บทความ

“อภิสิทธิ์” เชิญชวนมาช่วย “ชาวไร่สับปะรด” ล็อตแรก 30 ตัน ที่ลานพรรคประชาธิปัตย์ เสาร์นี้
27 มิ.ย. 2561

“อภิสิทธิ์” เชิญชวนมาช่วย “ชาวไร่สับปะรด” ล็อตแรก 30 ตัน ที่ลานพรรคประชาธิปัตย์ เสาร์นี้


(27 มิถุนายน 2561) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 กล่าวถึง “โครงการช่วยสับปะรด2018” ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิแพร่น้ำใจว่า ปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำนี้เป็นเรื่องของทางนโยบายรัฐที่ไม่รองรับ เมื่อการส่งออกสับปะรดประสบปัญหา ส่งผลให้ราคาตกต่ำอย่างมาก เกษตรกรพบกับภาวะทั้งขาดทุน และมีภาระซ้ำจากการต้องนำสับปะรดออกจากไร่  หากรัฐเข้าไปแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยโครงการประกันรายได้ตั้งแต่ต้นก็น่าจะเป็นสิ่งดี แต่เรื่องนโยบายไม่ใช่สิ่งที่ตนจะทำอะไร ดังนั้นอดีต ส.ส. อดีต ส.ว. ในพื้นที่จึงมีแนวความคิดว่า ใครทำอะไรได้ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จึงมีการประสานรับซื้อสับปะรดในราคากิโลกรัมละ 4 บาท จำนวน 30 ตันจากจังหวัดลำปาง พร้อมประสานการขนส่งมาที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของมูลนิธิควง อภัยวงศ์ และมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ด้วย

โดยในวันเสาร์ ที่30 มิถุนายน 2561 เวลา 10.30 น. จะมีทั้งแจกจ่าย ซื้อหาไว้รับประทาน หรือต้องการมาบริจาคเงินช่วยเหลือเกษตรกรก็ยินดี นอกจากนี้เมื่อมีข่าวนี้ออกไปก็ทราบว่ามีพี่น้องเกษตรกรอีกหลายพื้นที่บอกให้ช่วยมาซื้อด้วย ตอนนี้ทางพรรคฯ กำลังปรึกษากับผู้ประสานโครงการนี้ว่าจะมีทางขยายได้อย่างไร หรือมีรูปแบบที่จะเชิญชวนทุกคนให้มาทำอย่างนี้ได้อย่างไร กำลังคิดกันอยู่

คำต่อคำ

คุณอภิสิทธิ์ต้องเป็น 1 ในผู้ที่ติดตามเรื่องการค้นหา 13 ชีวิตในถ้ำหลวงด้วย อยากพูดถึงเรื่องนี้อย่างไร
“คงเหมือนกับพี่น้องคนไทยทุกคน เราให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทุกๆ ฝ่ายที่ขณะนี้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะพบ แล้วก็ช่วยคณะของเด็ก เยาวชนที่เข้าไปออกมา เป็นกำลังใจให้กับทุกฝ่ายครับ”

เราเรียนรู้อะไรบ้าง จนถึงนาทีนี้กับปฏิบัติการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ เพราะเราได้เห็นหลายๆ อย่างทั้งโซเชียลมีเดีย ทั้งจากการรายงานของสื่อ และพฤติกรรมของคนไทย ทั้งในแง่ดี น่าประทับใจ และในด้านที่ไม่น่าเชื่อ
“ขอมองในทางบวกก่อนนะครับว่า เวลาที่มีเหตุอะไรก็ตามเกิดขึ้นกับลูกหลานของเรา ผมว่าสังคมทั้งสังคมก็จิตใจรวมเป็นหนึ่งเดียว แล้วก็มีความหวัง แล้วก็มีความคาดหวังสำหรับลูกหลานของเรา แล้วก็ต้องการที่จะสนับสนุนกำลังใจให้กับทางเจ้าหน้าที่ สื่อสารมวลชนก็ทำหน้าที่ในการที่จะรายงานสิ่งต่างๆ แต่ว่าส่วนที่ไม่ดีที่เราเริ่มเห็นแล้วก็มีที่ทางเจ้าหน้าที่เขาเตือนอยู่ มันก็เป็นเรื่องสะท้อนอย่างหนึ่งครับว่าในสังคมก็ยังมีคนไม่ดี แล้วก็จะฉกฉวยทุกสถานการณ์”

