บทความ

“อภิสิทธิ์” ชวนให้ช่วยกันเป็นสังคมคนที่มีความสุจริต มีสัจจะ ไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจกันได้
28 ก.พ. 2561

“อภิสิทธิ์” ชวนให้ช่วยกันเป็นสังคมคนที่มีความสุจริต มีสัจจะ ไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจกันได้


(28 กุมภาพันธ์ 2561) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 กล่าวถึงการตั้งพรรคใหม่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือว่า ข้อที่ 1 การมีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน เป็นปกติธรรมดา 2. สิ่งที่นายสุเทพพูดในการก่อตั้งพรรค ซึ่งจุดหลักคือการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงเป็นจุดที่เป็นความแตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าการลงสมัครรับเลือกตั้ง การจัดทำนโยบาย การเสนอตัวบุคลากรเข้าไปทำงาน เราก็สนับสนุนคนที่มีความคุ้นเคย มีส่วนร่วมกับอุดมการณ์นโยบายของพรรคฯ ซึ่งโดยปกติก็จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังยึดถือแนวทางนี้ หลังจากการปลดล็อค ก็จะต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคกันใหม่ และตนไม่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาสมัครเป็นสมาชิก หรือจะมาเป็นผู้บริหารของพรรค เพราะฉะนั้นเมื่อนายสุเทพมองว่า ไม่มีพรรคการเมืองที่จะมารองรับแนวทางการสนับสนุนนี้ นายสุเทพก็สามารถที่จะไปตั้งพรรค เพื่อที่จะผลักดันเป้าหมายตรงนี้ได้

เมื่อถามว่าจุดร่วมของคนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของคุณสุเทพ กับพรรคประชาธิปัตย์นั้นนายอภิสิทธิ์ระบุว่า จุดร่วมยังเหมือนเดิม พรรคฯ ต่อต้านการคอร์รัปชั่น ต่อต้านระบอบเผด็จการที่แฝงตัวเข้ามาในประชาธิปไตย และต้องการเห็นการปฏิรูป แต่พรรคฯ เห็นว่าที่ผ่านมา แนวคิด แนวทางของรัฐบาลปัจจุบันในการปฏิรูป ไม่ค่อยสอดคล้องกับการปฏิรูปที่พูดขึ้นมาก่อนหน้านี้เท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การปกครอง ราชการ การศึกษา ท้องถิ่น และอื่นๆ ตอนที่มีการพูดจากันมากเรื่องการปฏิรูปประเทศขณะนั้น หัวใจของการปฏิรูปมุ่งไปสู่การกระจายอำนาจ แต่แนวทางการบริหารของรัฐบาลปัจจุบันนี้ ค่อนไปในทางการรวมศูนย์อำนาจ แล้วก็กลับไปสู่ระบบรัฐที่ค่อนข้างเป็นราชการมากๆ ดังนั้นแม้จะพูดว่ามีการสนับสนุนการปฏิรูปเหมือนกัน แต่แนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ทุกพรรคก็มีจุดที่เหมือนกัน และต่างกัน



คำต่อคำ
ฟิตลงสนาม
“ยังไปไม่ถึงสนามบอลเลยครับ กำลังเดินทางครับ”

แต่สนามเลือกตั้งชัดแล้วว่าจะเป็นไม่เกิน ก.พ.62 มั่นใจมั้ย
“ชัดมาหลายรอบแล้วนี่ครับ”

แล้วรอบนี้
“ผมว่าตอนนี้ก็เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วนะครับว่าพอรัฐธรรมนูญประกาศออกมา มันก็มีตารางเวลาที่กำหนดเป็นตัวที่ใช้คำว่าล็อคไว้เป็นขั้นเป็นตอนไป แล้วก็ความไม่แน่นอนที่ผ่านมาในรอบหลังที่ทำให้คนเกิดความรู้สึกหวั่นไหว ไม่ค่อยมั่นใจกันนี้ ก็เพราะว่าจู่ๆ มันมีการเพิ่มเงื่อนไขขึ้นมา อย่างเช่น ครั้งสุดท้ายก็คือที่พูดว่ากฎหมายเลือกตั้งแทนที่จะประกาศใช้ แล้วก็บังคับใช้เลย ก็บอกว่าจะขอให้บังคับใช้ 90 วันหลังจากประกาศใช้

