ข่าว

 “จุรินทร์”  ชี้ ปลด “อภิสิทธิ์” ออกจากราชการทหาร เพื่อล้มญัติซักฟอก “ยิ่งลักษณ์”
12 พ.ย. 2555

“จุรินทร์” ชี้ ปลด “อภิสิทธิ์” ออกจากราชการทหาร เพื่อล้มญัติซักฟอก “ยิ่งลักษณ์”

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะประสานงานพรรคร่วมฝ่านค้าน (วิปฝ่านค้าน) กล่าวในที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน ถึง เรื่องการประชุมสภาเป็นเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาของรัฐ ทั้งหมด 5 เรื่อง 1.คือกรอบการเจรจาการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ 2.คืออนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเช่นเดียวกัน 3.คือข้อตกลงจัดตั้งศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ 4.เรื่องร่างความตกลงเรื่องการจัดตั้งศูนย์ประสานความร่วมมืออนุภาคเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย อันนี้คือตั้งสำนักงานเลขาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ 5.คือความตกลงว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาของอาเซียน ทั้ง 5 เรื่องนี้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น กรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านก็มีมติให้ความเห็นชอบทั้ง 5 เรื่อง


ส่วนกรณีกระทู้สดที่ยังค้างอยู่ กรณีการกุเรื่องลอบฆ่าคุณทักษิณ นายวัชระ เพชรทอง ได้ตั้งกระทู้ถามสดไว้แล้วแต่รองนายกฯ เฉลิม ไม่ได้มาตอบ ฉะนั้นจึงค้างมาในสัปดาห์นี้ ซึ่งนายวัชระยังยืนยันที่จะถามกระทู้นี้ต่อไป อีกกระทู้หนึ่งเป็นเรื่องผลกระทบ การขนถ่านหินจากอินโดนีเซียมายังประเทศไทย สำหรับเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นที่ยุติแล้วว่าการอภิปรายในวันที่ 25 - 26 ถ้าอภิปรายสิ้นสุดก็จะลงมติวันที่ 27 แต่ถ้าการอภิปรายไม่สิ้นสุดก็จะอภิปรายเพิ่มเติมอีกเป็นวันที่ 25, 26 และ 27 แล้วก็จะลงมติในวันที่ 28 หากมีการประท้วงจนเวลาของฝ่ายค้านต้องใช้เวลายืดเยื้อออก ก็ต้องอภิปรายไปจนถึงวันที่ 27 คือ 3 วัน การลงมติก็จะไปทำวันที่ 28 ที่ต้องเน้นย้ำก็เนื่องจากว่ามีความพยายามที่จะสร้างเหตุในการกดดันการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเหตุในเรื่องของเวลา โดยการหยิบยกประเด็นที่วุฒิสมาชิกได้เข้าชื่อกันเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติไปยังรัฐบาลเพื่อจะอภิปรายตรวจสอบรัฐบาลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วมีความพยายามที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเหตุที่วุฒิสภาได้รับการจัดสรรเวลาจากรัฐบาลเพียงวันเดียวในวันที่ 28 ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะฝ่ายค้านจะใช้เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจล่วงเลยไปถึงวันที่ 27 ซึ่งอันนี้ขอเรียนทำความเข้าใจว่าความจริง 25, 26, 27 เป็นข้อตกลงร่วมระหว่างวิปรัฐบาลวิปฝ่ายค้านตั้งแต่ต้น ประเด็นของการจัดเวลาให้วุฒิสภาแค่วันเดียว 28 เป็นเรื่องของวิปรัฐบาล ซึ่งความจริงถ้ารัฐบาลใจกว้างจะเปิดโอกาสให้วุฒิสภาได้ทำหน้าที่จริง ๆ ก็สามารถจัดเวลาเพิ่มเติมให้ได้ ไม่จำเป็นต้องไปบีบบังคับให้วุฒิสภาพูดเฉพาะวันที่ 28 สามารถจัดวันไหนก็ได้ วันนี้ก็แค่วันที่ 12 พฤศจิกายน ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งเยอะแยะกว่าจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 29 พฤศจิกายน ถ้ารัฐบาลใจกว้างปรารถนาให้วุฒิสภาได้ทำหน้าที่จริง ๆ ก็สามารถจัดหาเวลาให้วุฒิสภาได้อยู่แล้ว เว้นแต่ว่าถ้ารัฐบาลไม่ประสงค์จะให้วุฒิสภาได้ทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง ฉะนั้นปัญหาเรื่องการอภิปรายของวุฒิสภาไม่ใช่ปัญหาระหว่างวิปฝ่ายค้านกับวุฒิสภา แต่เป็นประเด็นปัญหาระหว่างวิปรัฐบาลกับวุฒิสภาที่ต้องไปทำความเข้าใจตกลงกันในเรื่องเวลา ส่วนวิปฝ่ายค้านกับวิปรัฐบาลจบแล้ว ไม่ควรมีอะไรมากระทบการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านอีก อันนี้ก็คือสิ่งที่ขอเรียนให้ได้รับทราบ



