสในประจำการ นำผู้ร่วมชุมนุมกล่าวคำปฎิญาณตน ว่า

"ข้าขอปฏิญาณตนว่า ข้อ 1 ข้าจะบำเพ็ญตนให้สมกับได้ชื่อว่าเป็นครู ข้อ 2 ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ ข้อ 3 ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครูและบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคม"ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบของที่ระลึกแก่ผู้อ่านโองการอัญเชิญบูชาบูรพาจารย์ ครูอาวุโสนอกประจำการ ครูอาวุโสในประจำการ พร้อมทั้งมอบรางวัลแก่ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับ "รางวัลคุรุสภา" ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู" ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัล "ครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น" ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพทางการศึกษารับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ "คุรุสดุดี" ผู้ชนะการประกวดคำขวัญวันครู ผู้ชนะการประกวดบทร้อยกรองเทิดเกียรติคุณครู ผู้ชนะการประกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู ผู้ชนะการประกวดวาดภาพ เนื่องในโอกาสครู

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวคำปราศรัย ว่า

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านประธานกรรมการคุรุสภา
ครู อาจารย์
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในงานวันครู ประจำปี 2554 ในวันนี้ รวมทั้งได้มาร่วมในพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา และได้มีโอกาสแสดงกตเวทิตาคุณต่อครู ผู้มีพระคุณต่อวิชาชีพการศึกษา ท่ามกลางมหาสมาคมของผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้

ครูคือผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างทรัพยากรบุคคลให้เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพของประเทศ งานของครูจึงเป็นการนำพาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมีหลักการ และครูเป็นผู้ปฏิบัติงานตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ครูที่เป็นแบบอย่างที่ดีนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ครูที่เป็นต้นแบบและเป็น "ครูแห่งแผ่นดิน" ก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรทุกสาขาอาชีพ ทรงพระเมตตาสั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ด้านต่าง ๆ ให้แก่พสกนิกรทุกเพศ ทุกวัยอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องกันมายาวนานนับแต่เสด็จเถลิงสิริราชสมบัติจนถึงปัจจุบัน64 ปี ตลอดรัชสมัยอันยาวนานนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จัดตั้งโรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนระบบทางไกลผ่านดาวเทียม โครงการพระดาบส โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ โรงเรียนในชนบท และโรงเรียนนอกระบบ ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ และทรงพระกรุณารับไว้ใน พระบรมราชูปถัมภ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่เยาวชนและประชาชนในการประกอบอาชีพและดำรงชีพอย่างมีคุณภาพ เป็นพลเมืองดีของสังคม และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระกรุณาพระราชทานการศึกษาแก่เยาวชนผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนในชนบทประกอบอาชีพอย่างได้ผล ทรงสนพระราชหฤทัยในงานวิชาการด้านต่าง ๆ มาโดยตลอด ทำให้ทรงสามารถสร้าง "องค์ความรู้ใหม่ ๆ" ในการพัฒนาประเทศ และได้พระราชทานพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทแก่พสกนิการในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางในการพัฒนาความรู้และการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม

ผมขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่มีปณิธานเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และการทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้านต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลให้เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ารุ่งเรือง

สำหรับการปฏิรูปการศึกษาในระยะที่สองที่รัฐบาลและภาคส่วนต่าง ๆ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ก็ได้มีการกำหนดให้มีการปฏิรูปให้สอดคล้องกันทั้งระบบ ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพครู พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการการศึกษา จนถึงการพัฒนาหลักสูตรการผลิตครูให้ครูมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู อุทิศตน เสียสละ และแสวงหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อให้ก้าวทันศาสตร์หรือวิทยาการของโลก

รัฐบาลได้ตระหนักในความสำคัญของครู จึงได้มีนโยบายส่งเสริมให้ครูประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และพยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในด้านต่าง ๆ ของครู เช่นเดียวกัน ในปีการศึกษา 2550 ได้มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ที่ชี้ว่าครูไทยโดยเฉพาะครูในระดับมัธยมศึกษารับภาระค่อนข้างมาก จากการที่ต้องรับผิดชอบจำนวนนักเรียนในห้องเรียนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เฉลี่ยแล้วคือ 36 คนต่อห้องเรียน ในขณะที่ห้องเรียนที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรจะอยู่ที่ระหว่าง 15 - 25 คนต่อห้อง นอกจากนั้นยังมีชั่วโมงการสอนที่มีอัตราเฉลี่ยสูง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD คือครูไทยนั้นสอนเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 925 - 1,100 ชั่วโมงต่อปี ในขณะที่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนั้นมาตรฐานของกลุ่มประเทศเหล่านี้จะอยู่ที่เพียงระหว่าง 548-818 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้กระทบต่อประสิทธิภาพของครูในประเทศไทย ซึ่งวัดโดยระดับเงินเดือนต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนในการทำคะแนนในข้อสอบวัดมาตรฐานนานาชาติอย่าง PISA (Programme for International Student Assessment) หรือ TIMSS (Trends in International Mathematics and Science Study) ซึ่งมีระดับต่ำกว่าประเทศต่าง ๆ

นอกจากนั้นเรายังต้องยอมรับว่า ครูไทยนั้นยังประสบปัญหาอีกหลายด้าน ความจำเป็นในการที่เราจะต้องมีการกระตุ้น จิตวิญญาณของครู การพัฒนาขีดความสามารถเพื่อให้สอดคล้องความต้องการของผู้เรียนและสังคม การปรับปรุงรายได้ของครูที่ยังไม่เพียงพอ ทำให้มีปัญหาในเรื่องของการที่มีการไปสอนในรูปแบบของการแสวงหารายได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นในปี 2554 นี้ เราจึงมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพครู และประกาศให้ปี 2554 เป็น "ปีคุณภาพครู" ซึ่งนอกจากจะมีการดำเนินการเพื่อเร่งพัฒนาคุณภาพครูในด้านต่าง ๆ รัฐบาลยังจะได้มีการปรับค่าตอบแทนครูให้เหมาะกับวิชาชีพ ปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินวิทยฐานะ ขจัดอุปสรรคของการประกอบวิชาชีพครู รวมทั้งมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้บัญญัติไว้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างขวัญ กำลังใจ และส่งเสริมให้ครูมีความภาคภูมิใจในวิชาชีพครูมากขึ้น

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ครูทุกท่านจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลในการปฏิรูปการศึกษา และในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นในการที่จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันของทุก ๆ ฝ่าย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้แสดงบทบาทของครูอย่างเข้มแข็งในการปลูกฝังให้เกิดค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงามแก่เด็กและเยาวชน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น ในการดำเนินชีวิต การดำรงรักษาศิลปะวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไว้ให้มั่นคงและยั่งยืน การอุทิศตนทำงานเพื่อส่วนรวม ช่วยกันนำพาคนในสังคมให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมไทยให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป

ในโอกาสวันครูนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกท่านที่ได้รับความสำเร็จในด้านต่าง ๆ นับเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ เป็นเกียรติประวัติที่ดีงามในชีวิตการทำงานของคุณครูและครอบครัว รวมทั้งจะเป็นการส่งเสริมให้วงการวิชาชีพครูได้รับการยกย่องสรรเสริญ ผมขอให้ทุกท่านดำรงรักษาคุณความดีนี้ไว้อย่างยั่งยืน และขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ประสบแต่สิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล พรั่งพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัยโดยทั่วกัน และขออำนวยพรให้การจัดงานวันครูประจำปี 2554 ประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการ ขอขอบคุณครับ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaigov.go.th และ www.abhisit.org





บทความอื่นๆ