ข่าว

08 พ.ย. 2554

รองหน.ปชป. เรียกร้อง ยิ่งลักษณ์ หยุดร้องไห้ซ้ำซาก สะท้อนความไร้ภาวะผู้นำ แนะต้องแสดงความอดทนจุดแข็งของหญิง อย่าปล่อยให้ใครประณามผู้หญิงทั้งโลกเพียงเพราะยิ่งลักษณ์ล้มเหลวซ้ำซากทำอะไรไม่ได้ก็ร้องไห้จนกลายเป็นเรื่องน่าสงสัย

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำพรรคภาคเหนือ แถลงว่าขณะนี้กลุ่มสตรีภาคเหนือได้ประเมินความสามารถของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และมีการถกกันอย่างกว้างขวางว่า ภาพลักษณ์ของผู้หญิงเหนือถูกมองอย่างตรวจสอบมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงเหนืออ่อนแอ ขี้แย ร้องไห้ สำออย ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แค่ออดอ้อน ไม่มีน้ำอดน้ำทน เป็นผู้นำที่ไว้วางใจไม่ได้เพราะพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดสิ่งใดด็กลายเป็นคำโกหกหมด

"คุณยิ่งลักษณ์ ทำให้การต่อสู้เพื่อการเป็นผู้นำของสตรีถูกตรวจสอบและความล้มเหลวของคุณยิ่งลักษณ์ซ้ำซาก โกหกซ้ำซากเชื่อถือไม่ได้นั้นกลายเป็นที่ถกเถียงกันกางขวางว่าผู้หญิงเหนือมีความสามารถแค่นี้หรือ เป็นอย่างนี้กันหมดหรือ ทำไมทำอะไรไม่ไก้ก็ร้องไห้ ใช้มารยาหญิงผิดที่ผิดทางหรือไม่" นางศิริวรรณ กล่าว

เรื่องนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องนำมาขบคิด โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงเพราะเราไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของหญิงเสียหายไปมากกว่านี้ คงต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะทำงานสตรีและกรรมาธิการด้านสตรีเพื่อจะได้แนะนำนายกรัฐมนตรีต่อไป

ด้านนางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าขณะนี้กลุ่มสตรีต่างๆในประเทศได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ในทุกแห่งกันอย่างกว้างขวาง สตรีที่มีความรู้ได้ใช้พื้นที่โซเชียลเน็ตเวิร์ควิพากษ์อย่างหนักพร้อมระบายความไม่สบายใจต่อพฤติกรรมความไม่น่าไว้วางใจของนายกฯยิ่งลักษณ์ พาลทำให้ผู้หญิงถูกปรามาท ได้เกิดกระแสการไม่ไว้วางใจการทำงานและการเป็นผู้นำของผู้หญิงมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาที่ยากเกินตัวที่จะแก้ไขทุกครั้งนายกฯเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยนํ้าตา

"การร้องไห้ครั้งที่1น่าสงสาร ร้องไห้ครั้งที่2น่าเห็นใจ ร้องไห้ครั้งที่3 มันเริ่มน่าสงสัย แต่พอครั้งที่4 อันนี้ผู้หญิงคนนี้เริ่มเยอะไปละ จริตเยอะจนคนดูถูกผู้หญิงในภาพรวม" นางสาวมัลลิกา กล่าว

ประเทศไทยมีสถิติเป็นประเทศที่มีผู้หญิงเป็นผู้บริหารระดับต้นๆของโลกแต่ข้อมูลเหล่านั้น กลับขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับพฤติกรรมผู้นําประเทศ และส่วนตัวมرั่นใจมากด้วยว่าผู้บริหารหญิงไทยชั้นนําเหล่านั้นไม่ได้ใช้น้ำตาในการบริหารองค์กรอย่างแน่นอน ประกอบกับทุกข้อมูลวิจัยระบุชัดว่า ผู้หญิงสมควรถูกส่งเสริมให้เป็นผู้นำเพราะจุดแข็งของเราคือ ความอดทน ความสุนริตละอายต่อบาป ความละเอียดใส่ใจ มีมากกว่าเพศชาย แต่คุณยิ่งลักษณ์ลบภาพจุดแข็งเหล่านั้นหมดเลย ใช้เวลา45วันมาเป็นนายกฯแล้วใช้เวลาไม่ถึง3เดือนทำลายภาพลักษณ์ผู้หญิงที่เราพยายามปกป้องกันตลอดชีวิต แน่นอนว่าเราเป็นหญิงมีความอ่อนไหวง่ายร้องไห้ได้ แต่ไม่ฝช่ร้องฟุ่มเฟือยจนน่าสงสัย กลายเป็นเล่นละครตบตาประชาชน พออยู่นอกกล้องทีวีก็หัวเราะร่วนดี จึงขอเรียกร้องให้ปรับตัว ปรับปรุง แก้ไข อย่างน้อยก็เพื่อส่วนรวมของผู้หญิง



ข่าวอื่นๆ