บทความ

“อภิสิทธิ์” ระบุหากรัฐบาล ปฏิรูป 5 ด้านใน 8 เดือนได้จริงก็ดีแน่
09 พ.ค. 2561

“อภิสิทธิ์” ระบุหากรัฐบาล ปฏิรูป 5 ด้านใน 8 เดือนได้จริงก็ดีแน่


(9 พฤษภาคม 2561) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 ถึงการทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จะเร่งทำ 5 เรื่องเร่งด่วน ให้เห็นผลภายใน 8 เดือนก่อนการเลือกตั้งว่า ขอเอาใจช่วยว่า 5 ด้านซึ่งค่อนข้างจะสำคัญที่หยิบขึ้นมาใหม่นี้ อยากจะทำให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าจะบอกว่าผ่านไปแล้ว 4 ปี ปฏิรูปยังไปไม่ถึงไหน แล้วต้องยืดสภาวะอย่างนี้ไปเรื่อยๆ วันนี้หาเหตุผลที่จะรองรับยากมาก

ต่อกรณีที่นายกฯ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าใครตอบโต้อะไรกับใครบ้าง แต่ตนได้พูดมาหลายครั้งว่าการลงพื้นที่ก็ถ้าทำให้เกิดประโยชน์ก็ดี และเคยเตือนในเรื่องการใช้วิธีเอาผู้นำรัฐบาล ผู้หลักผู้ใหญ่ไปลงพื้นที่ พอไปแล้วเหมือนกับบอกว่ามันจะต้องชัดเจน มีติดไม้ติดมือไปอนุมัติงบประมาณ ก็ต้องระมัดระวังว่าจะไม่ทำให้ระบบของการจัดสรรทรัพยากรเสียหาย เรื่อง ครม.สัญจรนี้ สมัยนายชวน เป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ วิษณุ ขณะนั้นอยู่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จำได้มั้ยว่าเคยมีการประเมินเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ว่าคุ้มหรือไม่อย่างไร

ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่าได้มีโอกาสคุยแลกเปลี่ยนกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินก็ค่อนข้างหนักแน่นว่า พรรคของเขาก็คือพรรคของเขา และจุดยืนทางการเมืองจะเป็นอย่างไร เขาก็บอกว่า เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันในช่วงของการเลือกตั้ง แต่ว่าเมื่อรัฐบาล บอกว่าจะสัญจรไปในพื้นที่ซึ่งเขาคิดว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของเขา แล้วติดต่อให้เขาไปต้อนรับ เขาก็ให้ความร่วมมือ



คำต่อคำ

ธีสิส เสร็จรึยัง
“ของใครครับ”

ต่อเวลา ยังไม่เสร็จ
“ก็เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นนะครับว่า เวลาที่ใครทำอะไรไม่เสร็จ แล้วก็ขอบอกว่า ขอเวลาอีกหน่อย มันก็ต้องมาพิจารณาดูละครับว่า แนวโน้มมันจะเสร็จ เพราะว่าที่ผ่านมาพยายามทำเต็มที่ ทุกคนก็มองเห็น แล้วก็เข้าใจแล้วว่าจะทำอะไรอย่างไร เพียงแต่ว่าเจออุปสรรคที่ทำให้ไม่ทัน อย่างนี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ว่าถ้ามันไม่ใช่เงื่อนไขแบบนี้ ผมก็เป็นอาจารย์คุณมาก่อนนะ”

นึกถึงฉากที่เข้าไปขอคำปรึกษาในห้องอยู่
“แต่ว่าบางคนนี่เราดูแล้ว ขยายไปเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จหรอกครับ”

เสร็จแล้วมั๊ง เพราะเขาไปสอบ Oral examination ที่บุรีรัมย์ เรียบร้อยแล้ว
“ผมว่าสิ่งที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลับมาเรื่องปฏิรูป ก็คือสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดเรื่อง 5 ด้านมากกว่า ไม่ใช่ที่ไปบุรีรัมย์นะครับ น่าจะคนละเรื่องกัน 5 ด้าน 8 เดือนที่ว่า ซึ่งก็ต้องบอกว่า เอาละ ถ้าทำได้จริง มันก็ดีแน่ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะว่าคุยกันเรื่องปฏิรูปทุกครั้ง ผมก็บอกกับทั้ง 2 ท่านนี้ทุกครั้งว่า เรายังไม่ค่อยเห็นความชัดเจนเท่าไหร่ และผมว่ากรณีของการปฏิรูปตำรวจ เป็นกรณีตัวอย่างที่ดี ก็คือว่า เราพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร จริงๆ เราเคยพยายามทำเรื่องนี้มาตั้งแต่การรัฐประหารครั้งที่แล้ว แล้วก็เคยมีแนวความคิดที่ค่อนข้างชัด เสนอโดย พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุญชร รัฐบาลท่านสุรยุทธ ท่านทำไม่เสร็จ แล้วก็หลังจากนั้นมาก็มีชุดผม ที่เชิญท่านวศิษฐ์ เข้ามา ท่านก็แนะนำว่า ให้หยิบบางเรื่องมาทำก่อน ก็ทำได้เพียงเท่านั้น

