ข่าว

“ราเมศ” หนุนให้ “ยิ่งลักษณ์” สู้คดี ไม่ว่ากฎหมายเก่า หรือกฎหมายใหม่ ก็ต้องมาแสดงตนต่อศาล
28 ก.ย. 2560

“ราเมศ” หนุนให้ “ยิ่งลักษณ์” สู้คดี ไม่ว่ากฎหมายเก่า หรือกฎหมายใหม่ ก็ต้องมาแสดงตนต่อศาล

(28 กันยายน 2560) นายราเมศ  รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้นว่า คดีดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 195 วรรค 4 คือมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา ซึ่งขณะนี้คดียังไม่ถึงที่สุด ดังนั้นจำเลยจึงยังมีสิทธิ์ที่จะต่อสู้คดีนี้ได้อย่างเต็มที่ และตนก็สนับสนุนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่จึงจะทำให้กระบวนการถึงที่สุดด้วยความสมบูรณ์ 

ส่วนประเด็นในการอุทธรณ์ที่ยังมีการถกเถียงกันว่าตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องมาปรากฏตัวต่อศาลหรือไม่ นายราเมศมีความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 18 กำหนดไว้ว่าถ้าไม่มีข้อกำหนดพิจารณา ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงต้องไปใช้มาตรา 198 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือ กรณีจำเลยจะอุทธรณ์ต้องมาปรากฏตัวต่อศาลเพื่อยื่นอุทธรณ์  ความเห็นตามกฎหมายก็คือจำเลยต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะใช้กฎหมายใหม่หรือกฎหมายเก่าก็ไม่มีผล เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องมาแสดงตนต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

นอกจากนี้รองโฆษกฯ ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องอายุความที่ ดร.วิษณุ เครืองาม ได้ออกมาให้ความเห็นว่าอายุความต้องรอกฎหมายใหม่นั้น ตนมีความเห็นแย้ง เพราะศาลได้ตัดสินว่ามีความผิดตาม มาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา และ มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ลงโทษบทที่หนักที่สุดคือมาตรา 123/1 เมื่อเป็นเช่นนี้ กฎหมายมาตรา 74/1 ไม่ให้เอาหลักการเรื่องอายุความมาใช้ถ้าจำเลยหลบหนีหลังจากศาลมีคำพิพากษา กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีไปจะกี่ปีก็ตาม เมื่อกลับมาก็ต้องได้รับโทษตามคำพิพากษา แต่ขณะนี้คดียังไม่ถึงที่สุดอย่าเพิ่งมาคิดเรื่องนี้ เพราะหากน.ส.ยิ่งลักษณ์อุทธรณ์ ก็อาจจะชนะคดีก็ได้




ข่าวอื่นๆ