บทความ

“อภิสิทธิ์” ไม่ตื่นเต้นปลดล็อค – คลายล็อค เพราะรีมิกซ์แล้วหลายรอบ
29 ส.ค. 2561

“อภิสิทธิ์” ไม่ตื่นเต้นปลดล็อค – คลายล็อค เพราะรีมิกซ์แล้วหลายรอบ


(29 สิงหาคม 2561) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 กล่าวถึงกรณีที่มีแนวคิดจะใช้มาตรา 44 ไปช่วยเรื่องไพรมารีโหวต นั้นว่า สิ่งที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ คือการแบ่งเขตเลือกตั้ง หากไปรอ 3 เดือนหลังจากประกาศใช้กฎหมายแล้วเพิ่งไปแบ่งเขตนั้น ยุ่งแน่ เพราะระบบพรรคการเมืองจะรวน ส่วนการจะทำไพรมารี ถ้าไม่รู้เขตเลือกตั้งก็จะเดินไม่ได้ ถัดมาก็เป็นเรื่องการให้พรรคไปหาสมาชิก เพื่อจะนำไปสู่การจัดตั้งสาขาให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด แล้วจะต้องไปแก้ไขข้อบังคับ ซึ่งหมายถึงการประชุมใหญ่พรรค สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องหลักๆ ที่ต้องทำ ก็คงต้องรอจนกว่าจะมีการประกาศใช้กฎหมายเลือกตั้ง

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังระบุอีกด้วยว่า ตนไม่มีความรู้สึกจะมีอะไรตื่นเต้นแล้ว มันย่ำอยู่กับที่มานานแล้ว เสียดายโอกาส เสียดายเวลาว่า เราอยากให้พรรคการเมืองทำสิ่งเหล่านี้ให้เสร็จเร็วที่สุด แล้วเวลาที่จะไปสู่การเลือกตั้งจะได้มาพูดกันเรื่องที่เป็นปัญหาของประเทศเป็นหลัก ไม่ต้องไปกังวลกับเรื่องภายใน การบริหารจัดการเหล่านี้ ซึ่งตนมั่นใจมาตลอดว่าการที่จะให้พรรคการเมืองไปทำสิ่งเหล่านี้ ไม่ไปกระทบกับความมั่นคง หรือความสงบเรียบร้อย

คำต่อคำ
นอกจาก REM แล้ว ฝั่งอเมริกา มีศิลปินที่โปรดปรานมั้ย Michael Jackson โอเคมั้ย
“ทำไมถึงมาถามเรื่องนี้ครับ”

วันนี้วันเกิด Michael Jackson ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่
“ผมเพิ่งเขียนในไลน์แอดของผมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าผมเพิ่งดีใจกับ Eagles เพราะว่าเขาขายอัลบัมชุด Greatest Hits 1971-1975 ยอดขายแซง Thriller ไปแล้ว เป็นอัลบัมที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ Michael Jackson ก็ชอบครับ”

Thriller เลย การเมืองวันนี้ ปลดล็อค – ไม่ปลดล็อค เป็น Thriller อีกเรื่องนึงได้เลย ตกลงไม่ปลด แต่คลาย
“ผมไม่ค่อยแน่ใจว่ามัน Thriller หรือเปล่า รู้สึกมัน Remix มาหลายรอบ”

“ก็ต้องรอครับ เพราะว่าทั้งหมดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่ากฎหมายเลือกตั้งจะประกาศใช้เพราะเขาก็ยังยืนอยู่จุดเดิม แล้วก็ที่ประชุมหารือเป็นการภายในก็ยังไม่ค่อยชัดเจนนักว่าที่จะบอกว่าให้ทำบางอย่างได้ จะประกอบไปด้วยอะไร แล้วจะมีการแก้กติกาอย่างไร แต่ฟังดูเหมือนกับว่าแนวคิดเรื่องการทำการหยั่งเสียงเบื้องต้น หรือ Primary คงจะไม่ได้ทำแบบที่ สนช. เขียนกฎหมายไว้แล้ว”

