<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0">
<channel>
<title>ข่าว (th) / ข่าวพรรค</title>
<link>http://cms.democrat.or.th</link>
<description></description>
<lastBuildDate>Sat, 25 May 2013 02:51:06 +0700</lastBuildDate>
<ttl>60</ttl>
<item>
	<title>ชวนนท์  ย้ำ จุดยืน ปชป. ต่อต้านการล้างผิด “คนทุจริตคอร์รัปชั่น-คนทำผิดคดีอาญา”   ชี้  ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับวรชัย แค่ สับขาหลอก    เป้าหมายสุดท้าย ล้างผิดให้  “ทักษิณ”</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15084&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ขอคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอต่อสภา เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะต่อต้านการล้างผิดให้คนทุจริตคอร์รัปชั่น คนสั่งฆ่าประชาชน คนทำผิดคดีอาญา เผาบ้าน เผาเมือง ยืนยันต้องให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า เพื่อแสวงหาความจริงให้ประเทศ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการปรองดอง แต่ในขณะนี้สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี พยายามทำคือ การตัดตอนกระบวนการยุติธรรม และตัดทอนความจริงของประเทศทำให้พี่น้องเสื้อแดงตายฟรี เพื่อต่อรองให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นผิด กลับประเทศอย่างไร้มลทิน 
    &lt;br /&gt;
  
    &lt;br /&gt;
  โดยในวันที่พ.ต.ท.ทักษิณสไกป์ผ่านเวทีเสื้อแดงที่ราชประสงค์ มีการหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงร่างกฎหมายของร.ต.อ.เฉลิม บอกแต่ว่าจะสนับสนุนร่างของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่นิรโทษเฉพาะประชาชนยกเว้นแกนนำ แต่ในความจริงตนเชื่อว่าลับหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ แอบสะกิด ร.ต.อ.เฉลิม ให้เร่งรัดกฎหมายดังกล่าว เพราะร่างของนายวรชัย สุ่มเสี่ยงที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้ประโยชน์ ปล่อยให้คนเสื้อแดงพ้นผิด ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไร้อำนาจต่อรองให้กับตัวเอง แต่ร่างของ ร.ต.อ.เฉลิม คนทั้งประเทศจะถูกลากเข้ามาเป็นเครื่องต่อรองให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะเป็นร่างที่ได้รับการผลักดันจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนร่างนายวรชัย เป็นเพียงแค่การสับขาหลอกคนเสื้อแดงว่ามีความพยายามที่จะหาคนสั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษอยู่เท่านั้น 
    &lt;br /&gt;
  
    &lt;br /&gt;
  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องไปยังคนเสื้อแดงว่า ถ้าไม่ร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการรักษาระบบบ้านเมืองเอาไว้ อีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ คนที่ฆ่าประชาชนและฆ่าทหารจะถอดหน้ากากออกมาประกาศได้ว่าเป็นคนฆ่าทหาร ประชาชน และศพในวัดปทุม โดยไม่มีความผิด ซึ่งจะยิ่งนำไปสู่ความแตกแยกมากกว่าเดิม จึงขอเรียกร้องไปยังคนไทยไม่ว่าจะสีใดก็ตามให้รวมตัวกันปกป้องระบบนิติรัฐไม่ให้เสียหายจากกฎหมายปรองดองที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง 
    &lt;br /&gt;
  
    &lt;br /&gt;
  ส่วนการตามหาชายชุดดำและการหาคนเผาเซ็นทรัลเวิล์ดของนครบาลในขณะนี้นั้น ตนไม่แน่ใจว่า 3 ปีที่ผ่านมารูปภาพผู้ต้องสงสัยเผาเซ็นทรัลเวิล์ดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลนำมาเผยแพร่ในขณะนี้ จึงไม่มีการจับกุมตัวมาสืบสวนสอบสวน แต่หลังการสไกป์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนครบาลและดีเอสไอต่างก็จะเร่งรัดสืบหามือเผาเซ็นทรัลเวิล์ดอย่างร้อนรนผิดปกติ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามที่จะกลบหลักฐานหรือเปลี่ยนแปลงหลักฐาน เพื่อโยนว่าเป็นการกระทำของมือที่สาม หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่ายหรือไม่ เพราะนครบาลได้บอกแล้วว่า หากคนเหล่านี้พิสูจน์ไม่ได้ว่าเคยเข้าร่วมการชุมนุมอาจเป็นการแทรกซึมเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งเป็นการตอบสนองคำพูดของทักษิณ ที่ต้องการเอากรณีที่ศาลอาญายกฟ้องสองผู้ต้องหาเผาเซ็นทรัลเวิล์ดเนื่องจากพยานหลักฐานอ่อน มาเป็นข้ออ้างว่าคนเสื้อแดงไม่ได้เผาเซ็นทรัลเวิล์ด 
    &lt;br /&gt;
  
    &lt;br /&gt;
  นายชวนนท์ กล่าวว่า เหตุการณ์กระชับพื้นที่ในวันที่ 19 พ.ค.53 นั้นตนอยู่ใน ศอฉ.ได้รับการแจ้งจากประชาชนมากมายว่า มีการเผาเซ็นทรัลเวิล์ด โดยนักข่าวต่างประเทศติดต่อมาที่ ศอฉ.ว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงต่อต้านไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับเพลิง สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ทั้งเอกสาร หลักฐาน ของดีเอสไอ ซึ่งตนไม่อยากคิดว่าดีเอสไอกล้ากลับคำ หรือกลับสำนวนการสอบสวนของตัวเอง ในขณะที่ประชาชนทั้งประเทศเห็นว่ามีคนวางเพลิงเซ็นทรัลเวิล์ด โดยทหารยังเข้าไปไม่ถึงบริเวณดังกล่าว จึงไม่อยากให้ข้าราชการของประเทศไทยเปลี่ยนความจริงตามอำนาจทางการเมือง เพียงเพื่อสนองผู้มีอำนาจจนมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ชาติไทย ขอให้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อีกทั้งการเผาเซ็นทรัลเวิล์ดเป็นเพียงเหตุการณ์ 1ใน 39 จุดที่ถูกเผาในกทม. อีกทั้งยังมีการเผาศาลากลาง ที่คนเสื้อแดงเป็นจำเลยชัดเจน ทั้งที่ จ.มุกดาหาร อุบลราชธานี อุดรธานี ตนขอถามกองบัญชาการตำรวจนครบาล และดีเอสไอ มีความคืบหน้าเพียงใดในการที่จะเอาคนผิดมาลงโทษ และ ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กล่าวถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดจากการกระทำที่รุนแรงต่อประเทศดังกล่าว &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เรียกประชุมผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่ และมีมติควบคุมราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.30 บาท ว่า ถือเป็นการควบคุมราคาเกินราคาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ 3.20 บาทต่อฟอง เชื่อว่า การประกาศดังกล่าวจะทำให้ราคาวิ่งพุ่งชนเพดานไป ตั้งแต่หลังการประกาศ และจะทำให้ราคาที่ตกถึงมือของเกษตรกร สูงถึง ฟองละ 4บาทกว่าแน่นอน จึงถือว่า การแก้ปัญหาไข่ไก่แพงของนายณัฐวุฒิ ยิ่งแก้ยิ่งแพง นอกจากนี้ยังมีนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานชมรมเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ เรียกร้องของขึ้นราคามิเตอร์แท็กซี่จากเริ่มต้นที่ 35บาท เป็น 40บาท และเพิ่มอีกกิโลเมตรละ 20เปอร์เซ็นต์ รวมถึงเพิ่มราคาช่วงรถติดอีกนาทีละ 2บาท ยังไม่รวมการที่รัฐบาลจะขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี และเอ็นจีวี ซึ่งปัญหาทั้งหมดเท่ากับว่า ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง ประชาชนเดือดร้อน จึงอยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เงยหน้ามองแต่จะช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ก้มหน้าลงมามองประชาชนรากหญ้าที่เลือกรัฐบาลนี้มาว่า เขาประสบความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส จากนโยบายของรัฐบาลนี้ เพราะรัฐบาลมุ่งหน้าแต่เรื่องการเมือง ไม่สนใจปัญหาของประชาชน&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt;
    &lt;p&gt;
      &lt;br /&gt;
    &lt;/p&gt;
  &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/bdc/240513.jpg" length="11254" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Fri, 24 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>อภิสิทธิ์เสียดายเงินภาษี หากรัฐบาลจัดประชาเสวนาไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15083&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>(24 พ.ค. 56) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกระแสละครคุณชายพุฒิภัทรว่าตนไม่ได้ดูละคร แต่มีโอกาสเห็นผ่านทางโทรทัศน์ และโซเชียลมีเดีย  มี สส. ของพรรคฯ เอาไปปราศรัยผ่าความจริงที่สิงห์บุรีเมื่ออาทิตย์ก่อนอีกด้วย 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ผมไม่ได้ดูละครนะครับ แต่ว่าได้มีโอกาสเห็นผ่านๆ ทั้งทางโทรทัศน์ ทั้งทางโซเชียลมีเดียอยู่เกือบตลอดครับ ก็ขนาด สส.ผม ยังเอาไปปราศรัยผ่าความจริงที่สิงห์บุรีอาทิตย์ก่อนนะครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ผมว่าจริงๆ แล้วเนื้อหาของละคร ของนิยายนั้นก็มักจะสอดแทรกบางสิ่งบางอย่างที่สะท้อนสังคม หรือสะท้อนแนวคิดอยู่ไม่มากก็น้อย แต่ผมว่าอย่าพูดมากเลยครับ เดี๋ยวปรากฏว่าถูกห้ามฉายตอนสุดท้าย คุณถนอมก็ต้องตายแน่&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ขณะนี้ดูเหมือนจะมีการดึงละครทางการเมืองไทยออกไปสู่เวทีต่างประเทศ ในบทบรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ พูดถึงกรณีที่ ครม. จะแก้ไขรายงานที่จะเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนประจำกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ในกรณีนี้ เหตุใดรัฐบาลต้องนำเรื่องในประเทศไปบอกกับต่างประเทศด้วย 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ผมอ่านข่าวที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็มีแหล่งข่าวที่ถูกรายงานมาในสื่อว่าการประชุมนั้นเป็นอย่างไร ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าการที่เราเป็นภาคีแล้วก็จัดทำรายงานนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าเมื่อเราตกลงเข้าไปเป็นภาคีก็ต้องเคารพตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของมาตรฐานขั้นต่ำ ของสิทธิมนุษยชน ซึ่งก็จะมีหน้าที่ทั้งในการรายงาน ทั้งในการที่จะต้องแก้ไขปัญหาอุปสรรค ในกรณีที่ดำเนินการตามข้อตกลงเหล่านี้ไม่ได้ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ทีนี้ตามข่าวนั้น ความจริงการทำรายงานก็ทำกันปกติ แต่ว่าพอเข้าครม. ไปแล้ว มันมีคนท้วง ไม่เชิงท้วงหรอกครับ มีคนเสนอว่า มีประเด็นนึงนะที่ของเราอาจจะถูกมองได้ว่าไม่เป็นสากล ก็คือเรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยอ้างว่าสิทธิขั้นพื้นฐานที่ถูกระบุไว้ในข้อตกลงนั้น คือสิทธิในการถอน พูดง่ายๆ ก็คือใครถูกลงโทษนั้น ควรจะมีสิทธิ์ในการอุทธรณ์ โดยอุทธรณ์ไปยังองค์กรที่ใหญ่กว่าสูงกว่า 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ตรงนี้ถามว่าที่มาที่ไปอย่างไร ใครติดตามการอภิปรายในสภา ใครติดตามการสร้างกระแสของฝ่ายรัฐบาล ของฝ่ายเสื้อแดง หรือฝ่ายคุณทักษิณนั้นจะทราบดีว่ามีความพยายามจุดประเด็นนี้ขึ้นมาหลายครั้ง เนื่องจากว่าคุณทักษิณนั้นถูกตัดสินในคดีทั้งที่ดินรัชดา แล้วก็ในคดีของการยึดทรัพย์ โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะฉะนั้นถามที่มาที่ไปนั้น ไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ ก็เป็น 1 ในกระบวนการที่จะดิสเครดิตองค์กรที่กำลังเป็นปัญหา เป็นอุปสรรคกับคุณทักษิณ ถือได้เป็นปัญหาไปแล้ว โดยพยายามที่จะอ้างเสมอว่าองค์กรเหล่านี้ไม่มีมาตรฐาน หรือสองมาตรฐาน หรือมีคนมาแทรกแซง หรือไม่เป็นไปตามหลักสากล 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ทีนี้ในรายงานข่าวก็บอกว่า พอเสนอเข้ามาก็เลยรุมกันใหญ่ว่า กระทรวงยุติธรรมต้องไปแก้รายงานเพื่อให้เอาเรื่องนี้ไปรายงานเขาด้วย ซึ่งความจริงก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกันว่า ปกติแล้วเวลาทำรายงานแบบนี้ จะมีแต่ว่าคนเขาท้วงมาว่า เรามีปัญหาอะไร แล้วเราแก้ปัญหาหรือยัง แต่ถ้าจะไปรายงานบอกเรามีปัญหา แล้วเราไม่รู้ว่าจะทำอะไรกันยังไงกันนั้น มันก็คงเป็นเรื่องแปลก นอกจากว่าเป็นความพยายามที่จะอ้างว่า กำลังมีปัญหาเรื่องนี้เพื่อจะให้เขาท้วงกลับมาจะได้แก้ไขอะไรทำนองนั้น 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 แต่ทีนี้พอเรามาดูข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่ามันไม่ใช่ มันไม่ใช่อย่างที่รัฐบาลพยายามเสนอ หรือฝ่ายรัฐบาลพยายามเสนอ 2 ประเด็นนะครับ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 1. ระบบของเราที่เป็นอยู่นี้ มันขัดมั้ย มันไม่ตรงมั้ยกับมาตรฐานที่เขาระบุ เรื่องนี้ความจริงถ้าถามว่ามีบางช่วงที่ไม่ตรงหรือเปล่า มีนะครับ ก็คือช่วงรัฐธรรมนูญปี 40 เพราะตอนนั้นการขึ้นศาลของนักการเมือง ก็ขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสิทธิ์เสร็จจบ จบเลยนะครับ ซึ่งก็แปลกดีนะครับว่า ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาล เสื้อแดง คุณทักษิณ ยกย่องรัฐธรรมนูญปี 40 นี้ ไม่เคยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเลยว่าขัดกับมาตรฐานสากลหรืออะไร 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 แต่พอปี 50 เขาได้แก้ไขแล้ว ปี 50 นี้ซึ่งถูกด่าเสมอว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากเผด็จการนี้เขาได้แก้แล้ว คือเปิดโอกาสให้สามารถที่จะอุทธรณ์ได้ แต่ก็แน่นอนการอุทธรณ์นี้ก็มีเงื่อนไข ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของมาตรฐานสากล บางประเทศนี่ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงด้วยซ้ำ บางประเทศให้อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมาย แต่อันนี้เปิดโอกาสให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้ ถ้ามีข้อเท็จจริงใหม่ แล้วก็เป็นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา เพราะฉะนั้นในประเด็นที่พยายามจะพูดว่า เรามีปัญหาไม่ได้รักษามาตรฐานอย่างนี้ไม่จริงนะครับ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 2. ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าใครไปดู ศึกษารายละเอียดจะพบว่า ถ้าไปพูดทำนองว่าเราไม่เป็นสากลนั้น ยิ่งแปลกใหญ่ ทำไมยิ่งแปลกใหญ่ เพราะว่าหลายประเทศในยุโรป เขาถึงขั้นทำข้อสงวนไว้เลยในข้อตกลงนี้นะครับว่า เขายังไม่ หรือเขาจะไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติข้อนี้ ผมดูมีฝรั่งเศส เดนมาร์ค เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก อีกหลายต่อหลายประเทศ ซึ่งบางประเทศจะคล้ายๆ ของเราเลยนะครับ เขาเขียนเลยบอกว่า ข้อนี้ที่บอกว่าห้ามอุทธรณ์นั้น เขามีคดีความบางคดี บางประเภท บางกลุ่มบุคคล เช่นเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการทุจริต ทำนองนั้น หรือความผิดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ เขาไม่ให้อุทธรณ์ เขาก็ใช้ศาลสูงจัดการเหมือนกัน 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 เพราะหลักคิดนี้มันก็มาจากหลักคิดที่ว่า เขาก็เคยเปรียบเทียบกันอย่างนี้ว่า เวลาจับปลา จะใช้จับปลาเล็กกับปลาใหญ่นั้น คงใช้อุปกรณ์เหมือนกันไม่ได้ แล้วก็ที่ผ่านมานั้น นักการเมือง แล้วก็ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง เวลามีปัญหาการใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบ ทุจริต คดโกง เราก็บ่นกันมาโดยตลอดว่า ตำรวจก็กังวล เกรงกลัวอิทธิพล ไปจนถึงว่า กว่าจะตัดสินกัน 3 ศาลนี่กลายเป็นตำนานที่คนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าคืออะไร ก็เลยมาเปลี่ยนระบบเป็นเข้าสู่กระบวนการของ ปปช. เข้าสู่กระบวนการของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 
&lt;br /&gt;
 เพราะฉะนั้นเรื่องก็ผมว่าน่าจะชัดเจนนะครับ ไม่ใช่เป็นไปอย่างที่มีความพยายามสร้างกระแสซึ่งเป็น 1 ในกระบวนการที่ต่อเนื่องมาสู่การรื้อระบบศาลนั่นเองครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 เมื่อเรื่องนี้ในต่างประเทศก็ทำกัน และไม่ขัดกับข้อตกลงของ ICCPR ขณะที่รัฐบาลให้กระทรวงยุติธรรมเอารายงานกลับไปแก้แล้วส่งไป เรื่องนี้ไม่เท่ากับเป็นการประจานประเทศตัวเองอีกครั้งหรือ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ก็นี่แหละครับ ผมก็ถึงบอกว่าทำกันทุกวิถีทาง เพื่อประโยชน์ของกลุ่ม ของพวก ไม่ได้คำนึงถึงว่าชื่อเสียงประเทศจะเสียหาย รวมทั้งเป็นการเอาความเท็จด้วยบางที แล้วทำให้ประเทศเสียหายครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 การออกมาพูดแบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิดหรือไม่ว่า ประเทศนี้ไม่ยุติธรรม 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;คือเป็นการตอกย้ำสิ่งที่เขาพยายามสร้างกระแสทั้งใน และต่างประเทศว่า ศาลไทยนั้นมีปัญหา พูดง่ายๆ นะครับ เหตุผลที่เขาจะต้องพยายามสร้างกระแสนี้ ก็เพราะว่าเขากำลังพยายามจะออกกฎหมายมาลบล้างคำพิพากษาศาล เพื่อช่วยคุณทักษิณ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ง่ายมากเลยครับ ทุกอย่างอธิบายง่ายมาก ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ผมถึงบอก พอหลังๆ เวลาใครมาถามกับผมนั้น ผมก็จะบอก ถ้าคุณแค่เข้าใจเป้าหมายตรงนี้ คุณจะเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่างทั้งหมดที่เกิดขึ้นตอนนี้ และผมถึงบอกว่า ถึงเวลาหรือยังครับ รัฐบาลก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ แล้วก็มาดูแลแก้ไขปัญหาของประชาชน&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 วันนี้มีโฆษณาในนสพ. ไทยรัฐ เกี่ยวกับเวทีพูดจาหาทางออกประเทศไทย โดยบอกว่า เสียงประชาชนร่วมหาทางออกประเทศไทย 108 เวทีทั่วประเทศ ไม่คุยวันนี้จะไปคุยกันวันไหน ร่วมสร้างสรรค์ประชาธิปไตย แสวงหาความเป็นธรรม โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคุณอภิสิทธิ์ได้ไปร่วมเวทีลักษณะนี้ที่สถาบันพระปกเกล้า หลังจากนั้นก็มีกระบวนการที่เริ่มอบรมวิทยากรกระบวนการที่จะออกไปทำเวทีในส่วนของกระทรวงมหาดไทย คุณอภิสิทธิ์ได้มีโอกาสเห็นเนื้อหา หรือเอกสารที่จะใช้ในเวทีนี้หรือไม่ เป็นอย่างไร 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;คือเบื้องต้นนี้ต้องบอกว่า มีคนทำงานทำนองนี้เยอะพอสมควร หลายท่านก็อาจจะทราบจากเวทีอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าทุกคนก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีความพยายามที่จะจัดเวทีเสวนาหาทางออกกัน ในภาวะซึ่งมีความขัดแย้งแล้วก็ประชาชนก็มีความวิตกกังวล 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ทีนี้ที่ต้องมาเจาะจงพูดถึงในส่วนนี้ คือในส่วนของรัฐบาลโดยมหาดไทยที่กำลังจะดำเนินการนั้น ก็เพราะว่ามันมีความห่วงใยมาตั้งแต่ต้นว่า การทำเรื่องนี้จะทำได้ตามหลักการทางวิชาการที่ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน แล้วมันจะกลายเป็นเครื่องมือหรือไม่ เพราะว่าหลายครั้งเราจะได้ยินฝ่ายรัฐบาลอ้างอิงทำนองว่า กำลังจะ หรือจะไปรับฟังความคิดเห็นนั้นเพื่อมาหาคำตอบ ก็กลับมาเรื่องเดิมก็คือเรื่องนิรโทษกรรม กับเรื่องของรัฐธรรมนูญ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ก็คงจำได้นะครับว่า ปีที่แล้วก็มีเรื่อง เป็นเรื่องใหญ่โตเรื่องนึงก็คือ สถาบันพระปกเกล้านั้นเคยมาทำงานวิจัย แล้วก็ถูกนำไปใช้อ้างอิง หรือนำไปใช้อ้างอิง หรือนำไปใช้ในทางที่เขาเห็นว่าไม่ตรงตามหลักวิชา ก็ถึงขั้นออกมาแถลงว่าไม่ให้คนนำไปอ้างอิง ไปใช้ ที่ตอนนั้นเถียงกันทำนองว่าจะถอน หรือไม่ถอนรายงาน นึกออกมั้ยครับ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 เสร็จแล้วต่อมาทางรัฐบาลเอง ก็มาขอสถาบันพระปกเกล้า ให้ส่งคู่มือในการที่จะทำประชาเสวนานี่แหละครับ ก็ทางสถาบันพระปกเกล้าก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ก็ส่งไป และผมก็จำได้นะครับว่า คู่มือของทางสถาบันพระปกเกล้าที่ส่งไปนั้นได้ระบุไว้หลายประเด็น ซึ่งผมเป็นห่วงว่าขณะนี้งานของรัฐบาลมันไม่ได้เดินตามนั้นนะครับ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ข้อแรกเลย ผมจำได้คู่มือเขาบอกว่า เจ้าภาพนั้นต้องเป็นกลาง แต่ว่าขณะนี้หน่วยงานองค์กรที่ไปเดินทำเรื่องนี้ เป็นเจ้าภาพนั้นสังกัดฝ่ายบริหาร อยู่ภายใต้นโยบายของการเมือง และเราก็ยังเห็นรองนายกฯ เฉลิมนั้น ยังคุยกับตำรวจเลย จำได้มั้ยครับ ช่วยไปทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ด้วย อย่างนี้นะครับ นี่ก็เป็นปัญหาข้อที่ 1 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ข้อที่ 2 เราก็ยังไม่ทราบนะครับ เพราะว่าเขายังไม่ได้ดำเนินการประชาเสวนา แต่หัวใจอีกประการหนึ่งก็คือการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาร่วม การคัดเลือกคนที่เข้ามาร่วมนั้น อย่างที่ผมไป แล้วก็มาเล่าให้ฟังในรายการนี้วันก่อน เขาทำเป็นระบบ เป็นตามหลักวิชาจริงๆ คือสุ่มตัวอย่าง สุ่มแล้วก็ได้ชื่อคนมาก็ต้องไปพูดคุยให้เข้ามาร่วม เพราะว่ามันสุ่มจริงๆ ไม่ใช่ไปบอกว่าใครอยากมาก็มา หรือว่าไปเกณฑ์คนมา อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ประเด็นที่ 3 ก็คือว่าการมาประชาเสวนาหาทางออกที่ถูกต้องนั้น มันจะต้องไม่จบลงที่การมาบอกว่า เอ้า กรอกฟอร์ม มาถึงบอกเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ลงมติกัน ซึ่งอันนี้ก็ต้องจับตาดูว่าจะเป็นอย่างไร 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ทีนี้ตัวประเด็นในการที่จะหารือนั้น บังเอิญตอนนี้ผมได้เห็นเอกสาร ทั้งที่เป็นคู่มือของวิทยากร แล้วก็ทั้งที่เป็นตัวแผ่นพับสรุป มันน่าเป็นห่วงจริงๆ ครับ เพราะว่าวิธีการเขียน หรือวิธีการหยิบยกปัญหาขึ้นมา ตัวคู่มือของวิทยากรนั้นค่อนข้างจะยาวหน่อย แล้วก็อาจจะเขียนรายละเอียดหน่อย แต่ตัวสรุปนี่ ผมดูแล้ว อันตราย 
&lt;br /&gt;
 อันตรายคือ ประเด็นที่เลือกมาในภาพรวมนั้นก็ตั้งข้อสังเกตได้อยู่แล้วว่า ดูเหมือนตั้งไว้เพื่อจะให้ตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาล แต่ 2. ก็คือไอ้ที่สรุปมานี้ ใครได้อ่านฉบับเต็มด้วย ก็จะมีความรู้สึกว่า มันสรุปแบบเอียงข้าง 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ผมยกตัวอย่างนะครับว่า 1 ในประเด็นที่บอกว่าตอนนี้ กลายมาเป็นปมที่เกิดความขัดแย้งกันนั้น คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ในสรุปนั้นบอกว่า ที่ขัดแย้งนี้เพราะว่ามีคนที่ไม่อยากสูญเสียอำนาจ หรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเล่นงานฝ่ายอื่น นี่ครับ เขียนปัญหาอย่างนี้ สรุปปัญหาข้อนึง 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 คำถามก็คือ เอ๊ะ แล้วทำไมไม่ถูกถึงปัญหาของการมีกระบวนการจาบจ้วงสถาบันอย่างชัดเจน ก่อนที่จะไปบอกว่า คนอื่นมาเล่นงานด้วยเรื่องนี้ นี่ก็เป็นตัวอย่าง หรือพูดถึงว่า ศาลก็โดนนะครับว่า ตัดสินแล้วอธิบายไม่ได้ ก็เลยไม่มีหลักนิติรัฐ นิติธรรม อะไรอย่างนี้เป็นต้น ไม่ได้พูดถึงว่า มีความพยายามในการดิสเครดิตศาล คือตรงนี้ทั้งหมดนะครับ ก็เลยทำให้เป็นห่วงนะครับ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเราคงต้องไปตามดูกันละครับ ในเวทีซึ่งเขาจะเริ่มต้นเดือนมิถุนายนครับ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ อยากจะคุย ก็ต้องคุยละครับ แต่ว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ยอมจัดให้มันเป็นไปตามหลักวิชาเท่านั้นเอง ผมก็เสียดายงบประมาณนะครับ ถ้าไปทำเพียงเพื่อมารองรับความต้องการ ก็นอกจากไม่มีความชอบธรรมแล้ว ยังเสียสตางค์ ภาษีอากรของพวกเราเสียอีก&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 หากคู่มือบิดเบือน เบี่ยงเบน แล้วจะทำให้การจัดการเสวนา หรือผลที่ได้จะไม่บิดเบือนหรือ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;คือมันก็เบี่ยงเบนไปตามกรอบที่ไปหยิบยื่นให้ แล้วก็สุดท้ายก็แน่นอนนะครับ มันก็อย่างที่ผมบอก มันก็ไม่ได้มีความชอบธรรมอะไรขึ้นมา เพราะฉะนั้นอันนี้ใครที่เกี่ยวข้องลองไปดูนะ ลองไปทบทวนนะครับ เพราะว่าตอนนี้เริ่มเห็นกันแล้ว แล้วก็คิดว่าถ้าไปในแนวทางอย่างนี้มันคงไม่สามารถหาคำตอบได้ครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 หากดูตั้งแต่เจ้าภาพ มันก็ไม่ใช่คนกลาง กรอบวิธีคิดที่จะนำไปสู่การสานเสวนา ฟังความคิดเห็นจากประชาชนก็เบี่ยงเบน 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;คนที่จะมา ก็น่าสนใจนะครับว่า ตกลงเขาจะมีวิธีคัดเลือกอะไรกันยังไง เพราะว่ามีครั้งนึงใช่มั้ย รัฐมนตรีมหาดไทยใช้คำว่าอะไรนะ ใครที่ไม่มีสมอง ...&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 หากดูตามคู่มือกรอบตรงนี้ที่จะไปฟังการสานเสวนา กับแนวทางที่รัฐบาลได้ออกมาพูด ปฏิบัติ หรือนำเสนออยู่ในขณะนี้ มันดูตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงหรือไม่ กับกรอบที่บอกว่าฟังความคิดเห็นเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำในขณะนี้ เรื่องศาล เรื่องกฎหมายปรองดอง 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ก็เวลานี้มันเลยกลายเป็นเรื่องเดียวกันไงครับ เพราะว่าที่บอกไปคุยกัน ไปหาทางออกนี่ก็ไปบอกเขาเสียอีกว่า ปัญหาที่เป็นปัญหานี้มาจากมุมของรัฐบาลเองทั้งนั้นนะครับ เลยไม่รู้ว่าจะเรียกว่าตรงกันข้ามหรือเปล่า ก็ไม่ทราบนะครับ 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 แต่ว่าเอาละเมื่อวานนี้ก็อย่างที่บอก ผมก็ทายถูกอีกใช่มั้ย บอกว่าจะต้องไปยื่นแน่นอน กฎหมายแหม จะเรียกชื่อว่าอะไรดี&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ไปช้ากว่า &amp;ldquo;ตัวเงินตัวทอง&amp;rdquo; วันนึงมั้ยครับ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ผมเข้าใจว่า จริงๆ แล้วต้องย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่คุณเฉลิมให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบ ใช่มั้ย เรื่องนี้ ที่บอกว่าเรื่องนี้ จำได้มั้ยครับ วันนั้นเกิดอะไรขึ้น คุณลืมไปแล้วเหรอครับ วันนั้นระหว่างที่คุณเฉลิมให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ ตัวเงินตัวทองเดินออกมา ใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นไม่แปลกครับที่เขาไปร่วมอยู่ในการยื่นด้วยเมื่อวานนี้&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ตกลงว่าเป็นตัวเดียวกันใช่หรือไม่ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ไม่ทราบตัวเดียวกันหรือเปล่านะครับ แต่ว่ารู้สึกว่าทาง สส. ที่ไปยื่นก็ภูมิอก ภูมิใจบอกแม้แต่ตัวเงินตัวทองยังปรองดองด้วย ผมก็ยอมแพ้ละครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 เขาบอกว่าจะปรองดองนี่ ต้องใช้พระนำ ตกลงว่าเขาเอา &amp;ldquo;เหี้ย&amp;rdquo; นำเหรอ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ผมไม่ได้พูดนะครับ คุณถนอมพูดนะครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 คำว่าเหี้ย เป็นคำไม่สุภาพเหรอ ในเมื่อชื่อเขาเป็นอย่างนี้ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ถ้าเรียกเขาไม่เป็นไรครับ อย่าไปเรียกคนอื่นครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 สรุปแล้วคุณอภิสิทธิ์คิดว่า ยังเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับงบประมาณอยู่หรือไม่ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;เกี่ยวสิครับ เพราะว่าถ้าเกิดในมาตรา 4 ดำเนินการไป ก็จะมีคนบอกว่า อ้างว่าก่อให้เกิดสิทธิ์ของตัวเองในการที่จะเรียกร้องทรัพย์สินจากรัฐนะครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 แต่ต่อให้เกี่ยวกับงบประมาณ ก็สามารถใช้เสียงส่วนใหญ่บอกว่าไม่เกี่ยวได้ เพราะคนที่จะตัดสินก็คือประธานคณะกรรมาธิการของสภา ซึ่งพรรครัฐบาลก็มีเสียงส่วนใหญ่ในกรรมาธิการ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ก็เดี๋ยวก็ไปดูครับ เพราะว่าถ้ากระบวนการมันไม่ชอบ มันก็จะไปขัดรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ต้องว่ากันไปครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 สมมติว่าถ้ากฎหมายนี้เกี่ยวกับการเงิน นายกรัฐมนตรีจะต้องเซ็นเอากฎหมายนี้เข้าสภา แล้วหากนายกฯ ไม่เซ็น จะสรุปได้หรือไม่ว่าไม่เกี่ยวกับการเงิน 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;คือประธานนั้น ปกติพอรับกฎหมาย ก่อนที่จะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ ก็จะไปดูว่าเป็นการเงินหรือไม่เป็นการเงิน ทีนี้ถ้าประธานบอก ไม่เป็นการเงินนะ ก็เอาเข้าสภาไปเลย ก็บรรจุเข้าไป แต่ถ้าประธานบอกเป็น ประธานก็ส่งไปให้นายกฯ เซ็นรับรองก่อน เพราะฉะนั้นเบื้องต้นตอนนี้ต้องไปที่ท่านประธานสภาก่อนว่าเป็นหรือไม่เป็นครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 กลับมาที่เรื่องสานเสวนาอีกครั้งว่า ถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจ จริงใจใช้งบประมาณเป็นร้อยล้าน ในการพูดจาหาทางออกประเทศไทย ซึ่งไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าเมื่อพูดจาได้ข้อสรุปแล้วข้อสรุปที่ได้จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างความปรองดองได้จริง ในทางปฏิบัติมันควรต้องมีการลงสัตยาบันก่อนหรือไม่ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ทุกอย่างมันอยู่ที่ความจริงใจครับ ผมเห็นในสัตยาบันนี่ ลงกันมาไม่รู้กี่ฉบับ ฉีกกันไม่รู้เป็นกี่ฉบับกันแล้ว เพราะฉะนั้นยกตัวอย่างเลยนะครับว่า ขนาด คอป. ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมา บนแนวคิดของความเป็นกรรมการอิสระ พรรคทุกพรรคการเมืองนั้นไปหาเสียงบอกว่าเรื่องปรองดองนี้ จะสนับสนุน คอป. ใช่มั้ยครับ แต่ว่าพอรายงานออกมาไม่ถูกใจทางรัฐบาล สส.รัฐบาลก็ฉีกรายงาน คอป. ฉีกจริงๆ ด้วยนะครับ ไม่ได้แค่ คงจำได้เห็นภาพฉีกเลยครับทั้งเล่ม&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 ถ้าอย่างนั้น การพยายามหาทางออกอยู่นี้จะเป็นอย่างไร 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ก็นี่แหละครับ ผมถึงบอกว่า ถ้าเกิดเขาไปหากันตามหลักวิชา แล้วคำตอบมันออกมาไม่ถูกใจนี่ รัฐบาลก็คงฉีกอีกแหละครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 วันนี้วันวิสาขบูชา เราจะเอาธรรมะ หลักอริยสัจสี่ มาสร้างความปรองดองในประเทศได้หรือไม่ 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;ได้ครับ แล้วก็ควรจะทำทุกวันนะครับ ไม่ใช่ทำเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา ผมคิดว่าถ้าเราได้ยึดหลักศาสนา ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ดูกันด้วยเหตุ ด้วยผล แก้ปัญหาจากต้นเหตุ เราก็คงจะสามารถที่จะหาทางออกให้กับสังคมได้อยู่แล้วครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 วันนี้คุณอภิสิทธิ์ และครอบครัวจะไปเวียนเทียนที่วัดไหน 
&lt;br /&gt;
 &amp;ldquo;วันนี้ ตอนนี้ขอ เดี๋ยวต้องไปทำงานนิดนึงครับ ยังมีงานค้างอยู่ครับ&amp;rdquo; 
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
 </description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/76d/603840_10151500714276144_471700046_n.jpg" length="13386" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Fri, 24 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>ปชป.ชี้ 3 มิ.ย. หากไม่ได้ข้อมูลโครงการกู้เงิน 2ลล. ขู่เลิกสังฆกรรม</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15082&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 26px; font-family: AngsanaUPC, serif; font-size: 14pt;&quot;&gt;นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท กล่าวว่า ได้ยื่นขอรายละเอียดโครงการจากรัฐบาลผ่านไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพื่อจะได้นำข้อมูลซึ่งมีความสำคัญมาประกอบการพิจารณาว่าโครงการเหล่านี้มีความเป็นไปได้ และเหมาะสมที่จะอนุมัติให้อำนาจรัฐบาลกู้ยืมเงิน 2 ล้านล้านบาทหรือไม่ แต่กลับยังไม่มีการให้ข้อมูลใดๆ เลย&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;line-height: 26px; font-family: AngsanaUPC, serif; font-size: 14pt;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Times New Roman&quot; size=&quot;3&quot; style=&quot;line-height: normal;&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span style=&quot;line-height: 26px; font-family: AngsanaUPC, serif; font-size: 14pt;&quot;&gt;          &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ทั้งนี้ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะให้เวลากับทางรัฐบาลที่จะให้รายละเอียดโครงการที่ได้ร้องขอไปจนถึงวันที่ 3 มิ.ย. หากไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะไม่ร่วมพิจารณากับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่กรรมาธิการของรัฐบาลยังเดินหน้าพิจารณาต่อไป ซึ่งจะใช้วิธีการให้ข้อมูลกับประชาชน เตรียมข้อมูลสำหรับการอภิปรายในวาระ 2-3 ในสภา จากนั้นจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อผ่านวาระ3 แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Times New Roman&quot; size=&quot;3&quot; style=&quot;line-height: normal;&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255); text-indent: 36pt;&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 26px; font-family: AngsanaUPC, serif; font-size: 14pt;&quot;&gt;นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาอุปสรรคการทำงานของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยคือ ขาดข้อมูล เอกสาร รายงาน และไม่มีที่ปรึกษาเพราะรัฐบาลไม่ยอมตั้ง และในการประชุมแต่ละครั้งที่ผ่านมาได้มีการทวงถามถึงข้อมูลที่ขอไปแต่ได้รับคำตอบว่าให้รอ จึงส่อว่ารัฐบาลจงใจปกปิดข้อมูล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Times New Roman&quot; size=&quot;3&quot; style=&quot;line-height: normal;&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 26px; font-family: AngsanaUPC, serif; font-size: 14pt;&quot;&gt;          &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;line-height: 26px; font-family: AngsanaUPC, serif; font-size: 14pt;&quot;&gt;    &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;นายอรรถวิช สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลยังให้ข้อมูลไม่ครบ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยของพรรคประชาธิปัตย์ออกแน่และยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ พบว่ามีการปกปิดผลตอบแทนด้านการเงิน ของแต่ละโครงการซึ่งมีจำนวนมหาศาล    &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Times New Roman&quot; size=&quot;3&quot; style=&quot;line-height: normal;&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255); text-indent: 36pt;&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 26px; font-family: AngsanaUPC, serif; font-size: 14pt;&quot;&gt; สำหรับข้อมูลที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยร้องขอรายละเอียด อาทิ ผลศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของรถไฟความเร็วสูง ผลการศึกษาของญีปุ่น และ จีน ราคาค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน ค่าระบบรถไฟ ค่าบริหารจัดการเดินรถ ค่าบำรุงรักษา ค่าจ้างที่ปรึกษา จำนวนผู้โดยสารทุกชั้น อัตราค่าโดยสาร รายได้จากค่าโดยสาร และรายได้จากธุรกิจอื่น ในส่วนของรถไฟทางคู่ได้ขอรายละเอียด ค่าจ้างที่ปรึกษาที่สูงกว่าโครงการรถไฟเร็วสูง ค่าก่อสร้างเหตุใดจึงเพิ่มขึ้นมาก ค่าใช้จ่ายในการลดผลระทบสิ่งแวดล้อม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/338/img_7179w1v.jpg" length="11231" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Thu, 23 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>ปชป.ยืนยัน คัดค้านปรองดอง “เฉลิม” ช่วย “ทักษิณ”</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15081&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 24px; font-size: 16pt;&quot;&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทร์โกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีร่างกฏหมายปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ส.ส.โดยมีการตัด ม.5 เรื่องที่เกี่ยวกับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมือง โดยได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การตัด ม.5 เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาว่าเป็นกฏหมายทางการเงินก็เพื่อที่จะกันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกจากความเกี่ยวข้องจาก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ที่ต้องการตัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกไปเพราะสุดท้ายกฏหมายฉบับนี้อาจมีผลกระทบต่อนายกฯ&lt;span style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แม้จะตัด ม.5 ออกไปแล้วและพยายามกล่าวอ้างว่าเป็นกฏหมายทางการเงินไม่มีการคืนทรัพย์สินใดๆ ให้กับใครทั้งสิ้น และถ้ากฏหมายฉบับบี้ผ่านไปได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ขินวัตร จะได้เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืนอย่างแน่นอน และขอยืนยันอีกครั้งว่าคดีในการยืดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่คดีแพ่งแต่เป็นคดีอาญา ฉะนั้นกฏหมายฉบับนี้จะมีผลยกเลิกจากผลการตัดสินของ คตส.และเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทที่ถูกยืดมาต้องคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;line-height: 24px; font-size: 16pt;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Times New Roman&quot; size=&quot;3&quot; style=&quot;line-height: normal;&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span style=&quot;line-height: 24px; font-size: 16pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt;สุดท้ายผมอยากจะเรียกร้องประชาชนทั่วประเทศ ร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อต้าน คัดค้านร่างกฏหมายปรองดองฉบับล้างผิดคนโกง ปล่อยคนฆ่าประชาชนลอยนวล เราจะคัดค้านอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้กฏหมายที่ทำลายหลักการบ้านเมืองได้ผ่านสภาไปได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์จะคัดค้านฝ่ายเดียวคงทำไม่ได้ ขอให้ประชาชนที่ต้องการรักษาระบบของประเทศต้องแสดงจุดยืนในการคัดค้านกฏหมายฉบับนี้&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt; นายชวนนท์ กล่าว นอกจากนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวเรียกร้องให้ประชาชนคนเสื้อแดง ออกมาร่วมต่อต้านกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Times New Roman&quot; size=&quot;3&quot; style=&quot;line-height: normal;&quot;&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 29px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 21px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 24px; font-size: 16pt;&quot;&gt;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นอนุสรณ์แห่งการทุจริต เพราะกู้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตุไว้ 5 ข้อ คือ 1.มีผู้เข้าร่วมประมูลหลายรายถอนตัวออกจากการประมูล และการกำหนดงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับเนื้องาน&lt;span style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt;  &lt;/span&gt;2.ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และเป็นสาเหตุให้การลงพื้นที่ของบริษัทที่ประมูลเป็นไปด้วยความยากเย็น เนื่องจากประชาชนไมให้ความร่วมมือ 3.ปัญหาการเวนคืนที่ดิน รัฐบาลมอบภาระให้เป็นบริษัทเอกชนไปต่อรอง ทำให้ไม่สามารถประเมินราคาที่ดินที่แท้จริงในแต่ละจุดได้ จึงไม่สามารถประเมินความคุ้มทุน หรือความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ 4.มีการซื้อที่ดินล่วงหน้า เพื่อเพิ่มราคาที่ดิน และ 5.มีบางบริษัทที่ยื่นซองประมูลจะรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะชนะ เพราะขณะนี้มีการลงพื้นที่ของแต่ละบริษัทในการสำรวจ เข้าไปถามความเห็นประชาชน นี่เป็นการสมรู้ร่วมคิดระหว่างบริษัทที่เข้าไปทำการประมูลใช่หรือไม่ และจะเป็นเหตุให้ในอนาคตประเทศไทยจะเกิดอนุสาวรีย์แห่งการทุจริตหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/11e/img_7175g1c.jpg" length="8419" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Thu, 23 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>“โฆษก ปชป.”  ชี้ มติขยายเวลาปรับขึ้นแก๊ส  LPG หวังผลทางการเมือง</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15080&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 21px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: Calibri, sans-serif; font-size: 15px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 24px; font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 16pt;&quot;&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทร์โกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน มีมติเลื่อนราคาแก๊สหุงต้มกิโลกรัมละ 50 สต.ต่อเดือน จากเดือนมิถุนายนเป็นกรกฏาคมซึ่งการเลื่อนออกไป 1 เดือนนั้น ไม่ได้เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง ถ้ารัฐบาลยังดึงดันที่จะขึ้นราคาแก๊สหุงต้มอีกกิโลกรัมละ 50 สต.ต่อเดือนเป็นเวลา 12 เดือน จะทำให้ราคาแก๊สแพงขึ้นประมาณถังละ 100 บาท จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงมีความพยายามที่จะลดการให้ความช่วยเหลือประชาชน หรือเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อที่จะชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตดอนเมือง &lt;span style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt; &lt;/span&gt;ในวันที่ 16 มิ.ย. นี้หรือไม่ &lt;span style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt; &lt;/span&gt;จึงอยากถามว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนแค่ไหน รัฐบาลควรมีความจริงใจในการบริหารประเทศมากกว่านี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 21px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: Calibri, sans-serif; font-size: 15px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 24px; font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 16pt;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;line-height: 24px; font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 16pt;&quot;&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;
&lt;font face=&quot;Times New Roman&quot; style=&quot;color: rgb(68, 68, 68); font-size: 15px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;/font&gt;
&lt;p class=&quot;ecxMsoNormal&quot; style=&quot;line-height: 21px; margin: 0px 0px 1.35em; color: rgb(68, 68, 68); font-family: Calibri, sans-serif; font-size: 15px; background-color: rgb(255, 255, 255);&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 24px; font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 16pt;&quot;&gt;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า &lt;span class=&quot;ecxst&quot; style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt;กรณีที่ พล.ต.ท.&lt;/span&gt;&lt;em style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-style: normal;&quot;&gt;คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;span class=&quot;ecxst&quot; style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt;&lt;i&gt; &lt;/i&gt;&lt;/span&gt;เปิดเผยภาพคนร้ายเผาเซ็นทรัลเวิลด์นั้น ตนเห็นด้วยที่ตำรวจนครบาลที่เร่งดำเนินการหาตัวผู้ก่อเหตุเผาบ้านเผาเมือง ในเหตุชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 &lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot; style=&quot;line-height: 24px; font-family: 'Cordia New', sans-serif; font-size: 16pt;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;line-height: 29px;&quot;&gt; &lt;/span&gt;เพื่อให้ความจริงปรากฏ และเห็นว่าตำรวจควรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เร่งดำเนินการหลังมีการสไกป์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเหตุการณ์ผ่านมากว่า 3 ปีแต่กลับมาเร่งดำเนินการในช่วงนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/62b/img_7175v1g.jpg" length="8419" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Thu, 23 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>อภิสิทธิ์ยินดีนายกฯ สตรีทรงอิทธิพล และรัฐบาลเป็นแชมป์ในเรื่องการกู้จริงๆ </title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15079&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;(23 พ.ค. 56) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการเตรียมยื่นกฎหมายปรองดองฉบับสุดซอย ของ ร.ต.อ.เฉลิมว่ายื่นอยู่แล้ว ตนยังยืนยันบทวิเคราะห์เดิมเพราะว่าทั้งหมดนี้สุดท้ายเป้าหมายมันอยู่ตรงนั้น&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่ายื่นอยู่แล้วครับ ผมยังยืนยันบทวิเคราะห์เดิมเพราะว่าทั้งหมดนี้สุดท้ายเป้าหมายมันอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องยื่น ส่วนว่าวิธีการในที่สุดที่จะเปลี่ยนแปลง หมายความว่าวิธีการในที่สุดที่จะใช้วิธีไหนอย่างไร ที่จะเอาพ่วงเข้าไป จะเอาไปแปรญัตติอะไรก็ต้องมาติดตามกัน&amp;rdquo;&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ช่วงนี้ใกล้เปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณปี 2557 เท่าที่ดูตัวเลขพบว่า มีรายจ่าย 2.5 ล้านล้าน มีรายรับ 2.2 ล้านล้าน ติดลบประมาณ 250,000 ล้าน ตัวเลขที่ติดลบนี้เป็นตัวเลขที่รัฐบาลต้องไปกู้มา และยังไม่รวมกับภาระหนี้สินอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ทั้งโครงการจำนำข้าว หนี้ที่เกิดจากการจัดการน้ำ 350,000 ล้าน และหนี้ 2 ล้านล้านที่อาจจะกู้ในปีนี้ คุณอภิสิทธิ์คิดอย่างไรกับตัวเลขที่ติดลบดังกล่าว 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“อันนี้คือเป็นประเด็นที่เราได้อภิปรายมาตั้งแต่ตอนทำเงินกู้ 2 ล้านล้านว่า ปัญหานี้จะเกิดขึ้น ก็คือหลักการวิเคราะห์งบประมาณในที่สุดถ้าเกิดคนไม่ระมัดระวัง ก็จะลืมไปหมด อย่างเช่นตัวเลขที่พูดคือตัวเลขที่อยู่ใน พรบ. งบประมาณ ถ้าดูผิวเผินเราก็บอกว่า ก็ค่อนข้างที่จะไม่มีอะไรผิดปกติเพราะว่างบประมาณรายจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นมาปีนี้ เทียบกับปีก่อนประมาณ 5&amp;#37; ก็ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างที่จะปกติ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;การขาดดุล 250,000 ล้านนั้น ถ้าดูผิวเผินก็ว่ามันขาดดุลน้อยกว่าปีที่แล้ว มันลดลงตามลำดับ แล้วก็อาจจะอ้างได้ว่าความจำเป็นในการขาดดุลเพื่อที่จะยังมีลักษณะของการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ ก็พอฟังได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่า การขาดดุล 250,000 ล้านนี้ เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่รัฐบาลมีกฎหมายกู้เงินพิเศษอยู่ 2 ฉบับ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;2 ฉบับก็คือ 350,000 ล้าน ที่ยังแทบไม่ได้ใช้เงิน หรือยังไม่ได้กู้เงินเลยในเรื่องน้ำ แล้วก็ถ้าเกิดสภาผ่านกฎหมายอีก 2 ล้านล้าน ตรงนี้ครับฐานะที่แท้จริงในเชิงของการคลังมันถึงจะปรากฎออกมา เพราะฉะนั้นการอภิปรายในวันพุธหน้าเป็นต้นไป เวลาได้ยินฝ่ายไหนขึ้นมาพูดทำนองว่า รัฐบาลกำลังรักษาวินัย เพราะว่าการขาดดุลลดลงแล้วอะไรแล้ว ผมว่าประชาชนจะได้เข้าใจว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น  เพราะว่าเรามีเงินที่จะต้องไปกู้ข้างนอกอีกเป็นจำนวนมากครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หนี้ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีจำนวนเท่าไหร่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือหนี้จำนำข้าวนั้น เราก็ยังยึดตัวเลขของรัฐบาลเอง ที่บอกว่าจะขาดทุนปีละประมาณ 2 แสนกว่าล้าน จริงๆ มันจะเริ่มปรากฎว่างบประมาณที่จัดให้กับทาง ธกส. เพิ่มขึ้น นอกจากจะเพิ่มขึ้นแล้ว ถ้าไปดูในรายละเอียดข้างในจะพบความจริงเลยว่า เงินของ ธกส. เกือบทั้งหมดตอนนี้จะต้องไปเรื่องจำนำข้าว โครงการอื่นๆ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นหน้าที่ของธกส. ด้วยนั้น เช่นการดูแลเรื่องหนี้สิน เช่นการที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพอะไรต่างๆ การผลิตนั้น จะหายไปเกือบหมดครับ เพราะทุกอย่างจะต้องไปทุ่มอยู่ที่ตัวจำนำข้าวอย่างเดียว”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ธกส. ในฐานะธนาคาร ก็ต้องออกมากู้เพิ่มอีกหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือตอนนี้จะใช้วิธีว่าไปลดโครงการอื่นของ ธกส. นะครับ ในงบประมาณฉบับนี้ค่อนข้างชัด คือหมายความว่า เงินที่เพิ่มขึ้นแล้วก็เงินที่ลดจากโครงการอื่นๆ ก็จะไปที่จำนำข้าวเกือบหมด แต่ว่าในที่สุดแล้วผมก็เชื่อตามตัวเลขที่ปรากฎอยู่ในกฎหมายงบประมาณนี้ไม่พอ ตอนสุดท้ายก็คงจะต้องมีการทยอย อย่าลืมว่ากรณีจำนำข้าวนี้ ปัญหาของโครงการนี้ในแง่ของการเงินการคลังอีกอย่างก็คือว่ามันจะมีลักษณะที่จะเลื่อน หรือซ่อนภาระที่แท้จริงออกไปได้ด้วยรูปแบบต่างๆ จะอ้างว่ายังไม่ขาดทุนบ้าง หรือว่าไม่เป็นไรสำรองจ่ายไปก่อน เพราะว่าเดี๋ยวจะขายข้าวแล้วก็เอาเงินคืนมาทำนองนี้ครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากดูวงเงินที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มต้นคือ 5 แสนล้าน กู้โดยกระทรวงการคลัง 4 แสน 1 หมื่นล้าน เงินของ  ธกส. 9 หมื่นล้าน ปี 54/55 ปี 55/56 และ ปี 56/57 ขาดทุนปีละ 2 แสนล้าน รวมเป็น 6 แสนล้าน เงินก้อนนี้ก็หมดเกลี้ยงใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“อันนี้แหละครับคือสิ่งที่ทำให้เราไม่เชื่อไงครับว่าที่รัฐบาลอ้างว่า จะสามารถค่อยๆ ลดการขาดดุลงบประมาณไปได้บอกว่าปี 60 จะเข้าสู่ภาวะสมดุล ผมถึงบอกว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าผมก็ไปสอบถามว่า สมมติฐานที่บอกว่างบกำลังจะลดลงสมดุลนั้นมันคืออะไร เขาก็บอกว่าหลังจากปีนี้ไปไม่มีภาระเรื่องโครงการจำนำข้าว นี่คือสมมติฐานที่ใช้นะครับ แต่ว่าผมก็ งง เหมือนคุณว่า แล้วแปลว่าอะไร แปลว่าปีต่อไปจะเอาเงินจากไหนมา เพราะมันชัดเจนว่าเงินที่ได้จากการขายข้าวนั้นอย่างไรก็น้อยกว่าเงินที่ใช้ในการไปจำนำปีละประมาณ 2 แสนอย่างที่ว่า”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ดังนั้นหากจะทำโครงการนี้ต่อก็ต้องกู้เพิ่มใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ใช่ครับ มันหนีไม่พ้นหรอกครับ แล้วก็ในที่สุดกลายเป็นรัฐบาลนี้เป็นแชมป์ในเรื่องการกู้จริงๆ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;จะเรียกว่าโครงการจำนำข้าวนี้เป็นเงินกู้นอกงบประมาณปกติหรือไม่ หมายความว่าตอนนี้กำลังทำงบประมาณปกติปี 57 แต่การกู้มาเพื่อโครงการจำนำข้าว อยู่ในวงเงินของงบประมาณด้วยหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือขณะนี้เงินจำนำข้าวในงบประมาณมีนะครับ แต่ไม่พอหรอกครับ ผมยืนยันครับ จะไปหมุนกันยังไงก็เป็นอีกเรื่องนึง”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ดังนั้นที่มีตัวเลขหลุดออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะต้องกู้อีกประมาณ 5 แสน 6 หมื่นล้าน รวม 2 ก้อนเกือบ 1 ล้านล้าน ที่จะเป็นหนี้จากโครงการนี้ ก็มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมเชื่อว่าเป็นไปได้อยู่แล้วครับ เพราะว่าการขาดทุนนี้ก็น่าจะอยู่ในระดับเดียวกันเกือบทุกปี”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ถ้าอย่างนั้นจะไปต่ออย่างไร หากประเทศต้องเป็นหนี้มากขนาดนี้&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็ไปต่อยังไง ก็คือก็ต้องมีคนมาใช้หนี้ เพราะว่าทางรัฐบาลก็ยังไม่มีทีท่าในการที่จะทบทวน แล้วก็เหมือนกับจะยอมรับกลายๆ ว่าการทบทวนเป็นเรื่องยากมากในทางการเมืองด้วย”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เรื่องการกู้ 2 ล้านล้านเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ขณะนี้เริ่มพิจารณาในเรื่องของรายละเอียดของโครงการ สัปดาห์นี้กรรมาธิการของพรรคฯ ก็จะไปติดตามสอบถามเรื่องเกี่ยวกับโครงการในระบบรางเกือบทั้งหมด ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะรถไฟความเร็วสูง แต่ว่ามีรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร แล้วก็น่าสนใจครับเวลาซักถามกันในกรรมาธิการนั้น คำตอบที่ได้มา มันยิ่งบ่งบอกถึงเจตนาว่ารัฐบาลกำลังทำกฎหมายนี้เพื่อเลี่ยงระบบงบประมาณตามปกติ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เพราะว่าอย่างกรณีรถไฟฟ้านี้ คือคงนึกออกนะครับว่า มีช่วงนึงที่มีคำอธิบายจากรัฐบาลว่า ทั้งๆ ที่โครงการยังไม่พร้อม ทั้งๆ ที่จะต้องใช้เงิน มีเวลาตั้ง 7 &amp;ndash; 8 ปี ทำไมจะต้องมาเร่งกู้ทุกอย่างทันทีตอนนี้ คำตอบที่เราเคยได้รับก็คือเขาบอกว่า ต้องกู้คล้ายๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เวลาเอกชนจะเข้ามาทำงานเขาจะได้มั่นใจว่ามาทำในโครงการต่างๆ ได้ มันก็เลยมีการสอบถามทาง รฟม. ว่า แล้วที่คุณเคยทำรถไฟสายต่างๆ มา แล้วก็กำลังทำอยู่นี้ ทำไมมันไม่กู้อย่างนี้ แล้วมันมีปัญหามั้ย มันทำได้มั้ย คำตอบก็คือปัญหามันไม่มีหรอกครับ แล้วมันจะรัดกุมกว่าก็ตรงที่ว่าที่ผ่านมา เวลาจะโครงการอย่างนี้ แล้วก็จะต้องให้รัฐบาลมาจัดงบประมาณให้ หรือว่าอนุมัติให้ไปกู้เงิน หรือจะให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้นั้น เจ้าตัวหน่วยงานจำเป็นจะต้องเสนอโครงการในรายละเอียดมา ทำให้คณะรัฐมนตรีนั้นสามารถที่จะประเมินได้ว่า ตัวเลขที่เสนอมานี้สมเหตุสมผลมั้ย โครงการสมเหตุสมผลมั้ย แล้วก็สามารถที่จะอนุมัติ แล้วก็ไปดำเนินการกัน 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่พอมาอยู่ในก้อนใหญ่ 2 ล้านล้านอย่างนี้ ก็นี่แหละครับ ก็จะไม่รู้กันเลยว่าจะต้องไปทำอะไรกันตรงไหน แล้วก็สุดท้ายก็จะมีการออกมติคณะรัฐมนตรีมาทำนองที่ว่าไม่ต้องใช้ระเบียบพัสดุ เพราะว่าเป็นระเบียบที่ครม. กำหนดตามกฎหมายนี้”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ที่คุณอภิสิทธิ์บอกว่า โครงการเหล่านี้ที่จริงสามารถใช้เงินตามงบประมาณปกติได้ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“หรือกู้เงินตามปกติ ตามกรอบของกฎหมายหนี้สาธารณะได้อยู่แล้วครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เหตุที่เลี่ยงนั้น นอกจากเพื่อลดการตรวจสอบ ใช้มติครม.