บทความ

“อภิสิทธิ์” แนะข้อควรคำนึงก่อนถอดบทเรียนถ้ำหลวง - ชื่นชมความเป็นผู้นำของ ผอ.ศอร.
11 ก.ค. 2561

“อภิสิทธิ์” แนะข้อควรคำนึงก่อนถอดบทเรียนถ้ำหลวง - ชื่นชมความเป็นผู้นำของ ผอ.ศอร.


(11 กรกฎาคม 2561) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 กล่าวชื่นชม และขอบคุณในความสำเร็จของการทำงานของทุกฝ่าย ตั้งแต่ระดับสูงจนมาถึงทุกคนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน รวมถึงการที่มิตรประเทศทั้งหลาย หรือตัวแทนจากประเทศต่างๆ ตั้งอกตั้งใจที่อยากจะให้ปฏิบัติการณ์นี้สำเร็จ

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวอีกด้วยว่า ก่อนที่จะถอดบทเรียน ต้องไม่ลืมว่าภารกิจต่อไปก็คือการฟื้นฟูทั้งร่างกาย จิตใจของทั้ง 13 ชีวิต เพราะอย่าลืมว่าหน้าที่สำคัญที่สุดที่เราทำกันมาทั้งหมดก็เพื่อ 13 ชีวิตนี้ อีกทั้งต้องไม่ลืมผู้ที่สูญเสียไป นั่นก็คือความเสียสละของคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แล้วก็เด็กและเยาวชน

โดยนายอภิสิทธิ์ได้ชื่นชมนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.)  ว่าเป็นข้าราชการที่มีความเป็นมืออาชีพ และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี สามารถทำให้สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายไปตามเป้าหมายได้ ขณะเดียวกันการแสดงออกต่อสาธารณะทุกครั้ง สามารถทำให้อารมณ์ของสังคมมีความหวัง มีความมั่นใจ และมีความพอดี  สิ่งที่ท่านทำคือความเป็นมืออาชีพจริงๆ ก็อยากที่จะเห็นข้าราชการจำนวนมากแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพแบบนี้

คำต่อคำ
ตอนนี้เรารอที่จะเห็นการถอดบทเรียนเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง จากมุมมองของคุณอภิสิทธิ์ คิดว่าอะไรเป็นบทเรียนสำคัญของเหตุการณ์นี้

“ผมว่าก่อนอื่นคงต้องแสดงความชื่นชมแล้วก็ขอบคุณในความสำเร็จของการทำงานของทุกฝ่าย ตั้งแต่ระดับสูงจนมาถึงทุกคนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ เพราะว่า 10 กว่าวัน กว่า 2 อาทิตย์ ทั่วโลกนั้นจับตาดูอยู่ แล้วก็เป็นสิ่งที่แสดงออกให้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจกัน รวมถึงการที่มิตรประเทศทั้งหลาย หรือตัวแทนจากประเทศต่างๆ ตั้งอกตั้งใจที่อยากจะให้ปฏิบัติการณ์นี้สำเร็จ

เราต้องไม่ลืมนะครับว่า แม้กระทั่งวันที่เราพบว่าเขาปลอดภัยกันอยู่ ถ้าใครติดตามข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศต่อเนื่อง จะพบว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมองว่าการช่วยเหลือที่จะต้องทำกันต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เสี่ยงมาก แล้วก็เราเองเราก็หวั่นใจกันอยู่ทั้งนั้น เพราะว่าเราก็ไม่แน่ใจกับสถานการณ์ที่มันใหม่ แล้วก็เราก็ต้องอาศัยผู้ที่เขามีความเชี่ยวชาญ แล้วก็อาจจะไม่ได้เคยทำงานด้วยกันมาก่อน แต่ในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงศักยภาพเวลาที่ทุกคนมีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจมีเป้าหมายเดียวกัน ตรงนี้มันน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในแง่ของกำลังใจที่ทุกฝ่ายควรจะได้รับ