ที่บอกว่ามีแนวคิดจะใช้มาตรา 44 ไปช่วยเรื่อง Primary Vote จะมีความเป็นไปได้หรือไม่
“คืออย่างที่เคยคุยกันมาหลายครั้ง ผมว่าสิ่งที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ คือการแบ่งเขตเลือกตั้ง ถ้าไปรอให้กฎหมายบังคับใช้ คือ 3 เดือนหลังจากประกาศใช้ แล้วเพิ่งไปแบ่งเขตนั้น ยุ่งแน่ เพราะระบบพรรคการเมืองก็จะรวน เนื่องจากว่ากฎหมายพรรคการเมืองกำหนดให้ที่อยู่ของสมาชิกนั้นเป็นฐานของการที่จะจัดตั้งสาขา ซึ่งจะต้องมีเป็นโดยเฉพาะก็คือ ส่วนใหญ่ก็อาจจะมีการตั้งสาขาที่จะต้องรับผิดชอบดูแลเป็นเขตเลือกตั้ง แถมที่ไหนไม่มีสาขา ถ้ามีสมาชิกเยอะ เขายังให้มีตัวแทนพรรคประจำเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นด้วย

แล้วก็แน่นอนที่สุดจะเลือกตั้ง จะทำ Primary ถ้าไม่รู้เขตเลือกตั้งมันเดินไม่ได้ เพราะฉะนั้นจริงๆ เร่งด่วนที่สุดคือทำอย่างไรให้กระบวนการของการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีการไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง เดินได้เร็วที่สุด
ถัดมาก็เป็นเรื่องของการที่จะให้พรรคไปหาสมาชิก เพื่อจะนำไปสู่การจัดตั้งสาขาให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด แล้วก็จะต้องไปแก้ไขข้อบังคับ ซึ่งหมายถึงการประชุมใหญ่ นี่ก็เป็นเรื่องหลักๆ ที่ต้องทำ ก็คงต้องรอละครับ จนกว่าจะมีการประกาศใช้กฎหมายเลือกตั้ง

ผมก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่ามันมีอะไรตื่นเต้นแล้วนะ ผมมีความรู้สึกว่ามันย่ำอยู่กับที่มานานแล้ว แล้วก็เสียดายโอกาส เสียดายเวลาว่า จริงๆ ผมเคยพูดมานานแล้วว่า เราอยากให้พรรคการเมืองทำสิ่งเหล่านี้ให้มันเสร็จเร็วที่สุด แล้วก็เวลาที่จะไปสู่การเลือกตั้ง มันจะได้มาพูดกันเรื่องที่เป็นปัญหาของประเทศเป็นหลัก ไม่ต้องไปกังวลกับเรื่องภายใน การบริหารจัดการเหล่านี้ แล้วก็ผมก็มั่นใจมาตลอดว่า การที่จะให้พรรคการเมืองไปทำสิ่งเหล่านี้ มันไม่ไปกระทบกับความมั่นคง หรือความสงบเรียบร้อยหรอก”

ทางคุณวิษณุ ออกมาพูดถึงเรื่องกรอบเวลาว่า ควรจะได้ทำอะไรตรงไหนอย่างไร ณ ตอนนี้ก็ยังหาเสียงไม่ได้ เพราะยังไม่รู้วันเลือกตั้งชัดเจน หรืออย่างไร
“คือคำว่าหาเสียงนั้นมันก็เป็นคำหลวมๆ นะครับ ผมก็ไม่แน่ใจ บางกลุ่มก็ทำอยู่นี้หาเสียงมั้ย ที่รัฐบาล รัฐมนตรีบางท่านทำอยู่ หาเสียงมั้ย จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องอย่างที่ผมบอกครับว่า การเมืองมันไม่ต้องมีอะไรไปกลัวหรอก การเมืองที่มันอยู่ในระบบ ถ้าให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองไป มันก็จะทำให้ทุกอย่างมันเดินไปแบบปกติ