ได้เลย แล้วจะเป็นการทำให้รัฐบาลสามารถนำเงินตามงบประมาณปกติไปใช้ในโครงการอื่นๆ ที่ยังไม่จำเป็นเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือถ้ารัฐบาลรักษาคำพูดที่บอกว่า จะมีการปรับลดการขาดดุลจนกระทั่งงบประมาณสมดุลภายในปี 60 อันนั้นก็อาจจะยังไม่ได้กระทบในลักษณะที่คุณพูดนะครับ แต่ผมก็บอกว่านี่แหละครับ จะต้องเริ่มต้นจากสัปดาห์หน้า เราจะต้องดูแล้วว่าเวลาที่มีการนำเสนอ เวลาที่มีการวิเคราะห์งบประมาณ มันมีการพูดถึงการกู้เงินข้างนอกนี้อีก 2 ล้านล้านด้วยหรือเปล่า  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เพราะว่าถ้าไม่ เดี๋ยวก็จะเริ่มลืมแล้วครับ พอปีหน้าบอก ไม่เป็นไรหรอก ยังขาดดุลได้นะ 2 แสน 3 แสนล้านไม่เป็นไร ผมจึงได้แปรญัตติเอาไว้ไงครับ ผมแปรญัตติในกฎหมาย 2 ล้านล้านเอาไว้เลยว่า ในกรณีที่ปี 60 รัฐบาลยังไม่ดำเนินการให้งบประมาณเป็นงบประมาณแบบสมดุล การดำเนินการตามกฎหมาย 2 ล้านล้านต้องยุติทั้งหมด จนกว่าจะมีงบประมาณที่สมดุล เป็นการบังคับว่าไม่ใช่การกู้เงินครั้งนี้ เปิดโอกาสมายังใช้เงินในโครงการที่ไม่จำเป็นอย่างฟุ่มเฟือยไป โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับจำนวนหนี้สาธารณะ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากปี 60 งบสมดุล ก็จะสมดุลในด้านเดียว แต่การกู้ 2 ล้านล้าน ก็ยังกู้ไม่ครบปีใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ใช่ครับ แต่ว่าก็ยังถือว่ายังยอมรับกันได้ไงครับว่า ก็เท่ากับขาดดุลประมาณปีละ 3 แสน ก็เป็นระดับปัจจุบัน ก็ยังไม่ถือว่ามากจนเกินไป แต่ว่าจะไปบังคับให้เกินดุลก็ดูจะกระไรอยู่ครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“แต่ว่าผมแปรญัตติเอาไว้ว่า ถ้ารัฐบาลยืนยันเองนะครับว่า เพื่อไม่ให้การกู้เงินอะไรทั้งหลายนี้มันไปกระทบกับฐานะการคลังก็ใส่ไว้ในกฎหมายเลยสิครับว่า ผมจะไม่ดำเนินการเรื่องนี้ต่อ ถ้าผมไม่รักษาคำพูดเรื่องการทำให้งบประมาณกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลภายในปี 60”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;คุณอภิสิทธิ์แปรญัตติไว้ในกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ใช่ครับ แต่ต้องรอให้กรรมาธิการนั้นเขาพิจารณาทุกอย่างเสร็จก่อน แล้วก็ถึงจะมาพิจารณาคำแปรญัตติของสมาชิกแต่ละคน”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากรัฐบาลมีนโยบายกู้เงิน 2 ล้านล้านทำโครงการ และฝ่ายค้านอาจมีข้อสังเกต ข้อท้วงติง แต่ด้วยเสียงข้างมาก กฎหมายก็เข้าสู่สภา และสภาผ่านรับหลักการ ไปสู่ชั้นของกรรมาธิการ ในกรรมาธิการก็มีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันพิจารณาให้ได้ร่างกฎหมายเงินกู้ออกมาอย่างสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ของการกู้ และการใช้เงินของประเทศ แต่เอาเข้าจริงหลักการเหล่านี้จะรักษาไว้ได้หรือไม่ หรือยังใช้เสียงข้างมากลากไป เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการอย่างเดียว&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมว่าคำตอบก็จะปรากฎในวันที่มันพิจารณา ผมไม่สามารถที่จะไปพูดล่วงหน้าได้เพราะว่าขณะนี้ในกรรมาธิการ อย่างเช่นกรณีรัฐธรรมนูญ ก็ปนๆ กันอยู่นะครับ มีทั้งกรณีที่เดินหน้า จะต้องเอาอย่างนั้นอย่างนี้ มีทั้งกรณีที่ดูจะโอนอ่อนผ่อนผัน หรือว่าเริ่มปรับความคิดเข้าหากัน แล้วก็มีทั้งกรณีที่เหมือนตกลงกันได้แล้วว่ากลับไปเบี้ยวกันอีกก็มี”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;กรณีรัฐธรรมนูญที่คุณอภิสิทธิ์บอกว่า โอนอ่อนผ่อนปรนเข้าหากันนั้น มีเรื่องไหนบ้าง&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือเท่าที่ผมติดตาม แต่ว่ายังไม่เป็นข้อยุตินะครับ ผมรู้สึกว่ากรณีของมาตรา 190 ทางฝ่ายรัฐบาลเริ่มฟังเสียงท้วงติง จากฝ่ายต่างๆ มากขึ้นว่า ที่พยายามจะไปตัดทุกสิ่งทุกอย่างออก และเหลือเฉพาะเรื่องเขตแดนนั้นมันไม่น่าจะใช่ แต่ว่าในรายละเอียดก็อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และรวมถึงว่า ภาพที่มันสงสัย มีปัญหา จะต้องมาพิจารณากันนั้น แล้วจะต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ มันควรจะไปโดยใคร จังหวะไหน ก็ยังมีการแลกเปลี่ยนกันอยู่ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เรื่องวุฒิสภานั้น ผมก็เข้าใจว่า ก็มีการปรับเรื่องรายละเอียดบางประการ แต่ว่าล่าสุดเห็นบอกในเรื่องวาระ 4 ปี 6 ปีอะไรนี่ ก็มีลักษณะกลับไปกลับมา 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ส่วนมาตรา 68 ที่ไปเรื่องของการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนุญ ว่าต้องผ่านอัยการหรือไม่นั้น ก็เห็นว่ามีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะระบุเอาไว้ว่า กรณีที่อัยการไปดองเรื่องไว้เฉยๆ นั้น ไม่ได้ คือจะต้องทำให้เสร็จภายในกี่วันๆ ก็ว่าไปครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ดูเหมือนจะมีทางออกให้เพิ่มเติมใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือขณะนี้เหมือนกับกรรมาธิการก็ยังพิจารณาข้อเสนอเหล่านี้อยู่ เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็แสดงให้เห็นว่าก็มีการับฟัง แต่ว่าสุดท้ายก็ต้องไปดูนะครับ เพราะว่าบางครั้งในกรรมาธิการนั้นประนีประนอมตกลงกันได้ พอเข้าไปในสภาปรากฎว่าเสียงข้างมากบอกไม่เอา กลับไปร่างฯ เดิม อันนี้ก็เคยเกิด”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในชั้นกรรมาธิการ บางทีประชุมกันอยู่ นานๆ เห็นหน้าเห็นตา ฟังกันไปฟังกันมา ดูมีเหตุผล&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“แล้วก็มาพูดกันด้วยเหตุผลด้วยผล แล้วมันไม่มีลักษณะที่โต้แย้งกันเหมือนในสภาใหญ่ เพราะฉะนั้นบางทีมันก็เหมือนจะตกลงกันได้ แต่ว่าเราก็มีบทเรียนหลายครั้งครับว่า พอกลับไปที่สภาใหญ่ ซึ่งปกติโดยทั่วๆ ไปก็มักจะเอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่บางเรื่องพอมีจุดยืนหรือใบสั่ง หรือนโยบาย แล้วแต่จะมองนะครับ ของรัฐบาลมา ก็หักเอาก็ได้ครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ถ้าดูล่าสุดที่ออกมา ในเรื่องของที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ตอนแรกมีวาระครั้งละ 4 ปี ไม่รู้กลับออกมายังไง ไปเจรจาอย่างไร ตอนนี้กลายเป็นมีวาระคราวละ 6 ปี ตอนนี้ก็ดูยุติที่ 6 ปีในชั้นกรรมาธิการขณะนี้ และที่ชัดไปกว่านั้น ก็คือจะห้ามสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ไม่ให้มีหน้าที่ในการแต่งตั้งถอดถอนตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ และถอดถอนผู้ที่ถูกยื่นให้ ปปช. สอบ และส่งวุฒิสภา ตรงนี้คุณอภิสิทธิ์มองอย่างไรกับการรอนสิทธิ์ สว. ที่ยังทำหน้าที่อยู่ตามกฎหมาย 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมยังไม่เห็นวิธีเขียนนะครับว่าเขียนอย่างไร แต่ว่าผมว่าโดยหลักแล้ว ถ้าจะรอน ก็ต้องรอนสิทธิ์ คือพูดง่ายๆ ถ้าเกิดบอกว่าจะไม่เอาวุฒิสภาชุดนี้ทำหน้าที่อะไรแล้ว ก็ควรจะให้พ้นไปให้หมดเลย หลักๆ ก็ต้องเป็นอย่างนั้น ความหมายก็คือว่า สมมติว่าเปลี่ยนแล้วใช่มั้ย โครงสร้างวุฒิสภาต่อไปนี้มาจากการเลือกตั้ง 200 คน ถ้าไม่อยากให้ชุดนี้เขาทำอะไรต่อ ก็เลิกไปทั้งชุดเลย ก็ต้องไปเลือกตั้งกันเลย ไม่ต้องมีบทเฉพาะกาล ที่จะให้เขาทำหน้าที่ต่อ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ถ้าบอกจะให้เขาทำหน้าที่ต่อ แล้วอยู่ดีๆ มาแยกว่า คนนี้ทำหน้าที่นั้น คนนี้ทำหน้าที่นี้ ผมว่ามันก็กระไรอยู่ เพราะว่าก็เป็นสมาชิกวุฒิสภาด้วยกัน” 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมไม่แน่ใจว่าทำได้นะครับ มันน่าจะไม่สอดคล้องกับหลัก ดีไม่ดีไม่สอดคล้องกับหลักการของตัวร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย ซึ่งไม่ได้พูดถึงเรื่องอำนาจหน้าที่ในตรงนี้ครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาแถลงว่าจะมีการรวมเรื่องที่มีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยมาตรา 68 สมมติว่า ทั้ง 3 ร่าง 4 ประเด็นนี้ที่ถูกเสนอโดยรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ หากมีร่างใดร่างหนึ่งตกไป สมมติว่าเป็น มาตรา 68 ศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะไปตัดสิทธิ์ รอนสิทธิของประชาชนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะมีผลทำให้อีก 2 ร่างตกไปด้วยหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ไม่มีครับ ไม่มีเลยครับ เพราะว่าแต่ละร่างนั้นมันคือแยกออกจากกัน แล้วก็การร้องเข้าไปขณะนี้เป็นคดีในเรื่องของการถือว่ามีพฤติกรรมในการที่จะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับอีก 2 ฉบับที่มีการแก้ไข” 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“จะเรียกว่าตกมั้ย ต้องใช้คำว่าจะต้องถูกระงับไม่ให้ดำเนินการ เพราะคำร้องน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าในมาตรา 68 เป็นเรื่องของการพบการกระทำที่จะเป็นการล้มล้าง แล้วก็ศาลก็มีสิทธิ์สั่งให้ระงับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากศาลสั่งระงับ แต่ฝ่ายที่ต้องการเดินหน้าก็จะไม่ฟังคำสั่งศาล แล้วจะเกิดอะไรขึ้นในสภา&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“มันไม่ใช่อะไรจะเกิดขึ้นในสภาครับ อะไรจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองต่อไป ก็กลายเป็นว่าเกิดการไม่ยอมรับอำนาจกันตามรัฐธรรมนูญกันขึ้นมาแล้ว”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากศาลสั่งระงับไป แต่หากยังมีการเรียกประชุมเพื่อลงมติในวาระ 3 แล้วฝ่ายค้านจะเข้าประชุมด้วยหรือไม่ หรือถือว่าศาลสั่งระงับไปแล้ว&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ถ้าศาลสั่งระงับ พวกผมไม่หรอกครับ ก็เหมือนกับคราวที่แล้วที่พยายามทำนั่นแหละครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในอีก 2 ร่าง ก็ยังคงเดินหน้าเข้าสภา และหากผ่านสภาในวาระ 3 ผลก็จะเป็นไปตามร่างแก้ไขนั้นใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ใช่ครับ คือ 2 ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 190 หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องวุฒิสภานั้น ไม่มีประเด็นอะไรในขณะนี้ในเรื่องของการถูกยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการปกติครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;มีข่าวต่างประเทศระบุว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลลำดับที่ 31 ของโลก จะแสดงความยินดีอย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ยินดีด้วยครับ แล้วก็ขอให้ใช้อิทธิพลนั้นเพื่อประโยชน์ของประเทศนะครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 </description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/963/cats.jpg" length="9615" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Thu, 23 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>อภิสิทธิ์ปฏิเสธ ไม่ใช่หมอดู แต่ฟันธงแม่นแล้ว 2 เรื่อง เพราะอาการของนายใหญ่ขู่เอง </title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15077&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;div&gt;(22 พ.ค.56) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ 101 เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ว่า &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;&amp;ldquo;ก็คงต้องรอละครับ ตอนนี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาบอกว่าไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายสิบปี แล้วก็กระทบกระเทือนคนจำนวนมาก แล้วก็ส่งผลต่อความมั่นใจ ภาพลักษณ์ ของเศรษฐกิจของประเทศด้วย ผมว่าเมื่อท่านนายกฯ บอกว่าจะต้องไปสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงอะไรต่างๆ ก็ดีแล้วนะครับ แต่ก็ขอให้มันเป็นเรื่องที่ทำตรงไปตรงมา ทั้งในแง่ที่ว่าสาเหตุ แล้วก็ระบบทำไมของเรา คือหลายคนก็ตกใจนะครับว่า สายส่งที่ประจวบฯ ที่เดียว ปรากฎว่าดับกันไป 14 จังหวัดนั้น ระบบสำรอง ระบบป้องกันมันเป็นอย่างไร  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แล้วก็ผมคิดว่าเราก็ต้องเอาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมาดูกันทั้งหมด ถึงจะได้คำตอบต่อไปว่าเราจะต้องทำอะไรกันบ้าง&amp;rdquo;&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ไม่ใช่เรื่อง Conspiracy หรือการสมรู้ร่วมคิดใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็เดี๋ยวคงจะต้องดูกันอีกทีละครับว่า มันมีข้อสรุปอะไรหรือเปล่า เพราะว่าบังเอิญตอนนี้มีคนไปจับคำพูดที่ท่านรัฐมนตรีไปเคยพูดเอาไว้ เรื่องว่าไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้า ก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่มีไฟ อะไรทำนองนี้นะครับ แล้วก็ที่ผมใช้คำว่าพลังงาน คือผมไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องไฟฟ้านะครับ แต่ว่ารัฐบาลนี้ขู่เราอยู่เรื่อยนะครับ แก๊สจะหมดบ้างอะไรบ้าง แล้วก็ทำให้จะมีนโยบายออกมาว่าต้องขึ้นราคาแก๊ส ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ก็เป็นเรื่องซึ่งผมคิดว่าเมื่อไหนๆ เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา นายกฯ บอกว่าจะต้องมีการสอบกันให้ชัดเจน ก็เป็นโอกาสดีที่จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างมากางดู เพื่อประชาชนทั้งประเทศจะได้ทราบว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็ขอให้เปิดโอกาสให้พวกเราตรวจสอบได้ด้วย ว่าสิ่งที่แถลงออกมาในเรื่องข้อเท็จจริงต่างๆ จริงๆ แล้วมันเป็นอย่างไร”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;พอคุณอภิสิทธิ์ทักว่าอาจจะมีการยุบสภา และมีการเลือกตั้งปลายปี ทำให้มีคนให้ฉายาว่าเป็นหมอดูทางการเมือง และอย่าให้ไปเชื่อ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมไม่ได้เป็นหมอดูนะครับ แต่ผมดูแม่นไปแล้ว 2 เรื่องภายในวันเดียว ผมบอกว่าเขาจะเลื่อนขึ้นราคาแก๊สอีก พอมีเลือกตั้งซ่อมที่ดอนเมือง ก็เลื่อนแล้วนะ และผมก็ดูแม่นว่าคุณเฉลิมจะต้องมาทำให้กฎหมายตัวเอง ไม่เป็นกฎหมายทางการเงิน ก็ขอถอนมาตรา 5 แล้วก็แม่นพอสมควรนะครับ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ทีนี้ผมก็ต้องฟันธงต่อนะครับว่า เรื่องยุบสภาไม่ใช่เป็นเรื่องที่ว่าผมอยากให้เกิดหรืออะไร ผมบอกแต่ว่าอาการของฝ่ายนายใหญ่นั้น เขาใช้ตัวนี้เป็นตัวขู่ แล้วสถานการณ์ถ้าเขาคิดว่ามันไปถึงจุดที่เขาต้องใช้การยุบสภา เพื่อแก้ปัญหาให้ตัวเองอีก มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ และมันมีแรงกดดันจากหลายทาง  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ว่าถ้าสมมติว่าเลือกตั้งดอนเมืองเขาแพ้ ผมว่าคงต้องปรับเวลากันใหม่เหมือนกัน”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;บรรยากาศการหาเสียงในเขตดอนเมืองเป็นอย่างไรบ้าง &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ยังไม่ได้เริ่มสมัครนะครับ แต่ว่าทางผู้สมัครเราพร้อม แล้วก็เราก็กำลังเตรียมตัวในการที่จะรณรงค์หาเสียง แล้วก็คงจะระดมกำลังกันไปเต็มที่ เพราะว่ารู้ว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่ยากมากสำหรับประชาธิปัตย์ แล้วก็เป็นรอง ไม่มีผู้แทนมาหลายสิบปี แต่ก็จะขอโอกาสครั้งนี้จากคนดอนเมือง เนื่องจากว่าทั้งตัวผู้สมัครก็ได้ยืนหยัดทำงานมา พรรคฯ ก็อยากจะให้พี่น้องชาวดอนเมืองนั้นใช้โอกาสนี้ในการเตือนๆ รัฐบาลหน่อยว่า หันกลับมาดูชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหาหน่อย อย่ามัวแต่หมกมุ่นเรื่องนิรโทษกรรม กับรัฐธรรมนูญเลย”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เรื่องการสไกป์ ในวันที่ 19 พค. ที่ผ่านมา อยากพูดถึงอย่างไรหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ไม่ได้ดูครับ บังเอิญมันพรีเมียร์ลีคส์วันสุดท้ายนะครับ ต้องจัดลำดับความสำคัญกันหน่อย”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;บางคนไปดูละครแทน คืนนั้นมีหลายรายการกำลังแย่งเรตติ้งกันสุดๆ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ละครนั้นใช่มั้ยครับ ไม่ใช่ละครที่เชียงใหม่นะครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;สื่อให้ความสนใจกับการสไกป์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะกรณีตั้งค่าหัวคนเผาเซ็นทรัลเวิล์ด 10 ล้านบาท คุณอภิสิทธิ์มองเรื่องนี้อย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือเรื่องของคดีนั้น ผมเข้าใจว่าวันนี้ก็มีการออกภาพ ออกหมายมาอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่เป็นปัญหานะครับ ทุกคนก็อยากพิสูจน์ความจริงอยู่แล้ว แล้วก็ทุกอย่างอย่าทำให้มันเป็นเรื่องสลับซับซ้อนเกินจริง เกินเหตุเลย คือถามว่านิยายล่าสุดซึ่งอาจจะไม่ได้ออกมาจากตัวคุณทักษิณ แต่ว่าผมทราบมาว่าที่ฉายวีทีอาร์ ปราศรัยกันบนเวทีสร้างนิยายกันเรื่องว่า ฝ่ายเผานั้นคือฝ่ายเจ้าหน้าที่ ฝ่ายรัฐบาลเพื่อจะใช้ในการเป็นเงื่อนไขในการปราบประชาชนนั้น มันเป็นเรื่องที่ขัดกับข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิงอยู่แล้ว  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เพราะว่าเหตุการณ์เผานั้น ข้อที่ 1 เกิดขึ้นหลังจากการชุมนุมก็ยุติแล้ว จะต้องไปสร้างเงื่อนไขไปปราบใครกันอีก ฉะนั้นก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ผมบอกว่า วัดปทุมฯ นั้นต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน เพราะผมก็นึกไม่ออกว่าเจ้าหน้าที่จะมีเหตุผลอะไรที่อยู่ดีๆ จะไปยิงประชาชนที่อยู่ในวัด แต่ว่าเท่าที่ผมทราบนั้นการยิงต่อสู้เกิดขึ้นเพราะการเผา แล้วก็การเผาก็อย่างที่ว่า เกิดขึ้นหลังจากที่การชุมนุมยุติไปแล้ว 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ข้อที่ 2 พูดเซ็นทรัลเวิล์ดๆ นั้นอย่าลืมว่ามีเผาอีกหลายที่นะครับ แล้วก็อีกหลายที่นั้นจับแล้วก็มี เห็นกันอยู่ในข่าวก็มี เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมชัดเจน แล้วทำไมรัฐบาลต้องไปวางแผนเผาเซ็นทรัลเวิล์ดในขณะที่เสื้อแดงเผาศาลากลาง เสื้อแดงบุกจะเผาช่อง 3 เสื้อแดงเผาเซ็นเตอร์วัน มันเพื่ออะไรล่ะครับ มันเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิงเลย ที่จะไปกล่าวหาอะไรกันอย่างนี้”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เหตุใดคุณอภิสิทธิ์มองว่าเรื่องการประชุมเรื่องน้ำจึงไม่มีเนื้อ&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“สำนวนไทยน้ำ ก็มันคนละอย่างกันอยู่แล้วนี่ครับ ไม่หรอกครับ คือจริงๆ เราต้องยอมรับนะครับว่าการประชุมระหว่างประเทศในเรื่องซึ่งเป็นเรื่องทรัพยากรด้วยอะไรด้วยนั้น ให้ความเป็นธรรมนะครับ ไม่ง่ายหรอกครับในการที่จะเอาหลายประเทศมาแล้วมาตกลงอะไรกันผูกมัดกัน แต่ว่าความร่วมมือก็ต้องเริ่มต้นในบางรูปแบบ เพียงแต่ว่าที่ผมห่วงก็คือว่า เรื่องทรัพยากร โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งได้เยอะ ในหลายพื้นที่ ในหลายชุมชนนั้น มันเป็นเรื่องซึ่งจะต้องทำงานใกล้ชิดกับภาคประชาชน  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ผมไม่ได้บอกว่าจะต้องเชื่อฟังทุกกลุ่มที่มาแสดงความคิดเห็น