ส่วนก่อนที่จะไปถอดบทเรียนนั้น ก็ต้องไม่ลืมว่าภารกิจต่อไปก็คือการฟื้นฟูทั้งร่างกาย จิตใจของทั้ง 13 ชีวิต แล้วก็หลังจากนั้นก็ต้องอยากให้คิดถึงทั้ง 13 ชีวิตนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าเขาจะต้องเผชิญ ผมก็ไม่ไปโทษใครหรอกครับ แต่ว่าผมรู้ว่าเขาจะต้องเผชิญกับความสนใจ แรงกดดันที่ยังคงไม่จบง่ายๆ ก็อยากให้ใครจะทำอะไรก็คำนึงถึงเขา คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของเขาด้วย เพราะว่าผมก็เข้าใจดีว่า ทั่วโลกอยากจะรู้ทั้งนั้น มีอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากรู้ ถึงขั้นที่ว่า รู้สึกว่าจะมีการมาทำภาพยนตร์ ถึงขั้นที่ว่าจะมีอะไรอีกหลายต่อหลายอย่าง

แต่ว่าอย่าลืมว่าตรงนี้ยังเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดที่เราทำกันมาทั้งหมดก็เพื่อ 13 ชีวิตนี้ แล้วก็สิ่งที่เราได้ในแง่ของการแสดงออกทั้งความร่วมมือ ความสามารถในการจัดระบบการช่วยเหลือ แล้วก็ทำให้เกิดชื่อเสียงขึ้นสำหรับประเทศไทย อันนั้นเป็นสิ่งที่ตามมา ส่วนในรายละเอียดนั้น ผมว่าถ้าจะมีจุดไหนซึ่งอาจจะขัดข้องอะไรกันบ้าง ผมว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่นะครับ เพราะว่าเท่าที่ดูโดยรวมทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี

แล้วก็เราก็ต้องไม่ลืมผู้ที่สูญเสียไปด้วย ที่ได้เสียสละ นั่นก็คือความเสียสละของคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แล้วก็เด็กและเยาวชน”

คุณอภิสิทธิ์มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อตลอดเวลา ครั้งนี้สื่อถูกเปรียบเทียบระหว่างสื่อไทย สื่อเทศ การทำงาน หรือดราม่าที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย การทำงานของสื่อไทยที่ก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเช่นกัน คุณอภิสิทธิ์อยากให้ข้อคิดอย่างไรบ้าง

“สื่อเขาก็แข่งขันนะ แล้วก็เขาก็พยายามที่จะตอบสนองสิ่งที่เขาคิดว่าคนอยากจะรู้ แต่ว่าบางทีค่านิยม วัฒนธรรม เส้นแบ่งว่าแค่ไหนอย่างไร แต่ละสังคมก็ไม่เหมือนกัน แล้วก็แต่ละสถานการณ์ก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นบางทีอาจจะมีล้ำเส้นไปบ้าง แต่ดูเหมือนว่าพอมีปฏิกิริยาจากสังคมเรื่องก็เหมือนกับจบไปอย่างรวดเร็ว ทีนี้ก็คงจะต้องดูต่อไปเพราะว่าหลังจากนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อน้องๆ เขาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว แล้วก็ต้องพยายามที่จะกลับเข้ามาสู่การใช้ชีวิตในสังคมตามปกติ ผมว่าความอยากรู้ของสังคมมันคงยังไม่จบหรอก และสื่อก็คงต้องพยายามที่จะไปแสวงหาแง่มุมต่างๆ ติดตรงนี้เท่านั้นเองที่ผมเป็นห่วง
แต่ความจริงคนที่ปฏิบัติการณ์อะไรต่างๆ ผมว่าตรงนี้สื่อทำได้เต็มที่เลยนะครับ เพราะว่าผมเชื่อว่าคนเหล่านั้นจะมีแง่มุมดีๆ ที่มาบอกได้ แล้วก็อาจจะไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นแรงกดดันอะไรมากเกินไปนัก”

พูดถึงคนที่ปฏิบัติงาน และคนที่เป็นคนบัญชาการ และได้รับเสียงชื่นชมก็คือ ผบ.ศอร. และเป็นอดีตผู้ว่าฯ เชียงราย ให้คุณอภิสิทธิ์พูดถึงการเป็นผู้นำของเขาในครั้งนี้
“ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม สำหรับผมก็มีความรู้สึกว่ามีกำลังใจนะครับว่าเรามีข้าราชการที่มีความเป็นมืออาชีพ แล้วก็ท่านก็ปฏิบัติหน้าที่ของท่านได้อย่างดี ไม่เพียงแต่สามารถที่จะเป็นผู้นำที่จะต้องประสานงานกับทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งอาสาสมัคร ต้องแข่งขัน หรือถูกท้าทายโดยทั้งเรื่องดินฟ้าอากาศ สภาวะแวดล้อม แต่ว่าท่านสามารถที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายไปตามเป้าหมายได้

