ข่าว

03 มี.ค. 2555

สส.หญิง ปชป. เรียกร้อง ปธ.สภา ประณาม สส. หมิ่นเพศหญิง “ฉี่ฉุน” ในสภา


(3 มี.ค. 55) สส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย สส.ผุสดี ตามไท สส.รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท และสส.อานิก อัมระนันทน์ ร่วมแถลงข่าวประนามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2555 ระหว่างการถกเถียงในกระทู้สด เรื่อง ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ซึ่งขณะนั้น มีสส.จังหวัดสุรินทร์ เอ่ยว่า “คุณรังสิมา ฉี่ฉุน” ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสาระของการอภิปราย และเมื่อประธานสภาฯ ให้ถอนคำพูด ก็สส.คนดังกล่าว นอกจากไม่หยุดแล้ว ยังอธิบายต่อ ต้องถือถือว่าเป็นพฤติกรรมที่หยาบคาย กักขฬะ ไร้วัฒนธรรม ไร้จริยธรรม โดยสะท้อนวุฒิภาวะผู้พูด และเป็นการคุกคามทางเพศ เพราะเป็นการสร้างบรรยากาศที่ทำให้สมาชิกที่เป็นผู้หญิงรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ ถูกคุกคาม และไม่กล้าทำหน้าที่ โดยคำกล่าวลักษณะเช่นนี้เห็นได้ชัดว่ากระทำไปเพื่อสกัดกั้นการอภิปรายต่อของ สส.ฝ่ายค้าน และสำคัญที่สุดคือเป็นพฤติกรรมที่ทำลายเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทุกวันนี้ได้ถูกกัดกร่อนทำลายไปมากแล้ว

กลุ่มสส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ รู้สึกเสียใจที่ประธานสภา เพียงสั่งให้ถอนคำพูด แต่มิได้พยายามหยุดยั้งอย่างจริงจัง ปล่อยให้พูดต่อโดยมิได้ตักเตือนว่ากล่าวหรือคาดโทษแต่ประการใด ซึ่งสังเกตว่าการไม่ว่ากล่าวตักเตือนสมาชิก ทำให้พฤติกรรมเช่นนี้เริ่มมีบ่อยขึ้น เช่นพฤติกรรมที่ ร.ต.อ.เฉลิมตะโกนบอก สส.รังสิมาว่า “คุณเข้าใจผิด ผมไม่ได้เมาเหล้า แต่เมารัก” หลังจาก สส.รังสิมา ขอให้ประธานสภาฯ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และพูดหลายครั้งจนทำให้ผู้ได้ยินรู้สึกว่าเป็นการคุกคาม โดยเฉพาะผู้พูดเป็นผู้ชายมีตำแหน่งระดับสูงถึงรองนายกรัฐมนตรี พูดกับสส.หญิง จึงถือได้ว่าดูถูก คุกคามเพื่อให้หยุดพูด

พฤติกรรมเหล่านี้นับวันจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในสภา และนอกสภา ดังนั้นกลุ่มสส.หญิง พรรคประชาธิปัตย์ อันประกอบด้วย สส.ผุสดี ตามไท สส.รัชฎากรณ์ แก้วสนิท สส.อานิก อัมระนันทน์ สส.นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.เจิมมาส จึงเลิศศิริ สส.รัชดา ธนาดิเรก สส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย สส.บุณย์ธิดา สมชัย และสส.รังสิมา รอดรัศมี จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสังคมยุติพฤติกรรมเหล่านี้ โดยเฉพาะประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้มีความเข้มงวด และเอาจริงเอาจังกับเรื่องคุณธรรม จริยธรรมของสมาชิกสภาฯ อย่าเพียงแต่ให้ถอนคำพูดเท่านั้น แต่ควรมีการตักเตือน ตรวจสอบ ประณาม หรือลงโทษอย่างอื่นตามข้อบังคับ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สาธารณชนต่อไป





ข่าวอื่นๆ