ข่าว

'รมช.คลังเงา' ชี้  ร้านถูกใจ  'สุดเน่า'  มีแต่ป้ายไม่มีสินค้า
09 ก.ค. 2555

'รมช.คลังเงา' ชี้ ร้านถูกใจ 'สุดเน่า' มีแต่ป้ายไม่มีสินค้า

ที่พรรคประชาธิปัตย์ ดร.สรรเสริญ สมะลาภา รมช.คลังเงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอกระทุ้งให้รัฐบาลทำงานตามที่สัญญาเอาไว้ เพราะมีหลายเรื่องที่รัฐบาลสัญญาแต่ทำไม่ครบ เช่น ค่าแรง 300 บาท หรือสัญญาแล้วไม่ทำเลย เช่น การยุบกองทุนน้ำมัน แต่วันนี้เป็นเรื่องของร้านถูกใจ โดยตนได้ไปเยี่ยมประชาชนในเขต พบร้านถูกใจจึงไปสอบถามเจ้าของร้านได้รับการร้องเรียนให้ช่วยเหลือ เพราะได้ป้ายและสั่งสินค้ามาร่วมเดือนแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังมีแค่ป้ายแต่ไม่มีสินค้าส่งมาให้ขาย ตนจึงได้นำข้อความและรูปลงใน เฟซบุ๊ค หลังจากนั้นมีผู้แจ้งร้องเรียนมากอีกหลายราย โดยแจ้งปัญหาในลักษณะเดียวกันคือ มีป้าย แต่สินค้าได้ไม่ครบตามที่สั่งไปเพราะมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งทั้งสองโพสต์นี้มีคนเข้ามากดไลค์และแสดงความเห็นรวมเกือบ 1.7 หมื่นราย มี 70 ร้านค้าที่แจ้งเกี่ยวกับปัญหาร้านถูกใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาเดียวกันคือมีแต่ป้าย ไม่มีสินค้ามาให้ขาย โดยป้ายก็เริ่มเก่าและขาดแล้ว


รมช.คลังเงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีปัญหาว่าสั่งสินค้าแล้วได้รับไม่ครบตามจำนวนที่สั่ง บางอย่างสั่งไปได้แค่โหลเดียว และบางอย่างก็ได้สินค้าคุณภาพต่ำที่ใกล้วันหมดอายุ ขณะที่ราคาก็แพงกว่าท้องตลาด อีกทั้งยังมีปัญหาการสวมสิทธิ์เกิดขึ้นด้วย เพราะได้รับการอนุญาตแต่เมื่อโทรไปถามเจ้าพนักงาน แต่กลับได้รับแจ้งว่าได้รับเงินตกแต่งร้านแล้ว แต่กลับไม่ได้รับเงินจริงตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งแสดงว่ามีการส่งให้คนอื่นสวมสิทธิ์แทน และยังมีการเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย ถือว่าเป็นโครงการที่เน่ามาก มีแต่ป้ายไว้ประชาสัมพันธ์แต่ไม่มีสินค้า ซึ่งเรื่องนี้ตนเคยนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจสภาฯแล้ว โดยประเด็นที่เป็นปัญหาคือ การขนส่งสินค้า ซึ่งผู้แทนจากไปรษณีย์ไทยยืนยันว่าการจัดส่งสินค้าไม่มีปัญหา เพราะปัจจุบันส่งให้เซเวนอีเลฟเว่น อาทิตย์ละหนึ่งครั้งก็สามารถใช้ช่องทางเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้รับการยืนยันผ่านเฟซบุ๊คจากเจ้าหน้าที่ว่าการส่งสินค้าไม่มีปัญหาทำได้ตาม ออเดอร์ของกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบว่าความบกพร่องอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์หรือไม่ เพราะขณะนี้กระทรวงพาณิชย์โยนบาปให้ไปรษณีย์ไทยเพียงอย่างเดียว


ดร.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า โครงการร้านถูกใจมีระยะดำเนินงาน 6 เดือน คือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม มีเป้าหมาย 1 หมื่นร้านทั่วประเทศ เดือนแรก อนุมัต 2 พันร้าน ที่เหลืออีก 5 เดือนอนุมัติอีก 8 พันร้าน แต่ขณะนี้อนุมัตได้แค่ 5 พันร้านเท่านั้น เท่ากับว่าอีก 5 พันร้านจะมีเวลาจำหน่ายสินค้าเพียง 3 เดือน หรืออาจจะได้รับอนุมัตในเดือนที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จบโครงการพอดี จึงไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง ทั้ง ๆ ที่โครงการนี้ใช้งบประมาณถึง 1,320 ล้านบาท ใช้งบประมาณไปทำอะไร เป็นเรื่องที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ต้องชี้แจง ซึ่งตนจะรอดูว่าหลังจากกระทุ้งให้ตรวจสอบแล้ว หากยังไม่มีความคืบหน้าจะนำเข้ากรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจอีกครั้งหลังจากเปิดสมัยประชุมแล้ว


“70 ร้านที่แจ้งมาว่าไม่ได้รับสินค้าเป็นจำนวนที่มาก เพราะเป็นการสุ่มตัวอย่างเฉพาะร้านค้าที่เล่นเฟซ บุ๊คเท่านั้น ผมเชื่อว่ายังมีร้านค้าที่มีปัญหามากกว่านี้ โดยเชื่อว่าน่าจะมีร้านถูกใจที่มีปัญหา 1-2 พัน ร้าน รัฐบาลต้องตรวจสอบว่างบประมาณรั่วไหลหรือไม่ เพราะตั้งแต่การจัดส่งสินค้า คุณภาพสินค้าต่ำ มุบมิบทุจริตเงินตกแต่งร้านรายละ 3 พันบาท ซึ่งมีการสวมสิทธิ์โดยไม่รู้ว่าเป็นร้านจริงหรือไม่ โดยการทุจริตอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ระดับล่างถึงกรมและกระทรวง รัฐบาลต้องมีผลการตรวจสอบที่น่าพอใจ ไม่เช่นนั้นฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน โดยจะพิจาณณายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นมติ ครม.เราสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งครม.คณะได้” นายสรรเสริญ กล่าว

รมช.คลังเงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าประเมินแล้วโครงการนี้ล้มเหลวก็ควรยุบโครงการนี้ไป เพราะไม่เป็นที่นิยมของประชาชน แต่ถ้าล้มเหลวเพราะบริหารผิดพลาดหรือทุจริตต้องหาคนรับผิดชอบ โดยเห็นว่าความล้มเหลวของโครงการเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดและมีการทุจริต ซึ่งหากกระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าต่อก็เท่ากับเป็นการผลาญงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน จึงต้องตรวจสอบว่าผลของความล้มเหลวเกิดจากส่วนไหน เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมาถือว่าประชาชนได้รับประโยชน์น้อยมาก โดยปัจจุบันร้านถูกใจที่ได้รับอนุมัต 5 พันรายนั้น พบว่า 3 พันรายจาก 5 พันราย ที่ได้รับการอนุมัติ ยังไม่ได้รับสินค้ามาจำหน่าย ไม่มีผลงานให้เห็นอย่างชัดเจน จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ได้แจกแจงว่าเงินงบประมาณ 1,320 ล้านบาทใช้ไปในส่วนใดบ้าง และขณะนี้เหลืออยู่เท่าไหร่ ความคุ้มค่าที่จะดำเนินโครงการต่อไปเป็นอย่างไร




ข่าวอื่นๆ