แล้วก็ขณะเดียวกันในการแสดงออกต่อสาธารณะทุกครั้ง สามารถทำให้อารมณ์ของสังคมมีความหวัง มีความมั่นใจ แล้วก็มีความพอดี ก็ต้องยกย่องว่าแสดงออกให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของข้าราชการที่ดี แม้กระทั่งพูดตามตรงพอสักพักนึงคนก็มาทราบว่าท่านนั้นถูกโยกย้าย ท่านก็ไม่เคยเอาเรื่องแบบนี้มาพูดในลักษณะที่จะไปกระทบกับสิ่งที่ท่านทำ อันนี้คือความเป็นมืออาชีพจริงๆ ครับ เราก็อยากที่จะเห็นข้าราชการจำนวนมากแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพแบบนี้”

ทำให้มีกระแสในสังคมด้วยว่าอยากให้มาเป็นผู้ว่าฯ กทม. หรืออยากให้มารับตำแหน่งนายกฯ มันสะท้อนอะไรกับระบบราชการ หรือการทำงานของหน่วยงานภาครัฐบ้าง
“ผมว่ามันสะท้อนชัดเจนว่าสังคมอยากเห็นคนที่เขามองว่าทำงานตอบโจทย์ได้ ทำงานแบบตรงไปตรงมา ทำงานแบบไม่มีผลประโยชน์ มีสิ่งที่สังคมต้องการในทางการเมืองไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ตาม”

ในฐานะนักการเมืองเอง ก็มีการพูดถึงว่าอยากเอานักการเมืองเข้าไปในถ้ำบ้าง ใกล้เลือกตั้งแล้วภาพมองนักการเมืองยังไม่ค่อยบวกสักเท่าไหร่เลย
“ไม่บวกหรอกครับ ก็ไม่บวก เพราะว่ามันก็มีพฤติกรรมหลายอย่างในอดีต และแม้กระทั่งข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับที่เราใช้คำว่าดูดในปัจจุบัน มันก็มีแต่สะท้อนภาพเชิงลบของนักการเมืองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมถึงได้ย้ำหลายครั้งว่า ภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยของรัฐบาลหลังการเลือกตั้งคือการกอบกู้ศรัทธาที่คนพึงจะมีต่อการเมือง ซึ่งมันคงไม่ใช่แค่ผลงานอย่างเดียว แต่มันหมายถึงท่วงทำนองการแสดงออกหรือการที่จะทำให้คนมองว่าการปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ทางการเมืองมันเปลี่ยนไปแล้ว”

มีการพูดถึงการเลือก กกต. รอบใหม่ คุณอภิสิทธิ์มีความเห็นอย่างไรกับขั้นตอนนี้
“ตอนนี้อยู่ในขั้นที่ สนช. จะต้องให้ความเห็นชอบไม่ใช่เหรอครับ ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการนั้น เพียงแต่ว่ามันไปมีการคาดการณ์กันเอาเองเพราะจากเหตุที่มันเคยเกิดขึ้น ใช่มั้ยว่าเคยมีการปฏิเสธทั้งหมด แล้วก็ตอนนี้ก็มีการพูดถึงว่า เอ๊ะ มันจะนำไปสู่ช่องที่เขาเปิดเอาไว้หรือไม่ ในเรื่องของการที่จะไปทาบทามอะไรต่างๆ

