บทความ

“อภิสิทธิ์” สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว
10 ต.ค. 2561

“อภิสิทธิ์” สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว


คำต่อคำ

ดีใจมั้ยได้เบอร์ 1
“ก็เป็นสีสรรเฉยๆ นะครับ เรื่องของหมายเลขของผู้สมัคร ผมเคยได้เบอร์ 3 มา จริงๆ ต้องบอกอย่างนี้ครับ เป็นครั้งแรกที่ได้เบอร์ 1 เพราะว่าส่วนใหญ่ถ้าจับเองจะไม่ได้ครับ บังเอิญคราวนี้คนอื่นจับเลยได้ครับ”

จับฉลากเอาแล้วใครได้เบอร์ไหน
“ใช่ครับ พอดีเมื่อวันจันทร์ ทางผู้สมัครมา 3 คน พอดีท่านอลงกรณ์อาจจะเอกสารยังไม่ค่อยเรียบร้อยตอนนั้นท่านเลยบอก ไม่เป็นไร ท่านขอเบอร์ 3 ไปเลย มันก็เลยเหลือ 2 เบอร์ ทีนี้คุณหมอมาถึงก่อนผม ผมบอกคุณหมอก็จับเบอร์ก็แล้วกัน ท่านก็จับได้เบอร์ 2 ครับ ผมก็เลยไม่ต้องจับ”

แต่เบอร์ 2 เวลาชู 2 นิ้วก็เป็น Victory เหมือนกัน
“แต่ว่าผมเห็นคนถ่ายรูปทั่วประเทศเขาชูนิ้วโป้งเบอร์เดียวครับ”

ณ ตอนนี้เริ่มที่จะมีการลงพื้นที่กันแล้ว หรือว่าลงพื้นที่กันไปแล้วก่อนหน้านี้
“ก็มีไปบ้างแล้วนะครับ ท่านอื่นก็ลงพื้นที่ไปบ้างแล้ว ผมก็ไปที่หาดใหญ่มาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพราะว่ามีภารกิจที่นัดไว้ล่วงหน้าก่อนหน้านี้ ส่วนที่จะลงพื้นที่แบบต่อเนื่องจริงจัง คงจะเริ่มสัปดาห์สำหรับผมนะครับ”

อธิบายกติกาให้เข้าใจอีกสักครั้ง ที่รณรงค์ว่าคุณมีสิทธิ์จะเลือกหัวหน้าพรรคได้ ในลักษณะของการหยั่งเสียงขั้นตนของการเป็นสมาชิกพรรค
“คนที่จะมีสิทธิ์ ทางกรรมการบริหารได้ตัดสินใจว่า ประกอบไปด้วย 1. คนที่มายืนยันสมาชิกเมื่อเดือนเมษายน 2. คนที่สมัครสมาชิกใหม่ ซึ่งก็จะเปิดถึงวันที่ 15 ก็คือวันจันทร์ที่จะถึงนี้ แล้วก็ 3. คนที่เคยเป็นสมาชิก แต่ไม่ได้มายืนยันในเดือนเมษายน เพราะว่าทางกรรมการบริหารก็ต้องการที่จะเปิดรับความคิดเห็นให้มันกว้างขวางขึ้น แล้วก็บุคคลเหล่านี้ก็ไม่เคยลาออกจากพรรคฯ แต่ต้องมาพ้นจากความเป็นสมาชิกไปด้วยเหตุผลของการถูกคำสั่ง คสช. ทำให้พ้นไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เลยเป็นประเด็นที่เขาตกลงกัน