อย่างเช่นเรื่องมิจฉาชีพที่ใช้ช่องทางนี้มาเรี่ยไรเงิน
“ใช่ครับ ก็อยากจะให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ให้มากที่สุด น่าจะเป็นวิธีที่จะช่วยให้งานนี้สำเร็จ”

เรื่องการเมือง กลายเป็นถูกกลบไปเลย ได้ส่งตัวแทนไปร่วมหารือกับทาง คสช.
“ครับ มีท่านรองหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านผู้อำนวยการพรรค คุณสุธรรม ระหงษ์ แล้วก็คุณถวิล ไพรสณฑ์ ซึ่งก็เป็นคนที่ติดตามเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบทั้งหลาย ก็ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอยู่เล็กน้อย เพราะว่าตอนนั้นรู้สึกว่าจะไปกันก็หลายสิบพรรค ดูเหมือนจะมีเวลาที่จะให้แสดงความคิดเห็นอะไรก็คงประมาณ 4 – 5 นาที อย่างมากที่สุด แล้วก็เมื่อทาง อ.วิษณุ เป็นผู้สรุปแล้วก็ดูเหมือนก็ไม่ได้มีโอกาสในการที่จะได้แลกเปลี่ยนอะไรกันอีก เพียงแต่ว่าก็รับทราบ กรอบความคิดของทาง คสช. ว่า จะแบ่งห้วงเวลาเป็น 3 ช่วง ก็คือช่วงที่มีการทูลเกล้าฯ กฎหมายเลือกตั้ง ช่วงที่กฎหมายเลือกตั้งประกาศใช้แล้วแต่ยังไม่บังคับใช้ 90 วัน และหลังจากนั้นก็คือ 150 วัน ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง

ก็แนวโน้มเหมือนกับว่าในช่วงแรก คือช่วงที่มีการทูลเกล้าฯ กฎหมายเลือกตั้ง กับกฎหมายการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ก็จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร กลับไปเริ่มคลายล็อคในช่วงที่กฎหมายประกาศใช้ ดูเหมือนจะเป็นข้อสรุปอย่างนั้นในเบื้องต้น แต่เพียงแต่ว่ารู้สึกทางผู้เกี่ยวข้องก็บอกว่าจะนำเรื่องเหล่านี้ไปสรุปให้กับทางหัวหน้า คสช. เดี๋ยวก็คงจะมีการนัดหมายกันใหม่อีกรอบ”

ทางพรรคประชาธิปัตย์มองว่าชัดเจนขึ้นหรือไม่ หรือมองว่าจะมีการเลื่อนเลือกตั้งอีกหรือไม่
“จริงๆ ไม่ได้คาดหมายอะไรที่ต่างไปจากนี้มากนักนะครับ ถามว่าชัดเจนขึ้นมั้ย ก็คาดอยู่ว่าจะเป็นอะไรคล้ายๆ แบบนี้ แต่ก็สงสัยนะ ที่สงสัยก็คือว่า ปัญหาในขณะนี้ที่เรากำลังพูดทั้งหมดนี้ คือเรากำลังพยายามจะปฏิรูปการเมือง และในการปฏิรูปการเมืองเราก็อุตส่าห์ไปออกกฎหมาย กฎระเบียบอะไรออกมาเยอะแยะ วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดก็คือต้องการที่จะให้พรรคการเมืองมีความเป็นของประชาชนมากขึ้น สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพรรคการเมือง คัดเลือกผู้สมัครอะไรต่างๆ และเราก็หวังว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นตัวช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทางที่ดีขึ้น คือแทนที่พรรคจะเป็นเรื่องของเจ้าของพรรค ถูกครอบงำโดยนายทุนพรรค หรืออะไรก็ตาม แต่จะเปลี่ยนเป็นพรรคของมวลชน