แต่หลังจากนั้นมาก็ไม่มีความชัดเจนเลย พอหลังจากรัฐประหารครั้งนี้ เรามี สปช. มี สปท. สุดท้ายก็มีรัฐธรรมนูญ มีกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูป แล้วก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งอันนั้นก็เลยมีกำหนดเงื่อนเวลาด้วยว่าให้ทำภายใน 1 ปี ปรากฎว่าทำเสร็จมาปั๊บ ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องออกกฎหมาย คนที่มีอำนาจออกกฎหมายก็คือ สนช. สนช. ก็บอกว่าที่ทำมานี้ไม่ใช่ แล้วก็วันนี้ก็กำลังมาผลักดันกันใหม่ แต่ว่าครั้งนี้รอบนี้ ก็ต้องชมเชยว่า ดูจะพูดทิศทางชัดเจนขึ้น

เช่นพูดถึงเรื่องการจะถ่ายอำนาจออกมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในบางภารกิจ เช่นจะพูดถึงการกระจายอำนาจ พูดอยู่บ้างเกี่ยวกับเรื่องของการสอบสวน แต่ก็ดูมีเงื่อนไขอยู่ว่า จะอิสระมากขึ้น แต่ก็จะยังไม่เอาไปไหน ทำนองนั้นนะครับ แล้วก็เสร็จแล้วขณะนี้ก็เลยต้องมาเร่งทำ แล้วก็ต้องไปดูอีกทีว่าสุดท้ายกฎหมายสุดท้ายจะเสร็จออกมาเมื่อไหร่ แล้วก็บางเรื่องที่พูดในขณะนี้ก็บอก อย่างเช่นบางเรื่องที่บอกจะถ่ายโอนอะไรอย่างนี้ กรอบเวลาก็พูดถึงตั้ง 10 ปี

ประเด็นของผมไม่ใช่อะไรครับ  ถ้าเทียบกับเรื่องวิทยานิพนธ์เมื่อกี้ 3 – 4 ปีที่ผ่านมา Proposal ก็คงไม่ชัดเจน หรือว่างานที่ส่งมาในที่สุดนี่ก็บอกต้องรื้อกันใหม่หมด อย่างนี้มันก็จะเป็นตัวอย่าง นี่เฉพาะตำรวจเรื่องเดียว อย่างนี้มันก็จะเป็นตัวอย่าง นี่เฉพาะตำรวจเรื่องเดียว แต่ว่าอีก 5 ด้านที่พูดในขณะนี้ก็จะรอดูนะครับว่า 8 เดือนจะไปถึงไหนอย่างไร แต่ว่าถ้าบอกกับผมว่าตอนนี้ เพราะว่าเขาบอกว่า แผนปฏิรูปที่เขาประกาศมาตอนนี้มี 2,000 เรื่องนะ ซึ่งผมก็เลยถาม 2 ท่านแล้วว่าไปอ่านมาหรือยัง”

4 ปีคงไม่พอมั๊ง
“มันก็ไม่พอ แล้วก็ไม่ควรจะคิดที่จะทำด้วยซ้ำนะพูดตรงๆ เพราะมันไม่ใช่รูปแบบของการปฏิรูป ผมก็ไม่แน่ใจ บางทีถ้อยคำแบบนี้เราก็ใช้กันจนผิดเพี้ยนไปจากความหมายเดิมของมัน ไม่ว่าจะปฏิรูป ไม่ว่าจะปรองดอง มันก็เลยทำให้กลายเป็นว่าทุกแผนงาน ทุกโครงการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ไปเรียกมันว่าเป็นปฏิรูป เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็บอกว่า ผมก็เอาใจช่วยว่า 5 ด้านซึ่งค่อนข้างจะสำคัญที่หยิบขึ้นมาใหม่นี้ อยากจะทำให้ได้มากที่สุด แต่ว่าถ้าจะบอกว่าผ่านไปแล้ว 4 ปี ปฏิรูปยังไปไม่ถึงไหน เพราะฉะนั้นก็ต้องยืดสภาวะอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ผมว่าวันนี้หาเหตุผลที่จะรองรับยากมากครับ”