มันก็เลยเกิดศัพท์ขึ้นมาว่าอะไรนะ อภินิหารทางกฎหมายอะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ประเด็นหลักก็อยู่ที่ว่า กุมภา 62 นี้ ก็คือการพูดตามขั้นตอนที่เขียนอยู่ในกฎหมาย หรือคำสั่งต่างๆ ณ ขณะนี้ สิ่งที่ผมคิดว่าสังคมก็คงต้องติดตาม แล้วก็ต้องการดูก็คือว่า ยืนยันกันได้มั้ยว่า ไม่มีอภินิหารอีก เท่านั้นเองครับ”

อะไรที่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องมีอภินิหารอีก
“ก็ไม่ทราบ บอกกันตรงๆ ก็คือไม่ทราบจริงๆ แต่ว่าถามว่าจะมีหรือไม่มีอภินิหารนั้น ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้คนมองว่า คสช. สามารถที่จะควบคุมทิศทางหลักๆ ได้เกือบทั้งสิ้น เพราะว่าแม่น้ำ 5 สายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำอะไรนี้ คสช. สามารถที่จะดูแลได้ แล้วก็เวลาที่ท่านหัวหน้า คสช. ให้ความมั่นใจ หรือประกาศออกมาชัดๆ อย่างเช่นเมื่อไม่นานมานี้ ท่านพูดเลยบอกว่า ที่จะคว่ำกฎหมาย - ไม่มี ผมว่าอันนี้มันก็ช่วยเรียกความเชื่อมั่นได้
แล้วก็ขณะเดียวกันทำได้มากกว่านั้นด้วย ก็คือว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดมันทำท่าจะเบี่ยงเบนไปจากนี้ ท่านก็ยังใช้มาตรา 44 ได้อีก ที่จะยืนยันให้มันเป็นไปตามตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าจะให้เกิดความมั่นใจต่างๆ ก็คงอยู่ที่ทิศทางของการให้สัญญาณของตัวหัวหน้า คสช. เป็นหลัก”

เห็นทางคุณวิษณุ บอกว่าจะมีการเทียบเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาคุยกัน เพื่อจะเคาะวันเลือกตั้งประมาณเดือน มิ.ย. นี้ ช้าไปหรือไม่

“มันเป็นเรื่องที่กำหนดอยู่แล้วในคำสั่ง คสช. อันนี้ก็ตอนแรกก็รู้สึกเวลามีข่าวนี้ขึ้นมา บางคนก็ตื่นเต้นกันว่า เอ๊ะ จะมีการทำอะไรใหม่ จริงๆ อยากอธิบายว่า มันคงไม่ใช่หรอก เพราะว่าตอนที่เขาทำคำสั่งแก้กฎหมายพรรคการเมือง ที่บอกว่าให้พรรคใหม่เริ่ม 1 มี.ค. พรรคเก่าให้ทำเรื่องยืนยันสมาชิกช่วงเดือนเมษายน ในคำสั่งฉบับนั้น เขาก็เขียนชัดว่าเขายังไม่ปลดล็อคพรรคการเมือง แล้วเขาก็บอกเลยว่าให้รอให้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศใช้ ซึ่งเมื่อประกาศใช้แล้ว เขาจะให้ คสช. ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็คือพรรคการเมือง คือองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานต่างๆ มาหารือกันว่า จะทำโรดแม็ปย่อยว่าจะปลดล็อคทำกิจกรรมอะไร เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งนี้ให้ราบรื่นตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ในโรดแม็ปใหญ่ได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นถ้าเราดูตอนนี้ก็คือ กฎหมาย ส.ส. จะต้องผ่านสภา แล้วก็จะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ก็คงสรุปว่าคือมีนาคม ประมาณนะครับ เมื่อทูลเกล้าฯ แล้วไปแล้วตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ การจะทรงลงพระปรมาภิไธยหรือไม่อย่างไร ก็จะมีเวลาอีก 90 วัน ก็นับไปก็คือไปลงมิถุนายน นี่คือที่มาของมัน คงไม่ได้เป็นเรื่องอะไรใหม่ ก็คือหมายความว่า เขาก็ประมาณการว่ากฎหมายประกาศใช้ประมาณมิถุนายน ก็จะได้เชิญคนมาคุยกัน ก็ดีครับ ก็ขอให้ยืนตามนี้ไป แล้วก็เดินต่อไปอย่างนี้ให้ชัดเจน”