อันนี้คือเป้าหมายที่เรากำลังพูดถึงอยู่ทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าพรรคการเมืองอยาก หรือไม่อยาก หรือ คสช. อยาก หรือไม่อยากให้ปลดล็อค ทีนี้เมื่อเป้าหมายเป็นอย่างนี้ ผมก็ยืนยันมาตลอดว่า จะไปถึงจุดนั้นได้ต้องส่งเสริมให้ประชาชนกับพรรคการเมืองสามารถมาทำงานร่วมกันได้ง่าย พรรคการเมืองก็ควรจะมีสมาชิกจำนวนมาก และสมาชิกที่มีจำนวนมากนี้จะได้เข้ามาเป็นผู้กำหนดทิศทางของพรรคการเมือง แทนที่จะปล่อยให้เป็นเรื่องของนักการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรค

ถ้าเราไม่ยอมพูดกันอย่างนี้ก่อน คือผมว่ายิ่งสังคมภายนอกยิ่งจะไม่เข้าใจว่า เอ๊ะ ทำไมจะต้องมาบ่นกันเรื่องว่าจะปลด ไม่ปลดล็อค จะให้ทำอะไร คือมันอยู่ที่ว่าเรายังจะคงเป้าหมายนี้มั้ย ถ้าคงเป้าหมายนี้มันก็ต้องเริ่มต้นจากการทำอย่างไรให้พรรคการเมือง สามารถไปหาสมาชิกได้ก่อน

ทีนี้ที่ผมบอกว่าผมสงสัย ก็คือว่า เรื่องการหาสมาชิกของพรรคการเมือง มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกฎหมายเลือกตั้งเลย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกฎหมายการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเลย คำถามก็คือ แล้วทำไมถึงบอกว่า เรื่องแบบนี้ต้องรอให้กฎหมายเลือกตั้ง กับกฎหมาย ส.ว. นี้ประกาศใช้ก่อน เพราะการทำเรื่องนี้มันเป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ว่าที่พรรคการเมืองทำตามกฎหมายนี้ไม่ได้ เพราะมันมีคำสั่ง คสช. ที่ห้ามอยู่ แล้วก็ตอนนี้ปัญหาอุปสรรคทั้งหลาย มันไปพันกับการเลือกตั้งก็จริง แต่มันมาจากกฎหมายพรรคการเมือง เช่นว่า จะไปประชุมใหญ่ได้มั้ย จะตั้งสาขาได้มั้ย เมื่อไม่มีสาขาแล้วจะทำไพรมารีโดยใคร อะไรอย่างไร อย่างนี้เป็นต้น

ฉะนั้นคำถามผมก็เลยบอกว่า ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอาเรื่องนี้ไปผูกกับการประกาศใช้กฎหมายเลือกตั้ง นั่นประเด็นที่ 1 ว่ามันไม่น่าจะใช่นะ มันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน

ประการที่ 2 ถามว่า คสช. เป็นห่วงเรื่องอะไรบ้าง 1. ความสงบเรียบร้อยทั่วไป ผมก็บอกว่าจริงๆ แล้วพรรคการเมืองที่จะไปทำเรื่องของสมาชิก หรือเตรียมการในการปรับโครงสร้าง หรือแม้กระทั่งจะมีการประชุมใหญ่ ผมไม่คิดว่าเป็นกิจกรรมที่จะทำให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคง แล้วถ้าใครฉวยโอกาสจะไปทำเรื่องแบบนี้แล้วบั่นทอนความมั่นคง คสช. ก็มีกฎหมายอื่นเยอะแยะไปหมด แม้กระทั่งการใช้มาตรา 44 เองในการที่จะจัดการกับเรื่องเหล่านั้น มันไม่ได้หมายความว่าถ้าปล่อยให้พรรคการเมืองไปหาสมาชิกแล้ว โอ้โห บ้านเมืองมันจะวุ่นวาย