ผมก็เพียงแต่ย้ำนะครับว่าผู้ที่จะต้องใช้อำนาจพิจารณาตรงนี้ก็ต้องคิดถึงสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือว่าการเมืองในอนาคตที่เราอยากจะเห็น ขั้นแรกเลยที่จะไปสู่การเมืองที่ดีขึ้นนี้ มันหนีไม่พ้นการมีการเลือกตั้งที่คนมั่นใจว่าสุจริต เที่ยงธรรม หรือเสรีและเป็นธรรม ซึ่งเรามีหน้าที่สำคัญมาก มีบทบาทสำคัญมากตรงนี้ เพราะฉะนั้นต้องคำนึงถึงตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของคนที่จะเข้าไปทำงาน รวมไปถึงกระบวนการของการได้มา ที่ทำให้คนมั่นใจได้ว่าตรงนี้คือความเป็นอิสระ คือความเป็นกลาง คือสิ่งที่จะทำให้การเมืองมันเริ่มต้นได้ดี”

ถ้ามันเป็นการไปสู่การทาบทามจริงๆ มันจะมีผลอย่างไรบ้าง
“ปัญหาตอนนี้ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเจตนาดีอย่างไร มันเกิดขึ้นจากการที่ต้องบอกตรงๆ ว่ากติกาทั้งหลายที่เขียนกันมาทั้งหมดนี้ มันเคยอยู่บนสมมติฐานทำนองว่า ผู้ที่มีอำนาจในปัจจุบัน หรือ คสช. จะไม่เข้ามาเป็นผู้เล่นในการเลือกตั้ง แต่ว่าขณะนี้มีแต่การคาดการณ์ว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว จะมีการเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการการเลือกตั้งของผู้มีอำนาจ ตรงนี้มันจึงทำให้โจทย์ยากขึ้นไงครับว่า แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนมั่นใจได้ว่าถ้าผู้มีอำนาจในปัจจุบันมาเกี่ยวข้องกับการเลือก หรือการที่สามารถที่จะไปให้คุณ ให้โทษ กับ กกต. ได้ แล้วความเป็นกลางอะไรต่างๆ จะใช่หรือไม่อย่างไร นั้นแหละครับที่น่าเป็นห่วงคือตรงนั้นครับ”

มีความคืบหน้าของสถาบันพลเมืองภิวัฒน์
“สถาบันนี้ก็ตั้งขึ้นมาในสังกัดของมูลนิธิควง อภัยวงศ์ ก็เรียนให้ทราบว่ามูลนิธิควง อภัยวงศ์ก็ตั้งมา 30 กว่าปีแล้ว ตั้งขึ้นมาก็เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านอดีตนายกฯ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็วัตถุประสงค์ตั้งแต่เริ่มต้นก็เป็นเรื่องของการศึกษา เรื่องของการที่จะช่วยพัฒนาในเรื่องของกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ ประโยชน์ส่วนรวม เพียงแต่ว่าในช่วงแรกๆ ก็ทำในเรื่องสาธารณกุศล ให้ทุนการศึกษา ประมาณซัก 4 - 5 ปีที่แล้ว คณะกรรมการซึ่งมีผมเป็นรองประธานอยู่ ก็มีความคิดว่าอยากจะเห็นมูลนิธินี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง คล้ายๆ กับหลายมูลนิธิในต่างประเทศ ที่เขามีลักษณะเป็น ภาษาอังกฤษเรียกว่า Think Tank หรือว่าเป็นสถาบันทางวิจัยบ้าง แล้วก็สามารถที่จะอบรมในเรื่องของความเป็นพลเมือง เพื่อสนับสนุนให้กระบวนการต่างๆ ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มันดีขึ้น

เพราะฉะนั้นตอนนั้นเราก็เริ่มต้นจากการตั้งสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ที่มีตัวย่อภาษาอังกฤษว่า FIT ดร.สุรินทร์ ท่านก็มาเป็นผู้อำนวยการแล้วก็เขาก็ทำงานด้านวิจัยในเชิงนโยบาย ทำเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ผลงานเขาก็ทำเรื่องเด็กประถมวัย เรื่องทักษะ แรงงาน ตอนนี้กำลังดูเรื่องนโยบายเกี่ยวกับคนพิการ ซึ่งก็เป็นประโยชน์

แต่ว่าอีกด้านหนึ่งก็คืออยากจะให้มีสถาบันที่มาทำในเชิงของการให้การศึกษาให้ความรู้ ซึ่งอาจจะเป็นตั้งแต่คนที่สนอกสนใจจะทำงานเพื่อส่วนรวม ไปจนถึงประชาชนธรรมดา ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคมมากขึ้น ก็เลยเป็นความคิดที่ตั้งศูนย์ศึกษาพลเมืองภิวัฒน์ขึ้นมา”