ส่วนการเมืองที่จะไปมีความวุ่นวายนั้น มันเป็นเรื่องที่มันไม่ควรจะเกิด เป็นเรื่องที่ผิดปกติ ซึ่งผมก็คิดว่าทุกฝ่ายก็มีบทเรียนพอสมควรจากช่วงที่ผ่านมา แล้วใครที่มีเจตนาที่จะอยากให้เกิดความวุ่นวาย ความรุนแรง ผมว่าเขาก็ไม่สนับสนุนการเมืองในระบบปกติเท่าไหร่อยู่แล้ว แล้วก็อย่าไปสร้างเงื่อนไขให้มันเกิดขึ้น เราก็จะได้ไม่ต้องมาวิตกกังวลกันว่า เอ๊ะ ถ้าปลดล็อคแล้วจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผมมองไม่เห็นนะครับว่า มีพรรคการเมืองไหนที่ไม่อยากให้ทุกอย่างมันสงบ เพื่อจะเดินไปสู่การเลือกตั้ง”

ก็พร้อมให้ความร่วมมือใช่มั้ย
“ใช่ครับ คือผมว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่ที่ คสช. บอกมีปัญหานี้ก็ เขาก็อยากเลือกตั้งนะครับ เพราะฉะนั้นเขาก็จะไปทำอะไรให้มันไม่เลือกตั้งนี้เพื่ออะไร”

คุณอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดถึงการคุ้มเข้มการหาเสียงผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยบอกว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ถ้า กกต. จะดูแลให้ดี ทั่วถึง อย่างเป็นธรรม
“ผมก็พูดมาระยะหนึ่งแล้วว่าสมรภูมิการแข่งขัน การสู้รบ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พื้นที่ในโซเชียลมีเดียจะมีความสำคัญมาก แล้วก็จริงๆ เวลาเราพูดถึงปัญหาออนไลน์ มันจะเทียบเคียงได้กับเรื่องพฤติกรรมที่มันเกิดขึ้นข้างนอก หรือออฟไลน์ นั่นแหละ เพียงแต่ว่ามันก็จะมาในรูปแบบที่รวดเร็วขึ้น กระจายเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นคำว่า Fake News ข่าวเท็จ ...” (สายหลุด)

“เมื่อกี้ก็กำลังบอกว่า เพราะฉะนั้นข่าวเท็จ ข่าวปด Fake News มันก็คือการใส่ร้ายนั่นแหละ หรือถ้าการหลอกลวงประชาชนมันก็จะมาในรูปแบบนี้ ยังไม่ทันเลือกตั้งเลย ผมกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็เจอไปหลายเรื่องแล้วนี่ครับ 2 – 3 วันที่ผ่านมา ก็รู้สึกมี อยู่ดีๆ ก็มีมือดีอยากจะส่งข่าวเก่า ตอนที่มีการตั้งเรื่องคดียุบพรรค น่าจะสมัยรัฐบาลก่อนๆ แล้วก็ส่งกันไปทำให้คนเข้าใจว่า อ้าว พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบอะไรทำนองนี้ ซึ่งความจริงคดีนั้นก็ตัดสินจบไปแล้ว ไม่มีประเด็นอะไร

ปัญหาที่ผมคิดก็คืออย่างนี้นะครับว่า ผมอยากให้ กกต. ประเมินให้ดี ความคิดที่จะไปดูแลกำกับใช้กฎหมายกับทุกสิ่งทุกอย่างมันยากมากนะครับ เพราะว่า 1. จะตามทันมั้ย 2. ใครจะเป็นคนวินิจฉัยครับว่า มันเท็จ หรือมันไม่เท็จ”

ตามทันในที่นี้ หมายถึงว่า โซเชียลมีเดียมันไปเร็วมาก ข้อมูลมันเยอะมาก อย่างนี้ใช่มั้ย
“ใช่ครับ แล้วก็ 3. สมมติอยากจะดำเนินการทางกฎหมาย แล้วโดยเฉพาะกฎหมายความผิดว่าด้วยคอมพิวเตอร์ยังเขียนอยู่แบบนี้ จะเล่นงานใครล่ะครับ สมมตินะครับ คุณวารินทร์อยากใส่ร้ายผม ทำข่าวเท็จขึ้นมา ส่งให้คุณชมพูนุช คุณชมพูนุชไม่ได้เชื่อนะ แต่ว่าเป็นห่วง ส่งมาให้ผมบอกช่วยตรวจสอบหน่อย กฎหมายความผิดทางคอมพิวเตอร์แทบไม่แยกแยะเลยนะครับ คนส่งต่อ คนทำ แล้วที่ผ่านมาเห็นมั้ยครับว่า เวลาเราเกิดปัญหาคลิป ตั้งแต่เรื่องใส่ร้ายหมิ่นประมาทกันเอง หรือคลิปซึ่งไม่เหมาะสม หรือคลิปที่บางทีกระทบถึงความมั่นคง ผมยังไม่เห็นมีคดีไหนเลยไปจับต้นตอได้ ส่วนใหญ่ไปเล่นงานเอาก็คือคนที่ไปส่งต่อ ซึ่งบางคนเขาก็อาจจะบอกส่งต่อโดยไม่ได้มีเจตนาที่จะใส่ร้าย หรืออะไร

เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องที่สำคัญกว่านั้น และผมว่า กกต. ควรจะคิดทำโดยเร็ว ก็คือการที่ กกต. ต้องจัดพื้นที่ให้คนเอาข่าวจริงไปแก้ข่าวเท็จได้ สมมติว่า กกต. จะเป็นธุระบอกว่า มีเวปไซต์กลาง พื้นที่กลาง พรรคการเมืองใดถูกใส่ร้าย ถูกกล่าวหา สามารถที่จะเอาสิ่งเหล่านั้นมาชี้แจงได้ ทุกพรรคให้มาอยู่ที่เดียวกันซะ ตรงนี้ผมว่ามันจะเป็นพื้นที่ที่ผู้สื่อข่าวก็ต้องตาม ประชาชนทุกฝ่ายจะมาตาม แต่ถ้าบอกว่าไปร้องเรียน แล้วให้ท่านไปไล่ตามอยู่ว่าใครเป็นต้นตอ ใครส่ง หรือไประงับการส่ง จะทำอย่างไรครับ ที่จะไม่ให้กระทบ คือถ้าจะให้อาจถึงขั้นว่าไปปิด ไปบล็อค ไปอะไรได้ อ้าว แล้วถ้าเกิดสมมติว่า กกต. ไปปิดในสิ่งที่มันไม่ผิดล่ะ เป็นข่าวจริงล่ะ แล้วความเป็นกลางจะสูญเสียมั้ย แล้วอำนาจที่ให้ไปในลักษณะนั้นจะไปละเมิดเสรีภาพมั้ย ในกรณีที่บางข่าวอาจจะเป็นข่าวจริงก็ได้

เพราะฉะนั้นดีกว่าก็คือว่า ส่วนที่มันเป็นความผิดนั้นก็ต้องว่าไปนะ แต่ว่ากระบวนการในการที่จะไปเล่นงานกันทางกฎหมาย ไม่ว่าจะอาญา หรือกฎหมายเลือกตั้ง มันทำไม่ทันกาลหรอก เลือกตั้ง 45 วัน 60 วัน ยากครับ แต่อย่างน้อยต้องมีพื้นที่ที่จะทำให้คนที่ได้รับความเสียหาย สามารถเข้ามาชี้แจงได้ ผมว่าอันนี้ยังเป็นแนวทางที่มีความเป็นจริงมากกว่า อยากให้ กกต. ได้พิจารณาเรื่องนี้จริงจัง แล้วความจริงก็ไม่ต้องรอให้เลือกตั้งนะ ทำไมไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะไหนๆ ตอนนี้ก็มีการกล่าวหากันไปกันมา พาดพิงถึงพรรคการเมืองอยู่แล้ว”

เรื่อง Primary Vote ตกลงคุณอภิสิทธิ์มีความเห็นอย่างไร เพราะคุณอัศวินบอกว่า ทำอย่างนี้ไม่ต้องมี Primary ดีกว่า
“ถ้าบอกว่าให้มีคณะกรรมการพิจารณา หรือสรรหาผู้สมัคร แล้วก็รับฟังความคิดเห็น มันก็คือเหมือนไม่มีนั่นแหละครับ เพราะว่าบทบัญญัติแบบนี้สมัยที่แล้วก็มีนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วก็มี พรรคประชาธิปัตย์ก็ปฏิบัติค่อนข้างเคร่งครัดนะครับ ทุกสาขาพรรคส่งชื่อผู้ที่เขาเห็นว่าสมควรจะลงสมัคร ทั้งในเขตเลือกตั้ง ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อพรรค แล้วก็ผ่านกระบวนการของกรรมการสรรหา แล้วก็เข้ามาสู่กรรมการบริหารพรรค ถึงแม้จะไปบอกว่า ทำเป็นภาค หรือทำเป็นจังหวัดก็เถอะ มันก็ไม่เหมือน Primary หรอก พูดกันตรงๆ ถ้าทำเป็นภาคยิ่งไม่ค่อยมีเหตุผลใหญ่เลย ใครจะเดินทางจากจังหวัดไกลๆ มาที่จุดใดจุดหนึ่งในภาคใดภาคหนึ่งเพื่อที่จะมาลงคะแนนหรืออะไร ก็เป็นไปไม่ได้

เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมต้องถามกลับไปก่อนก็คือว่า ถ้า คสช. เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม เอาละไม่ต้องวันนี้ รอกฎหมายประกาศใช้ก็ได้ แต่ให้เขาทำได้เต็มที่ไปหาสมาชิก ไปหาเพื่อจะนำไปสู่การจัดตั้งสาขา ไปหาผู้สมัคร ผมยืนยันนะครับว่า พรรคการเมืองปฏิบัติได้ Primary นี้ คสช. ต้องอธิบายให้ได้ว่า ที่ไม่ปฏิบัตินี้มันติดขัดอะไร มันติดขัดอะไร แล้วผมก็บอกว่าตรงนี้ ขอให้จับตาดูนะครับว่า ส่วนหนึ่งที่อาจจะไม่อยากทำขึ้นมา มันจะเป็นการเอื้อให้เกิดการดูดหรือเปล่า เพราะมี Primary นี้ การดูดมันไม่สะดวก ถูกมั้ยครับ จะทาบทามกันไป ตกปากรับคำบอก คุณมาอยู่กับผมได้อย่างนั้นอย่างนี้ ต้องไปทำ Primary นะ แล้วก็ถ้าเกิดสมมติจะไปทาบทามใคร เขาบอกเขายังไม่แน่ใจนะจะไป-ไม่ไป มันจะไปไปนาทีสุดท้ายไม่ได้นะ เพราะว่าถ้ามันมี Primary มันก็ต้องมาผ่านกระบวนการของพรรคนึงก่อน ถ้าจะย้ายไปอีกพรรค ก็ต้องไปให้ทันกับกระบวนการ Primary ของพรรคเขา เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ทราบเกี่ยวข้องมั้ยว่าจะไปเอื้อให้เกิดการย้ายพรรคง่ายขึ้น”

มันก็ชวนให้คิดได้
“ครับ เพราะอย่างที่ผมบอกก็คือว่า ขณะนี้ จริงๆ แล้ว ถ้าเกิดเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหาสมาชิก ผมว่าพรรคการเมืองก็ต้องไปหาสมาชิกมาเพียงพอที่จะทำ Primary ตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ขณะนี้เท่าไหร่ครับ ร้อยคนต่อจังหวัด มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น เอาละ กระบวนการ Primary จะสมบูรณ์อย่างที่อยากจะเห็นมั้ย อันนี้ผมพูดมาตั้งแต่ต้นแล้ว บอกว่า ถ้าอยากได้ Primary แบบสมบูรณ์ ควรจะให้ กกต. ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดให้ ให้สมาชิกพรรคเขาลงคะแนนได้ใกล้บ้าน แต่ว่าถ้าทำแบบที่เขียนในกฎหมาย มันก็ยากอยู่ แต่ถามว่าทำได้มั้ย – ทำได้ครับ”

สรุปแล้วรัฐบาล คสช. สนช.  ติดกับตัวเองกันหมดเลยใช่มั้ย
“ผมก็งงอยู่ว่าที่เขียนมา ก็เขียนเอง ที่จะแก้ขึ้นมาก็แก้เอง ตอนนั้นที่มีเรื่องของผู้ตรวจการเลือกตั้งใช่มั้ย แล้วอยู่ดีๆ ก็นึกอยากจะแก้ขึ้นมาเอง ไม่มีหลัก”