บางมหาวิทยาลัยก็มีเวลาให้ 8 ปี ไม่จบก็ต้องออก
“ความจริงขณะนี้รัฐบาลชุดนี้ก็จะอยู่นานกว่าวาระปกติของรัฐบาลนะครับ ทั้งๆ ที่เป็นรัฐบาลที่บอกมาในภาวะที่พิเศษ แล้วก็แถมมีอำนาจ มีสภาที่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จรวดเร็วด้วย”

ลูกพรรคคุณอภิสิทธิ์กำลังถูกวิจารณ์ ที่ไปวิจารณ์เรื่องการลงพื้นที่ที่บุรีรัมย์ ของนายกฯ และ ครม.สัญจร รวมถึงการต้อนรับของคุณเนวินด้วย
“ผมไม่ทราบจริงๆ นะครับว่าใครตอบโต้อะไรกับใครบ้าง ผมก็พูดมาหลายครั้งว่าการลงพื้นที่ก็ถ้าทำให้เกิดประโยชน์ก็ดี แล้วก็เคยเตือนเรื่องที่ว่าระบบของการที่ใช้วิธีเอาผู้นำรัฐบาล ผู้หลักผู้ใหญ่ไปลงพื้นที่ แล้วไปแล้วก็เหมือนกับบอกว่ามันจะต้องชัดเจน มีติดไม้ติดมือไปอนุมัติงบประมาณ มันต้องระมัดระวังว่ามันไม่ทำให้ระบบของการจัดสรรทรัพยากรมันเสีย

เพราะฉะนั้นเข้าใจว่าที่ผมเห็นก็มีคุณหญิงกัลยา ที่ออกมาพูดว่าก็อยากให้งบประมาณมันไปทั่วถึงทุกจังหวัดในอีสาน แต่ว่าเรื่องอื่นปลีกย่อยนี่ ผมก็เห็นพาดหัวอะไรอยู่บ้าง แต่ผมไม่ได้ติดตามครับ”

คงเป็นเรื่องของการดูด หรือการไปร่วมกับพรรคทหาร
“โดยส่วนตัวนะ ผมไม่ได้คิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะไปเปลี่ยนเป็นอื่น ผมคิดว่าพรรคภูมิใจไทย ก็คงจะเป็นพรรคภูมิใจไทยต่อไป และผมก็คิดว่าพรรคภูมิใจไทยก็จะมีท่าทีที่ชัดเจนก็คือในช่วงเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นมันก็คง ผมเองโดยส่วนตัวผมไม่ได้มองว่ามันมีการดูดลักษณะนั้นอย่างที่ว่า แต่ว่าในรูปแบบที่มันออกมา ก็อย่างที่เรียนไปก็คือว่า มันก็ทำให้คนก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถาม แล้วถ้าจังหวัดอื่นเขาอยากจะได้งบประมาณแบบนี้บ้าง เขาต้องทำอย่างไร เขาจะต้องมีอดีต ส.ส. นักการเมือง ที่มาต้อนรับแบบนี้หรืออย่างไร ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ย้อนกลับไปเหมือนเดิมครับว่า มันจะกระทบนะ แนวความคิดที่เราพูดกันถึงเรื่องหลักที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ระบบการเมืองที่ดี เพราะฉะนั้นก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็เข้าใจ อยากจะไปสัญจร ผมก็บอกแล้ว

แต่ว่าผมก็เรียนตรงๆ นะครับ ผมนี้เข้าไปเป็นเกี่ยวข้องอยู่ในซีกรัฐบาลครั้งแรก ตั้งแต่ปี 35 ท่านนายกฯ ชวน เป็นนายกฯ ท่านนายกฯ ชวน เคยถามเหมือนกันนะครับว่า เอ๊ะ ครม. สัญจรเป็นอย่างไร เพราะสมัยนั้นก็มี คือสมัยก่อนหน้าท่านนายกฯ ชวนนั้นมี ผมยังจำได้เลยสื่อมวลชนก็เคยล้อเลียนว่า เอ๊ะ เป็น ครม. ทัศนาจรหรือเปล่า ท่านนายกฯ ชวนเคยถาม แล้วก็ผมจำได้นะครับว่า ข้าราชการตอบว่า ควรจะประเมินความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายที่ลงไปแต่ละครั้ง จริงๆ อยากให้เขาเปิดเผยเหมือนกันนะ ว่าตกลงค่าใช้จ่ายเวลาจะจัดประชุมนอกสถานที่แบบนี้ ประชุมครั้งละเท่าไหร่ แล้วจะได้ดูว่ามันคุ้มมั้ย

