ข่าว

โฆษกปชป. จี้ “กิตติรัตน์” ลาออก รับผิดชอบโกหกสีขาว
26 ส.ค. 2555

โฆษกปชป. จี้ “กิตติรัตน์” ลาออก รับผิดชอบโกหกสีขาว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาล์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถเข้าปราศรัยที่เวทีผ่าความปราการจริงที่ จ.สมุทรปราการ โดยถูกคนเสื้อแดงขัดขวาง ว่า แสดงให้เห็นแล้วว่ารัฐบาลนี้เกรงกลัวว่าประชาธิปัตย์จะเล่าความจริงให้ประชาชนฟังจน น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะไม่มีโอกาสบริหารประเทศต่อไปได้ จากเหตุการณ์นี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เลิกหวังพึ่งพารัฐบาลแล้ว เพราะมีส่วนให้ท้ายการขัดขวางการพูดข้อเท็จจริงกับประชาชนของ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะขอเข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนใหม่ เพื่อขอรับทราบนโยบายการรักษาความสงบสุขของคนในชาติ ว่าจะมีนโยบายปราบปรามพวกอันธพาลที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น รวมทั้งยังละเมิดกฎหมายด้วย ทั้งนี้หากว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่รับทราบผ่านสื่อแล้วก็ขอให้ประกาศให้ชัดว่าจะให้พวกเราเข้าพบวันไหน โดยจะได้รู้กันว่า ผบ.ตร.จะทำเพื่อชาติหรือจะทำเพื่อตอบแทนคนที่แต่งตั้งท่านมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งถือว่าเป็นการวัดศักดิ์ศรีของผบ.ตร.คนใหม่อีกด้วย


โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง ที่ออกมายอมรับตัวเลขการส่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยระบุว่าสามารถพูดเรื่องไม่จริงในบางเรื่องได้หรือที่เรียกว่าการโกหกสีขาว นั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ อีกทั้งนายกิตติรัตน์ ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง จึงอยากเรียกร้องให้ภาคเอกชน ที่ได้รับผลกระทบจากตัวเลขการส่งออกที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 15 เปอร์เซ็นต์ ให้ออกมามาดำเนินคดีต่อ นายกิตติรัตน์ นอกจากนี้นายกิตติรัตน์ ยังเคยโกหกว่าหากโครงการรับจำนำข้าวสูญเสียงบประมาณเกิน 6 หมื่นล้านบาท นั้นจะรับผิดชอบ โดยวันนี้โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลสูญเสียงบไปถึง 1.2 แสนล้านบาท ตนอยากถามว่านายกิตติรัตน์ รับผิดชอบอะไรบ้าง พร้อมทั้งยังออกมายอมรับว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริต อยากถามว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ จะไปจับตัวนายกิตติรัตน์ มารับผิดได้หรือไม่


นายชวนนท์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการโกหกครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของรัฐบาล และใช่คำว่ารัฐบาลเด็กเลี้ยงแกะยังน้อยไป เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. 54 นายกรัฐมนตรีเคยประกาศไว้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภาและประชาชน แต่ วันที่ 13 กพ. 55 คณะรัฐมนตรี ครม.มีมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอก่อนเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภาพิจารณา 2.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผอ.ศปภ.และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ที่เคยประกาศว่าน้ำจะไม่ท่วมนิคมอุตสาหกรรมในจ.อยุธยา และสนามบินดอนเมืองนั้น ปรากฎว่าหลังจากนั้นไม่นาน น้ำก็ท่วมทันที โดยมีผู้เสียชีวิต ในบริเวณนิคมฯนวนครจำนวน 4 ราย ขณะที่บุคคลที่เอารถไปจอดที่บริเวณสนามบินดอนเมืองก็ได้รับความเสียหาย ตนอยากถามว่าประชาชนที่ได้รับความเสียหายจะไปฟ้องร้อง พล.ต.อ.ประชาและนายปลอดประสพ ได้หรือไม่


“ผมมองว่าเรื่องโกหกดังกล่าวไม่ใช่เรื่องการโกหกสีขาว อีกทั้งหากจะเรียกว่าการพูดเท็จเช่นนี้เป็นการโกหกสีขาว ต้องรอให้พวกท่านชุดนี้ตายก่อน พวกผมถึงจะเรียกว่าการโกหกสีขาว”โฆษกประชาธิปัตย์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ ที่เคยประกาศว่าไม่มีนโยบายคืนพาสสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ภายหลังก็มีการแอบคืนให้ในช่วงที่ประชาชนวุ่นวายกับการแก้น้ำท่วม โดยขณะนั้นสถานที่ทำพาสปอร์ตย่านแจ้งวัฒนะปิดทำการจากผลกระทบน้ำท่วม ตนจึงไม่ทราบว่าพวกเขาแอบเข้าไปจัดทำหนังสือเดินทางกันได้อย่างไร


นอกจากนี้ โฆษกประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการแถลงผลงาน 1 ปีของกระทรวงการต่างประเทศว่า ขอยืนยันว่านายสุรพงษ์ ไม่มีผลงานที่เป็นประโยชน์ของประเทศ เพราะสิ่งที่เห็นเป็นการตอบแทนผลประโยชน์พวกพ้อง ได้แก่ ผลงานการขอวีซ่า ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าประเทศญี่ปุ่นได้ โดยก่อนที่นายสุรพงษ์จะเป็นรัฐมนตรี ทั้งที่กฎหมายการขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นห้ามให้ผู้ต้องโทษเกิน 1 ปี เข้าประเทศได้ แต่รัฐบาลไทยได้ขอผ่อนผันหลักเกณฑ์ดังกล่าว 2.แอบคืนพาสสปอร์ตให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ 3.ยอมให้ประเทศกัมพูชาจัดประชุมมรดกโลกแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งขัดกับมติ ครม.ในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ที่พร้อมจะร่วมแข่งขันกับประเทศกัมพูชาทุกเวทีในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการประชุมดังกล่าว 4.ทำให้ประเทศไทยไทยเสียโอกาสให้ องค์การนาซ่า มาทำการวิจัยอากาศที่สนามบินอู่ตะเภา ภายหลังที่รัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามเรื่องความโปร่งใส่ ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ 6 ข้อได้ จนนาซ่าต้องล้มเลิกโครงการ 5.ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปทั่วโลกได้อย่างอิสระ


“ผลงานของนายสุรพงษ์ ชิ้นโบว์ดำคือสร้างสัมพันธ์ไทยจีน โดยการขอให้หลินปิง หลินฮุ่ย อยู่ในจ.เชียงใหม่ ได้นานๆ รวมทั้งยังมีผลงานในเรื่องการเจรจาการค้าถึง 250 เรื่อง สำเร็จ 27 เรื่อง ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงนั้น ตนไม่รู้ว่านายสุรพงษ์ตกเลขและเรียนคณิตศาสตร์ที่เดียวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ ซึ่งหากผมมีโอกาสผมจะนำหลินปิง หลินฮุ่ยไปขอบคุณนายสุรพงษ์ ที่ทำผลงานให้แก่ประเทศ”นายชวนนท์กล่าว




ข่าวอื่นๆ