สำหรับการอภิปราย ขอเรียนเน้นย้ำว่าผู้ที่มีหน้าที่ชี้แจงคำอภิปรายของฝ่ายค้านคือรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ไม่ใช่ใครก็ได้อยู่ ๆ จะขอลุกขึ้นใช้สิทธิ์ขอตอบ ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่มีการระบุว่าผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นใคร ส่วนกรณีของคำสั่งปลดท่านผู้นำฝ่ายค้านฯ ออกจากราชการของกระทรวงกลาโหมที่ปรากฏเป็นข่าว ขอเรียนว่าเป็นเกมของการพยายามที่จะล้มญัตติซักฟอกนายกรัฐมนตรี เพราะมีข้อสังเกตอยู่ 2-3 ข้อ ข้อหนึ่งก็คือ จะเห็นได้ว่าคำสั่งปลดออกจากราชการกระทำในวันเดียวกับวันที่ฝ่ายค้านไปยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจในข้อหาทุจริตกระทำผิดกฎหมายได้ตามรัฐธรรมนูญ เหตุผลข้อต่อมาก็คือ การกระทำดังกล่าวอยู่ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่าจะเริ่มในวันที่ 25 พฤศจิกายน ก็คงจะมีผลในเรื่องของการที่จะให้กระทบกับความน่าเชื่อถือของการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ของฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ถ้ารัฐบาลตรงไปตรงมาก็ยอมรับการตรวจสอบ ประเด็นไหนที่คิดว่าจะต้องชี้แจงรัฐบาลก็ชี้แจงในสภาตามขั้นตอนกระบวนการเท่านั้น แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหวังผลที่จะให้มีผลนอกจากลดความน่าเชื่อถือแล้ว ต้องการให้กระทบต่อตัวญัตติด้วยคือ ถ้าปลดออกจากราชการก็จะมีผลให้กระทบต่อสถานะภาพการเป็น ส.ส. ของท่านผู้นำฝ่ายค้าน และหวังให้กระทบต่อไปว่าเมื่อกระทบต่อสถานะภาพการเป็น ส.ส. การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนต่อไปตามรัฐธรรมนูญคุณสมบัติก็ชัดเจนว่าต้องเป็น ส.ส. ไม่งั้นก็เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ก็หวังให้กระทบทำให้ญัตติที่เสนอชื่อท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปเกิดคำถามเรื่องความสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ของญัตติ แล้วก็จะนำมาซึ่งการสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายค้านสามารถทำหน้าที่ในการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีในสภาตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญได้ เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นที่มาที่ไปที่เป็นเบื้องลึกที่ซ่อนเร้นอยู่ของการดำเนินการในครั้งนี้ของกระทรวงกลาโหม ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคุณสมบัติหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทางฝ่ายค้านจะมีการยื่นศาลปกครองหรือว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งทางหัวหน้าพรรคได้แถลงชัดเจนแล้วว่าท่านจะยื่นศาลปกครอง สำหรับตัวผู้อภิปรายขณะนี้กำหนดไว้ครบถ้วนหมดแล้วชัดเจนหมดแล้ว แต่ผู้เปิดอภิปรายกับผู้สรุปการอภิปรายยังไม่ได้กำหนดกัน ซึ่งผู้อภิปรายมี 10-20 คน ผู้สื่อขาวถามต่อว่า ถ้าวันที่ 25 เป็นในส่วนของที่ฝ่ายค้านถามนายกในการซักฟอกวันแรก ถ้าเกิดนายกไม่มาจะทำอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า นายกไม่มานายกก็เสียเอง เพราะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจทุกวัน และนายกก็เป็นผู้แทนราษฎรด้วยควรจะมาประชุมสภา โดยเฉพาะในญัตติที่มีความสำคัญอย่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ




ข่าวอื่นๆ