แต่สมัยท่านนายกฯ ชวน ท่านเมื่อถามแล้ว ประเมินดูแล้ว คิดว่ามันไม่คุ้ม คนหนึ่งที่น่าจะรู้ดี คือท่านรองนายกฯ วิษณุ เพราะตอนนั้นอยู่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่าท่านเคย จำได้มั้ยว่าเคยมีการประเมินกันเรื่องนี้กันอยู่เหมือนกัน ว่ามันคุ้ม หรือไม่คุ้มอย่างไร

เอาละ ผมนี้ชอบที่จะให้ผู้นำทางการเมืองลงพื้นที่ แต่ว่ารูปแบบนั้นก็ว่ากันไปละครับ แล้วผมก็บอกแต่เพียงว่า ถ้าทำให้การแก้ปัญหา ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนดีขึ้นจริง ดีครับ แล้วก็ถ้าทำให้ได้รับรู้ปัญหาตรงจุดต่างๆ มากขึ้น ดีครับ แล้วก็อยากจะให้การแก้ไขปัญหาอย่างนี้มันทั่วถึงเท่านั้นเอง อย่าเอาไปผูกติดกับเงื่อนไขอย่างที่ว่า ว่าเรื่องการเมืองหรืออะไรเท่านั้น”

มีภาพที่คุณอภิสิทธิ์ กับคุณเนวิน กอดกันติดตาอยู่ วันนี้ นสพ. แนวหน้าพาดหัวข่าวว่า บิ๊กป้อมไม่หวั่น เสียงคำร่ำรือ เนวินอยู่กลุ่มไหน หัวหน้าตายหมด
“ผมยังมีชีวิตอยู่ครับ”

คงหมายถึงไปไม่รอดกระมัง
“ไม่หรอกครับ คือวันนั้นก็เป็นสถานการณ์ที่หลายคนก็อาจจะไม่ทราบรายละเอียดนะ มายุคนี้แล้วนะครับ วันนั้นเราผ่านการเลือกตั้งไปแล้วปีนึง พรรคที่ชนะการเลือกตั้งก็มีนายกรัฐมนตรีขึ้นมาแล้ว 2 คน แล้วก็มีปัญหาข้อกฎหมาย เขาเป็นฝ่ายตัดสินใจเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเอง แต่สุดท้ายที่มันจบลง ก็เพราะว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งครั้งนั้น ศาลตัดสินว่าทุจริตการเลือกตั้ง ก็เลยยุบพรรค และเมื่อยุบพรรค แล้วขณะนั้นหลังจากที่บริหารไป 1 ปี กลุ่ม ส.ส. กลุ่มหนึ่งเขาก็มองว่า มันน่าจะถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนขั้ว ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะเดินไปไม่ได้ เขาก็ตัดสินใจที่มาสนับสนุน ก็มีการลงมติกันในสภา ซึ่งวันนั้นพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ก็ไม่ได้ส่งคนของตัวเองลงแข่งกับผมด้วยซ้ำ หวังไปดึงคะแนนเสียงจากพรรคที่มีขนาดเล็กกว่า เสนอชื่อคุณประชา พรหมนอก แต่เมื่อลงมติแล้วแพ้ เพราะว่ากลุ่มคุณเนวิน ตัดสินใจมาสนับสนุน ก็ทำงานกันมา แล้วพรรคภูมิใจไทยก็เกิดขึ้น เกิดขึ้นปี 51 – 52 แล้วก็เขาก็อยู่มาถึงทุกวันนี้”

ทำให้คุณอภิสิทธิ์ตอบได้อย่างเต็มปากใช่หรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยคงไม่ไปรวมกับทางพรรค
“ผมได้มีโอกาสคุยแลกเปลี่ยนกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนะครับ เวลาพบปะกัน ผมว่าคุณอนุทินก็ค่อนข้างหนักแน่นนะว่า พรรคของเขาก็คือพรรคของเขา แล้วก็จุดยืนทางการเมืองจะเป็นอย่างไร เขาก็บอกว่า ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันในช่วงของการเลือกตั้ง แต่ว่าเมื่อรัฐบาล บอกว่าจะสัญจรไปในพื้นที่ซึ่งเขาคิดว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของเขา แล้วก็ติดต่อเขาไปด้วย ที่จะให้เขาไปต้อนรับ เขาก็ให้ความร่วมมือ”

