ข่าว

รมช.พาณิชย์เงา   ตั้งกระทู้ถาม "ปัญหาเรียกค่าหัวคิว บางระกำโมเดล"   เจอรมต.เล่นบทซื่อบื้อตอบกระทู้  เก็บหัวคิวเป็นการสมยอม
06 ต.ค. 2554

รมช.พาณิชย์เงา ตั้งกระทู้ถาม "ปัญหาเรียกค่าหัวคิว บางระกำโมเดล" เจอรมต.เล่นบทซื่อบื้อตอบกระทู้ เก็บหัวคิวเป็นการสมยอม

 ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดิชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี เรื่องปัญหาการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย ว่า รัฐบาลมีความสับสนเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะบางระกำโมเดลที่เป็นความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาล เพราะมีเรื่องทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเรียกเก็บค่าหัวคิวกับเกษตรกร แต่คนในพื้นที่ได้ออกมาแถลงข่าวว่าไม่มีการเก็บหัวคิว ขอถามว่ามีมาตรการที่จริงจังจัดการกับคนเก็บหัวคิวบางระกำโมเดลอย่างไร จะเอาเงินคืนมาให้เกษตรกรได้หรือไม่ และทำอย่างไรไม่ให้ปัญหาส่วยลุกลาม

ด้านนายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีว่า ต้องขอบคุณที่ให้ข้อมูลการทุจริต ซึ่งนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะการกินหัวคิวเป็นสิ่งน่ารังเกียจ นายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด โดย ผลสอบจะออกมาวันนี้ ถ้ามีการกระทำความผิดก็ต้องจัดการเด็ดขาดเพราะเป็นเงินภาษีของประชาชน แต่ปัญหาเกิดขึ้นมาทุกยุคสมัยแก้ยาก เพราะสถานการณ์ขณะนี้น้ำท่วมทุกพื้นที่ บุคลากรมีน้อย แต่มีการใช้เงินจำนวนมาก ก็ต้องมีรั่วไหล แต่มหาดไทยไม่ได้นิ่งดูดาย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตลอดเวลา ขอฝากให้สส. ทุกคน ถ้าเห็นว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้ให้แจ้งมา เราพร้อมจะตรวจสอบ ความจริงก็คือความจริง ประชาชนจะถูกเอาเปรียบไม่ได้

ด้านนพ.วรงค์กล่าวว่า ตนเข้าใจรมช.มหาดไทย ที่ตอบคำถามแบบนี้เพราะไม่ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง เวลานี้ประชาชนเดือดร้อนกลับเอาความทุกข์มาใส่เพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลตอบได้แค่นี้ อย่างน้อยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทยควรจะมาตอบมากกว่า ตนไม่สบายใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเคยเตือนตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. แล้วว่ามีปัญหาเก็บส่วย แต่ไม่กระตือรือร้น หรือรีบออกมาตอบโต้ตนวันรุ่งขึ้น และถัดไปอีก2 สัปดาห์ชาวบ้านต้องมาจ่ายเงิน บางรายมีการโทรมาถวงเงินด้วยซ้ำ

นพ.วรงค์ ได้เปิดคลิปเสียงเกษตรกรที่พูดถึงการถูกหักค่าหัวคิวในที่ประชุมสภา พร้อมกับบรรยายว่า ชาวบ้านระบุว่า ถ้ายอมก็เซ็นชื่อ ใครไม่ยินยอมก็ไม่ต้องเซ็น ได้มาแล้วก็ให้เขาไปแล้ว เขาคนนั้นคือใครรัฐบาลต้องไปค้นหาเอง เวลานี้ปัญหาส่วยกำลังแพร่ขยายไปถึงอ.พรหมพิราม แต่นายกฯมัวมานั่งเฉยไม่ได้ ซึ่งหนักกว่าบางระกำโมเดล มีการเรียกเก็บหัวละ1 พันบาท จากเงินชดเชยน้ำท่วมที่รัฐบาลให้ครอบครัวละ 5,000บาท โดยประกาศเสียงตามสายให้มาจ่าย เวลานี้เท่ากับเกตรกรจะได้รับเงิน3ส่วน คือ จากเงินช่วยเลหือน้ำท่วม 5,000บาท เงินช่วยเกษตรกร 2,222บาท และ จะมีเงินส่วนต่างพิเศษอีก 1,437บาทต่อไร่ ตามมาอีก หากเงินในส่วนนี้มีปัญหาจะรับผิดชอบอย่างไร

นายฐานิสร์ ชี้แจงว่า สิ่งที่นพ.วรงค์พูดถึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรัฐบาลได้รับทราบและมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ใครผิดก็ต้องว่าไปตามกฏหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย การแจกเงินไม่ใช่จู่ๆ เอาเงินไปให้ผู้นำแจก แต่มีการลงทะเบียน และตรวจสอบกัน บางส่วนต้องไปรับที่ธนาคาร บางครั้งอาจมีการสมยอมระหว่างผู้นำและผู้ประสบภัยเอง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ ต้องมีหลักฐาน มีเบาะแสถึงจะต้องลงไปตรวจสอบ ส่วน “เขา”ที่ต้องเอาเงินไปให้ คงตอบไม่ได้ที่แน่ๆไม่ใช่นายกฯแน่นอนท่านไม่มีความคิดไปหาเศษหาเลยแบบนั้น

ด้านนพ.วรงค์ โต้ตอบว่าสิ่งที่ตนถามคือเงินก้อนใหม่ที่จะจ่ายในตอนหลังจะมีมาตรการป้องกันอย่างไม่ให้มีการทุจริต เพราะประชาชนเกิดความหวาดกลัว และหวาดระแวง ตนต้องการสื่อไปยังรัฐบาลให้เอาจริงเอาจัง หวังว่าเวลารัฐบาลลงพื้นที่ต้องสั่งการเจ้าหน้าที่ให้เอาจริงเอาจัง เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดี ส่วนที่อ้างว่าเป็นการสมยอมทั้งสองฝ่าย หากเป็นเช่นนั้นเกษตรกรจะมาร้องเรียนทำไม ส่วน “เขา”ที่รมช.มหาดไทยยืนยันว่าไมใช่นายกฯ ตนก็ไม่เคยพูดว่าเป็นนายกฯ แต่บอกให้รัฐบาลไปสืบหาว่า “เขา”คนนั้นคือใคร อย่างไรก็ตามตนไม่ขอตั้งคำถามข้อต่อไปอีก เพราะดูการตอบของรมช.มหาดไทยแล้วคิดว่าไม่มีประโยชน์




ข่าวอื่นๆ