เรื่องคุณสุเทพ จะตั้งพรรคใหม่ มีชื่อว่า พรรคมวลมหาประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คุณสมชัย กกต. บอกว่าตั้งชื่อพรรคยาวเสียเปรียบนะ
“ก็เป็นชื่อ กปปส.ครับ ชื่อเต็มครับ”

มีความเห็นอย่างไรบ้าง กับความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของลุงกำนัน
“คือคุณสุเทพได้พูดมาระยะหนึ่งแล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมาสนับสนุน ใช้คำนี้ก็แล้วกัน พรรคการเมือง แล้วก็พูดค่อนข้างชัดว่าที่สนับสนุนนี้ก็เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะฉะนั้นมันก็เป็นสิทธิทางการเมืองของคุณสุเทพ ที่จะทำเช่นนี้ แล้วก็ท่านก็จะต้องไปหาผู้คนที่จะมาเดินทำพรรคการเมืองตัวนี้ ตามขั้นตอนของกฎหมายซึ่งก็คงจะมีความชัดเจนตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พรุ่งนี้วันที่ 1 แล้วก็สามารถที่จะเตรียมการระดมคนเพื่อที่จะเป็นผู้ก่อตั้งพรรค

พรรคประชาธิปัตย์ก็ถือว่า ข้อที่ 1 การมีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา ก็เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน ก็เป็นปกติธรรมดา 2. สิ่งที่คุณสุเทพพูดในการก่อตั้งพรรค ซึ่งจุดหลักคือการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงเป็นจุดที่มันเป็นความแตกต่างอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็ถือว่าการลงสมัครรับเลือกตั้ง การจัดทำนโยบาย การเสนอตัวบุคลากรเข้าไปทำงาน เราก็สนับสนุนคนที่มีความคุ้นเคย มีส่วนร่วมกับอุดมการณ์นโยบายของพรรคฯ ซึ่งโดยปกติก็จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แล้วก็พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังยึดถือแนวทางนี้ หลังจากการปลดล็อค ก็จะต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคกันใหม่ ก็ไม่คิดว่าคุณประยุทธ์จะมาสมัครเป็นสมาชิก หรือจะมาเป็นผู้บริหารของพรรค เพราะฉะนั้นเมื่อคุณสุเทพมองว่า ไม่มีพรรคการเมืองที่จะมารองรับแนวทางการสนับสนุนนี้ คุณสุเทพก็สามารถที่จะไปตั้งพรรค เพื่อที่จะผลักดันเป้าหมายตรงนี้ได้ ก็ธรรมดา

ถามว่าจุดร่วมของคนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของคุณสุเทพ กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่า จุดร่วมมันก็ยังเหมือนเดิม เราก็ต่อต้านการคอร์รัปชั่น การต่อต้านระบอบเผด็จการที่แฝงตัวเข้ามาในประชาธิปไตย แล้วก็ต้องการเห็นการปฏิรูป แต่ว่าเราก็เห็นว่าที่ผ่านมา แนวคิด แนวทางของรัฐบาลปัจจุบันในการปฏิรูป มันไม่ค่อยสอดคล้องกับการปฏิรูปที่พูดขึ้นมาก่อนหน้านี้เท่าไหร่ โดยเฉพาะถ้าสรุปสั้นๆ ที่สุดก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การปกครอง ราชการ การศึกษา และอื่นๆ ท้องถิ่น ตอนที่มีการพูดจากันมากเรื่องการปฏิรูปประเทศขณะนั้น หัวใจของมันมุ่งไปสู่การกระจายอำนาจ แต่แนวทางการบริหารของรัฐบาลปัจจุบันนี้ ค่อนไปในทางการรวมศูนย์อำนาจ แล้วก็กลับไปสู่ระบบรัฐที่ค่อนข้างเป็นราชการมากๆ

เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถึงแม้จะพูดว่ามีการสนับสนุนการปฏิรูปเหมือนกัน แต่ว่าแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง เพราะฉะนั้นก็ธรรมดาครับ ทุกพรรคก็มีจุดที่เหมือนกัน แล้วก็ต่างกัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาไป”

ในกลุ่มของสมาชิกพรรค หรือฐานเสียง กลัวว่าจะถูกแบ่งไปทางโน้นบ้างหรือไม่
“ก็เป็นธรรมดานะครับ มีพรรคการเมืองใหม่เขาก็ต้องมาแสวงหาการสนับสนุน สมาชิกพรรค หรือว่าผู้สนับสนุนพรรค แล้วก็ผู้ที่เคยลงคะแนนให้พรรค เขาก็ต้องมีการทบทวนการตัดสินใจอยู่เป็นระยะๆ อยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องปกติครับ ประชาธิปัตย์ก็เผชิญกับภาวะอย่างนี้มาหลายครั้ง”

คุยไปไกลถึงขั้นว่าถ้าหลังเลือกตั้งแล้วจะกลับมาร่วมงานกันได้หรือไม่ 2 พรรคนี้
“คำตอบผมเรื่องการร่วมงานหลังการเลือกตั้งก็เหมือนเดิมนะครับ ประชาธิปัตย์ต้องยึดเอาอุดมการณ์ และนโยบายของพรรค ที่ไปเสนอต่อประชาชนเป็นตัวตั้ง ถ้าเราได้รับการสนับสนุนมาเยอะจากประชาชน เราก็ต้องเอาแนวทางของเราเป็นตัวตั้ง ใครจะมาทำงานกับเราก็ต้องสนับสนุนแนวทางเรา แล้วก็ถ้าไม่มาสนับสนุน แล้วเราตั้งรัฐบาลไม่ได้ เราก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้

แต่ถ้าหากว่าเราไม่ได้รับการสนับสนุนมาเยอะ คนอื่นเขาได้รับการสนับสนุนมาเยอะกว่า อย่างนี้ผมก็ต้องเจียมตัว พรรคก็ต้องเจียมตัว แล้วก็ต้องรอดูว่า แล้วเงื่อนไขของเราคือจะมีบทบาทอย่างไร ก็ต้องมาว่ากันต่อไป ก็ตอบได้อย่างนี้แหละครับ ไม่สามารถตอบได้เป็นอย่างอื่น”

สมมติว่าพรรคของคุณสุเทพ ชนะมากกว่า แล้วหนุนคนนอกเป็นนายกฯ
“อันนี้พรรคฯ ก็ต้องมาประชุมกันว่าตกลงเราคิดว่าจะเป็นอย่างไร จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี จะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ อย่างไรก็ต้องมาว่ากัน ซึ่งก็ต้องไปดูจาก อย่างที่ผมบอกคือ ทิศทางของการนำพาบ้านเมือง เพราะตัวนี้ต้องเป็นหลักครับ”

ตอนนี้ความได้เปรียบ – เสียเปรียบ ของแต่ละพรรคเป็นอย่างไรบ้าง นาทีนี้
“นาทีนี้ตอนนี้ก็เท่ากันหมดนะครับ เพราะว่ายังไม่ให้ทำอะไร แต่ว่าพรุ่งนี้เป็นต้นไป พรรคใหม่ก็จะมีโอกาสหน่อย เพราะว่าสามารถที่จะใช้เวลาของการระดมผู้ก่อตั้งพรรค เป็นการเคลื่อนไหวไปในตัวได้ ส่วนในเดือนเมษายน พรรคเก่าก็จะมีภาระ แต่ก็มีโอกาสในการที่จะต้องทำอะไรก็ตามเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกเก่ามายืนยันความเป็นสมาชิก แต่ว่าพรรคใหม่เท่าที่ผมฟัง กกต. ในปัจจุบัน ก็คือว่าเมื่อเขาได้ผู้ก่อตั้งพรรคแล้ว แล้วก็ขออนุญาตที่จะประชุม แล้วก็จดทะเบียนตั้งพรรคปั๊บ เขาก็จะเมื่อได้รับผ่านขั้นตอนตรงนี้เรียบร้อย เขาก็จะมาเป็นพรรคการเมือง ถึงจะมาเป็นพรรคการเมือง