เรียกร้องอะไร แต่ว่าไม่ทำงานกับภาคประชาชนเลย เดินยากมาก แล้วก็ที่ไม่ดีก็คือว่า ช่องว่างที่มันเกิดขึ้นระหว่างภาคประชาชนกับผู้นำ หรือฝ่ายรัฐนั้น และโดยเฉพาะท่าทีที่แสดงออกก่อนหน้านี้ที่พูดถึงการไปชุมนุมอะไรต่างๆ ไปเรียกเขาว่าเป็นขยะอะไรนั้น มันไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดี  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว 3 แสน 5 หมื่นล้าน ซึ่งกำลังจะต้องเร่งสรุปการประมูลเซ็นสัญญากู้เงินกันนี้ ถ้ายิ่งไม่มีความโปร่งใส งานก็จะเดินไม่ได้ในที่สุด สุดท้ายจะเป็นภาระการกู้เงิน ภาระที่มีการไปทำสัญญาแล้วปรากฎว่างานที่จะออกมานั้นไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เรื่องพรบ. ปรองดอง โดยคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ระบุว่านายกฯ กำลังลอยตัวเรื่องนี้ และเหมือนกับปากว่าตาขยิบ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ครับ ก็ทำนายตรงกันนี่ครับ เป็นหมอดูคู่ก็แล้วกันนะ แต่ว่าผมก็ย้ำครับ ก็คือตอนนี้เป็นความพยายามสร้างกระแสว่าเอ๊ะ ฉบับคุณเฉลิมเป็นปัญหา เอาฉบับคุณวรชัยก็แล้วกัน อะไรทำนองนั้น แต่ว่าผมก็ยังยืนยันนะครับ ฉบับคุณวรชัย ก็มีอะไรอันตรายเยอะ เพราะว่าการเขียนกว้างๆ ว่าใครก็ตามกระทำความผิดอะไร โยงกลับไปถึงการชุมนุมได้บอกไม่เป็นความผิดนั้น ความจริงสิ่งที่กำลังกระทำกันอยู่นี้ เรื่องการนิรโทษกรรมมันไม่ใช่เรื่องชาวบ้านธรรมดาหรอกครับ มันเป็นเรื่องคนที่ไปยิง แล้วไม่ใช่ยิงธรรมดา มีอาวุธสงครามด้วย กำลังพูดถึงคนที่ไปเผาสถานที่ทั้งราชการ ทั้งเอกชน กำลังพูดถึงคนที่ขึ้นไปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ว่าไปทำบนเวทีการชุมนุม แล้วก็จะอ้างว่าเป็นความผิดทางการเมืองกันทั้งหมด ผมว่ามันไม่ใช่  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ถ้าเราจะพูดถึงการใช้สิทธิ์ตามปกติ แล้วไปเป็นความผิดในสถานการณ์พิเศษเราไม่ว่ากัน แต่ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อทรัพย์สินนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกว่าพอมันเป็นเรื่องการเมืองคุณทำได้หมด ไม่งั้นเดี๋ยวผมกับคุณไม่ถูกใจกันเรื่องการเมือง ชักปืนออกมายิงกัน แล้วก็บอกไอ้นี่ความผิดทางการเมืองนะ เพราะว่าไม่ได้มีอะไรส่วนตัวกัน เพราะว่ารู้จักกันดี แต่บังเอิญเห็นไม่ตรงกันทางการเมือง ทะเลาะกัน ก็เลยยิงกัน ก็เลยเป็นความผิดทางการเมือง มันไม่ใช่ครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;วันนี้มีผลถกเกี่ยวกับวิปรัฐบาล กับวิปฝ่ายค้าน ในการอภิปรายงบประมาณปี 57 สรุปว่าได้ฝ่ายละ 15 ชั่วโมงใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมยังไม่ทราบข้อยุตินะครับ เพราะว่ากำลังจะประสานกลับไปทางวิปเหมือนกันว่าวันนี้ เพราะว่าเขาประชุมในส่วนของวิปฝ่ายค้านด้วย แต่ว่าก็ขณะนี้ก็ได้ศึกษา พรบ.งบประมาณไปพอสมควร สัปดาห์หน้าก็รู้สึก ถ้าเราคุยกัน ก็คงจะอยู่ในระหว่างการพิจารณากันพอดี แต่ก็ยินดีที่จะไล่เรียงหลายประเด็นนะครับ วันนี้คงไม่มีเวลาที่ผมคิดว่าเป็นข้อสังเกตในความห่วงใยว่า ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นะครับ แต่เป็นภาพใหญ่ในเชิงของการมีนโยบายงบประมาณที่จะมีผลกระทบต่อการบริหารเศรษฐกิจมหภาค กับ 2. ก็คือทิศทางของการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งผมดูแล้วว่าน่าเป็นห่วง ไม่ค่อยสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะถ้าเราต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้า หลุดพ้นจากความเป็นประเทศระดับรายได้ปานกลาง หรือะไรก็ตามที่รัฐบาลพูดถึงอยู่”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;อยากให้คุณอภิสิทธิ์พูดถึงราคาสินค้าในช่วงนี้ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ตอนนี้มีเรื่องแก๊สนะครับ ที่ชะลอไป แต่ว่าหลายเรื่องนี่อยากให้รัฐบาลดูแลเอาใจใส่ ไข่นั้นความจริงก็เป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกันว่า มันเป็นดัชนีเงินเฟ้อของสังคมไทยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะด้วยเหตุผลอะไรผมไม่ทราบ แต่ว่าไข่เป็นตัวอย่างหนึ่งว่า วันนี้ราคาไข่หน้าฟาร์มประมาณ 3.20 บาท น่าจะสูงที่สุดยุคหนึ่ง รัฐบาลชุดที่แล้วนั้น 2.90 บาท สูงสุด แล้วก็ตอนนั้นพูดกันว่า เอาเรื่องไข่ชั่งกิโล ซึ่งความจริงเป็นเพียงมาตรการเล็กๆ ที่มีเกษตรกรเสนอขึ้นมา แล้วก็เป็นมาตรการทางเลือก ไม่ได้ไปเปลี่ยนระบบหลัก ก็ไปเพิ่มทางเลือกให้ช่วงนั้น ก็ไปทำตีกระแสกันเหมือนว่าเป็นมาตรการหลักไม่ใช่ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เรื่องหลักจริงๆ คือที่เราทำเรื่องการนำเข้าพันธุ์สัตว์เสรี แล้วกำลังจะไล่ไปดูในเรื่องของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์ ที่ผมต้องพูดก็คือว่า พันธุ์เสรีนั้นถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเงื่อนไขในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในรัฐบาลนี้ ว่าจะทำให้เกษตรกรอยู่ไม่ได้แล้ว อะไรไม่ได้แล้ว แล้วก็อ้างว่ามีการนำเข้าพันธุ์มา แล้วก็ทำให้ผลผลิต ก็คือ ไข่นั้น มีปริมาณเยอะมากในตลาด  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;คำถามก็คือว่า ปริมาณที่มันเยอะมากขึ้นขณะนี้ แล้วทำไมราคามันสูงขึ้นละครับ ก็คือแสดงว่าเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ไปติดตามดูแลเอาใจใส่จริงๆ ในเรื่องของค่าครองชีพ ไม่นับว่า ที่ผ่านมาการที่ปล่อยขึ้นราคาน้ำมันดีเซลไปช่วงนึง ก่อนที่จะมากลับหลัง แล้วก็ทำช้าเกินไป จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ผมว่าตอนกลางวันเวลาออกไปรับประทานอาหารนั้น ซื้อข้าวจานละเท่าไหร่ละครับ 40 นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วนะครับ นี่คือสภาพความเป็นจริงนะครับ แล้วก็กลายเป็นว่านโยบายของรัฐบาลที่เคยพูดว่าจะลดค่าครองชีพก็ไม่จริง ไอ้ที่บอกจะเพิ่มรายได้นั้น เอาเข้าจริงๆ มาตรการหลักๆ มันไม่ได้ส่งผลอย่างที่รัฐบาลคาด 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;จำนำข้าวคงไม่ต้องพูดแล้ว แต่ว่าค่าแรง 300 ไม่ได้พูดในมุมว่ามีปัญหาเรื่องธุรกิจจะมีปัญหานะครับ แต่มีปัญหาว่าขณะนี้ผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก พอรัฐบาลใช้วิธีการประกาศมาตรการค่าแรงแบบนี้แล้ว เวลานี้นายจ้างไม่ให้ทำโอที นายจ้างเปลี่ยนสิ่งที่เคยช่วยเหลือทั้งหลายให้มานับรวมอยู่ในค่าจ้างให้ครบ 300 แต่นี่ไงครับ ข้าวแกงขึ้นไป 40 แล้ว กลายเป็นว่าขณะนี้หลายพื้นที่ ผู้ค้าผู้ขายธุรกิจย่อยๆ คุยกับผมบอก กำลังซื้อคนมันหาย มันไม่ได้เพิ่ม กลายเป็นอย่างนั้นไป”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;การส่งออกก็ปรับตัวเลข เพราะค่าเงินบาท แล้วก็อาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของภาคการส่งออกด้วยหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ภาพรวมของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจก็รวมทั้งเรื่องการส่งออกด้วย เพียงแต่ว่าถ้าพูดอย่างนี้ รัฐบาลคงชอบใจมากเลยว่า แสดงว่าทุกอย่างมาจากปัญหาดอกเบี้ยมั๊ง แต่จริงๆ ผมก็อยากจะบอกว่า ดอกเบี้ยนั้น อาจจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง ไม่ปฏิเสธว่ามีผล แต่ต้องดูภาพรวมด้วยว่า กำลังจะเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ขณะเดียวกันนั้นก็ยืนยันว่า สิ่งที่สำคัญกว่าวันนี้ก็คือว่า รัฐบาลต้องมาทบทวนยุทธศาสตร์ แล้วก็แนวความคิดในการบริหารเศรษฐกิจทั้งหมด ที่เคยคิดว่าเหมือนกับชี้นิ้วสั่งว่ารายได้เท่านี้ รายจ่ายเป็นเท่านี้ วันนี้พิสูจน์แล้วว่าทำไม่ได้ แต่สุดท้ายเศรษฐกิจจะไปได้หรือไม่ อยู่ที่ปัจจัยการสนับสนุนพื้นฐาน ให้คนของเรานั้นสามารถประกอบธุรกิจ และแข่งขันกับคนอื่นเขาได้ มันจะได้เพิ่มโอกาส สร้างงานกันมากขึ้น  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่รัฐบาลอย่างที่ผมบอกครับว่า ประชานิยม ให้เงินกู้คนจน กับเมกะโปรเจค ไม่มีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน แล้วก็กระจายรายได้ไปอย่างทั่วถึงได้ครับ มันจะกระจุกตัวอยู่ในบางเรื่องเท่านั้นเอง คนจนก็จะมีเงินชั่วคราว ที่มาใช้พร้อมๆ กับหนี้ แล้วก็ในส่วนของมาตรการที่ฝืนตลาด ..”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ขอให้คุณอภิสิทธิ์ทิ้งท้าย &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“พบกันสัปดาห์หน้าครับ แต่อยากจะบอกว่าทุกอย่างรวมทั้งจะอภิปรายสัปดาห์หน้าในเรื่องงบประมาณนั้นต้องคิดถึงความเป็นจริงของเศรษฐกิจ แล้วก็ต้องคิดถึงอนาคตที่ไกลไปกว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 </description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/d64/cats.jpg" length="9058" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Wed, 22 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>อภิสิทธิ์ชี้ไฟดับ 14 จว.ใต้ ต้องสอบข้อเท็จจริง ถึงเวลาสะสางพลังงานครั้งใหญ่ </title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15075&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;div&gt;(22 พ.ค. 56) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ต่อกรณีไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้เมื่อคืนนี้ว่า ต้องยอมรับว่าหลายคนตกใจ และแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเช้าวันนี้ดูเหมือนการเสนอข่าวก็ยืนยันว่าเราไม่เคยเจออย่างนี้มาก่อนในรอบหลายสิบปี เรื่องนี้เห็นว่าต้องสอบข้อเท็จจริงออกมาก่อนว่าเกิดได้อย่างไร แล้วก็เป็นโอกาสดีที่จะสะสางกันอย่างตรงไปตรงมาว่าอะไรเป็นอะไร 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;&amp;ldquo;เมื่อวานนี้ เมื่อคืนต้องยอมรับว่าหลายคนก็ตกใจ แล้วก็แปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็เช้าวันนี้ก็ดูเหมือนการเสนอข่าวก็ยืนยันว่าเราไม่เคยเจออย่างนี้มาก่อนในรอบหลายสิบปี สาเหตุที่มีการชี้แจงขณะนี้ก็จะพุ่งไปที่เรื่องของระบบสายส่งที่ขัดข้องที่ประจวบคีรีขันธ์  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมเห็นข่าวล่าสุดบอกว่า นายกรัฐมนตรีก็สั่งให้มีการสอบเรื่องนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ไฟฟ้านั้นดับไปเป็นเวลาถึง 3 ชั่วโมง ในพื้นที่ซึ่งใหญ่มาก 14 จังหวัดภาคใต้ ก็ต้องค้นหาสาเหตุแล้วก็ต้องดูว่าเหตุใด ระบบสำรอง หรือระบบป้องกันนั้นไม่สามารถทำงานได้ ตามรายละเอียดที่ผมพยายามดูอยู่ขณะนี้ก็บอกว่า พอเกิดเหตุปั๊บก็พยายามไปเร่งการผลิตไฟฟ้าสำรองตามที่ต่างๆ ในภาคใต้ แต่อ้างว่าไม่พอ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องมีการสอบ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ว่าอย่างไรก็ตามทางคุณศิริชัย ก็มายืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของกำลังการผลิตไม่พอ เพราะว่าบางคนก็สงสัยอยู่เหมือนกันบอกว่า พอมีข่าวปั๊บก็เริ่มมีการพูดถึงว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าอะไรทำนองนี้ ดีที่สุดก็คือต้องเอาข้อเท็จจริงต่างๆ ออกมาให้หมดว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ตอนแรกนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่าไม่ต้องตั้งกรรมการสอบ ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่ในความเป็นจริงเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกิดขึ้นเป็นวงกว้างลักษณะนี้ คุณอภิสิทธิ์คิดว่าต้องมีคนรับผิดชอบเรื่องนี้หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมว่าสอบข้อเท็จจริงออกมาก่อนว่ามันเกิดได้อย่างไร แล้วก็ปัญหาของระบบที่เรียกว่าจะเป็นระบบป้องกัน ระบบสำรองนั้นเกิดอะไรขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความจริงกับประชาชนตรงไปตรงมา เพราะว่าตอนนี้ก็จะมีกระแสในลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นในเรื่องพลังงานเยอะ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ก่อนหน้านี้ก็มีการพูดกันเรื่องแก๊สจะหมดบ้าง อะไรบ้าง จริงๆ เรื่องพลังงานนี่ถึงเวลาที่จะต้องสะสางกันครั้งใหญ่เหมือนกัน ทั้งในแง่ของปัญหาการผูกขาด ผมก็เลยไปถึงเมื่อวันก่อนข่าวที่สหภาพยุโรปนี่กำลังสอบกันว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเองก็มีการฮั้วกัน กำหนดน่าจะเป็นเวลาเป็น 10 ปีอยู่ ขณะนี้มีการสอบกันอยู่ เพราะฉะนั้นมันก็เอาละครับ เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วก็เป็นโอกาสดีที่จะสะสางกันอย่างตรงไปตรงมาว่าอะไรเป็นอะไร”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;จะถูกใช้เป็นข้ออ้างของภาครัฐ ในการจัดหาพลังงานมาใช้หรือไม่ เพราะประเด็นนี้ค่อนข้างเป็นความขัดแย้งกับท้องถิ่นอยู่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือก็ต้องเปิดข้อเท็จจริงออกมา แล้วก็ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบได้ และผมคิดว่าถ้าเกิดทำอย่างนี้ก็จะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะว่าจริงๆ ต้องยอมรับว่าข้อมูลเรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างพูดกันมาเป็นเวลานาน เกือบจะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพลังงาน แล้วก็มันสมควรที่จะต้องมาดูกัน เพราะว่าเวลานี้ก็กลายเป็นว่า เราถูกทำให้ตกใจอยู่ด้วย เมื่อวานนี้ความจริงก็คือเจอของจริงไปเลย แต่ก่อนหน้านี้จำได้ใช่มั้ยครับ ช่วงเดือนเมษายน ที่บอกว่า พอพม่าจะหยุดซ่อมบำรุง เราก็จะไม่มีไฟใช้อะไรทำนองนั้น ก็ต้องเอาของเหล่านี้มาดูให้หมด แล้วก็ดูถึงแผนในอนาคตด้วย”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เสี่ยงเกินไปหรือไม่ หลังจากพอมีปัญหาที่เดียวในประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ไฟดับถึง 14 จังหวัด&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่าจำเป็นต้องสอบไปดูว่า เกิดอะไรขึ้นกับระบบสำรอง หรือระบบป้องกันทั้งหมด”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;มาถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ฯ ว่ามีการเจริญเติบโตต่ำกว่าเป้า เดิมตั้งเป้าว่าไตรมาสแรกจะเติบโต 6 &amp;ndash; 7&amp;#37; แต่ออกมาเพียงแค่ 5.3&amp;#37; หลายฝ่ายออกมาบอกว่าตัวเลขของสภาพัฒน์ฯ นั้นต่ำเกินไป คุณอภิสิทธิ์เห็นเรื่องนี้เป็นอย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือหลักในการคำนวน พยากรณ์อะไรของเขามีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาในอดีตจะมีการกล่าวหา แต่ว่าพยายามทำตัวเลขให้ดูสูง ให้ดูดี ผมก็ได้ยินมาครั้งนึงเหมือนกันว่า เอ๊ะ ทำให้ต่ำเกินไปหรือเปล่า คือผมไม่คิดนะครับว่า หน่วยงานเขาจะต้องไปทำอะไรที่มันพิศดารอย่างนั้น เพียงแต่ว่าท่าทีของการแสดงออกของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาล แล้วก็ทุกคนนั้น ผมดูว่ามีความจงใจมากไปหน่อย ในการที่พยายามจะกดดัน คือในการให้สัมภาษณ์ทุกครั้งบอกไม่มีการกดดันธนาคารแห่งประเทศไทยนะ แต่ย้ำอยู่นั่นแหละครับว่า เรื่องดอกเบี้ย เรื่องอะไรนั้นจะต้องมีการจัดการแก้ไขปัญหา แล้วก็พยายามที่จะโยนว่า ตัวเศรษฐกิจ ตัวการส่งออกทุกอย่างไปขึ้นอยู่กับเรื่องดอกเบี้ยอย่างเดียว”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ต่อกรณีนี้ ตัวแทนสภาพัฒน์ฯ ออกมาระบุว่า ที่จริงแล้วตัวเลขนี้ไม่ได้ต่ำเกินไป และยังมีเรื่องของการบริโภคในเรื่องรถคันแรก เข้ามาอยู่ในไตรมาสแรกด้วยส่วนหนึ่ง แสดงว่าในตัวเลข 5.3&amp;#37; นี้ มีความต้องการที่ไม่แท้รวมอยู่ด้วย หากเป็นเช่นนั้น ก็ยิ่งดูน่ากลัวกว่านี้หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือผมคิดว่ามันน่าเป็นห่วงตรงนี้นะครับว่า ตัวส่งออกนั้นมันไม่ใช่ปัญหาซึ่งมาเกิดเป็นปัญหาชั่วคราวอีกต่อไปแล้ว ผมดูแนวโน้มมาปีกว่าๆ ซึ่งรัฐบาลมีปัญหามาก มันก็มาจากปัญหาขีดความสามารถการแข่งขันชัดเจนซึ่งสืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง หรือเรื่องอื่นๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือประเด็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขในเชิงโครงสร้าง  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในขณะที่เมื่อวานเราคุยกันนั้นว่า ความพยายามจะโด๊ปเศรษฐกิจ โดยการประกาศเรื่องนโยบายที่อ้างว่า กำหนดรายได้เป็นอย่างนั้น แล้วก็ทำจำนำข้าว หรืออะไรนี่ในที่สุดมันไม่สามารถที่จะทำให้เกิดการเติบโตแบบแท้จริงยั่งยืนได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องกลับมาดูปัญหาพื้นฐานตรงนี้ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ฉะนั้นควบคู่กันไปขณะนี้ เมื่อกี้กำลังพูดถึงเรื่องพลังงานอยู่ด้วย นโยบายของรัฐบาลในเรื่องของทิศทางการบริหารเศรษฐกิจในแง่ผลกระทบต่อชาวบ้าน ตัวโครงสร้างเองก็มีปัญหาอยู่ตลอด”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;จากตัวเลขทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกของสภาพัฒน์ วานนี้รองโฆษกรัฐบาล ก็ออกมาระบุว่าตัวเลข 5.3 นี้เป็นตัวเลขที่ไม่น่าพอใจ ดูเหมือนตำหนิตัวเองแต่ก็เหมือนกับโยนความผิดไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้น ธปท. จึงไม่เชื่อในตัวเลขของสภาพัฒน์ ตรงนี้จะเป็นความขัดแย้งอีกเรื่องระหว่างรัฐบาลกับ ธปท. หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“จะเป็นไม่เป็น ก็คงต้องดูตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เขาประเมินด้วยนะครับ แต่อย่างที่ผมก็ย้ำหลายครั้งว่า เราไม่อยากเห็นการมาถกเถียงกัน ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ของหน่วยงาน ซึ่งควรจะได้มีกลไก ระบบในการที่จะประชุม ประเมินอะไรต่างๆ อย่างในรัฐบาลที่แล้ว กติกาที่ผมใช้ก็คือว่า ของอย่างนี้ก็ว่ากันใน ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งมีผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ กระทรวงการคลังก็อยู่ มีอะไรก็แลกเปลี่ยนกัน มีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนก็คุยกันนอกรอบให้เรียบร้อย แต่ว่าควรที่จะประเมินสถานการณ์ต่างๆ ให้มันตรงกันเสีย แล้วก็กำหนดเป้าหมายร่วมกัน 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ทีนี้พอวกกลับมาเรื่องพลังงาน ก็เหมือนกันนะครับตอนนี้ ก็ยังสับสนไปเรื่อยนะครับ ก็คือในเรื่องน้ำมัน ตอนที่รัฐบาลหาเสียงก็บอก เลิกกองทุนน้ำมัน รัฐมนตรีพลังงานคนแรกก็มาบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ทำนโยบายเรื่องดีเซล