แต่สื่อประโคมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่หวังผลทางการเมือง พูดเสียจนต้องให้เชื่อว่าตกลงมันหวังผลทางการเมือง
“ผมว่าคนดูเขาดูออกละครับว่ารูปแบบที่จัดมันเป็นอย่างไร”

มีคนนึงบอกว่า เหมือนกับที่ นายทักษิณเคยทำมาแล้ว มันจะได้การเมืองแบบเก่า
“โดยข้อเท็จจริงมันปรากฎของมันอยู่แล้วละครับ ผมว่าเราเดินไปข้างหน้าดีกว่า เดินไปข้างหน้าดีกว่า ผมก็เพียงแต่เตือนว่า 1. เวลาไปแล้ว แล้วก็จะตัดสินใจจัดสรรงบประมาณอย่างนี้ ก็ให้นึกถึงจังหวัดอื่นๆ เขาด้วย”

ตอนนี้มีมหรสพ ทางการเมืองอย่างนี้
“นี่คุณพูดเองนะ”

ทางประชาธิปัตย์ทำอะไรบ้างตอนนี้
“โอ้ ทำอะไรล่ะครับ ผมก็มีภาระที่ คสช. ส่งมาให้ผม (ยืนยันสมาชิก) ใช่ครับ วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงนะ วันนี้ต้องเพิ่มจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพิ่มจำนวนนักศึกษาที่เข้ามาทำ ตอนนี้อาสาสมัคร นักศึกษาที่เข้ามาทำงานนี้ ที่เราต้องขอระดมมาเป็นพิเศษ น่าจะสัก 6 – 70 คนแล้วนะครับตอนนี้ ทำแบบเต็มรูปแบบ เอาอุปกรณ์มาให้เต็มที่ 2 วัน 3 วัน น่าจะไปได้ประมาณซัก 2 หมื่นคนครับ ยังเหลืออีก 8 หมื่นครับ”

ที่บอกให้เดินไปข้างหน้า ตกลงเราจะไปไหน
“อันนี้คือบังคับให้ผมมาย่ำอยู่กับที่ แต่ไม่เป็นไร ผมถือว่าผมก็โต้แย้งทางกฎหมายไปแล้ว แต่ผมก็ถือว่ากฎหมายมีอยู่ ผมก็ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็เวลาที่มาต่อว่าต่อขานว่า ทำไมไม่ไปทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ควรจะตระหนักด้วยว่า เป็นผู้โยนภาระเรื่องแบบนี้มาให้กับพรรคการเมืองที่มีอยู่ก่อน

แต่ว่าในแง่ของเรื่องนโยบายเราเดินหน้าเต็มที่ แล้วก็เราติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ แล้วก็ได้เสนอกรอบความคิดในเรื่องของยุคใหม่อยู่หลายประเด็น แล้วก็ดีใจนะครับเพราะว่า เราก็ประเมินว่าหลายๆ เรื่องที่เราทำอยู่นี้ มันสอดคล้องกับอีกหลายๆ ฝ่ายในสังคมที่ทำอยู่

เมื่อวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ผ่านมา มันมีการระดมคนที่เขาสนใจเรื่องการศึกษา ความจริงองค์กรที่เข้าไปร่วมด้วย 1 ในองค์กรนั้นก็เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นสมัยผม ที่ต้องการจะพัฒนา ยกระดับขึ้นมาเป็นเหมือนกับ สสส. เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ทางการศึกษา แต่มันไม่ได้รับการสานต่อ งบประมาณเขาจำกัด แต่เขาได้ไปร่วมกับเครือข่ายด้านการศึกษาอีกหลายเครือข่าย มีการสัมมนา ก็คุณกรณ์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายของพรรคฯ ก็ได้ไปฟัง ผลสรุปหลายเรื่องทางด้านการศึกษาที่เขานำเสนอ เช่น

