ข่าว

25 มิ.ย. 2555
โฆษกปชป. จี้ รัฐบาลแจงข้อเท็จจริง พร้อมเปิดหนังสือสัญญา "อู่ตะเภา" ระหว่างไทย-สหรัฐฯ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ทางองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกาจะเข้ามาขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาของประเทศไทยว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ใช่ไม่ต้องการโครงการดีๆ เข้ามาพัฒนาประเทศ และไม่ได้ขัดขวางทุกเรื่อง แต่กรณีนี้เมื่อสืบสาวลงลึกกลับพบข้อมูลที่แตกต่าง เพราะข้อมูลต่างๆ ที่นำมาเปิดเผยก็เป็นข้อมูลที่นำมาจากเว็บไซต์ขององค์การการบินและอวกาศแห่งชาติ(นาซ่า) ไม่ได้เป็นผู้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอง
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่เคยพูดหรือระบุว่าทางสหรัฐฯ เอาของมาที่อู่ตะเภาแล้ว แต่บอกว่าเขาได้ขนส่งของออกมาจากประเทศเขาแล้ว ดังนั้น ผอ.กองเรือยุทธการฯ ที่ออกมาระบุว่าเรื่องนี้ตนพูดเท็จนั้น ก็ขอให้ไปตรวจสอบกับหน่วยงานของรัฐคือ จิสดา เพราะหากกองเรือยุทธการ หรือหน่วยงานความมั่นคงบอกไม่รู้เรื่อง ก็ควรจะตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นต้นเรื่อง
นายชวนนท์ กล่าวว่า ล่าสุดได้มีหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐฯ ได้รายงานข่าวว่า นโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลประธานธิบดีบารัค โอบามา ให้ความสำคัญและที่จะกลับมาขอใช้ฐานทัพเก่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เช่น อู่ตะเภาในประเทศไทย ซูบิคเบย์ในฟิลิปปินส์ อ่าวคามรามในเวียดนาม ข้อมูลใหม่เหล่านี้รัฐบาลไทยไม่ตอบ แต่สื่อกระแสหลักที่น่าเชื่อถือของสหรัฐฯ กลับนำมาเปิดเผย ซึ่งรัฐบาลไทยหรือหน่วยงานหลักของไทยต้องเป็นผู้ให้ความชัดเจนต่อสังคมไม่ตอบข้อเท็จจริง ยังกลับโยนบาปให้กับฝ่ายค้านหรือคนที่พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ
"ข้อมูลใหม่เหล่านี้รัฐบาลไทยไม่ตอบ แต่สื่อกระแสหลักที่น่าเชื่อถือของสหรัฐฯ กลับนำมาเปิดเผย จึงกลายเป็นว่าเรื่องที่รัฐบาลไทยหรือหน่วยงานหลักของไทยที่ต้องเป็นผู้ให้ความชัดเจนต่อสังคมไม่ตอบข้อเท็จจริง ยังกลับโยนบาปให้กับฝ่ายค้านหรือคนที่พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ" นายชวนนท์กล่าว
นายชวนน์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องถึงครม. และหน่วยงานความมั่นคงตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ข้อคือ 1.กรณีหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานข่าวดังกล่าวระบุชัดว่าจะใช้เป็นฐานทัพเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทหาร โดยจะส่งเรือรบมาอีกใน 2 ปีข้างหน้า รวมถึงเครื่องบินไร้คนขับว่าเท็จจริงหรือไม่อย่างไร 2. มีการขนของออกมาจากสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. ถ้าไม่จริงขอให้รัฐบาลไทยทำหนังสือประท้วง เพราะมีข้อมูลดังกล่าวออกมาจากเว็บไซต์นาซ่า แต่หากว่าเป็นข้อเท็จจริงขอสอบถามว่าอุปกรณ์ที่ขนมาขณะนี้อยู่ที่ไหน
3. ขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงในหนังสือสัญญาระหว่างไทย-สหรัฐฯ เพราะรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศระบุเองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความลับ หากเป็นเช่นนั้นให้ชี้แจงต่อสาธารณชน และ 4.ขอให้กระทรวงการต่างประเทศเชิญเอกอัครราชทูตของประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมรับฟังรายละเอียดให้กับเอกอัครราชทูตนานาติได้รับฟัง
"หากรัฐบาลทำเช่นนี้พรรคประชาธิปัตย์ยินดีที่จะยุติการตรวจสอบในเรื่องนี้ เพราะพรรคเองก็ไม่อยากพูกซ้ำซาก ถ้าทำ 4 ข้อที่เสนอนี้ได้ แต่หากไม่ทำพรรคก็จำเป็นต้องติดตามตรวจสอบลงลึกต่อไป เพราะกรณีนี้มีพฤติกรรมที่จะปกปิดความจริง เพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่างว่ามีแอบแฝงอยู่ใช่หรือไม่อย่างไร"นายชวนนท์
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเสวนาของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาในหัวข้อ “ปี 55 น้ำท่วมหรือเอาอยู่” ซึ่งมีการระบุว่าน้ำอาจจะท่วมมากกว่าปกติ ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นความคืบหน้าของรัฐบาลในการใช้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาทเพื่อใช้รับมือน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างใหม่ หรือการดูแลช่วยเหลือประชาชน
ทั้งนี้ นักวิชาการได้เตือนประชาชนว่า ปีนี้ทิศทางการไหลของน้ำจะแตกต่างจากปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีการสร้างเขื่อนใน 6 นิคมอุตสาหกรรม รวมระยะทาง 100 กิโลเมตร ดังนั้นอยากถามรัฐบาลว่าได้คำนวณสิ่งเหล่านี้ในแผนบริหารจัดการน้ำท่วมหรือไม่ เพื่อหากคำนวณทิศทางการไหลของน้ำเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาก็จะผิดพลาด ซึ้งพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมส่วนใหญ่จำเป็นพื้นที่ชนบท เพราะจะเป็นการรักษาพื้นที่ไข่แดง พื้นที่เศรษฐกิจและเมือง อยากถามว่ารัฐบาลได้ให้ข้อมูลกับประชาชนหรือหามาตรการดูแลเพียงพอหรือยัง และมีความพร้อมแค่ไหนในการรับมือน้ำท่วมปีนี้
นอกจากนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึง การชุมนุมของ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ชาติ หรือ นปช. เมื่อวานนี้ว่าเป็นการชุมนุมเผด็จการเต็มรูปแบบและไม่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายระบอบประชาธิปไตย พร้อมสร้างความเดือดร้อนด้วยการปิดถนน การนำรูปภาพบุคคลฝ่ายตรงข้ามมาบิดเบือน เพื่อให้มวลชนรู้สึกต่อต้าน นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมข่มขู่องค์กรอิสระและสถาบันตุลาการ
ข่าวอื่นๆ