ในเงื่อนไขแบบนี้ ถ้าเกิดไม่ใช่วิธีที่เสนอมา ว่าจะกลับไปใช้วิธีที่ กรธ. เสนอไว้ ให้กรรมการบริหารพรรคเลือกกันเอง ยังมีวิธีอื่นอีกมั้ยในข้อจำกัดแบบนี้
“อย่างที่ผมบอกนะครับว่า ถ้าเกิดเขียนแบบเดิม พวกผมก็ต้องปฏิบัติให้ได้ ก็เท่านั้นนะครับ จะไม่ทำก็ผมก็บอกว่าเป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ผมก็สับสน แล้วก็งงอยู่เหมือนกันว่า หลายสิ่งหลายอย่างซึ่งผู้ที่มีความรับผิดชอบในปัจจุบัน พูดมาตลอดว่าต้องการมาเปลี่ยนการเมือง อย่างนั้นอย่างนี้ ต้องการปฏิรูป ไม่อยากให้การเมืองมันเหมือนแบบเดิมๆ พอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ได้สนับสนุนให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลง”

เรื่องกฎหมายเพิ่มโทษใบขับขี่ สุดท้ายนายกฯ ก็ไม่ให้เห็นด้วย
“ดีแล้วครับ เพราะสัปดาห์ที่แล้วก็คุยกัน ผมไม่ได้มองว่าจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพ หรือความปลอดภัยอะไรเลย โดยเฉพาะกรณีที่มีแล้วไม่พกนะครับ ไม่พกแล้วมันขับปลอดภัยน้อยลง หรือเพราะอะไร นอกจากพะวง ขับไปแล้วก็ ใบขับขี่อยู่ไหนเหรอ เลยไม่ปลอดภัย ผมไม่ทราบ แต่ว่าไหนๆ มาถึงจุดนี้แล้ว ก็น่าจะพิจารณาเรื่อง 4.0 ไปเลย บอกว่า ใช้บัตรประชาชนได้มั้ยล่ะ ข้อมูลอยู่ในนั้นไปเลย มีใบขับขี่ ไม่มีใบขับขี่ จะได้ไม่ต้องพกหลายใบ”

เรื่องอื่นๆ คอร์รัปชัน
“ตอนนี้ไม่มีอะไรนะครับ ผมยังมองว่ามาถึงจุดนี้ สิ่งที่อยากเห็นทางผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ คสช. กับรัฐบาลทำมากที่สุด ก็คือจัดระบบการเมืองการเลือกตั้ง เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับประเทศ ความหมายก็คือว่า ทำอย่างไรให้การเลือกตั้ง มันเป็นการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ มันเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต มันเป็นการเลือกตั้งที่ทำให้ประชาชนสามารถมามีส่วนร่วม และกำหนดอนาคตของประเทศได้ ผมว่าตัวนี้จะเป็นตัวที่สำคัญที่สุดแล้วในห้วงเวลานี้”

คุณอภิสิทธิ์เชียรเอเชียนเกมส์บ้างมั้ย
“ก็ติดตามอยู่นะครับ เราก็ถือว่าผลงานก็ดีระดับหนึ่ง เราก็ต้องยอมรับว่า มาถึงยุคนี้แล้ว ถ้าพูดถึงเจ้าเหรียญทองนี่ มันก็ 3 ชาติ 1 – 2 – 3 จีน ญี่ปุ่น เกาหลี คงเจาะยากแล้ว แต่ว่าพอลดหลั่นถัดลงมา ก็อาจจะมี อิหร่าน แล้วก็เกาหลีเหนือ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศใหญ่หน่อย แล้วเราก็ติดอันดับอยู่ประมาณถัดๆ มานี้ ผมก็ถือว่า สมเหตุสมผลนะครับ แล้วก็เป็นกำลังใจให้คนของเรา ในทุกกีฬาครับ”