อยากจะให้มีการกระจายอำนาจ ลงไปสู่สถานศึกษา หลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ต้องปรับอย่างไร พื้นที่ต้องมีส่วนร่วมอย่างไร ก็ดูสอดคล้องกันดีครับ แนวทางแบบนี้แหละครับที่ผมก็ใช้เวลาทำอยู่เกือบตลอด ถ้าถามว่าประชาธิปัตย์ทำอะไร ก็ทำเรื่องแบบนี้แหละครับ แล้วก็อย่างว่า ขณะเดียวกันก็ต้องมานั่งทำตามคำสั่ง คสช. ที่เพิ่มภาระต่างๆ เข้ามา”

ได้ตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม เช่นกลุ่มอยากเลือกตั้ง วิเคราะห์เขาอย่างไรบ้างหรือไม่
“ผมว่าก็ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนนะครับ เพราะว่าคนที่เป็นแกนหลักในการเคลื่อนไหว เขาก็มีจุดยืนของเขาชัดเจน เขาก็ไม่ยอมรับอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน เขาก็ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เขาก็เห็นว่าการเลือกตั้งนี้ เดิมเคยพูดไว้ว่าเป็นพฤศจิกา ก็อยากให้เลือกตอนนั้น ไม่อยากให้มีการเลื่อนไปอีก แล้วก็ไม่อยากให้มีอำนาจพิเศษมันหลงเหลืออยู่ เขาก็แสดงออก ข้อเรียกร้องครับ

แล้วก็ที่เราเคยคุยกัน ผมก็บอกว่า ในมุมของผม ดีที่สุดก็คือ ให้มันเป็นเรื่องของฝ่ายประชาชนเขา ถ้ามีการเมืองเข้าไปก็คงจะถูกกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง กล่าวหากันอีก ว่า เอ๊ะ เป็นเรื่องของหวังผลทางการเมือง ไปฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างไรหรือไม่ แล้วก็ 2. ก็คือทำอย่างไรอย่าให้มันบานปลายไปสู่ความวุ่นวาย ความรุนแรง เพราะว่า ผมก็ประเมินว่า ถ้ามันวุ่นวาย มันรุนแรง เดี๋ยวสุดท้ายสิ่งที่เราเรียกร้องมันจะไม่ได้ ก็คือเหมือนกับจะยิ่งเป็นข้ออ้างให้ผู้มีอำนาจว่ามันต้องกระทบโรดแม็พ อะไรก็ว่าไป

แต่ว่าขณะเดียวกันผู้ที่มีอำนาจก็ต้องรักษาสัจจะ แล้วก็ต้องตรงไปตรงมากับความพยายามในการที่จะเดินบ้านเมืองไปตามสิ่งที่เคยพูดไว้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเพื่อความเชื่อถือของประเทศ เพื่อความเชื่อถือของรัฐบาลนั่นแหละครับ แต่ว่าตอนนี้มันก็ดูกลายเป็นว่าหลายเรื่องที่เป็นปมปัญหาขึ้นมา ซึ่งความจริงไม่อยากจะบอก หลายเรื่องเราทักท้วงมานานแล้ว อย่างเช่น ตอนนี้เริ่มมีการบ่นกันเรื่องของกฎหมายพรรคการเมืองว่าจะมีปัญหา เราก็เคยทักท้วงไว้ ก็ไม่แน่ใจอีกว่า เดี๋ยวจะเป็นข้ออ้างบอกว่า ต้องมาปรับปรุงอะไรกันอีก ก็จะเลื่อนอะไรกันอีกหรือเปล่า”

แต่คนที่ไปทำเนียบแล้ววันนี้คือ พ.ต.ท.สันธนะ แต่นายกฯ ก็ปรามไว้ มองประเด็นนี้อย่างไร
“ก็เหมือนกับมันเกิดการท้าทายกันใช่มั้ยล่ะครับ ฝ่ายนึงท้าอีกฝ่าย แล้วก็บังเอิญไปพูดพาดพิงว่า ในรัฐบาลมีปัญหาการทุจริตหรืออะไรใช่มั้ย ทางรัฐบาลเขาก็บอก เขาก็ท้าว่าถ้ามีก็มาบอก เปิดเผยออกมาสิ แล้ววันนี้เขาก็ไป”

เอายาช่วยจำให้กับ ผบ.ตร. กลายเป็นว่าสาวไส้ให้กากิน
“ผมก็ไม่อยากให้บ้านเมืองเป็นเรื่องแบบนี้ แต่ว่าชนวนมูลเหตุมันก็มาจากเรื่องตลาด กับเรื่องสินค้าที่มีปัญหามากกว่า ซึ่งอันนี้ก็อยากให้สะสางนะครับ คือบังเอิญ เรื่องของสินค้าที่มีปัญหา โดยเฉพาะปัจจุบันต้องยอมรับว่าเรื่องของสุขภาพ เรื่องของความงาม ดูจะเป็นสิ่งที่เป็นความกังวลของคน ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงออกมาเยอะมาก เพื่อพยายามที่จะตอบโจทย์ ตอบสนองความต้องการของคนตรงนี้ แล้วก็หลายกรณีก็คือไม่ได้เป็นไปอย่างที่พูด หรือไม่ได้มาตรฐาน ร้ายแรงที่สุดก็คือเป็นอันตรายด้วยซ้ำ