ส่วนการสมัครสมาชิก็พยายามเปิดหลายช่องทางนะครับ แต่ว่าก็ต้องขออภัยว่าอาจจะมีความไม่สะดวกอยู่บ้าง เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นทางแอพ หรือว่าทางไหนก็ตาม เราก็ต้องพยายามทำให้มันครบถ้วนตามเจตนาของ กกต. เพราะว่าการสมัครสมาชิก ถ้าเป็นกระดาษ ก็ต้องมีสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ทีนี้พอเราใช้แอพ หรือให้ท่านส่งทางอีเมล์ ท่านก็ต้องสามารถที่จะมีรูปยืนยันท่านด้วย อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ต้องกรอกรายละเอียดมา แอพก็กำลังปรับปรุงจากที่ท้วงติงมา เท่าที่ผมทราบ ผมก็เพิ่งพบคนที่ทำแอพโดยบังเอิญเมื่อกี้นี้เอง แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่อาจจะเข้มงวดกวดขันหน่อย ก็คือการโอนเงิน เพราะเราก็ต้องการให้มั่นใจว่าเป็นเงินที่ออกมาจากเจ้าตัวผู้สมัครจริงๆ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นทางคณะกรรมการบริหารถึงได้กำหนดว่า ต้องมีหลักฐานการแสดงการโอนเงินมาจากบัญชีของท่าน จะได้ไม่มีกรณีปัญหา เดี๋ยวมาร้องเรียนกันว่า เอ๊ะ มีใครมาจ่ายเงินให้มาเป็นสมาชิกหรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้น ก็ดำเนินกระบวนการไปนะครับ

ผมก็ชื่นใจนะครับ ผมเห็นมีหลายๆ ท่านเดินทางมาที่พรรคประชาธิปัตย์ บังเอิญผมอยู่พอดี เดินผ่านจุดที่รับสมัครหลายรอบ ก็มาด้วยความตั้งใจนะครับ มาด้วยความดีใจด้วย บอกว่านี่ได้มาสมัครครั้งนี้เพื่อจะได้มีโอกาสมาเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งมันก็ไม่เคยเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อน บรรยากาศก็เป็นไปด้วยดีครับ”

สอดรับกับเจตนารมณ์ที่เขาอยากปฏิรูปการเมืองด้วยใช่มั้ย
“ใช่ครับ เราพูดกันเสมอว่า อยากให้พรรคเป็นของประชาชน อยากได้พรรคเป็นของสมาชิก อยากให้มีการปฏิรูป อยากให้เปิดกว้าง ผมว่านี่ก็เป็นรูปธรรมที่สุดแล้ว ที่เราเห็นในขณะนี้ในประเทศไทยครับ”

ไม่รู้สึกเสียเซลฟ์อะไรเลยใช่มั้ย ว่าเอ๊ะ เราเป็นหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว เหมือนกับมีคนมาตั้งข้อสังเกตว่าเราทำงานไม่ผ่าน ไม่เข้าตา วันก่อนคุณหมอวรงค์ เขามองเป็นลักษณะเหมือนบริษัท
“ผมก็ยืนยันว่าการนำพรรคฯ นี้ ก็มีทั้งคนที่อาจจะเห็นว่ามีข้อดีข้อเสีย เป็นปกติธรรมดา แต่ว่าไปดูสถิติการเลือกตั้ง ก็จะเห็นว่าสัดส่วนคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ สูงที่สุดตั้งแต่มีการเก็บสถิติมา ก็ในยุคผมนี่แหละครับ เพียงแต่ว่ามันอยู่ในสถานการณ์ซึ่งพรรคการเมืองคู่แข่งเขารวบรวมเสียงได้มากกว่า ก็ต้องยอมรับ แล้วก็ไม่ได้หยุดคิด และไม่ได้หยุดที่จะปรับปรุง ก็เป็นเรื่องที่ก็ต้องว่ากันไป ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่เปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคน”

จากที่คุณอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ถึงวันนี้แล้ว อยู่ในการเมืองมาหลายสิบปีแล้ว ไม่ต้องเกรงใจใครแล้ว ขยายความได้มั้ย
“ได้ครับ ผมคิดว่าทุกคนก็เข้าใจดีนะครับว่า ผมเริ่มต้นการเมืองตอนอายุ 27 แล้วก็อยู่ในวงการเมืองมา เวลานี้ก็ 25 – 26 ปี ก็เป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร แต่ว่าสถานการณ์ในการทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคฯ หรือนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา มันเป็นสถานการณ์ซึ่งทำให้มีข้อจำกัดเยอะ อย่างตอนเป็นนายกฯ ก็เป็นนายกฯ ที่เจอกับวิกฤติการเงินโลกที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง ถึงวันนี้ยังสะเทือนไปบางประเทศยังไม่หายเลยนะครับ