เรื่องภาษีนั้น มันไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง แต่ปรากฎว่าพอมาถึงวันนี้ ภาษีดีเซลก็ยืดไปอีกนะครับ เรื่องที่ยังไม่เก็บ ทั้งๆ ที่อ้างว่าไม่ใช่วิธีการที่รัฐบาลนี้จะทำ ขณะเดียวกันก็ราคาน้ำมันก็ยังปรับตัวขึ้น การเก็บเงินเข้ากองทุนนั้นบางกรณีก็หนักกว่ารัฐบาลที่แล้ว ทั้งที่นโยบายจะไม่มี 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;พอมาดูแก๊ส แหม เมื่อวันเสาร์ผมเพิ่งปราศรัยอยู่เลยบอก ผมสังหรณ์ใจว่าค่าแก๊สยังไม่ขึ้นมั๊ง คงจะเลื่อนไปอีกสักเดือนนึง ผมปราศรัยวันนั้นผมบอกว่า สงสัยเพราะว่ามีเลือกตั้งซ่อมที่ดอนเมือง”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ตกลงว่าเลื่อนจริงๆ จากมิถุนายน เป็น 1 กรกฎาคม&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“แต่ว่าเหตุผลเขาไม่ได้ให้เรื่องดอนเมืองนะ เหตุผลเขาก็อ้าง กำลังไปสำรวจอยู่ว่า ใครบ้างที่จะต้องได้ใช้แก๊สราคาถูก แล้วก็จะทำระบบ ผมยังไม่ทราบว่าจะเป็นระบบอะไร ในการที่จะบอกว่าให้บางคนนั้นใช้ราคาเดิมได้ บางคนใช้ไม่ได้ แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือ ขณะที่บอกชะลอไปนั้น มีข่าวออกมาด้วยว่าจากเดิมจะขึ้น 50 สตางค์ แต่อาจจะต้องขึ้นเป็นบาทนึง ตัวเลขนี้ก็เหมือนกันนะครับ ทั้งเรื่องปัญหาเรื่องน้ำมัน ปัญหาเรื่องแก๊ส ปัญหาเรื่องพลังงาน ไฟฟ้าสำรอง แผนการผลิตในอนาคตทั้งหมดตอนนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมามีการสะสาง เปิดเผยให้ทุกฝ่ายได้ทราบ ตรวจสอบกันได้ เพราะว่าผมมองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ปัจจัยนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของเรา ทั้งในแง่ของความเพียงพอ ความมั่นคงในเรื่องพลังงาน ทั้งในแง่ของโครงสร้างราคาพลังงาน แล้วก็กระทบไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างชัดเจน”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในเรื่องการขึ้นราคาแก๊สนั้น รัฐบาลก็บอกจะขึ้นราคามาหลายครั้ง แต่ก็เลื่อนมาตลอด เรื่องนี้จะเป็นการเลี้ยงกระแสให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังช่วยเหลือประชาชนหรือไม่ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คงจะไม่ใช่หรอกครับ คือผมว่าก็คงมีความกังวลทางด้านการเมืองเป็นหลักอันที่ 1 อันที่ 2 ผมก็บอกว่า ตราบเท่าที่รัฐบาลไม่มาดูหลักคิดตั้งแต่ต้นเสียก่อน ว่าตกลงเราจะบริหารพลังงาน โดยเฉพาะราคาพลังงาน แล้วก็นี่เป็นทรัพยากรของเราเองอย่างไร มันก็จะวนอยู่อย่างนี้ครับ แล้วก็สุดท้ายผมว่ามันก็มีแต่ความสับสน เพราะว่าสัญญาณที่ส่งออกมาแต่ละครั้งนั้น มันก็ทำให้ตัวผู้บริโภค ผู้ใช้พลังงานเอง ก็ตัดสินใจผิดบ้าง ถูกบ้าง ซึ่งไม่เป็นผลดีครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เมื่อวานยังคุยกันถึงเรื่อง พรบ.ปรองดอง ของ ร.ต.อ.เฉลิม คุณอภิสิทธิ์ยังบอกว่า เชื่อว่าสุดท้ายก็จะพยายามทำให้ไม่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณ นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเซ็นก่อนส่งเข้าสภา เมื่อวานนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาระบุว่า ได้สั่งการให้ตัดมาตรา 5 ออก และพรบ.นี้จะไม่เป็นเรื่องของงบประมาณอีกต่อไป คุณอภิสิทธิ์คิดว่า เหตุใดจึงทำอย่างนั้น&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“เมื่อวานผมพูดชัดเจนนะครับว่า ในที่สุดแล้วต้องมีวิธีการทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ให้เป็นกฎหมายการเงิน เพราะว่าไม่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีต้องเข้ามาเซ็นรับรอง ผมบอกว่านอกจากจนมุมจริงๆ ให้เป็นกฎหมายการเงิน ก็จะต้องมีกระบวนการที่ทำให้นายกฯ ไม่เซ็นอีกนั่นแหละ แต่ว่าทั้งหมดนี้ผมว่ามันก็ยังวนเวียนอยู่ที่เดิม แล้วก็ย้ำนะครับ สิ่งที่พูดเมื่อวานนี้ว่า จริงๆ แล้วกฎหมายจะเรียกปรองดอง หรือนิรโทษ ซึ่งขณะนี้มีปาเข้าไป 6 – 7 ฉบับแล้ว เวลาที่เข้าสู่การพิจารณา โอกาสของการที่จะนำมารวมกัน อะไรกันก็สูงมากนะครับ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แล้วก็ประการที่ 2 ที่พูดถึงกฎหมายของคุณวรชัย ตอนนี้พอทุกคนกลัวกฎหมายคุณเฉลิม ก็เลยมีความรู้สึกกฎหมายคุณวรชัยไม่ค่อยมีปัญหามั๊ง แต่จริงๆ ผมก็ย้ำอีกครั้งนะครับว่า ความผิดที่จะมีการนิรโทษกรรมตามกฎหมายของคุณวรชัยนั้น ก็เป็นการเขียนกฎหมายซึ่งน่ากลัวมาก เพราะว่ามันเขียนแบบกว้างๆ เปิดกว้าง แล้วก็ตีความกันได้สารพัด แล้วก็จะรวมไปถึงการทำให้กฎหมายนั้นขาดความศักดิสิทธิ์ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ผมก็เรียนว่า ผมเห็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ ก็คงไม่ได้ไปดูรายละเอียด ก็เขียนกันไปบอก ของคุณวรชัยเขาไม่ได้ไปเกี่ยวกับคุณทักษิณนะ แต่ว่ามีแต่เรื่องของชาวบ้านที่ไปชุมนุมตามระบบประชาธิปไตย ผมบอกมันไม่ใช่นะครับ มันกลายเป็นว่าไปดูก่อนนะครับว่าตอนนี้คนที่ไปชุมนุมเฉยๆ นั้นมีกี่คนครับที่ถูกคุมขังอยู่ และผมก็บอกแล้วว่า ถ้าลองเขียนให้มันชัดไปเลยนะครับว่า ใครที่ไปชุมนุมแล้วมีความผิด เพราะการชุมนุมนั้น นิรโทษกรรมนี้ เขียนให้ชัดเจนไปเลย ผมว่าไม่มีใครค้านหรอกครับ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้คือความผิดที่รุนแรงต่อชีวิต ต่อทรัพย์สิน ยังไงผมก็ยังนึกไม่ออกว่าทำไมเราจะต้องไปนิรโทษกรรมให้กับคนที่เอาอาวุธสงคราม ตั้งใจจะยิงวัดพระแก้ว หรือกระทรวงกลาโหม ผมยังไม่เห็นเหตุผลใดๆ ที่เราจะต้องมานิรโทษกรรมให้กับคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ไปพูดบนเวทีการชุมนุม ก็เลยอ้างว่าเป็นความผิดทางการเมือง 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้องมาพูดความจริงกัน แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังยืนยันฟันธงเหมือนเดิมนะครับ เพราะว่า แหมฟันธง ถูกมา 2 เรื่องแล้ววันนี้ใช่มั้ย เรื่องแก๊ส กับเรื่องกฎหมายการเงิน ว่าในที่สุดยังไงก็คุณทักษิณต้องวนเวียนกลับมาเอาสุดซอยนั่นแหละครับ ไม่มีคนอื่นหรอกครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แม้จะตัดมาตรา 5 ออกไป ก็ยังเกี่ยวกับเรื่องการเงินอยู่หรือไม่ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“พวกเราก็ยืนยันว่าเกี่ยว เพราะว่า คตส. นั้น ถ้าบอกว่างานของเขาเป็นโมฆะ พอประกาศว่าเป็นโมฆะปั๊บ ผมก็ไม่เห็นเป็นอย่างอื่นหรอกครับ นอกจากคุณทักษิณจะบอก ถ้าเป็นโมฆะก็ 46,000 พันล้าน ก็ต้องกลับมาอยู่ที่ผมสิ อาจจะบอกแม้ไม่อยากได้หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าก็ต้องไปในรูปนั้นนะครับ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แล้วก็ที่คุณเฉลิมพยายามจะอ้างว่าการยึดทรัพย์คุณทักษิณนั้น มันเป็นเรื่องแพ่ง พูดทำนองนั้น กฎหมายคุณเฉลิมเป็นเรื่องอาญา ไม่เกี่ยวกับเรื่องแพ่ง มันไปพูดอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เพราะว่า 1.คดียึดทรัพย์นั้น จำได้มั้ยขึ้นศาลไหน (ศาลอาญา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงแหน่งทางการเมือง) นั่นสิครับ แล้วมันจะเป็นคดีอาญา หรือเป็นคดีแพ่งละครับ แล้วก็ 2. ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า การริบทรัพย์นั้นมันเป็นโทษทางอาญาอยู่แล้ว ในตามประมวลกฎหมายอาญา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมคิดว่า มันก็ยังต้องจับตาดูอยู่ แต่อย่างไรก็ตามดูขณะนี้ สัญญาณกระแส บ่งบอกว่า อย่างน้อยปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีเฉพาะเรื่องงบประมาณ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ ถ้าเป็นอย่างนั้น”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ถ้าดูที่ไปที่มาแล้วก็คือ ก่อนที่ร่างฯ ของนายวรชัย จะนำเสนอเข้าสภา และต่อมาเลื่อนระเบียบวาระเพื่อจ่อรอเอาไว้ในการเปิดประชุมสมัยหน้า ก็มีกระแสคัดค้านและต่อต้าน ทั้งในพรรคเพื่อไทยเอง ซึ่งลงชื่อเพียง 42 คน แสดงว่าก็ต้องมีคนไม่เห็นด้วย ขณะที่คนนอกก็ไม่เห็นด้วย แต่ทันทีที่ปรากฎร่างฯ ของ ร.ต.อ.เฉลิม แต่ก็เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเมื่อกลับไปดูร่างฯ ของนายวรชัย ซึ่งดูเหมือนดี และจะกลับไปใช้ร่างฯ  ของนายวรชัย ท้ายที่สุดจะมองว่า ร่างฯ ของ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นฉบับลับลวงพรางหรือไม่  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือของคุณวรชัยนั้น ยังไงไม่พอสำหรับคุณทักษิณ เพียงแต่ว่าอาจจะใช้เป็นตัวนำ เหมือนกับที่ประธานวิปฝ่ายค้านก็ออกมาชี้ว่า เข้าไปแล้วไปแปรญัตติก็อาจจะได้ เข้าไปแล้วก็อาจจะขอเอาไปรวมพิจารณาก็ยังได้ ความจริงเมื่อวานผมยังเจอท่านรองนายกฯ เฉลิมนะ ท่านยังมีการพูดอยู่ว่า สับขาหลอกกันนะ ก็ไม่รู้ว่าใครหลอกใครนะ แต่ว่าผมยืนยันว่า สุดท้ายแล้วต้องกลับไปตรงโน้น เพราะนั่นคือที่มาของปัญหาความวุ่นวายที่มันยังไม่จบไม่สิ้น แล้วก็สังเกตสิครับว่า อย่างที่ผมนะครับว่า ถ้าบอกว่าฟันธงว่าเอาของคุณวรชัย ทำไมไม่หยุดคุณเฉลิมล่ะ ทำไมไปบอกว่าก็เป็นสิทธิ์ของคุณเฉลิม ที่ยังจะเสนอได้”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ท้ายที่สุด หากร่างฯ ของนายวรชัยเข้าสภา ผ่านการพิจารณา กว่าจะออกมา จะสามารถทำทุกอย่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หรือไม่ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือของคุณวรชัยนั้น ตอนนี้มันเป็นเรื่องการชุมนุม กับเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม คุณทักษิณได้จากคดีก่อการร้าย แต่ประเด็นที่คุณทักษิณจะได้จากของคุณเฉลิมนั้นมันมีเรื่องคดีทุจริต เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีการหาทางพ่วงคดีทุจริตเข้าไปนั่นแหละครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แสดงว่าต้องหาทางทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นคนบริสุทธิ์&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ใช่ครับ เพราะนั่นคือเป้าหมายสุดท้าย ที่วุ่นวายกันตลอดอยู่ขณะนี้ ก็เท่านี้แหละครับ ความพยายามของคนๆ หนึ่งที่จะเอาชนะระบบกฎหมายของประเทศครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;บทนำของ นสพ. ไทยโพสต์ เขียนว่าขอให้รัฐบาลก้าวข้ามทักษิณ แล้วหันมาดูแลทุกข์สุขประชาชนเสียที&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“นั่นแหละครับ สิ่งที่พวกผมเรียกร้องมาตลอด และผมก็พูดมาตลอดว่า พวกผมไม่ได้สนใจคุณทักษิณอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลไม่เอาคุณทักษิณมาเป็นปัญหาของประเทศ เพราะฉะนั้นเรามันมีแต่เรียกร้องบอกว่าให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน ผมยังพูดมาหลายครั้งเลยบอกว่า อยากให้รัฐบาลนั้นอยู่ครบเทอม พิสูจน์กันไปเลย บริหารประเทศเป็นอย่างไร แต่อย่าทำเรื่องให้วุ่นวาย ผมยังขำอยู่เลยเมื่อวานก็มีคอลัมนิสต์เขียนอยู่บอก ที่ผมพูดเรื่องจะยุบสภาปลายปี ที่ฟังมาจากทางรัฐบาลเองนั้น มีใครหลอกให้ดีใจหรือเปล่า ผมไม่ได้จะดีใจเลยนะครับ ผมไม่ได้อยากให้ยุบสภาปลายปี ผมอยากให้อยู่ครบเทอม แต่ผมอยากให้รัฐบาลนั้นทำเรื่องนโยบายซะ แล้วก็พิสูจน์ฝีมือกันไปเลยว่าเป็นอย่างไร”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ทำ 4 ปี ให้เห็นดำเห็นแดงไปเลยใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ใช่ครับ จะได้ทราบกันไปเลยครับ จะได้จบกันไปเลยครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;วันนี้มีข่าวในนสพ. โพสต์ทูเดย์ ว่าช่วงนี้อยู่ระหว่างการร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปี 2557 เรื่องนี้คืออะไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมยังไม่ได้เห็นข่าวนะครับ แต่เข้าใจว่าแผนในเรื่องแบบนี้ก็จะมีอยู่ ทีนี้สำคัญก็คือว่า คงจะต้องไปดูว่าประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอย่างไร”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;มี 2 ประเด็นที่มีการเสนอคือ เรื่องของเพศที่สาม ให้สามารถจดทะเบียนสมรสได้ กับ 2. เสนอให้ทบทวนยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยกรมคุ้มครองสิทธิ์อ้างว่า จากข้อมูลการวิจัย พบว่าโทษประหารชีวิตไม่เป็นการยับยั้งการก่ออาญาชญากรรม  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือถ้าบอกว่าเป็น 2 เรื่องนี้ ผมยืนยันเลยนะครับว่า มันก็เป็นกระแสที่เกิดขึ้นในโลก แล้วก็โดยส่วนตัวผมเองทั้ง 2 เรื่องนี้ ผมสนับสนุนนะครับ ผมเคยแสดงจุดยืนเรื่องเหล่านี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ขณะนั้นก็ต้องถือว่าเหมือนกับเป็นเสียงข้างน้อยในสังคม และรู้ว่าผลักดันได้ยาก เพราะต้องสร้างความยอมรับในสังคมให้เกิดขึ้น ความเข้าใจในสังคมให้เกิดขึ้น แต่ว่าทั้ง 2 เรื่องนี้จะเห็นครับ ขณะนี้ทั่วโลกหลายประเทศ ก็กำลังเดินหน้ากำลังทำ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ของเราเองนั้น กรณีเพศที่สามนั้น ผมเข้าใจว่าขณะนี้กลุ่ม สส. จากทุกพรรค ก็เริ่มในการที่จะมาทำกฎหมายทำนองนี้แล้ว แล้วก็ส่วนกรณีประหารชีวิตนั้น เป็นข้อเรียกร้องมาจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน รวมทั้งประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปมาตลอดอยู่แล้ว และเรื่องนี้ก็ถกเถียงกันมากครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในประเทศไทย โทษประหารชีวิตนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ ดูจากข่าวการจับยาเสพติด 4.5 ล้านเม็ด ทั้งๆ ที่มีโทษประหารชีวิต แต่ดูไม่หวาดกลัว &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ตรงนี้มันเป็นความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการประเมิน เพราะผมเอง ผมก็พูดหลายครั้งว่า เวลาเจอพี่น้องประชาชน แล้วก็หงุดหงิดกับปัญหาการโกงบ้าง ปัญหายาเสพติดบ้าง ปัญหาอาชญากรรมทั่วไปบ้าง หลายคนจะบอกว่า เนี่ยมันต้องประหารชีวิต แต่ผมก็พยายามจะบอกว่า จริงๆ บางเรื่องที่พี่น้องบอกนั้นมันมีโทษประหารชีวิตอยู่แล้ว แต่คนไม่กลัว แล้วก็อย่างที่ว่ามันก็จะมีรายงานวิจัยซึ่งอาจจะมีข้อโต้แย้งกันบ้าง แต่ว่ารายงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าในที่สุดแล้ว ถ้าหวังเอาเรื่องประหารชีวิตมาเป็นวิธีการในการทำให้คนกลัว แล้วไม่กระทำความผิดนั้น งานวิจัยที่ผมเห็น ที่เขานำเสนอมานั้นก็จะบอกว่า มันไม่ได้ผล เพราะว่าส่วนใหญ่ก็จะวิเคราะห์ไปว่าคนที่จะกระทำความผิดนั้น ส่วนใหญ่ก็คือมีความเชื่อว่าตัวเองไม่ถูกจับได้ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ได้คิดถึงว่าจะต้องเจอกับอะไร 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ประการที่ 2 ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของจุดยืนในเชิงจริยธรรมของแต่ละคน เพราะว่าคนที่เขาเรียกร้องในเชิงของสิทธิมนุษยชนนั้น เขาไม่ได้ดูในแง่ของผลหรือประสิทธิผลเท่านั้น แต่ว่ามันก็ต้องดูในเรื่องของความเหมาะสมว่าสมควรหรือไม่ที่รัฐจะมีระบบที่จงใจไปเอาชีวิตคน”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;การปลดโซ่ตรวน นักโทษประหารในสัปดาห์ที่แล้ว กับแนวคิดที่จะยกเลิกโทษประหารชีวิตนั้น คุณอภิสิทธิ์คิดว่าเราสามารถปลดได้เลย ยกเลิกได้เลย โดยที่ไม่ต้องทำมาตรการอย่างใดเพื่อรองรับเรื่องนี้  หรือควรมีมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือมาตรการที่จะพยายามหาทางให้มีการป้องกันอาชญากรรมนั้น อย่างไรก็ต้องทำ แต่อย่างที่ผมบอกครับ การเรียกร้อง 2 เรื่องนั้น มันเป็นเรื่องในเชิงของหลักคิดเกี่ยวกับสิทธิของมนุษยชน เพราะฉะนั้นเรื่องการปฏิบัติ หรือเรื่องมาตรการอื่นก็เป็นเรื่องที่ต้องเอามาประกอบด้วย แต่ว่าข้อเรียกร้องมันไม่ได้มาจากเหตุผลในเชิงการปฏิบัติ ข้อเรียกร้องมันมาจากเหตุผลในเชิงหลักการของสิทธิมนุษยชน ซึ่งสังคมก็สมควรจะได้พิจารณา”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากจะพาดหัวข่าวว่า อภิสิทธิ์หนุนชาย – ชาย หญิง – หญิง สมรสได้ จะถูกหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมคิดว่าเราก็ต้องยอมรับความเป็นจริงของสังคมในปัจจุบัน และผมคิดว่าเมื่อคน 2 คนเขาตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน หรือมีความสัมพันธ์กันในลักษณะนี้ และเราสามารถช่วยเขาในเชิงของกฎหมายไม่ให้มันเป็นปัญหา มันเป็นสิทธิ์ เป็นทางเลือกของเขานะครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 </description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/e9e/941317_10151498697951144_1885292625_n.jpg" length="6072" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Wed, 22 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>โฆษกปชป. จี้ “ยิ่งลักษณ์ – ปลอดประสพ” สางปัญหานายทุนฮุบที่  หวังค่าเวนคืน</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15070&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt; นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมน้ำโลกที่สิ้นสุดไปแล้วว่า พรรคเห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำและการบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งประชาชนคาดหวังเห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการนำเงิน 3.5 แสนล้านไปแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด โดยเป็นการกู้เงินมากองไว้ ไม่มีความชัดเจนในเรื่องโครงการและการศึกษาผลกระทบด้านต่าง ๆ ในขณะที่มีข่าวเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นเกี่ยวกับการรู้ข้อมูลภายในของคนที่มีอำนาจ ซึ่งตนเห็นว่าโครงการนี้เอื้อต่อการทุจริตอย่างยิ่ง ดังคำเตือนของ ป.ป.ช.ที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่รอบคอบในการกำหนดเนื้องาน กำหนดงบประมาณสูงเกินไป ไม่มีการศึกษาผล กระทบสิ่งแวดล้อมไม่มีการประกาศราคากลางตามกฎหมาย ป.ป.ช.แต่กลับเป็นการประกาศวงเงินงบประมาณก่อนการประมูล 1 วัน หวังหลีกเลี่ยงเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช.&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt;
    &lt;br /&gt;