ทีนี้ก็ อันที่ 1 การผลิต การทำอะไรที่ไม่ถูกต้องพวกนี้มันก็ต้องมีการปราบปราม อันที่ 2 ผมว่าก็คงเป็นโอกาสดี เพราะว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียง ถูกเรียกไปชี้แจง มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีนะ สำหรับผมว่า ในวงการบันเทิง ยกตัวอย่าง ซึ่งจะมีบุคคลที่อยู่ในข่ายที่จะต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ คุยกันเองมั้ย ทำให้มันโปร่งใส ไม่ว่าต่อไปนี้การที่จะไป ที่จะใช้คำว่ารีวิว หรือไปใช้คำว่าการที่จะไปโฆษณา หรือจะไปรับรองสินค้าอะไร กติกาควรจะเป็นอย่างไร

ยกตัวอย่าง เช่น สมมติใครได้รับจ้าง ควรจะขึ้นมั้ยว่า ได้รับค่าตอบแทนนะ ที่มาพูดอย่างนี้ แล้วถ้าพูดอย่างนี้ต้องบอกด้วยว่า ตกลงใช้จริงหรือเปล่า ซึ่งไม่ใช่ว่าทำให้ผู้บริโภคเข้าใจ คือผมก็เชื่อว่าผู้ที่มีชื่อเสียง ศิลปิน ดารานี้ ก็คงไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก แล้วบางทีก็ไม่รู้หรอกว่าจริงๆ มันผลิตมา อย. ถูก – ไม่ถูก หรืออะไร แล้วก็คิดว่ามันไม่ต่างจากเวลาเล่นหนังโฆษณา อาจจะคิดอย่างนั้น แต่ผมว่าสถานการณ์วันนี้ และรูปแบบของการประชาสัมพันธ์ โฆษณาผลิตภัณฑ์วันนี้ มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ผมว่าตรงนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่สะสาง
ส่วนอีกอย่างที่จะฝากไว้ก็คือว่า ตัวตลาดนี่ ผมก็เห็นกำลังมีประเด็นว่า มีอะไรที่ผิดกฎหมายหรือเปล่าก็ว่าไปนะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องนึกถึงพ่อค้า แม่ขายที่สุจริตด้วยนะ มีการบุกตรวจทุกวัน ออกข่าวอย่างนี้ คนที่ค้าขายโดยสุจริตก็บอก แหม จะให้เขาทำอย่างไร ใครจะกล้าไปซื้อ”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บางพื้นที่อย่างตลาดใหม่ ดอนเมือง ก็ขายของที่มีบางส่วนผิดกฎหมายมานานแล้วด้วย
“อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไป แต่ทุกอย่างอย่างที่ผมบอกคือ ที่คุยกันตอนต้น มันกลายเป็นว่าตอนนี้ความสนใจไปอยู่ที่ว่า คุณสันธนะ ผบ.ตร. นายกฯ จะตอบโต้อะไรไป คือจะทำเรื่องที สะสางเรื่องปัญหานี้ดีกว่า”

บ้านพักตุลาการ ป่าแหว่ง มีอะไรติดใจมั้ย ตอนนี้จะไม่ให้อยู่ จะฟื้นฟูป่า
“ผมก็ฟังไม่ชัดนะว่าตัวบ้าน อาคารจะทำอะไร แต่ทิศทางที่ตัดสินใจแล้วว่าจะคืน ฟื้นสภาพป่า แล้วเหมือนจะส่งคืนอุทยานใช่มั้ย ใช้คำนี้ ผมว่าอันนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แม้ว่าจะมีต้นทุนพอสมควร ซึ่งเราต้องถือเป็นบทเรียนราคาแพงบทเรียนหนึ่ง แล้วก็หวังว่าเป็นบทเรียนจริงๆ นะ เพราะว่าผมเชื่อว่ามันมีพื้นที่ลักษณะแบบนี้ อยู่ในข่ายที่มีการทำโครงการแบบนี้ ทั้งในปัจจุบัน และหรืออาจจะมีการคิดในอนาคต แล้วก็ขณะเดียวกันก็ เหมือนกับทางท่านก็พูดทำนองว่า ก็จะต้องไปตรวจสอบด้วยว่าในอดีต มันมีอะไรที่ผิด ใครจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ ซึ่งอันนั้นก็ควรจะทำ