มีคุณกษิต เป็นผอ.
“ครับ เพราะว่าคุณกษิต บังเอิญหลังจากที่มีการรัฐประหาร ไปเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูป แล้วก็เป็นผู้ที่เสนอในสภาว่าจะต้องให้ความสำคัญ กับเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมการเมือง โครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองต่างๆ ท่านก็เลยบอกว่า เอาละไม่รู้ว่ารัฐบาล หรือผู้มีหน้าที่ใครจะทำตรงนี้ต่อหรือไม่ ท่านบอกท่านอยากจะมาช่วยแล้วก็ทางมูลนิธิอยากจะทำงานอย่างนี้อยู่แล้ว ท่านก็อาสาตัวเข้ามา อันนี้ก็เลยเป็นที่มาของการเปิดตัวเมื่อวานนี้”

เรื่องไพรมารีโหวต ตอนนี้มีอะไรติดขัดหรือไม่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์
“ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิมนะครับ เราก็รอว่ามีการปลดล็อค คลายล็อคตรงไหนเมื่อไหร่ เราก็จะเริ่มทำ คือผมทำงานอยู่บนสมมติฐานว่าถ้ากฎหมายเขียนไว้อย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้นให้ได้ และเราก็อยากจะทำให้มันเป็นไปตามเจตนารมณ์ ก็จะทำให้ดีที่สุด แต่ว่าบางเรื่องก็ มันอยู่ที่ผู้มีอำนาจเขาว่าเขาจะอนุญาตหรือจะคลายล็อคเมื่อไหร่ ซึ่งอันนี้เราไปกำหนดไม่ได้ ก็ได้แต่เตรียมความพร้อมเท่านั้นเองครับ”

ถามถึงงานวันเกิดคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่คุณอภิสิทธิ์ไปร่วมงานชื่นมื่น
“ครับ ผมก็บอกแล้วบอกว่า ผมกับคุณสุเทพทำงานกันมายาวนานนะครับ จริงๆ ก่อนผมเข้าการเมืองอีกนะครับ ผมก็ได้มีโอกาสคุ้นเคยกับท่าน เพราะว่าพอผมมาช่วยงาน หรือติดตามคุณชวน คุณสุเทพเคยเป็นเลขาคุณชวน ก็เรียนรู้อะไรจากท่าน ทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ผมบอกมาถึงวันนี้ความสัมพันธ์ส่วนตัวก็ต้องเหมือนเดิม เมื่อเจอท่านผมก็ไปอวยพรท่าน แต่การเมืองเมื่อท่านได้ตัดสินใจว่าจะไปสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา แนวคิดบางอย่างแตกต่างกันไป ก็ไม่เป็นไรครับ ก็ว่ากันไป ไม่มีอะไรที่จะต้องไปเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ส่วนตัวที่เคยมีอยู่”

อวยพรวันเกิดคุณสุเทพว่าอย่างไรบ้าง
“ก็ให้ท่านมีความเข้มแข็งครับ แล้วก็มีพลังที่จะทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม”

วิจารณ์พลังดูดกันมั้ย
“อ๋อ มีแต่แซวกันนะครับ แซวกันธรรมดา ผู้สื่อข่าวก็คงอยากจะแซวอยู่ด้วย ธรรมดาครับ”

เห็นบอกว่า ถ้าจะอะไรอย่างไรจะทำบัญชีส่งไปให้
“ก็แซวกันนะครับ เห็นนักข่าวอยู่เยอะ นักข่าวก็จะเริ่มถามว่าคนนั้นอยู่กับใคร คนนี้อยู่กับใคร บอกเดี๋ยวผมทำบัญชีไปให้ก็แล้วกันนะ จะได้หยุดถาม (หัวเราะ)”

เห็น Joke อันนึงที่บอกว่า Theresa May โทรหา IKEA “I need a cabinet” ที่แปลว่าตู้ หรือ ครม. ก็ได้
“แต่ผมนึกว่าผู้จัดการทีมอังกฤษไปได้ตู้สำหรับเตรียมใส่ถ้วยบอลโลกไว้แล้ว ตอนเขี่ยสวีเดนออกไป”