เมื่อเขาเป็นพรรคการเมืองปั๊บ เขาก็จะอยู่ในล็อคเดียวกับพรรคเดิม ก็จะต้องรอการปลดล็อคขั้นต่อไปพร้อมกัน”

คุณอภิสิทธิ์ตามแต่ละคดีดังของบ้านเราหรือไม่ในช่วงนี้ ตั้งแต่นาฬิกาหรู ยันเสือดำ ยันหวยอลเวง
“วันนี้ก็ยังพูดกันเล่นๆ อยู่ครับ พอดีพบกับทูตของต่างประเทศมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มาสอบถามผมบอกว่า เอ๊ะ ตกลงมันทำไมจะได้เลือกตั้งมั้ย นานเหลือเกิน ผมบอกเห็นใจเราหน่อยเถอะ เพราะว่าขนาดล็อตเตอรี่ยังใช้เวลานานกว่าจะรู้ว่าใครถูก ก็ดูจะจบไปแล้วนะ จะบอกว่าจบก็ยังไม่จบไม่ใช่เหรอ ก็ต้องขึ้นศาลกันต่อไป ก็รู้สึกว่า สังคมก็ใช้เวลากับเรื่องนี้มานานมากแล้ว”

คดีนาฬิกาหรู ก็จะเรียกพยานมาเพิ่มอีก 2 ปาก
“อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงซึ่งดูมันก็จะยืดเยื้อออกไป แล้วก็จะไม่ค่อยจะเป็นผลดีหรอกครับ ความยืดเยื้อนี้ เพราะว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดูจะบั่นทอนการทำงาน หรือความรู้สึกของผู้คนไปเรื่อยๆ”

เวลาผ่านไปก็จะมีเรื่องใหม่ๆ มา ทำให้คนสนใจ อาจจะลืมไปด้วยหรือเปล่า
“มันก็ยังมีการเสนอข่าวอยู่เรื่อยๆ นี่ครับ”

ล่าสุดมีเรื่องการทุจริตโกงเงินผู้ยากไร้
“ครับ แล้วก็ต้องบอกว่านักศึกษาที่เขาเปิดโปงเรื่องนี้ขึ้นมา ต้องถือว่าเขาทำประโยชน์นะครับ ทำให้เราได้รับรู้รับทราบ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็จริงๆ ทุกคนก็ต้องช่วยดูแลเขานะครับ เพราะเขาเปิดเผยมาแล้ว แล้วก็กลายเป็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องของพื้นที่ เพราะมันมีหลายพื้นที่ที่มีลักษณะเดียวกัน รัฐบาลก็ดูเหมือนจะได้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวน ดูจะเอาจริงเอาจังอยู่ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แล้วก็มีการรู้สึกจะพักงานใช่มั้ย เพื่อที่จะให้การสอบสวนมันทำได้เต็มที่”

ทิ้งท้ายในสัปดาห์นี้
“เรื่องเยอะจริงๆ นะอย่างที่บอก ก็ไม่อยากให้เราเสียสมาธิกันกับทุกเรื่องที่เข้ามานะครับ อยากให้มองเห็นภาพใหญ่ว่าหลายเรื่องที่เราเสียเวลากันอยู่ในขณะนี้ มันก็สะท้อนให้เห็นนะครับว่า ถ้าสังคมไม่มีความสุจริต ไม่มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน มันก็จะมีสารพัดเรื่องที่วุ่นวายไปเรื่อย เพราะฉะนั้นมาช่วยกันทำ แล้วก็สนับสนุนเถอะครับ ให้เรามาเป็นสังคมของคนที่มีความสุจริต มีสัจจะ ไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจกันได้ครับ”




บทความอื่นๆ