แล้วก็อยู่ในสถานการณ์การเมืองที่หลายคนก็คงจำได้ว่ามีการปลุกปั่น ยั่วยุขึ้นมา แล้วก็ทำให้ผมต้องทำหน้าที่ในการประคับประคองสถานการณ์ งานบางอย่างผลักดันออกมาได้ เรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประกันรายได้ หรือว่าการสนับสนุนการทำงานของ อสม. แต่ว่างานหลายเรื่องที่อยากจะทำ แล้วมันต้องอาศัยอีกหลายๆ อย่าง มันก็ยังเดินไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดในขณะนั้น เพราะเราต้องประคับประคอง ต้องมีข้อจำกัดอีกหลายๆ อย่าง

แต่ว่าผมที่ผมบอกว่า วันนี้ผม 54 อยู่มา 26 ปี ผมบอกว่าผมมาทำการเมือง ความจริงผมออกมาจากการเมือง สอนคุณวารินทร์เสร็จนั่นแหละออกมา ผมก็มีความตั้งใจมาก มีความฝันอยู่ว่าผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร ผมก็พยายามผลักดันมาเรื่อยๆ แต่ผมรู้แล้วว่า มาถึงวันนี้ผมเป็นโอกาสที่คนจะหยิบยื่นให้ ก็คงเป็นโอกาสท้ายๆ แล้ว แต่โอกาสสุดท้ายหรือไม่นั้นก็ไม่แน่ แต่ว่ามันหมายความว่า ในเมื่อผมตั้งใจมาสู่การเมืองเพื่อสร้างประเทศไทย สร้างสังคมไทยให้เป็นอย่างที่ผมต้องการ ผมจะไม่มีเวลาเหลือไปมากกว่านี้แล้ว ผมต้องทำให้เสร็จ ผมต้องทำให้ได้

ดังนั้นผมก็จำเป็นที่จะต้องทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้มันบรรลุตามเป้าหมายนั้น แล้วก็ผมก็ทุ่มเท ใช้เวลา 4 ปีที่ผ่านมา ในการที่จะเปิดมุมมอง พบปะผู้คนอย่างกว้างขวาง อย่างที่หลายคนใครที่ติดตามการเคลื่อนไหวของผมก็จะทราบ เพราะฉะนั้นมันเป็นโอกาสใหม่ สถานการณ์ใหม่ และผมคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ไม่ย้อนกลับมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะต้องเดินหน้าทำให้ได้ ผมอยากเห็นประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่มีความยั่งยืน ไม่มีการทุจริต คอร์รัปชัน ผมอยากเห็นเศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ แต่ขณะเดียวกันคือไม่ได้ดูแต่ภาพรวม ประชาชนทุกคนจะต้องอยู่ดีกินดี มีหลักประกันในเรื่องของรายได้ ผมอยากจะเห็นการศึกษาที่มันหลุดพ้นจากวังวนเดิมๆ

คือสิ่งเหล่านี้ ถ้าผมเกรงใจใคร ผมก็จะไม่สามารถทำได้สำเร็จหรอก และมันจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าวันนี้ ฝันทุกเรื่องที่ผมเคยมีอยู่เกี่ยวกับประเทศไทย ผมจะผลักดันเต็มที่ แล้วก็ผมจะะมุ่งไปสู่ความสำเร็จ”

แต่มันก็มีคนมองว่า พอนี่เป็นด่านแรก คือในพรรคฯ เอง มี candidate ขึ้นมาอีก 2 คน มองว่าพรรคฯ แตกแยกมั้ย แตกมั้ย
“ก็ย้ำอีกครั้งนะครับว่าถ้าเรามองว่าการแข่งขันแตกแยก เราคงเป็นประชาธิปไตยยากมังครับ ประชาธิปไตยก็ต้องมีการแข่งขัน ประชาธิปไตยก็ต้องมีทางเลือก เพราะฉะนั้นเราก็พยายามนะครับ ผมก็แข่งขันอย่างสร้างสรรค์ ไม่เคยไปพาดพิงผู้สมัครท่านอื่นในพรรคฯ แล้วก็เดินหน้าเพื่อที่จะทำให้กระบวนการนี้เป็นกระบวนการของการสร้างพรรคฯ สร้างสังคม สร้างประชาธิปไตยด้วย นี่คือสิ่งที่ตั้งใจจะทำ

