ข่าว

25 มิ.ย. 2555
"มัลลิกา" ยื่น จดหมายถึงอัยการสูงสุด ข้องใจเหตุไม่ฟ้อง "พานทองแท้" รับของโจร กรณีธ.KTB ปล่อยกู้ KMC
นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นจดหมายส่งถึงอัยการสูงสุด เพื่อสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร และพวกในข้อหารับของโจร จากกรณีการปล่อยสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มลูกหนี้กฤษดามหานคร วงเงิน 9,900 ล้านบาท
เนื้อความในจดหมายระบุว่า สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้ดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบเพื่อทำหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปข้อเท็จจริงเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กรณีกล่าวหา พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร คณะกรรมการบริหารและพนักงานธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)กับพวก ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดหรือสนับสนุนการกระทำความผิดฐานเป็นพนักงานหรือเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)ได้พิจารณาในการประชุมแล้วเห็นว่า จากข้อเท็จจริงตามที่อนุกรรมการไต่สวนนำเสนอรับฟังได้ว่ามีการอนุมัติสินเชื่อจำนวนมากโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจของรัฐและมีการกระทำความผิดตามที่เสนอ จึงมีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันสนับสนุนในการกระทำความผิดอันเข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารกรุงไทย, ผู้ถือหุ้นและประชาชนผู้หนึ่งผู้ใด และ/หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นกรรมการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กระทำความผิดหน้าที่ของตนโดยกระทำการและหรือไม่กระทำการโดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้นและประชาชนผู้ฝากเงินและ/หรือให้ความช่วยเหลือให้ความสะดวกในการกระทำความผิดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๘ และมาตรา ๑๑ พระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.๒๕๐๕ มาตรา ๔๖ นว พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๓๐๗, ๓๐๘, ๓๑๑, ๓๑๓ และมาตรา ๓๑๕ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๘๕ และมาตรา ๙๑ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒, ๑๕๗, ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔ประกอบมาตรา ๘๓, ๘๔, ๘๖ กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อคณะกรรมการสินเชื่อคณะกรรมการบริหารนิติบุคคล ผู้แทนนิติบุคคลเป็นการส่วนตัว และนักการเมือง
ส่วนนายพานทองแท้ ชินวัตร นางกาญจนาภา หงส์เหิน นายวันชัย หงส์เหิน นายมานพ ทิวารี ให้ดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗ ฐานรับของโจร
ต่อมาสำนักงานอัยการสูงสุดโดยมอบหมายให้พนักงานอัยการ นำสำนวนพยานหลักฐานจากการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ชี้มูลความผิดกรณีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย (KTB) ไปยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ ๑, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ KTB และบริษัทในเครือของ บมจ.กฤษดามหานคร (KMC) กับพวกรวม ๒๗ ราย เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ แต่ปรากฏว่าไม่มีการยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร ในข้อหารับของโจทก์ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐได้สรุปสำนวนให้แก่พนักงานอัยการแต่อย่างใด
ข่าวอื่นๆ