ประเด็นที่ 3 ที่เจาะจงลงไปอีก เพราะว่าก็มีการพูดถึงว่า ทุกฝ่ายก็คงอยากจะให้เรื่องของพระราชพิธีฯ เป็นไปโดยราบรื่น สมพระเกียรติ แล้วก็เป็นการรวมจิตใจของพสกนิกรคนไทยทั้งประเทศ ทีนี้เราก็ทราบอยู่ว่าขณะนี้รัฐบาลก็อยู่ในช่วงของการที่จะต้องเตรียมการเกี่ยวกับพระราชพิธีฯ ซึ่งก็น่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือน 3 – 4 เดือนเป็นอย่างน้อย ผมก็คาดการณ์อย่างนั้น คำถามก็คือว่า การที่พรรคการเมืองจะไปหาสมาชิกช่วงนี้ แล้วก็พอถึงช่วงที่มีพระราชพิธีฯ จริงๆ เราจะได้ไม่ต้องไปมีปัญหาว่า มันจะฉุกละหุก เดี๋ยวจะเลือกตั้ง เดี๋ยวจะอะไรแล้ว มันไม่ดีกว่าเหรอครับ

เพราะว่าแทนที่จะบอกว่าตอนนี้ไปถึง สมมติว่าเป็นกันยายน ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วกลายเป็นว่าพรรคการเมืองต้องไปเร่งทำทุกอย่างในช่วงที่จะมีพระราชพิธีฯ มันก็ไม่สมกับสิ่งที่ คสช. พูดเองว่า ทำอย่างไรให้ในช่วงของพระราชพิธีฯ คือเรามีเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะเป็นปัญหาเรื่องความขัดแย้งเรื่องการเมือง ให้มันมีน้อยที่สุด

เพราะฉะนั้นผมก็แปลกใจว่าในตรรกะของ คสช. เอง ทำไมคำตอบที่มันออกมา มันถึงไม่ค่อยสอดคล้องกัน แต่เอาละ ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็ยืนยันว่าจะให้ทำอย่างไร พรรคการเมือง และพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องปฏิบัติอย่างนั้น เพียงแต่ว่าเสียดายว่าในการปฏิบัติของพรรคการเมือง ถ้าไม่พิจารณาตามเหตุผล และเจตนารมณ์ของเรื่องนี้ทั้งหมด สุดท้ายผมก็ไม่ทราบนะครับ ก็อาจจะมีคนยังบอกว่าก็ไม่มีไพรมารีไปเลย ก็จะเป็นคำถามต่อว่า แล้วการให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญจะทำในรูปแบบไหนอย่างไร

หรือถ้าบอกว่า ก็ผ่อนผันกัน หรือว่าทำไปอย่างนั้นแหละ ทำไปเป็นพิธี มันก็ทำได้ครับ แต่ละคนก็ไปหาสมาชิกจังหวัดละร้อยคน ก็ส่ง ส.ส. ได้แล้ว เพราะว่าถ้ามีสมาชิกในจังหวัดไหนร้อยคนก็ส่ง ส.ส. ได้ ร้อยคนนี้ทำไพรมารีก็ องค์ประชุม 50 คะแนนคนที่ได้ลงสมัครก็อาจจะประมาณ 30 คะแนน 26 คะแนน 27 คะแนน แล้วมันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างไร ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย

เพราะฉะนั้นผมว่าจริงๆ อยากจะให้หวนกลับมาดูถึงเจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ของกระบวนการทั้งหมด แล้วก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย และผมสนับสนุนเต็มที่เลยนะครับ ใครมีปัญหา จะก่อความวุ่นวาย ลงโทษให้หนักไปเลย แล้วผมก็ยังนึกไม่ค่อยออกนะครับ ผมว่าใครก็ตามที่ไปก่อความวุ่นวาย ผมว่าประชาชนเขาไม่เอาด้วยหรอก”

มองโรดแม็ปของการเลือกตั้งนี้อย่างไร กุมภาพันธ์ หรือพฤษภาคม จากการวิเคราะห์ทั้งหมดนี้แล้ว
“ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ ทั้งหมดก็อยู่ตามขั้นตอนกฎหมาย ก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ ขอให้มันเป็นไปตามกระบวนการที่ว่า ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่ที่พูดเมื่อสักครู่นี้กำลังชี้ให้เห็นว่ามันน่าเสียดายว่าในที่สุดความตั้งใจที่จะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเรื่องพรรคการเมือง ทำไปทำมา ก็อาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงเลย”