ทีนี้แน่นอน แข่งขันก็กระทบกระทั่งกันก็เป็นปกติธรรมดา ผมก็จะยืนยันอยู่กับข้อเท็จจริง ยืนยันอยู่กับเหตุผล ยืนยันอยู่กับความคิด แล้วก็ผมคิดว่าพอเราผ่านกระบวนการนี้ ผมก็หวังที่จะเห็นว่าทุกคนจะได้มองเห็นนะครับว่า กระบวนการประชาธิปไตยนี้ มันอาจจะไม่ได้เรียบร้อย ราบรื่น 100% หรอก แต่มันมีคุณค่า มีคุณค่าเหมือนกับตอนนี้ผมก็บอกว่าทุกคนมาร่วมสร้างผม สร้างพรรค สร้างประเทศ ที่ว่ามาร่วมสร้างผมก็เพราะว่ากระบวนการการเลือกแบบนี้ ทำให้ผมต้องเปิดกว้าง ทำให้ผมต้องรับฟัง ทำให้ผมต้องถูกตำหนิ ติเตียนได้ อย่างนี้เป็นต้น ตั้งคำถามได้ครับ”

คุณอภิสิทธิ์มีความมั่นใจแค่ไหน ในการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ แล้วถ้าเกิดไม่ได้ขึ้นมา จะอย่างไรต่อ
“ไม่ได้ก็ไม่ได้เป็นนะครับ”

มันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนเหมือนกัน เพราะว่าเป็นมาตั้งแต่ 13 ปีแล้ว
“ที่ตอบนี่ก็ไม่ได้กวนนะครับ คือผมมองว่าคนเป็นนักประชาธิปไตย แข่งขัน แพ้ – ชนะ ต้องถือเป็นเรื่องปกติ แล้วก็เมื่อมีผลออกมาแล้ว เราก็ต้องวางตัวให้เหมาะสม ชนะก็ไม่ยากหรอกครับ เพราะว่าชนะก็ต้องทำในสิ่งที่เราได้พูดไว้ แพ้ก็ต้องดูว่าผลออกมามันสะท้อนอย่างไร เราควรจะอยู่ที่ไหน แต่ผมนี้ก็บอกได้อย่างเดียวว่า สำหรับผมมีพรรคเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นบทบาทอาจจะลดลง หรืออะไรอย่างไรก็ไม่ได้เป็นปัญหา แต่ไม่ไปพรรคไหน นอกจากพักผ่อน ถ้าไม่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องไปพักผ่อน ไม่มีพรรคอื่น

แล้วก็จริงๆ ผมพูดเรื่องนี้มาผมยังจำได้ว่า วันแรกที่ผมได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แล้วก็มีคนมาสัมภาษณ์เรื่องแบบนี้ ผมก็บอกว่า ชีวิตการเมืองผมจะมีพรรคเดียว ผมยังจำได้ว่ามีผู้ใหญ่ท่านนึงเขียนจดหมาย เขียนจดหมายเลยครับ ลายมือมาถึงผม และผมก็ได้รับทางไปรษณีย์ส่งมาถึงบ้านบอก คุณอายุ 27 คุณพูดอย่างนี้ได้อย่างไร คุณผูกมัดตัวเองเกินไป ผมก็ยังตอบไปด้วยว่า ผมยืนยันคำพูดนี้ และผมก็ยังยืนยันคำพูดนี้ 26 ปีต่อมาครับ”