แต่ว่าอยากให้ชัดเจนนะว่ามันคืนสภาพไปเป็นอุทยาน เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ว่า ไม่ให้ผู้พิพากษาอยู่ ปรากฎว่า แล้วมีคนอื่นเข้าไปใช้ ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เราอยากจะให้พื้นที่กลับไปเป็นอุทยาน เป็นป่าเหมือนเดิม เพราะเรื่องนี้เราไม่ได้ทำเพราะว่าเราไปมีปัญหากับผู้พิพากษานะ เราทำเพราะเราอยากให้พื้นที่นี้ มันกลับไปเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นป่า”

เห็นบอกว่าจะปลูกป่าวันแรก 27 พ.ค.
“มันก็ดีนะครับ แต่ว่าขณะเดียวกันมันก็ต้องมีคำตอบนะเรื่องอาคาร เรื่องบ้าน (ว่าจะรื้อ หรือยกไปอยู่ที่ไหน) ใช่ครับ แล้วก็ถ้าจะรื้อ จะยก ก็ต้องคิดด้วยนะครับว่าถ้าไปปลูกป่าก่อน จะเป็นอุปสรรคด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นอยากให้มีคำตอบเรื่องนี้โดยเร็ว ตอนแรกที่ผมฟังท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ไปออกมา ผมนึกว่ามันจบหมดแล้ว แต่ทำไปทำมายังเหมือนกับ ยังมีเครื่องหมายคำถามอยู่ ตกลงบ้าน อาคารยังอยู่ใช่มั้ย”

ขอความเห็นเรื่องการเมืองมาเลเซีย (มีการเลือกตั้งในมาเลเซียอยู่)
“เราพอทราบอะไรหรือยังครับ คืออย่างนี้ครับ มีประเด็นที่ต้องบอกก่อนว่า ผมก็มีเพื่อนอยู่มาเลเซียเหมือนกัน วันนี้ที่เขาส่งมาเขาบอกว่า มันเหลือเชื่อ มันมีภาพบางอย่างที่เหลือเชื่อ เช่น ภาพที่วันนี้ครอบครัวของคุณอันวาร์ (อิบราฮิม) อยู่กับ ดร.มหาเธร์ (โมฮัมหมัด)”

เป็นคนจับเข้าคุกมาก่อน
“ใช่ครับ ผมก็เคยบอกเหมือนกันบอกว่า วันที่ผมเห็น ดร.มหาเธร์ ติดป้ายนะ ติด badge ว่า Free Anwar นี่ก็แปลกดีนะ”

ได้แรงบันดาลใจจากการเมืองไทยหรือเปล่า
“ไม่ทราบ แล้วมันก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ว่า ว่าใครเป็นพันธมิตรอะไรกับใคร ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก แต่ว่าประการที่ 2 ปัญหาตอนนี้ที่ผมว่าเราก็ยังไม่รู้ว่าผลการเลือกตั้งอะไรอย่างไร คือมันมีข้อกล่าวหาอยู่ว่ารัฐบาลไปใช้วิธีการขีดเขตเลือกตั้งต่างๆ เพื่อความได้เปรียบ ภาษาอังกฤษก็จะมีคำเฉพาะไปแล้วนะ ... ตรงนี้ทำให้คนคาดการณ์ว่า แม้พรรคฝ่ายค้านจะได้เสียงจากประชาชนเยอะกว่า ค่อนข้างมาก ก็อาจจะแพ้การเลือกตั้ง ก็คงต้องรอดูมั๊งครับว่าตัวเลขมันจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า”

มหาเธร์ วัย 92
“ใช่ครับ นั่นก็อีกเรื่องที่บอกว่าก็เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเหมือนกันว่า อายุ 92 – 93 ก็อาสา แล้วก็มาเป็นศูนย์กลาง หรือแกนหลักผู้นำของทางฝ่ายที่ไม่เอารัฐบาลในปัจจุบัน”

ขิงแก่ หรือจะอ่อนแรง น่าสนใจ
“ดูในภาพข่าวก็ดูจะแข็งแรงดีครับ”





บทความอื่นๆ