อีกครั้งนายกฯ บอกว่าจะคุยกันเดือนกันยายน จะสื่อสารกันอย่างไร
“ก็นี่ไงครับ ก็เหมือนกับว่าอย่างที่บอกคือ ไปเอาตัวตั้งเรื่องของห้วงเวลา 90 วัน ซึ่งเป็นขั้นตอนของการทูลเกล้าฯ ของกฎหมายเลือกตั้งเข้ามา ซึ่งผมก็ขอพูดตรงไปตรงมาอีกครั้ง มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับปัญหาเรื่องของสมาชิกพรรคการเมือง เพราะว่ากฎหมายมันคนละฉบับกัน คนละเรื่องกันครับ”

คุณอภิสิทธิ์จะไปร่วมหรือไม่ หรือจะส่งสมาชิกพรรคไป
“ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้กำหนดวันแน่นอนหรือยัง เพราะว่าอย่างคราววันจันทร์ที่ผ่านมา ผมไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของท่านก็เลยไม่ได้ไป”

ก่อนหน้านี้ที่เราคุย ก็บอกว่ายังไม่ได้หนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ
“ใช่ครับ พอมีหนังสือเชิญมาปั๊บ ก็นี่แหละครับ ไปตรงกับที่ผมได้ประสานงานที่จะเข้าเฝ้าฯ แล้ว”

แต่พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ก็ไม่ได้เข้าร่วม
“ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคนะครับว่าเขาจะมีแนวคิด จุดยืนอย่างไร”

พูดถึงพรรคเพื่อไทย มีความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ถึงขึ้นจะยื่น กกต. ให้ยุบพรรค
“รู้สึก กกต. พูดว่าเขาตรวจสอบ ก็เป็นหน้าที่เขาตามกฎหมาย ก็ตรวจสอบไปนะครับ”

มองความเคลื่อนไหวของนายทักษิณอย่างไรบ้าง
“ก็ไม่ได้มองอะไรเป็นพิเศษ ก็คือเหมือนไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเดิม ส่วนใหญ่ก็จะเดินทางอยู่ใน ประเทศอังกฤษบ้าง แล้วก็ในยุโรปบ้าง มีที่ดูไบบ้าง มาฮ่องกงบ้างอะไรบ้าง แล้วก็มักจะมีการติดต่อสื่อสารอยู่กับทางบรรดาสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้แปลกอะไรนะครับ ก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด”

ประชาธิปัตย์ไม่โดนพลังดูดบ้างใช่มั้ย
“การทาบทามคนของพรรคฯ ให้ไปอยู่พรรคอื่นก็ยังมีอยู่นะครับ แต่ว่าอย่างที่ผมย้ำ การย้ายพรรคกับการดูด หรือถูกดูด มันคนละเรื่องกัน เพราะว่าเราบางทีพอใช้ศัพท์นี้กันไปแบบหลวมๆ ก็จะมีคนมาบอกว่าเป็นเรื่องเกิดขึ้นปกติอะไรต่างๆ ที่เราติดใจก็คือเรื่องการใช้ผลประโยชน์มาต่อรองเกี่ยวกับเรื่องของการให้การสนับสนุนทางการเมือง หรือเรื่องของการสังกัดพรรค เพราะนั่นมันก็คือจุดเริ่มต้นของการทุจริต แล้วก็ฉ้อฉลในระบบการเมือง แต่ว่าถ้าใครเปลี่ยนใจ หรือมีแนวความคิดที่แตกต่างออกไป แล้วเห็นว่าการอยู่พรรคการเมืองอื่นจะทำงานทางการเมืองได้ตรงกับความคิดตัวเองได้มากกว่า อันนั้นไม่ว่ากันอยู่แล้ว”