แล้วทำไมพรรคอื่นเขาถึงต้องมีพรรคสำรอง Plan B Plan C กันเยอะแยะ มันเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไทย พรรคที่ขึ้นต้นด้วยเพื่อ หรือพลัง
“ตกลงเอาเพื่อ หรือเอาพลังครับ คือคงมีหลายปัจจัย เอาตรงไปตรงมา บางพรรคเหมือนกับกังวลเรื่องการถูกยุบพรรค ก็คิดว่าต้องสำรองเอาไว้ อันนี้ก็สุดแล้วแต่จะวิพากษ์วิจารณ์กันไปว่าทำไมจะต้องกลัวว่าจะมีการยุบพรรค อันที่ 2 ก็อาจจะมีคนที่พยายามวิเคราะห์ระบบเลือกตั้งใหม่ ในทำนองที่ว่า ก็ทุกคะแนนเสียงจะถูกคำนวนไปเป็นจำนวน ส.ส. การแยกกันแข่งขัน อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้ได้คะแนนเสียงมากกว่า แล้วก็มารวมกันทีหลัง อาจจะมีปัญหาน้อยกว่าในเรื่องว่าถ้าหากว่าได้คะแนนไปกองมากไป ได้ ส.ส. เขตมา ส.ส.บัญชีรายชื่อจะไม่ได้อะไรทำนองนี้

เพราะฉะนั้นก็เพียงเหตุผลที่อาจจะหลากหลาย ที่ทำกันอย่างนี้ เพียงแต่บอกว่า จริงๆ แล้วกฎหมายก็เขียนไว้ว่าการฮั้วนั้นมันผิด ถ้าไม่แข่งขันกันจริงก็จะผิด แล้วก็ในส่วนของประชาธิปัตย์นั้น ผมก็พูดเสมอว่า ไม่เคยมีแนวคิดที่จะเป็นพรรคสาขา ที่จะมีพรรคสาขา หรือเป็นพรรคสาขาให้ใคร เราต้องการเห็นการเมืองที่มันตรงไปตรงมา ประชาธิปัตย์ก็จะบอกว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร แล้วก็ให้ประชาชนเขาตัดสินใจว่าจะสนับสนุนเราหรือไม่ ไม่ต้องไปหลบ หลอก มีหลายแบรนด์ หลายอะไรต่างๆ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเป็นกลุ่มเดียวกัน เราไม่ทำครับ”

คนอื่นเขาทำกันหมด มีประชาธิปัตย์ไม่ทำ สวนกระแสแล้วจะถูกโดดเดี่ยวมั้ย
“ไม่เป็นปัญหาครับ เพราะว่าประชาธิปัตย์คิดว่าความถูกต้อง ความตรงไปตรงมาสำคัญกว่า และเราก็หวังว่าประชาชนจะเห็นคุณค่าตรงนี้ ถ้าเห็นคุณค่าของการมีพรรคการเมืองตรงไปตรงมาแบบนี้ เราก็อยากให้สนับสนุนเรา”

แต่มันจะมีกระแสมาว่า เป็นเพราะว่าเขาไม่อยากถูกโดดเดี่ยว ก็เลยอยากไปร่วมกับพรรคอื่น ก็เลยจะเลือก Candidate คนอื่น
“คืออย่างนี้นะครับ ถ้าเกิดการบอกว่า อยากจะทำการเมืองเพื่อหวังแค่มีอำนาจ แต่ไม่มีความชัดเจนว่าคุณจะเอาอำนาจไปทำอะไร คุณแค่อยากเป็นรัฐบาล คุณแค่อยากมีตำแหน่ง ผมว่าถ้าประชาธิปัตย์เป็นอย่างนี้ ประชาธิปัตย์คงไม่อยู่มาถึงวันนี้ เพราะประชาธิปัตย์เชื่อว่า การจะไปเป็นรัฐบาลต้องสามารถผลักดันแนวคิดอุดมการณ์ของเราได้ ถ้าไปเป็นเพื่อเหตุผลอื่น มันไม่ควรจะไปเป็น แล้วก็การทำหน้าที่ฝ่ายค้านก็ต้องทำได้ ผมไม่ได้ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน แต่ผมก็ไม่ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นรัฐบาล โดยละทิ้งอุดมการณ์ หรือโดยไม่สนใจว่าไปเป็นรัฐบาลแล้วทำให้ประชาชนอย่างที่เราพูดไว้ได้จริงหรือไม่”