คืนนี้อังกฤษ กับโครเอเชีย
“ไม่ทราบหรอกครับ ผมว่าสูสีครับ”

ถ้าอังกฤษชนะแชมป์โลกที่รัสเซีย จะมีนัยยะทางการเมืองอย่างไร เพราะยิ่งตึงๆ กันอยู่เรื่องสายลับ
“แหม ผมว่านัยยะทางการเมืองมันก็เกิดไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ โครเอเชียนี่แหละครับชนะรัสเซียรอบที่แล้ว แล้วก็ไปมีเรื่องที่ผู้ช่วยโค้ช กับกองหลังใช่มั้ย ไปโพสต์ข้อความว่าชัยชนะนั้นสำหรับ Dynamo Kyiv กับยูเครน ก็เป็นเรื่องไปแล้ว”

Boris Johnson ตกลงแล้วเขาอย่างไร คือ Theresa May เหมือนกับประหลาดใจเล็กน้อยตอนที่ลาออกไปตาม David Davis ตกลงแล้วเขาเป็น Backstabber หรือเปล่า เป็นเพื่อนกับคุณอภิสิทธิ์ด้วย

“แหม เพื่อนผมนี่ คนนี้ก็มี จะบอกว่ามีลักษณะพิเศษ หรือมีกรรมอย่างหนึ่งผมไม่ทราบนะครับ คือจะทำอะไรก็ตามก็จะมีคนจำนวนนึงมองว่า เอ๊ะ มันเป็นเรื่องของการฉกฉวยโอกาสหรือเปล่า ฉะนั้นจังหวะเวลาที่เขาขยับทุกครั้งเกี่ยวกับเรื่อง Brexit ก็ถูกตีความอย่างนั้นมาโดยตลอด แต่ว่าในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ทาง Theresa May กำลังวางแผนเกี่ยวกับเรื่อง Brexit แนวหลายอย่างมันคงไม่เป็นที่พอใจของคนที่เคยลงคะแนนให้ออกจากสหภาพยุโรป

ทีนี้เพื่อนผมเขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขาเป็นคนที่เคยเป็นผู้นำของฝ่ายที่ออกจากสหภาพยุโรป ผมว่าที่เขาเขียนมันก็ฟังได้นะครับว่า ในเมื่อสิ่งที่ทำนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยเป็นผู้นำในการเรียกร้อง ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดว่าคนที่ไปลงคะแนนต้องการ จะให้เขาร่วมรับผิดชอบกับแผนตรงนี้ต่อไป เพราะว่าถ้าอยู่ในคณะรัฐมนตรีก็ต้องร่วมรับผิดชอบ แถมการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังต้องไปชี้แจง หรือไปสนับสนุนจุดยืนนี้ต่อประเทศอื่นๆ ด้วย เขาก็บอกเขาไม่อยู่ในฐานะที่จะทำได้ มันก็ฟังได้นะครับ แต่ว่าผมว่าคนก็อดคิดไม่ได้หรอกว่ามันมีเรื่องการเมืองอยู่ด้วยหรือเปล่า เพราะว่าพอเขาทำอย่างนี้ก็มีแต่จะทำให้ฐานะของนายกรัฐมนตรีสั่นคลอน แล้วทุกคนก็เข้าใจดีว่า Boris ก็เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค หรือจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี”

แต่เขาก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ว่าจะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือเปล่า
“ใช่ครับ ความจริงถ้าดูไปแล้วโอกาสเขาวันนี้ก็ไม่ได้ดีอย่างชัดเจนนัก มี ส.ส.ในพรรคอนุรักษ์นิยมที่อยู่ในฝ่ายที่สนับสนุน Brexit ที่ขณะนี้น่าจะมีความนิยมในหมู่ ส.ส. หรือสมาชิกพรรค มากกว่าเขาอยู่ ก็ 2 – 3 คน”