มอง Trip ของนายกฯ สู่สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสอย่างไรบ้าง
“จากการยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความต้องการ และมีความจำเป็นที่จะต้องพยายามกระชับความร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุน แม้ว่าการรัฐประหารนี้จะเป็นเงื่อนไขที่ทางสหภาพยุโรปหยิบยกขึ้นมาเพื่อลดระดับความสัมพันธ์ตอนเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านี้ แต่ผมว่าเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมองเห็นว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดมันไม่มีความสัมพันธ์ ไม่มีการมาพูดคุยอะไรกันเลย แล้วห่างเหินกันไป ก็ไม่น่าจะเป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย และไม่เป็นผลดีกับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่าย จึงเกิดการเยือนขึ้น แต่ว่าขณะเดียวกันเราก็จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นที่สหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นที่ฝรั่งเศส เมื่อมีการพบปะผู้นำ ก็จะต้องมีการสอบถามถึงโรดแม็ป แล้วก็การเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ทางนายกฯ ก็ได้ยืนยันว่าเป็นไปตามโรดแม็ปปกติ แต่ว่าในแง่ของการเจรจาบางอย่างก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ ยกตัวอย่างเช่น การเจรจาการค้าเสรี เขตการค้าเสรี”

บางคนก็มองว่าไปซื้อของ แต่ท่านก็ปฏิเสธ
“ก็คงต้องดูต่อไปครับว่ามีอะไรบ้าง”

1 ในนั้นเป็นเรื่องของการมาลงทุนใน EEC ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย
“ใช่ครับ ที่จะต้องไปชักชวน เชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศเข้ามา เขาเองเขาก็ไม่อยากเสียโอกาส เพราะว่าถ้าเกิดเขาห่างเหินไปจากเรา มันก็มีประเทศอื่นที่พร้อมจะเข้ามาลงทุน”

คุณอภิสิทธิ์ใช้ BTS บ้างหรือเปล่า
“ก็ยังแปลกใจอยู่เรื่องคลื่นสัญญาณที่ว่านี้”

ปัญหา BTS กลายเป็นว่า คนเมืองเลี่ยงปัญหารถติดไปใช้ขนส่งมวลชน แต่เท่าที่เขาดูสถิติ ขัดข้องบ่อยเหลือเกิน แล้วไปเกี่ยวข้องกับสัญญาณด้วย มองว่ามันควรจะแก้ไขอย่างไรดี
“ต้องสรุปสาเหตุให้มันชัดนะครับ แต่ตอนนี้เหมือนกับทุกคนก็มุ่งไปเรื่องสัญญาณใช่มั้ย แล้วก็มีการพูดถึงว่า กสทช. ก็เคยมีการสื่อสารกับ กทม. ก็คงต้องไปสะสางตรงนี้โดยเร็ว เพราะว่าพอระบบขนส่งมวลชนมีปัญหา มันก็เป็นความเดือดร้อนของคนเมืองอย่างมาก”

ไม่นับรวมถึงบัตรแมงมุม บัตรแรบบิท ที่มันไม่เชื่อมโยงกันด้วย
“ก็ต้องเร่งสะสางตรงนี้ให้มันอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด เพราะว่าถ้าเราอยากจะทั้งอำนวยความสะดวก แล้วก็ลดปัญหาการจราจรด้วย ก็ทำตรงนี้ให้มันดีที่สุด”

เห็นข่าวเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวไร่สับปะรด ที่ผ่านมูลนิธิแพร่น้ำใจ รวมกลุ่มคนไทยช่วยชาวไร่สับปะรด ที่ผ่านมาสับปะรดราคาถูกมากๆ
“จริงๆ แล้วปัญหานี้มันเป็นเรื่องของทางนโยบายที่ไม่มารองรับว่าเมื่อการส่งออกสับปะรดมีปัญหา ก็ทำให้ราคาตกต่ำอย่างมาก แล้วก็เกษตรกรพบกับภาวะทั้งขาดทุน แล้วก็มีภาระด้วยซ้ำ เพราะต้องเอาสับปะรดออกจากไร่จากสวนด้วย จริงๆ เราก็พยายามเรียกร้องนะครับ หน่วยงานของรัฐบางส่วนก็พยายามทำนะครับ ก็ทราบว่าทางกองทัพบ้าง หน่วยงานอื่นๆ บ้างก็พยายามซื้ออยู่
แต่ความจริงการที่จะเข้าไปแก้ปัญหา ในเรื่องของการประกันรายได้ หรืออะไร มันน่าจะเป็นแนวทางที่เร่งทำมาตั้งแต่ต้น