ยึดที่แก่นไว้ ยึดที่ประเด็นหลักไว้ จะเป็น ณ ที่ไหนก็ทำให้ดีที่สุด
“ใช่ครับ ผมว่าวันนี้ประชาชนก็น่าจะเริ่มมองออก และเบื่อหน่ายนะครับว่า ถ้าคุณเล่นการเมือง ทำการเมืองเพียงเพื่อผลประโยชน์ เพื่ออำนาจ สุดท้ายประชาชนไม่ได้อะไร ทำไมเราไม่เอาตัวตน ความคิดของเราออกมาอย่างชัดเจนว่าเราคืออะไร แล้วขอความสนับสนุนจากประชาชน ถ้าเขาให้มามากเราก็จะมีโอกาสเป็นรัฐบาล ถ้าเขาไม่ให้เราก็เป็นฝ่ายค้านครับ”

บางทีมองอย่างนี้ได้มั้ยว่า นักการเมือง หรือพรรคการเมือง ก็เป็นการสะท้อนคุณลักษณะของผู้ที่จะไปใช้สิทธิ์ในการเลือกนักการเมืองเหล่านี้ด้วยเหมือนกัน มันก็เลยเป็นไปอย่างนี้อยู่ แล้วเราก็เหมือนย่ำอยู่กับที่ ไม่เคยหลุดจากวงจรนี้ได้
“อันนี้แล้วแต่คนจะวิเคราะห์จะมอง แต่ผมมีความเชื่อ และความศรัทธาว่า ประชาชนคงต้องการสภาพการเมืองที่มันดีกว่าเดิม เราอย่าไปบอกว่ามันจะเป็นความผิดของใคร เอาเป็นว่า เรามาแสวงหาโอกาส หาเส้นทาง หาทางเลือกให้กับประชาชนดีกว่านะครับ นั่นคือหน้าที่ผม จะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องว่ากันเมื่อมีการเลือกตั้ง”

พูดถึงคนเลือก หรือคนที่จะมาเลือกตั้ง อยากสอบถามคุณอภิสิทธิ์ว่า ณ ตอนนี้มีคนรุ่นใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้ที่จะถึง มีคนรุ่นใหม่อายุ 18 – 26 ปี ที่จะมีสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรก อย่างน้อย 7.3 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก
“เยอะมากครับ เยอะมาก เพราะเราว่างเว้นมานานนี่ครับ”

มองไปในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เขาจะมาเลือกพรรคเก่าแก่ อย่างประชาธิปัตย์อย่างไร
“ผมว่าดีครับ ดีสิครับ เพราะว่าประเด็นแรกก่อน การเปลี่ยนแปลงของสังคม มันมักจะเกิดขึ้นจากการที่มีคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ก็จะมีมุมมองใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ ทัศนคติใหม่ๆ เราก็หวังว่าพลังตรงนี้จะมีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงการเมืองให้มันดีขึ้น
ทีนี้ประเด็นว่าคนรุ่นใหม่ กับพรรคเก่า ผมก็บอกไปแล้วนะครับว่า เราอย่านับกันที่อายุ ไม่ว่าจะคน หรือจะพรรค เรามาดูดีกว่าว่าคน หรือพรรคคนนั้น หยุดเรียนรู้มั้ย มีสิ่งใหม่ๆ มั้ย ถ้าเอาความใหม่แค่เพียงว่า เพิ่งมา ไม่มีประสบการณ์ แล้วก็รู้ว่า เป็นธรรมชาติว่า พูดว่า ของเก่าน่าเบื่อ หรืออะไรอย่างนี้ แต่ว่าไม่ได้มีความคิดใหม่ ไม่ได้มีการพัฒนา มันก็ไม่ได้มีอะไรใหม่จริง แต่ว่าถ้าเป็นคนเดิม หรือเป็นพรรคเดิม แต่ไม่หยุดในการที่จะพัฒนาตนเอง ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ไม่หยุดที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ดึงคนใหม่ๆ เข้ามา ผมก็มองว่า ก็สามารถที่จะนำเสนอและสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้ ก็ต้องดูกันตรงนี้แหละครับ”

