ข่าว

“วิรัตน์” เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้
15 ก.ค. 2560

“วิรัตน์” เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้

(15 ก.ค.2560) นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ... ที่ให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะสามารถฟื้นคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจำหน่ายคดี เนื่องจากจำเลยหนีคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่นั้นว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ใช้เฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคนไม่ว่าจะชื่ออะไร ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องชื่อนั้นชื่อนี้และไม่เกี่ยวกับประชาชนทั่วไป เป็นเรื่องการทุจริตหรือการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ซึ่งบุคคลธรรมดาทั่วไปยังใช้กฎหมายทั่วไปอยู่

          ทั้งนี้การเรียกร้องให้คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่มีอายุความคือหลบหนีก็ไม่มีผล พิพากษาแล้วหลบหนี จับได้เมื่อไหร่ก็ยังมีผลทันทีคือไม่ขาดอายุความ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการเมืองเรียกร้องมาหลายปีแล้ว

          นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยนั้นปกติก็ใช้สำหรับคดีอาญาทั่วไปที่โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี เป็นเรื่องที่ศาลอนุญาตให้พิจารณาลับหลังได้อยู่แล้ว แต่กระบวนการก่อนที่จะถึงจุดนี้คือจะต้องผ่านการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น ปปท. ป.ป.ช. และสตง. หากองค์กรเหล่านี้เห็นว่ามีมูลก็จะส่งเรื่องมายังอัยการสูงสุด (อสส.) ให้กลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง และถ้าหาก
อสส.เห็นว่าไม่ควรฟ้องเรื่องก็จบแต่หากเห็นว่าควรฟ้องก็ส่งเรื่องมายังศาลและเมื่อเรื่องถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ศาลประทับรับฟ้องแล้วก็เปิดโอกาสให้จำเลยได้มอบตัวภายใน 3 เดือน หากไม่มอบตัวในระยะเวลา 3 เดือน ศาลจึงจะมีอำนาจพิจารณาลับหลัง

          “เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของจำเลย และเพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ก็ให้จำเลยสามารถแต่งตั้งทนายความเข้ามาทำหน้าที่ซักค้านแทนจำเลยได้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทุกกรณี ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งจะอุทธรณ์ได้เฉพาะมีข้อเท็จจริงใหม่ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นนักการเมืองทุกคนจึงต้องสำเหนียกว่าต้องไม่กระทำผิด ต้องไม่ทุจริต ต้องไม่คอร์รัปชั่น เพราะหากทุจริตหรือคอร์รัปชั่นแล้วเพื่อรักษาสิทธิของตนก็ต้องอยู่สู้คดีอย่าหลบหนีคดี” นายวิรัตน์ กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



ข่าวอื่นๆ