ทีนี้เมื่อเรื่องของนโยบายไม่ใช่สิ่งที่ผมจะทำอะไรได้นะครับ ก็พอดีมีท่านอดีต ส.ส. หลายท่าน อดีต ส.ว. ด้วย ที่เขาอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นก็เลยมีแนวความคิดว่า เอาละ ใครทำอะไรได้ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก็จึงได้มีการซื้อสับปะรด เข้าใจว่าจะเข้าไปซื้อที่โลละ 4 บาทนะครับ จากชาวไร่ในพื้นที่บางพื้นที่ แล้วก็เบื้องต้นในขณะนี้ก็คือ พอจะขนส่งลงมาได้ ก็น่าจะซักประมาณ 30 ตันมั๊งครับ มาแล้วก็เลยจะเอามาที่ลานที่พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ซึ่งเป็นที่ตั้งของมูลนิธิควงด้วย มูลนิธิเสนีย์ด้วย ทางมูลนิธิแพร่น้ำใจ เขาก็ติดต่อว่าขอให้มาที่นี่ได้มั้ย ก็บอกว่าได้ แล้วก็คงจะมีทั้งแจกจ่าย หรือว่าใครสนใจจะซื้อ หรือใครอยากจะมาบริจาคเพื่อทำเรื่องนี้ก็ยินดี ก็จะมาวันเสาร์นี้ 10.30 น.

ขณะนี้ลำปางนะครับ ที่ไปซื้อนี้มาจากลำปาง 4 บาทนะครับตอนนี้เป็นราคาที่ผมสอบถามไปล่าสุดว่าจะซื้อมาได้ราคาเท่าไหร่ จำนวน 30 ตันครับ แต่ว่าต้องประสานโดยการขนส่ง ความยากอยู่ที่เรื่องการขนส่งมานี่แหละครับ แล้วก็พอมีข่าวนี้ออกไปก็ทราบนะครับว่ามีพี่น้องเกษตรกรอีกหลายพื้นที่บอก ช่วยมาซื้อด้วยๆ ตอนนี้ก็กำลังปรึกษากับผู้ที่เขาทำโครงการนี้ว่าจะมีทางขยายได้อย่างไร หรือมีรูปแบบที่จะเชิญชวนทุกคนให้มาทำอย่างนี้ได้อย่างไร กำลังคิดกันอยู่ครับ”

ต้นเหตุของปัญหาเรื่องนี้คืออะไร อุปสงค์ อุปทาน หรือมีการปลูกเยอะในพื้นที่?
“ผลผลิตมีเพิ่มขึ้นนะครับ แต่ว่าตัวที่เป็นปัญหาหลักคือเรื่องของการส่งออกที่ได้รับผลกระทบมากจากตลาด ซึ่งอันนี้มันเป็นเรื่องที่ผมว่าถ้ารัฐบาลมีนโยบาย หรือแนวคิดแบบเดียวกับเช่นการประกันรายได้ มันเป็นทางออกที่ดี ซึ่งจะทำโดยรูปแบบวิธีการโดยอุดหนุนผ่านโรงงาน หรือจะอุดหนุนผ่านใครก็ตาม มันก็จะช่วยทำให้เรื่องนี้มันแก้ปัญหาได้แบบเป็นระบบจริงๆ แต่ตอนนี้ก็อย่างที่บอกก็คือ มีแต่คนก็ต้องพยายามช่วยกันคิดว่าจะช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างไร”

เท่าที่รู้มาว่าสับปะรดที่ส่งโรงงาน กับสับปะรดที่เรารับประทานเนื้อ เป็นคนละอันกันใช่มั้ย
“ใช่ครับ จริงๆ แล้วที่เป็นปัญหามากก็คือสับปะรดที่ส่งออกนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าโรงงานด้วย ก็จะเป็นปัญหาอีกครับ”

ทิ้งท้ายรายการ
“กลับไปเรื่องตอนเราเริ่มต้นนะครับ เราหวังว่าจะมีข่าวดีโดยเร็วที่สุด แล้วก็ร่วมเป็นกำลังใจกับพี่น้องคนไทยทุกคนครับ ให้ปฏิบัติการณ์ในการช่วยเหลือนี้ประสบความสำเร็จครับ”





บทความอื่นๆ