มันอยู่ที่ความเป็นไปได้ด้วยมั้ย
“แล้วผมก็บอกว่าวันนี้ อย่าดูที่อายุพรรค ดูที่แนวทางของพรรค ผมเคยพูดไปแล้วว่า การเมืองตอนนี้มันมี 3 แนวทาง แนวทางที่ 1 แบบที่มีรัฐบาลอยู่ในขณะนี้คืออนุรักษ์นิยม ค่อนข้างจะเป็นรัฐราชการ รวมศูนย์ คนรุ่นใหม่อยากได้แบบนั้นมั้ยล่ะ มีแนวทางประชานิยม แล้วก็ดูเหมือนทุกครั้งก็คนมาจากคอร์รัปชัน จะเอาแบบนั้นมั้ยล่ะ แนวทางที่เราเสนอคือ เสรีนิยมประชาธิปไตย ซึ่งเราเชื่อในศักยภาพของทุกคนส่งเสริมให้ทุกคนสามารถที่จะมีความก้าวหน้าในชีวิตได้ แล้วก็มีพื้นที่ที่มีความหลากหลายให้กับคน ผมว่าแนวทางนี้รองรับเทคโนโลยีที่มันกำลังเปลี่ยนแปลง แนวทางนี้ยอมรับว่าคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน มีความหลากหลายในทุกๆ เรื่อง เชื้อชาติ เพศสภาพ เรื่องอื่นๆ อีกเยอะแยะไปหมด เราอยากจะสร้างสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้บนความหลากหลายมั้ย ผมก็เสนอคนรุ่นใหม่ว่า ถ้าต้องการสังคมแบบนี้ ต้องการเสรีภาพ ก็เลือกเส้นทางที่เรานำเสนอ”

มีคนรุ่นใหม่มาสมัครสมาชิกเยอะมั้ย
“ก็มีครับ มีพอสมควร และคนที่ตั้งใจจะเข้ามาทำงานกับพรรคฯ ก็มีนะครับ”

คนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เป็นทายาทของนักการเมือง มีโอกาสมั้ยในการเมือง
“มีครับ มีทั้งนั้นครับ เราดูที่ความรู้ ความสามารถ แล้วก็ประชาธิปัตย์เองก็มีระบบของการที่จะฝึกฝนทักษะต่างๆ แล้วก็ให้คนมาเรียนรู้ เรามีคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมโครงการ เมื่อก่อนนี้มีทั้ง Internship มีทั้งผู้นำรุ่นใหม่ ในช่วงที่ผ่านมาก็ให้มาฝึกงาน ทำงาน ในด้านกิจการของพรรคฯ ฉะนั้นคนเหล่านี้ก็สมัครเข้ามาหลากหลายมาก มาจากหลายพื้นที่ หลายภาค หลายจังหวัด หลากหลายมหาวิทยาลัยครับ”

เรื่องที่ ส.ส. เพื่อไทย บินไปหาคุณทักษิณ ซึ่งนักการเมือง หรือผู้วิเคราะห์การเมือง บางคนก็งงสัญญาณที่ส่งออกมาจากรัฐบาล คุณวิษณุบอกไม่เป็นไร ขณะที่ กกต. กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ มันเป็น Mixed Signal มั้ย ตกลงจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้
“มันก็ต้องดูตามกฎหมายครับ เพราะว่าข้อกฎหมายที่เขาตั้งข้อสังเกตอยู่ก็คือว่า เป็นกรณีที่ให้บุคคลมาครอบงำพรรคการเมืองหรือเปล่า โดยเฉพาะถ้าบุคคลนั้นไม่ใช่บุคคลที่เป็นสมาชิกพรรค เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ทราบว่าคุณวิษณุบอกไม่เป็นไรนี้หมายถึงว่า บินไปหา ก็ถ้าบอกบินไปหาก็คงไม่เป็นไร แต่ว่าถ้าชี้นำ ครอบงำ ผิดกฎหมาย มันก็เป็นไร เพราะมันเป็นหน้าที่ของบ้านเมืองที่จะต้องไปดูว่าอย่าให้มีการทำผิดกฎหมายครับ”