วันนี้ทางประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย พล.อ.ประวิตร บอกว่าพร้อมสังคายนาทีมฟุตบอลไทย ที่ไปตกรอบแรกเอเชียนเกมส์
“ผลงานตรงนี้ก็ ผมว่าก็เป็นที่ผิดหวังนะครับ แล้วก็ตอนนี้ปัญหาที่มีการถกเถียงอะไรกัน เกี่ยวกับเรื่องของสมาคม ก็อยู่ในความสนใจ ถ้าจะเป็นมีการสะสางจริงก็ดีครับ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่น แล้วก็ความเข้มแข็งในวงการฟุตบอล แล้วก็วงการกีฬา
เรื่องการพัฒนากีฬา คงมีอีกหลายเรื่องที่เราคงจะต้องช่วยกันสนับสนุน ความจริง ผมไม่ทราบทั้ง 2 ท่านก็อาจจะพอรู้ เดี๋ยวนี้วิทยาศาสตร์การกีฬาก็เป็นที่สนใจค่อนข้างเยอะนะ แล้วก็เริ่มมีการเปิดหลักสูตร มีอะไรต่างๆ แล้วก็ความเป็นนักกีฬาอาชีพ ซึ่งสมัยไม่นานมานี้สำหรับคนไทย อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวมาก แบบนี้เป็นสิ่งที่มีคนที่เป็นเยาวชนที่มีความใฝ่ฝันแล้วมองว่ามันเป็นไปได้เยอะขึ้น ผมว่าอันนี้ก็ต้องเป็นทิศทาง ภาพรวมในทางบวก ดังนั้นตัวสมาคมกีฬาทั้งหลายคงต้องพยายามที่จะยกระดับตัวเองขึ้นมาตรงนี้ ซึ่งก็ต้องได้รับการสนับสนุนในหลายๆ เรื่อง”

สุขภาพ สมรรถนะร่างกาย ก็สำคัญ เมื่อเทียบกับต่างประเทศ เราตัวเล็กนิดเดียว
“มันไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายอย่างเดียว ความจริงแล้ว ต้องพูดไปถึงเรื่องของเทคนิคต่างๆ ซึ่งมันเป็นศาสตร์ แล้วก็ตรงนี้เราก็จะทราบ ใครที่มีโอกาสได้ไปเห็น หรือสัมผัสกับต่างประเทศ เขาไปไกลกันมาก เราก็ต้องยกระดับตรงนี้ เพราะว่าที่ผ่านมาในอดีต คนของเรามีพรสวรรค์เป็นพิเศษขึ้นมา ก็ยังมีลุ้นตรงนี้ค่อนข้างมาก แต่ในปัจจุบัน ถ้าเกิดมีความเสียเปรียบในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ตั้งแต่ร่างกาย ถึงเทคนิคหลายอย่างที่เรายังไม่ดีเท่าเขา อันนี้ผมว่าก็จะทำให้มันยาก เพราะฉะนั้นเราต้องมาช่วยกัน แต่ผมเชื่อว่ามันมีความหวัง เพราะว่าผมว่าคนก็มีความสนใจ ใส่ใจเรื่องเหล่านี้มากขึ้น เริ่มเป็นอาชีพ เป็นช่องทางในการที่จะแสวงหาความก้าวหน้า เป็นเป้าหมายในชีวิตของหลายคนมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกันส่งเสริมในเรื่องนี้”

เป็นอาชีพได้เงิน แต่อย่าเอาเงินมาเกี่ยวข้องเป็นธุรกิจกับเรื่องกีฬา เดี๋ยวไปกันใหญ่
“คือเราต้องยอมรับนะครับ ทุกวงการก็แยกธุรกิจไม่ออก แต่ว่าความพอดีอยู่ที่ไหน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรักษาความสมดุลกัน”

ทิ้งท้ายข้อห่วงใยเรื่องน้ำท่วม ปีนี้น้ำเยอะจริงๆ
“ครับ ใช่ครับ เมื่อวานนี้ท่านประธานที่ปรึกษาพรรค คุณชวน ก็ไปเยี่ยมพี่น้องชาวเพชรบุรี ผมยังติดภารกิจอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เป็นกำลังใจให้กับทุกคน มีอะไรที่คิดว่าประชาชนทั่วไป หรือพวกเราจะช่วยได้ผมเชื่อว่าทุกคนพร้อมอยู่แล้ว ผมว่าเรื่องการแสดงออก ความมีน้ำใจ ที่คนไทยให้แก่กัน มีกำลังใจให้แก่กัน แทบไม่ต้องพิสูจน์กันอีกแล้ว ก็เป็นกำลังใจให้ครับ แล้วก็อยากจะให้รัฐบาลได้ติดตามดูแล เพื่อเยียวยาอะไรต่างๆ ให้เรียบร้อย”





บทความอื่นๆ