เรื่อง Brexit ตอนนี้จะส่งผลอย่างไรต่อสหราชอาณาจักร และ EU
“ความจริงพอคนมาสนใจเรื่องว่า เอ๊ะ มันจะส่งผลต่อสถานะของนายกฯ หรือใครจะมาเป็นนายกฯ มั้ย ก็เลยลืมไปเหมือนกันบอกว่า เอ๊ะ แล้วตกลงขณะนี้มันมีทางเลือกอื่นมั้ย ในแง่ของการเจรจา Brexit ผมเข้าใจว่ารัฐบาลอังกฤษเอง ที่มันมีปัญหามากก็คือว่า ถ้าอยากจะตอบสนองคนที่ลงคะแนนให้ออกจากสหภาพยุโรป ก็ต้องไปในสูตรที่เขาเรียกว่า Hard Brexit ก็คือมันต้องชัดเจนว่าไม่อยู่ ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎตรงนั้นตรงนี้อะไรต่างๆ ทีนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดที่มันตอบยากก็คือว่า พอทำอย่างนั้นแล้วมันจะต้องมีปัญหาว่าจะต้องมีพรมแดนที่ไอร์แลนด์ ซึ่งไปกระทบกับกระบวนการสันติภาพที่ทำมาทั้งหมด ตรงนี้ที่ผมว่ามันเป็นโจทย์ที่ยากมาก แล้วก็เข้าใจว่ามันเป็นแรงกดดันอันหนึ่งที่ทำให้เวลารัฐบาล ไปเจรจาถึงยังจะต้องคงความสัมพันธ์ไว้หลายอย่าง แต่ว่าถามว่าตัวแผนที่ทำอยู่ขณะนี้เหมือนกับประนีประนอม ยังอยู่กับสหภาพยุโรปมากเกินไปหรือไม่นั้น ผมว่าสำหรับคนที่อยากจะ คือคนที่ไปลงคะแนนเพราะอยากจะเห็นอังกฤษออกกฎหมายเองได้ ไม่ต้องติดกับกฎเกณฑ์ ไม่เอาเรื่องของการเคลื่อนย้ายของคนข้ามพรมแดน เขาไม่มีทางพอใจอยู่แล้ว แต่ว่าสถานการณ์มันแปลกตั้งแต่ต้นนะครับ เพราะอย่าลืมว่า พอมีประชามติว่าจะออกจากสหภาพยุโรป พรรคอนุรักษ์นิยมกลับไปเลือกคนที่เคยอยู่ในฝ่ายที่บอกให้อยู่มาเป็นคนพาออก (คือ Theresa May) ผมว่ามันก็เลยมีความไม่สนิมใจมาโดยตลอด เพราะว่าผมเคยเห็น Theresa May ถูกสัมภาษณ์ทางวิทยุ แต่ก็สักพักนึงแล้ว ถามว่าถ้าวันนี้มีประชามติอีกรอบจะลงคะแนนอย่างไร Theresa May ไม่ตอบนะครับ ตอบแต่เพียงว่าจะทำหน้าที่ในการพาออกให้ดีที่สุด (เพราะเธอไม่ได้อยากออกอยู่แล้วตั้งแต่แรก) ก็นั่นแหละครับ ผมว่าตรงนี้มันคือความที่มันอยู่ในใจของคนจำนวนมาก”

ทิ้งท้าย เรื่องที่ภูเก็ต และน้ำท่วมที่ญี่ปุ่น
“ญี่ปุ่นก่อนนะครับ ก็คงต้องแสดงความเสียใจ แล้วก็ผมว่าเราก็เป็นมิตรประเทศก็ควรที่จะดูว่าเราจะสามารถที่จะให้กำลังใจ หรือสนับสนุนช่วยเหลือเขาได้อย่างไร เพราะว่าในอดีตเราก็เคยทำ แม้ว่าเขาอาจจะมีความพร้อมมากกว่าเรา หรืออย่างไรก็ตาม แต่การแสดงน้ำใจก็เป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกันนะครับเหตุที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ต การทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมเขามีความมั่นใจว่าเราเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น อาจจะยังจะต้องค้นหา การที่จะต้องดูแลผู้ป่วย การที่จะดูแลครอบครัวที่สูญเสียไปจนถึงว่าหาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ว่ามันมีความผิดพลาด หรือควรจะมีความรับผิดชอบตรงไหนอย่างไร ก็จะเป็นวิธีการที่จะทำให้รักษาความเชื่อมั่นไว้ได้ครับ”





บทความอื่นๆ