รวมถึงล่าสุดเจอคดีฟอกเงิน ธ.กรุงไทย มีออกมาพูดถึงว่าเป็นลูกทักษิณ เลยเจอหนักหน่อย เรียกร้องความสนใจจากโซเชียลมีเดีย
“เราก็ไม่อยากให้สังคมมีกรณีที่บอกว่า ถ้าเป็นคนนี้เลยจะต้องโดน เป็นคนนี้เลยไม่โดน ทุกอย่างต้องอยู่ที่พฤติกรรม ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงในคดีว่า พฤติกรรมต่างๆ เป็นอย่างไร แล้วผมก็ต้องบอกว่า ก็ต้องวิธีคือเราปิดชื่อซิ ถ้าบอกว่ามีคนทำแบบนี้จะโดนฟ้องมั้ย ผมว่านั่นคือบททดสอบนะครับ”

ทิ้งท้ายรายการ
“ไม่มีอะไรมากนะครับ เพราะว่าช่วงนี้ก็ยังเป็นช่วงที่ ในส่วนของพรรคฯ ก็เป็นเรื่องการหยั่งเสียงภายใน แต่ว่าก็หวังว่าท่านที่ติดตามข่าวสารจะได้มีกำลังใจ ไม่ว่าท่านจะเป็นแฟนของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ อยากให้ท่านมีกำลังใจว่า พรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์กำลังเปิดกว้างมากขึ้น เปิดการมีส่วนร่วมมากขึ้น ผมอยากให้มีความหวัง ใครที่ชอบ สนับสนุนพรรคฯ ผมก็เชิญมาร่วมกระบวนการ มาร่วมสร้างพรรคฯ สร้างหัวหน้าพรรคฯ สร้างประเทศกันต่อไปครับ”

คิดว่าจะมี Accident มั้ย เลือกตั้งยังจะเป็น 24 ก.พ. อยู่มั้ย
“ถึงวันนี้ทุกคนก็มุ่งหน้าไปถึงจุดนั้น ถ้ามันมี Accident ก็คงไม่ทราบล่วงหน้าหรอกครับ”

หลายครั้งที่คุณอภิสิทธิ์พูดคุย คุณอภิสิทธิ์มีพลังใจ มีความหวังอะไรอย่างไรบ้าง อย่างคุณหมอวรงค์ได้เบี้ยแก้มา คุณอภิสิทธิ์มีเครื่องรางอะไร เวลาทิ้งท้ายคุยกันทุกสัปดาห์ คุณอภิสิทธิ์จะให้กำลังใจ ให้ความหวัง แล้วคุณอภิสิทธิ์มีกำลังใจอะไรกับตัวเอง ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 20 กว่าปี กับการเมือง จะเปลี่ยนแปลงมั้ย หรืออย่างไร

“กำลังใจผมเกิดขึ้นจาก 1. การที่มีประชาชนที่ผมติดต่อสื่อสารอยู่ทุกวัน ที่เขาเห็นในสิ่งที่ผมทำ แล้วก็แสดงออกมาในการสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ ส่งไลน์มา เจอกันโดยบังเอิญ ทักทายอะไรต่างๆ แล้วก็ยิ่งถ้าผมได้ไปพบกับใครที่เขาบอกว่า ผมเคยทำอะไรให้เขาได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัว หรือในเชิงนโยบาย เข้าไปแก้ไขให้ อันนี้คือกำลังใจที่สำคัญข้อที่ 1

ข้อที่ 2 ก็คือ สิ่งที่ผมกระตุ้นตัวเอง ผมบอกแล้วว่า ผมอยู่ในการเมือง ผมไม่มีเรื่องประโยชน์ส่วนตัวเลย พิสูจน์มาแล้ว 20 กว่าปี ผมอยากทำงานนี้ ผมอยากทำหลายสิ่งหลายอย่างให้กับบ้านเมืองให้สำเร็จ ตัวนี้คือกำลังใจที่มันเกิดขึ้นเอง เพราะมันเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากเดินหน้าต่อ

ผมไม่มีของขลังครับ ผมหวังในศรัทธาจากประชาชนอย่างเดียวครับ”





บทความอื่นๆ