  นอกจากนี้ยังมีข่าวตลอดว่ามีการซื้อที่ดิน เช่าที่ดินที่คาดการณ์ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ถูกเวนคืนมาสร้างเป็นเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีการนำเสนอจากสื่อมวลชนว่ามีหมู่บ้านผีแห่งที่ 3 เกิดขึ้นที่จ.ชัยภูมิ โดยที่ไม่มีคนอยู่แต่มีคนงานก่อสร้างแจ้งว่านายจ้างบอกให้สร้างให้เสร็จภายใน 7 วัน โดยพื้นที่ชัยภูมิมีเขื่อนสามแห่งคือ เขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนชีบน และเขื่อนนายางดี โดยปรากฏว่าพื้นที่ที่คาดว่าจะถูกเวนคืนสร้างเขื่อนนั้นมีการซื้อดักล่วงหน้าโดยนายทุน แสดงให้เห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นมหาศาล ดังนั้นหากมีการใช้เงินเต็มที่ 3.5 แสนล้านในการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ก็เชื่อว่าจะมีการนำข้อมูลภายในไปสร้างโอกาสทางธุรกิจหากินกับงบประมาณของประเทศ ผ่านการเวนคืนที่ดิน และ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จะหาประโยชน์จากการใช้ข้อมูลภายในได้ จึงไม่อยากให้ข้อครหาที่บอกว่านายกรัฐมนตรีซึ่งเคยบริหารในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และใกล้ชิดกับนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ หาประโยชน์จากเงินกู้ก้อนนี้ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและนายปลอดประสพ ออกมาระบุให้ชัดเจนว่าจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt;
    &lt;br /&gt;
  นายชวนนท์ กล่าวแสดงความเป็นห่วงต่อภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ที่สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกที่สภาพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติมีการปรับลดตัวเลขลงจาก 11 &amp;#37; เหลือ 7.67 &amp;#37; ว่า สถานการณ์ประเทศอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงได้ เพราะยังไม่รวมถึงการก่อหนี้โดยภาครัฐจากการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายก็เกรงว่าจะเกิดวิกฤตไม่ต่างจากต้มยำกุ้งอีกครั้ง เพราะยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลพยายามสร้างภาพว่าปัญหาเกิดจากแบ๊งค์ชาติไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย โดยคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี สอดคล้องกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังที่ต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งตนเห็นว่าเป็นความผิดปกติว่าทำไมบุคคลทั้งสองจึงต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยมากขนาดนี้ มีประโยชน์อะไรแฝงเร้นจากการดักซื้อพันธบัตรเพื่อเก็งกำไรหรือไม่ และการที่นายกิตติรัตน์ ระบุว่ากระทรวงการคลังไม่มีมาตรการอะไรดูแลเศรษฐกิจแต่เป็นหน้าที่แบ๊งก์ชาตินั้นเป็นคำพูดที่ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะต้องใช้มาตรการทางการคลังมาช่วยแบ๊งค์ชาติในการดูแลไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยด้วย ทั้งที่มีเงินกู้อยู่ในมือแต่ไม่คิดจะทำอะไร โยนภาระทั้งหมดไปที่การกดดัน แบ๊งก์ ชาติให้ลดดอกเบี้ยนโยบาย จึงเห็นว่าเป็นการจับเศรษฐกิจประเทศเป็นตัวประกันเพื่อบีบให้ กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt;
    &lt;br /&gt;
  ส่วนที่ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ยืนยันจะขึ้นราคาแก๊สหุงต้มเดือนมิถุนายน โดยขยับเดือนละ 50 สตางค์ นั้น พรรคยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม และการที่กระทรวงพลังงานจะลงทะเบียนคนจน 7.2 ล้านครัวเรือนเพื่อให้รัฐชดเชยแก๊สหุงต้ม จากเดิม 22 ล้านครัวเรือน เท่ากับมีประชาชน 15 ล้านครัวเรือนจะไม่ได้รับการดูแลจากรัฐ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ใช้เกณฑ์อะไรในการชี้วัดว่าเป็นครอบครัวที่ควรได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล อีกทั้งการแก้ปัญหาแบบนี้จะไม่ช่วยแก้ปัญหาการลักลอบขายแก๊สข้ามตลาดที่ใช้เป็นข้ออ้างในการปรับราคาแก๊ส เพราะการชดเชยเฉพาะบางกลุ่มไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการทุจริต เป็นการแก้ปัญหาผิดวิธี เปิดช่องให้เกิดการทุจริต และเพิ่มกำไรให้นายทุน ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นราคาแก๊สหุงต้มเนื่องจากแก๊สมีเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเรื่องนี้ รวมถึงเสนอมาตรการที่จะแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริงมากกว่านี้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/48e/210513.jpg" length="10148" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>&quot;สาธิต&quot; เตรียมยื่นหนังสือ “ยิ่งลักษณ์” ถามความชัดเจน  ร่างปรองดอง “ล้างผิด-คืนสิทธิ –คืนเงิน”</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15069&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>&lt;font face=&quot;Verdana&quot;&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่าจะเดินทางไปขอพบนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมตรี เพื่อยื่นหนังสือแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และขอความอนุเคราะห์ให้นายกรัฐมนตรีแสดงความชัดเจนในนโยบายที่เกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่มีเนื้อหาส่งผลให้รัฐบาลต้องคืนเงิน หรือล้างผิดคืนสิทธิให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุคคลจำนวนหนึ่งที่ทำผิดกฎหมายอาญา เนื่องจากเงินที่จะคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนหนึ่งมีเงินของนางสาวยิ่งลักษณ์ด้วย 
  &lt;br /&gt;

  &lt;br /&gt;
ดังนั้น ในฐานะที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นผู้บริหารประเทศ ซึ่งจะต้องบริหารด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรมและใช้เงินงบประมาณแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในมาตรา 4 และ 5 ของร่างกฎหมายปรองดอง มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ที่ต้องให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองก่อน จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ 
  &lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/157/img_7160.jpg" length="8032" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>อภิสิทธิ์ชี้ นโยบายหลักของรัฐบาล เป็นชนวนสำคัญ ทำของแพงทั้งแผ่นดิน ซ้ำเติมประชาชน</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15068&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;div&gt;(21 พ.ค. 56) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงปฏิญญาเชียงใหม่ว่าด้วยการประชุมเรื่องน้ำว่า มุมมองของประชาชนกับมุมมองของรัฐที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรยังมีช่องว่างค่อนข้างมาก และคิดว่าสังคมจำเป็นที่จะต้องเริ่มที่จะหาทางลดช่องว่างตรงนี้ให้ได้ แต่คงต้องใช้อีกหลายกระบวนการกว่าที่เราจะไปถึงจุดนั้น 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;&amp;ldquo;มีทั้งของผู้นำ และของภาคประชาชนใช่มั้ยครับ ผมคิดว่าการที่มี 2 ฉบับที่ว่า ที่ผมแหย่เล่นนั้น ก็เพราะต้องยอมรับว่า มุมมองของประชาชนกับมุมมองของรัฐที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรยังมีช่องว่างค่อนข้างมาก แล้วก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าสังคมจำเป็นที่จะต้องเริ่มที่จะหาทางลดช่องว่างตรงนี้ให้ได้ ก็คงจะต้องใช้อีกหลายกระบวนการ กว่าที่เราจะไปถึงจุดนั้น แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทั้งสำหรับภาคประชาชนในพื้นที่ ทั้งสำหรับผู้นำระหว่างประเทศมันก็จะเป็นเรื่องสำคัญต่อไป 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 เพราะฉะนั้นที่ตั้งข้อสังเกตกันว่า มันมีช่องว่าง มันดูไกลตัว แล้วก็ดูว่ายัง อย่างที่แถลงมาก็เข้าใจว่าไม่มีข้อผูกมัดอะไรที่ชัดเจน ก็ทำให้ทุกคนควรตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ที่คงจะต้องทำงานกันหนักต่อไปในการที่จะผลักดันไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการจัดการตรงนี้จริงๆ&amp;rdquo;&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เมื่อดูปฏิญญาเชียงใหม่ข้อ 5 จากทั้งหมด 13 ข้อ ระบุว่า เราจะส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ รวมถึงการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ภาคอุตสาหกรรมเกษตร ตลอดจนการรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์ และข้อ 10 บอกว่า เราจะส่งเสริมการสร้างเครือข่าย และความเป็นหุ้นส่วนที่ดีขึ้นตามความเหมาะสม ระหว่างภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ในการจัดการป้องกัน และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำที่สมเหตุสมผล จากปฏิญญาดังกล่าว คิดว่าเมื่อดูบรรยากาศภายในกับภายนอกห้องประชุมแล้ว ไม่เป็นไปตามปฏิญญานี้หรือไม่  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้นนะครับ และนั่นก็คือปัญหาว่า การพูดหลักการอะไรนั้น ก็สามารถพูดกันได้ทั้งสิ้น แต่ส่วนจะเป็นหรือไม่นั้น ก็จะอยู่ที่ว่าการกระทำ แล้วก็การทำงานว่ามันเป็นไปตามนั้นหรือไม่ ก็ไม่ต่างอะไรจากที่เราได้ยินปาฐกถาเรื่องประชาธิปไตยหรอกครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ประเทศเจ้าภาพมีสิทธิ์จะหยิบยกเอาหัวข้อในการประชุมขึ้นมาเป็นประเด็นถกเถียง หรือหารือแค่ไหน อย่างเช่น แม่น้ำระหว่างประเทศอย่างแม่น้ำโขง หรือแม่น้ำมูน ที่คนปลายน้ำก็มีสิทธิ์ใช้น้ำเหมือนคนที่อยู่ต้นน้ำ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“การเป็นเจ้าภาพนั้นเราก็มีระดับหนึ่ง จะไปบอกว่าเราจะไปกำหนดอะไรตามใจชอบเสียเลยก็คงไม่ได้ แต่ว่าถ้ามีประเด็นที่เจ้าภาพเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่อยากจะให้เป็นหัวข้อในการประชุมนั้น ก็สามารถที่จะพยายามผลักดันเข้าไปได้ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ทีนี้การจัดการในส่วนของแม่น้ำโขงนั้น ต้องยอมรับว่ามันมีกลไกเฉพาะของมันอยู่แล้ว ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ในกรอบของ ASEAN หรือ ASEAN+ ก็ดี ก็จะครอบคลุมตรงนี้อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นนั่นก็เป็นอีกเวทีหนึ่ง หรืออีกหลายเวทีที่จะต้องมีการพูดคุยกันเรื่องนี้กันต่อไป”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;สำหรับเรื่องร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งฉบับของนายวรชัย เหมะ และของ ร.ต.อ.เฉลิม นั้น คุณอภิสิทธิ์คิดว่าวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จะยังคงเดินหน้านำ พรบ. ปรองดองต่อหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมก็ยังไม่เห็นความชัดเจนจากฝ่ายที่บอกว่าสนับสนุนร่างฯ คุณวรชัย รวมทั้งที่ทักษิณ พูดกับทางกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงตรงนี้ แต่ว่าแน่นอนครับฝ่ายที่เสนอกฎหมายของคุณวรชัย ก็คงได้รับสัญญาณกำลังใจให้เดินหน้าต่อ แต่ผมก็ยังยืนยันครับว่า ผมวิเคราะห์มาตั้งแต่ต้นว่า ฉบับนี้มันไม่ตอบโจทย์คุณทักษิณ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ข้อยุติหรอก”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยสไกป์เข้ามาในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยว่า สนับสนุนฉบับสุดซอย แต่การสไกป์เข้ามาที่การชุมนุมรำลึก ราชประสงค์กลับไม่ได้พูดถึงเลย &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็นี่แหละครับ ก็แล้วแต่ว่าพูดกับใครไงครับ เพราะว่ารู้ว่าคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมนั้นได้มีการพูดคุยกันแล้วก็สนับสนุนร่างฯ คุณวรชัย ไม่สนับสนุนร่างฯ คุณเฉลิม แต่ในพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นสิ่งที่คุณทักษิณสามารถที่จะพูดส่งสัญญาณได้ค่อนข้างจะตามสมควร”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;พอถึงวันยื่นเข้าสภา จะเป็นไปตามร่างฯ ของนายวรชัยหรือไม่ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็ยืนยันละครับว่า โดยประสบการณ์ที่ทำงานแล้วก็ต้องต่อสู้มาตลอด ผมเห็นว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มันยังไม่มีการตอบโจทย์คุณทักษิณ เรื่องมันไม่เคยจบ ที่มันยืดเยื้อมาทุกวันนี้ก็อยู่ตรงนี้ครับ และอย่าลืมว่าเมื่อวันอาทิตย์ก็ยังมีการทิ้งท้ายว่าจะต้องมีการอาจจะต้องมาทำงานใหญ่อะไรกันอีก เพราะฉะนั้นมันไม่จบหรอกครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เป็นไปได้หรือไม่ว่า ที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าสนับสนุนร่างของนายวรชัยนั้น ก็เพื่อหลอกคนเสื้อแดง แต่พอเข้าสภาจริงๆ แล้วร่างฯ ดังกล่าวจะถูกจับมายำรวมกันกับร่างฯ ที่อยู่ในสภาอีก 4 ฉบับ&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมถึงบอกว่าเมื่อวานนี้ ถ้าคุณทักษิณเขาฟันธงตัดสินใจแล้วไม่เอาแล้ว ก็คงพูดแล้วละครับบอกว่า เอ้อ เฉลิมอย่าเพิ่งนะ ถอยไปดีกว่าเพราะว่าพี่น้องไม่เอา ไม่ได้พูดอย่างนั้นหรอกครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่การนำเข้าพิจารณาในวาระที่ 1 นั้น ทั้งร่างฯ ของ ร.ต.อ.เฉลิม, นายวรชัย และอีก 4 ฉบับจะสามารถนำมาขยำรวมกันได้หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“เขาก็ทำได้ทั้งนั้นแหละครับ ในการที่จะใช้เสียงข้างมากที่จะดำเนินการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องจับตาดูคือ ข้อ 1 วันที่ 23 นี้คุณเฉลิมยังเสนอมั้ย ข้อที่ 2 เมื่อเสนอแล้ว จะมีความพยายามบิดไม่ให้มันเป็นกฎหมายการเงินมั้ย เพราะว่าบังเอิญเจ้าตัวหลุดปากมาแล้วว่าเป็นกฎหมายการเงิน แต่ว่าทุกคนก็คงจะต้องพยายามที่จะหาทางไม่ให้นายกรัฐมนตรีเข้ามายุ่งกับกฎหมายฉบับนี้ 3. ถ้าหากว่าเป็นกฎหมายการเงิน ให้จับตาดูต่ออย่างที่ผมทำนายไว้นะครับว่า นายกฯ อาจจะต้องติดภารกิจอะไรแล้วให้รองนายกฯ เซ็นแทน” 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่บ่งบอกเลยว่าจะมีการเปลี่ยนความตั้งใจเดิม แล้วก็ถ้อยคำรวมทั้งที่โฆษกฯ หรือทนาย หรือใครของคุณทักษิณ มาพูดอยู่นี้ ก็ยังเป็นการย้ำเพื่อนำไปสู่จุดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของ คตส. ขององค์กรอิสระ ของศาลทั้งสิ้น”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;วางใจไม่ได้เลยใช่หรือไม่ หากทุกอย่างเข้าสู่สภา&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมก็ไม่ได้คิดว่ามีประเด็นที่อะไรจะต้องวางใจนะครับ เพราะว่าสัญญาณอื่นก็ยังเหมือนเดิม ในแง่ของการรุกต่อศาล ต่อองค์กรอิสระ ประการที่ 2 นั้น เราพูดถึงฉบับคุณเฉลิมน่ากลัวจนทำไปทำมาเดี๋ยวคนก็นึกว่าฉบับของคุณวรชัยไม่มีปัญหา คือฉบับของคุณวรชัยเอง ก็เป็นการนิรโทษกรรมซึ่งขอบเขตก็น่ากลัวนะครับ หมายความว่า คนเผา คนก่อการร้าย คนฆ่า คนหมิ่น ก็ได้รับการนิรโทษกรรมนะครับ ยกเว้นว่าถ้าเกิดเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่นั่นอีกเรื่องนึงเท่านั้นเอง”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ร่างฯ ของนายวรชัย หากผ่านวาระแรก รับหลักการ เมื่อเข้าสู่ในชั้นการแปรญัตติ ในชั้นนี้จะทำให้เหมือนกับร่างฯ ของร.ต.อ.เฉลิม ได้หรือไม่ โดยอาศัยเสียงข้างมากของกรรมาธิการ&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็คงจะต้องไปดูนะครับว่า ถ้อยคำที่เขียนในหลักการนั้นมันจำกัดไว้มั้ย แต่ผมเชื่อนะครับว่ามันก็โยงกันได้หมดละครับ เพราะว่าฉบับของคุณเฉลิม ก็ใช้วิธีโยงว่า เรื่องของคุณทักษิณนั้นมาจาก คตส. คตส. มาจากรัฐประหาร ดังนั้นความผิดเหล่านี้จึงเป็นความผิดทางการเมือง ก็เชื่อมโยงกับการชุมนุมทางการเมือง คือขณะนี้กฎหมายทุกฉบับที่ทางฝ่ายรัฐบาล หรือเสื้อแดง หรือใครผลักดันนั้น จะไม่มีความชัดเจนในขอบเขตของความผิดที่จะได้รับการนิรโทษกรรม แต่จะอ้างเรื่องการเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมอย่างเดียว”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;คาดได้หรือไม่ว่าร่างฯ ทุกฉบับจะยังไม่ได้พิจารณาในสมัยวิสามัญนี้&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมคิดว่าสัญญาณที่ส่งออกมาขณะนี้ชัดขึ้นนะครับว่า วิสามัญนี้ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่ว่าผมว่าก็จะมั่นใจก็ต่อเมื่อเห็นร่างพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมของรัฐบาลนั่นแหละครับ” &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากปิดสมัยวิสามัญไปแล้ว แต่จะเปิดประชุมวิสามัญอีกครั้งก่อนเดือนสิงหาคมได้หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“เปิดได้ครับ แต่ผมคิดว่าเท่าที่ดูนั้นคงไม่ทำหรอกครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เมื่อวานที่พรรคประชาธิปัตย์มีการแถลงเรื่องไข่แพง หากตอนนี้คุณอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหาของแพงนี้อย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือประเด็นหลักก่อนนะครับ ก็คือว่า มาดูข้อเท็จจริงกันสักนิด แล้วก็ดูแล้วจะได้เห็นภาพว่า สมัยที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็มีปัญหาเรื่องไข่แพง แต่ราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่แพงสูงสุดในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์นั้นก็คือ 2.90 บาท แล้วก็ถูกโจมตีมากมาย รวมทั้งไปโจมตีเรื่องว่า ไปทำเรื่องไข่ชั่งกิโล ซึ่งผมอยากจะย้ำอีกครั้งนะครับว่า เป็นเพียงมาตรการทางเลือก ซึ่งมีคนเสนอขึ้นมาในการประชุมที่เราเรียกว่า แผนประชาภิวัฒน์  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แล้วก็ได้มีการเปิดเป็นทางเลือกในบางจังหวัด ซึ่งขณะนั้นก็ทำให้ราคาไข่ในจังหวัดเหล่านั้น ประชาชนก็มีทางเลือกในการซื้อที่ถูกลง แต่ว่าไม่ได้เป็นมาตรการบังคับ ไม่ได้เปลี่ยนระบบอะไร แต่หลักใหญ่ที่เราพยายามทำตอนนั้นก็คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ก็มีการเปิดเสรีพันธุ์ไก่ แล้วก็รวมไปถึงการที่จะเริ่มเข้าไปดูในปัญหาเรื่องของต้นทุน เช่นอาหารสัตว์ อย่างนี้เป็นต้น&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในที่สุดแล้ว ก็เป็นที่ทราบกันว่า ราคาไข่ก็อาจจะทรงๆ อยู่ระยะหนึ่ง แต่พอมาวันนี้หลังจากรัฐบาลนี้เข้ามา แล้วตอนแรกมาเริ่มมีกระบวนการในการที่จะอ้างว่า การนำเข้าพันธุ์ไก่เสรี กำลังทำให้ราคาไข่ตกต่ำ เกษตรกรจะอยู่ไม่ได้ พยายามมีแรงกดดันให้เลิกด้วยนะครับ เอาเข้าจริงๆ ก็มีการนำเข้ามาระดับหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็ทำให้ปริมาณไข่ในตลาดนั้นมันมีมากกว่าสมัยรัฐบาลที่แล้ว &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ทำไมอยู่ดีๆ ขณะนี้ราคาไข่คละหน้าฟาร์ม 3.20 บาท ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจในเรื่องแบบนี้ แล้วก็นี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างของสินค้าตัวหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งเอาเข้าจริงๆ รัฐบาลซึ่งหาเสียงว่า จะกระชากค่าครองชีพลงมานั้น แต่กลับไม่ดำเนินการอะไร ไอ้สิ่งที่ตัวเองดำเนินการได้ก็ไม่ได้ทำตามทิศทางที่มันทำให้ค่าครองชีพลง เพราะว่าไปเพิ่มค่าไฟสำหรับคนที่เคยใช้ไฟฟรีตั้งหลายล้านคน กองทุนน้ำมันที่บอกจะยกเลิก ตอนนี้ไม่ใช่ เก็บมากขึ้น แก๊สก็กำลังจะตามมา  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เพราะฉะนั้นเวลานี้ไม่น่าแปลกใจหรอกครับ เรื่องค่าใช้จ่ายในหมวดอาหารของประชาชนนั้นเพิ่มขึ้นหมด ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล แล้วก็กำลังซื้อของประชาชนที่รัฐบาลอ้างว่า นโยบาย 300 หรือ 15,000 จะสามารถที่จะส่งผลให้มันกลายเป็นจุดที่ทำให้ประชาชนสามารถที่จะรับมือกับของที่แพงขึ้นได้ เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;วันก่อนผมก็คุยกับนักธุรกิจคนหนึ่ง ซึ่งมาจากจังหวัดในปริมณฑล ก็บอกว่าปรากฎการณ์ตอนนี้ที่ปล่อยกู้เรื่องของมอเตอร์ไซต์นั้น ต้องยึดคืนมาเยอะมาก ทั้งๆ ที่ความจริงค่าแรงขึ้นนั้นก็เพราะว่า ค่าแรงที่ไปขึ้นแบบที่รัฐบาลทำนั้น ทำให้หลายโรงงานตอนนี้ไม่ให้คนทำ OT เพราะเขาก็ต้องปรับตัวให้ธุรกิจเขาอยู่ได้ อย่างนี้ก็เป็นตัวอย่าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาพื้นฐานของประชาชน ในแง่ของรายรับ รายจ่าย เศรษฐกิจของชาวบ้านนั้นไม่ดี  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;และตอนนี้ภาพรวมของเศรษฐกิจใหญ่ เมื่อวานสภาพัฒน์ฯ ออกมาแถลงก็เห็นว่าเริ่มมีความกังวลกันมากขึ้น ชะลอตัวลงทั้งการบริโภค ทั้งการลงทุน และที่สำคัญก็คือการส่งออก ก็เป็นปัญหา รัฐมนตรีคลังดูจะยอมรับว่า การส่งออกข้าว ก็มีปัญหามาก แต่ว่าตอนนี้แน่นอนครับ รัฐบาลก็พยายามจะหาทางโยนเรื่องนี้กลับไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้นเองว่า ค่าเงินบาทแข็ง”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากจะแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งด้วยการลดดอกเบี้ยนั้น ก็จะทำให้มีเงินออกมาในตลาดมากขึ้น แล้วเรื่องของแพง และเงินเฟ้อจะยิ่งหนักขึ้นหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็มีส่วนนะครับ คืออย่างที่เคยบอกนะครับว่า เราไม่สามารถที่จะเอาเครื่องมือนโยบายตัวใหตัวหนึ่งตัวเดียว อย่างเช่นดอกเบี้ยนั้นไปทำทุกอย่างได้ แต่ปัญหาขณะนี้อย่างที่ทุกฝ่ายกังวล แล้วก็เดือดร้อนกัน ก็คือภาพการบริหารเศรษฐกิจนั้นมันไม่ชัดเจน ถ้าดูภาพมหภาค ก็ปัญหาความขัดแย้งระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง แม้ขณะนี้อาจจะบอกว่าไม่มีการมาโต้ตอบกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ทิศทางก็ยังมีลักษณะที่กดดันกันอยู่ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;พอมาดูเศรษฐกิจชาวบ้าน รายจ่ายก็เพิ่มสูงขึ้น มาตรการในการที่จะมาดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ราคาสินค้า ก็ไม่ปรากฎเป็นรูปธรรม การเพิ่มรายได้ที่สัญญาเอาไว้นั้น ก็ไม่เป็นไปตามเป้า นโยบายบางนโยบายก็มามีผลกระทบต่อการส่งออกเสียอีก เช่นเรื่องการจำนำข้าว เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้ครับที่รุมเร้าเข้ามา”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากดูภาพรวมของสภาพัฒน์ สรุปตัวเลขว่า ไตรมาสแรกของปีนี้คาดการณ์ว่าจะโต 7.5 แต่ความจริงได้แค่ 5.3 ตัวเลขการส่งออก็ไม่เป็นไปตามเป้า โตเพียง 4.5 และการลงทุน การบริโภคก็ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก สิ่งเหล่านี้ส่งสัญญาณอะไรในขณะนี้&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมเรียนว่า ข้อที่ 1 ก็คือตัวเศรษฐกิจโลกเองก็ยังมีปัญหาอยู่ในหลายภูมิภาค และเศรษฐกิจภายในประเทศ ผมคิดว่าแนวการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ เป็นแนวที่เราท้วงมาตั้งแต่ต้นว่ามันไม่อยู่กับความเป็นจริง การไปประกาศในการหาเสียงว่าจะกำหนดรายได้ของคนเป็นอย่างนี้ อ้างว่าจะสามารถที่จะลดรายจ่ายของคนได้ แต่เวลามาทำงานจริงๆ แล้ว การจะมาใช้ประกาศกฎหมายต่างๆ มันบังคับสภาวะที่แท้จริงทางเศรษฐกิจ ทางตลาดไม่ได้ แล้วก็สิ่งที่เป็นปัญหาขณะนี้ก็สะท้อนปัญหาระยะกลาง ระยะยาว ของเรามากขึ้น ก็คือว่า เราแข่งขันไม่ได้ เพราะปัญหาพื้นฐานขีดความสามารถการแข่งขันนั้นเราไม่ค่อยได้ปรับปรุง  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;มิหนำซ้ำเรามีรัฐบาลซึ่งพยายามสร้างค่านิยมว่า อะไรๆ ก็ไปขอจากรัฐบาล หรือขอกู้จากรัฐบาล ตรงนี้ครับ คือปัญหาที่จะค่อยๆ บ่อนทำลาย หรือกัดเซาะความสามารถ แล้วก็ความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจที่มีอยู่”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ดูรัฐบาลจะโทษเฉพาะที่ค่าเงินบาท เพื่อจะได้ให้คนร่วมกันโทษธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือหยิบมาเรื่องเดียวละครับ แล้วก็จริงๆ แล้วตัวนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวที่จะเป็นกุญแจในการแก้ไขปัญหา สิ่งที่กระทบกับชาวบ้านจริงๆ ดอกเบี้ยไม่กระทบหรอกครับว่า จะขึ้นค่าแก๊สหรือไม่ ดอกเบี้ยไม่กระทบหรอกครับว่า คุณตัดสินใจจะให้ใช้ไฟฟรีแค่ไหน ดอกเบี้ยไม่กระทบหรอกครับกับการที่จะไปดูแลราคาสินค้าอย่างที่ควรจะเป็น นี่ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ระหว่างค่าเงิน กับความสามารถของรัฐบาลในการบริหารจัดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว อะไรเป็นจุดอ่อนมากกว่ากัน&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมว่านโยบายหลักของรัฐบาลนี่แหละครับ ที่ทำให้การส่งออกชะงัก ทำให้การปรับตัวของธุรกิจเป็นไปได้ยาก ทำให้กำลังซื้อไม่เพิ่มขึ้น แล้วก็การปล่อยปละ ละเลย รวมทั้งซ้ำเติมประชาชนในเรื่องของราคาอาหาร กับพลังงาน ก็คือทั้งหมดที่ทำให้สภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างที่เป็นอยู่”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;วานนี้ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน และสส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือต่อ ดีเอสไอ กรณีที่ดีเอสไอสอบในเรื่องการหักเงินเดือนเข้าพรรคฯ ในการยื่นหนังสือครั้งนี้นั้น ต้องการให้ดีเอสไอทำอย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ท่านอดีตหัวหน้า กับสส.อีกหลายท่าน หลังจากที่มีการเรียก สส. หลายคนนั้น ไปแจ้งข้อหาแล้ว ก็พบข้อเท็จจริง และมีความเห็นว่า การดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นน่าจะมีความไม่ชอบด้วยกฎหมายในหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นก็รวบรวมตรงนี้ แล้วก็เป็นการทำหนังสือเพื่อที่จะโต้แย้งสิทธิ์ หรือแสดงสิทธิ์โต้แย้งว่า 1. คดีนี้มันไม่ได้เป็นคดีพิเศษ อยากให้กรรมการที่บอกว่าเป็นคดีพิเศษทบทวน 2. กรณีของตัวหัวหน้าคณะทำงานสอบสวนตามตำแหน่งที่เขาเรียกนั้น ก็บอกให้เขาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วก็แนวปฏิบัติของพนักงานสอบสวน โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนในคดีพิเศษ แล้วก็ 3. ก็คือโต้แย้งเพื่อที่จะให้คุณธาริต ในฐานะอธิบดีได้กำกับดูแลให้การดำเนินการในเรื่องในคดีนี้ทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากทางดีเอสไอไม่ทบทวน ท่านบัญญัติ จะสามารถยื่นฟ้องในมาตรา 157 คือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ใช่หรือไม่ &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ความจริงแล้วมี สส. ของพรรคหลายคนที่เตรียมดำเนินการอยู่แล้วในขณะนี้ เนื่องจากไปประสบมาด้วยตัวเองในการรับแจ้งข้อหาว่า มันมีความไม่ชอบในหลายๆ เรื่อง แต่ว่าเข้าใจว่าทางคุณบัญญัติ กับ สส. นั้น ก็ต้องการเปิดโอกาสให้ ดีเอสไอ แก้ไขประเด็นนี้เสียก่อนครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;คนที่จะถูกฟ้องด้วยมาตรา 157 นั้น อาจประกอบด้วย กรรมการคดีพิเศษ หัวหน้าพนักงานสอบสวน นายธาริต จะโดนทั้งหมดเลยหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ยังระบุไม่ได้หรอกครับ มันต้องดูรายละเอียดข้อเท็จจริง เพราะว่าเวลาฟ้องร้องอย่างที่ผมพูด พวกผมไม่ใช่ประเภทแบบร้องไปทั่ว แล้วฟ้องไปหมด แต่ว่าจะดูตามข้อเท็จจริงว่า ใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ข้อกฎหมายเป็นอย่างไร”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;คุณอภิสิทธิ์มองการทำหน้าที่ของดีเอสไอ อย่างไร ดูเหมือนรัฐบาลจะให้ดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้องในหลายเรื่องแม้แต่กรณีการปลด ผอ. องค์การเภสัช &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“วันก่อนผมเคยพูดกับคุณบอกปัญหาของเราอย่างหนึ่งก็คือว่า เราไม่สามารถเขียนกฎหมายแยกกันได้ระหว่างเวลาคนที่เป็นคนดีเข้ามาทำงาน กับเป็นคนที่ไม่ค่อยดีเข้ามาทำงาน เพราะว่ากฎหมายดีเอสไอนั้น ถ้านึกย้อนกลับไปซักสมัยคุณทักษิณนะครับ เคยมีกฎหมาย ปปง. เหมือนกัน รัฐบาลที่เขาไม่ได้เอาสิ่งเหล่านี้มาทำเป็นเครื่องมือทางการเมือง การทำงานขององค์กรเหล่านี้ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ว่าถ้าเกิดมีคนที่จะเอาเรื่องนี้มาใช้ในทางที่ผิด มันก็กลายเป็นปัญหาไป แล้วก็เราถึงพยายามเรียกร้องว่า คนในองค์กรนั้นต้องรักษาองค์กร ต้องรักษาระบบ อย่าได้โอนอ่อนผ่อนตาม ถ้ามีปัญหาตัวเองก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในการชุมนุมรำลึกที่ราชประสงค์นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พาดพิงถึงการเผาเซ็นทรัลเวิล์ด ว่า หลายคดีศาลยกฟ้อง โดยศาลแพ่งตัดสินว่าไม่ได้เป็นคดีการก่อการร้าย ให้บริษัทประกันจ่ายเงินเซ็นทรัลเวิล์ด ขณะที่ออกมาตั้งค่าหัว 10 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ จนวานนี้ทางอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ออกมาชี้แจงว่า คดีการเผาบ้านเผาเมืองของเสื้อแดงนั้นยังไม่จบ จะอ้างคำตัดสินของศาลกรุงเทพฯ ใต้ล้างผิดคดีเผาเมืองไม่ได้ และกรณีศาลแพ่งที่ให้บริษัทประกันจ่ายนั้น ก็ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา คุณอภิสิทธิ์คิดต่อกรณีที่ศาลออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือผมคิดว่า ที่หลายครั้งศาลต้องออกมาชี้แจงนั้น เพราะมีความพยายามบิดเบือนข้อกฎหมาย แล้วก็แนวทางที่ทำให้ข้อกฎหมาย หรือหลักกฎหมายผิดเพี้ยน เรื่องแพ่ง เรื่องอาญานั้น ทางฝ่ายคุณทักษิณทำหลายเรื่องนะครับ แม้กระทั่งคดีตัวเองจำได้มั้ยครับว่า ผิดคดีเรื่องที่ดิน เพราะว่าผลประโยชน์ขัดกัน ไปยินยอมให้ภรรยา ในขณะที่ตัวเองดำรงตำแหน่งมาซื้อที่ของรัฐนั้น พอผิดทางอาญาเสร็จ พอมีความผิดทางแพ่ง เขาก็ต้องไปยกเลิกสัญญา ก็เอากลับมากลับหัวกลับหางบอกว่า คดีแพ่งนั้นบอกว่า สัญญาโมฆะไปแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ผิด อย่างนี้แหละครับ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;นี่ก็เหมือนครับ ไม่มีครับ หลักที่ไหนที่บอก เอาแพ่งมาเป็นหลักในเรื่องของอาญา เพราะว่าคดีก่อการร้ายนั้น มันเป็นคดีซึ่งครอบคลุมมากไปกว่าพฤติกรรมใด พฤติกรรมหนึ่ง ส่วนคดีแพ่งนั้นมันเป็นกรณีเจาะจงระหว่างคนที่ทรัพย์สินถูกเผา ต้องการไปเรียกจากฝ่ายประกัน แล้วก็มีเงื่อนไขในสัญญาของประกันภัย ซึ่งศาลก็ต้องสืบจากลูกความทั้ง 2 ฝ่าย แล้วก็อยู่ที่ว่าจะเอาประเด็นอะไรขึ้นมาต่อสู้  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่คดีอาญานั้นมันมีอะไรกว้างขวางกว่านั้นเยอะ รวมทั้งการที่ไม่สามารถจับตัว หรือดำเนินคดีคนที่มาเผาเซ็นทรัลเวิล์ดไม่ได้นั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเสื้อแดงไม่ได้เป็นฝ่ายทำ หรือไม่เกี่ยวข้องกับเสื้อแดง เพราะว่ามันก็เป็นคนละเรื่องกัน ก็ต้องไปตามหาตัวต่อ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่ที่โดนไปแล้วแน่ๆ ที่เผาศาลากลางนั้น ซึ่งผมก็เชื่อว่าทุกคนก็ติดตามเหตุการณ์ก็ทราบกันว่าก็โยงกันทุกกรณี ก็ชัดเจน มีการจับกุมไปแล้ว แล้วก็เกี่ยวข้องกับเสื้อแดงครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 </description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/676/969837_10151494270061144_841625369_n.jpg" length="8858" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>โฆษกปชป.ชี้  ปาฐกแถ “ทักษิณ”  พูดแต่เรื่องเท็จ  หมกมุ่นเรื่องส่วนตัว  ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง </title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15065&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและนักโทษหนีคดี  ผ่านเวทีเสื้อแดงที่ราชประสงค์ว่า เป็นปาฐกแถ และปาฐกเท็จ ไม่ใช่การปาฐกถา อีกทั้งยังไม่ตอบคำถามสี่ข้อของตน ทั้งเรื่องการคุกเข่าขอสัมปทานจาก รสช. มีนักธุรกิจร่ำรวยจากการลอยตัวค่าเงินบาท ใครแก้ไขสัญญาสัมปทานเพื่อตัวเองได้ประโยชน์แต่รัฐเสียรายได้ และ ใครจ้างคนเสื้อดำมาเข่นฆ่าทหารและประชาชน อย่างไรก็ตามตนก็ไม่ได้คาดหวังว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะตอบคำถามเหล่านี้ เพราะสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดนั้นไม่มีอะไรที่เป็นการพูดเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติ แต่เป็นการพูดคร่ำครวญเพื่อตัวเอง ดังนี้
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 1. สิ่งทักษิณพูดเป็นการใช้ความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้พูดจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสังคมไทย แต่เป็นการบรรยายความทุกข์ร้อนของคน ๆ หนึ่งที่ถูกกฎหมายเล่นงาน ไม่ใช่ปัญหาประเทศและประชาชน แต่เป็นความทุกข์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จากความรู้สึกของตัวเอง
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 2. คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้เห็นข้อเท็จจริงว่า คำพูดเรื่องอำมาตย์ หรือกลไกอื่นรังแก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีอยู่จริง แต่พ.ต.ท.ทักษิณ มีปัญหากับกฎหมาย โดยมักจะอ้างว่า &amp;ldquo;มีเขา&amp;rdquo; มาแทรกแซง ซึ่งเป็นการสร้าง &amp;ldquo;อำมาตย์&amp;rdquo; ขึ้นมา แต่ความจริงคือ &amp;ldquo;กฎหมายของบ้านเมือง&amp;rdquo; จึงสร้างเรื่องว่ามีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง หรือใช้วิธีการซื้อกฎหมาย มีการอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปสอบถามว่าจะโดนคดีซุกหุ้นก็ถามไปว่า &amp;ldquo;เท่าไหร่&amp;rdquo; เขาบอกว่า &amp;ldquo;หก&amp;rdquo; นึกว่า &amp;ldquo;หกล้าน&amp;rdquo; เกือบจ่ายแต่เป็น &amp;ldquo;หกร้อยล้าน&amp;rdquo; เลยไม่ยอมจ่าย สะท้อนว่ามีความคิดที่จะซื้อกฎหมายมาตั้งแต่ต้น เพราะถ้าสุจริตจริงต้องปฏิเสธกระบวนนี้ไม่ใช่ถามว่าตัวเลขเท่าไหร่ หลังจากนั้นยังมีกระบวนการพยายามซื้อศาลด้วยถุงขนมสองล้านแต่ไม่สำเร็จ และเมื่อซื้อไม่ได้ก็ทำลายกฎหมาย โดยใช้วิธีการนอกรัฐธรรมนูญอย่างที่กำลังเกิดทุกวันนี้ เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นไม่ตรงกับรัฐบาล ก็ใช้มวลชนกดดันทำลายโครงสร้างระบบถ่วงดุลย์ของสังคม ตนจึงเห็นว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดไม่มีอะไรใหม่ พร่ำพรรณาถึงความทุกข์ตัวเอง ทั้งที่ประชาชนเจ็บปวดกับการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณมาเกือบ 7 ปี ไม่อยากสนใจเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ธาตุไฟใกล้แตกแล้ว
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 3. อ้างว่าไม่มีคนเผาเมือง กรณีเซ็นทรัลเวิล์ดถูกเผาวันที่ 19 พ.ค.53 การที่ศาลตัดสินว่าผู้ถูกกล่าวหาสองรายไม่ได้เป็นผู้กระทำนั้น เป็นเพราะยกประโยชน์ให้จำเลยเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ แต่กระบวนการนี้ยังต้องเดินหน้าต่อไป แต่ พ.ต.ท.ทักษิณและแกนนำเสื้อแดงเอากรณีนี้เพียงกรณีเดียวมาอ้าง ทั้งที่ศาลกลางถูกเผาหลายจังหวัด ศาลตัดสินแล้วในหลายคดี จึงไม่เข้าใจว่าทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ยังจำไม่ได้ อุบลราชธานี จับผู้ต้องหา 4 คน จำคุก 33 ปี ขอนแก่นจับได้แล้ว 3 คน มุกดาหาร จำคุก 20 ปี มีนาย นิสิต สินธุไพร เป็นคนประกันตัวออก สิ่งที่ตนพูดเป็นเครื่องยืนยันว่ามีคนเผาบ้านเผาเมือง พ.ต.ท.ทักษิณจะเอารายชื่อจากตนก็ได้ โดยตนไม่ขอเงิน 10 ล้านจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่ใช้เงินสกปรก แต่ขอถามว่าเคยเอาเงินไปดูแลครอบครัวคนที่ติดคุกเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ บ้างหรือไม่ นอกจากนี้ที่กรุงเทพถูกเผาทั้งหมด 39 จุด เซ็นทรัลเวิล์ดเป็นเพียงจุดเดียว ทั้งเซ็นเตอร์วัน ช่อง 3 โรงภาพยนตร์สยาม เป็นต้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าคนไทยรู้ดีใครสร้างความเสียหายให้กับประเทศตลอด 7 ปีที่ผ่านมา
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างถึงนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่เสนอให้มีการปฏิรูปพรรคนั้น นายชวนนท์ บอกว่า อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไปดูพรรคตัวเองดีกว่า เพราะไม่เพียงแต่ใครจะเสนอความเห็นผ่านทวิตเตอร์ไม่ได้เท่านั้น เพราะแค่เสนอความคิดที่ขัดกับ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะโดนกำจัดออกจากพรรค ตนจึงขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ดีกว่าพรรคขี้ข้าบางพรรค
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่พูดถึงเลยคือ ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากการบริหารงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของตัวเอง ไข่ไก่คละประกาศราคาหน่าฟาร์มที่ฟองละ 3.20 บาท แพงที่สุดเป็นประวัติการณ์เพราะยุคอภิสิทธิ์แพงสุดอยู่ที่ 2.90 บาท เท่ากับแพงกว่ายุคนายอภิสิทธิ์ถึง 30 สตางค์ ที่สำคัญคือแก๊สแอลพีจีภาคครัวเรือนจะแพงขึ้นอีกเดือนละ 50 สตางค์ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จึงอยากให้ทบทวนเพราะประชาชนเดือดร้อนจากสภาวะแพงทั้งแผ่นดิน จึงไม่ควรซ้ำเติมประชาชนด้วยการขึ้นราคาแก๊ส เพื่อเพิ่มกำไรให้กับ ปตท. เพราะไม่เป็นธรรมกับประชาชน โดยไม่ควรผลักภาระให้กับประชาชน
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 สำหรับปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่แพงขึ้นนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากจะมีปัจจัยจากค่าขนส่งและปัจจัยอื่น ๆ แล้ว ยังมีปัญหาภัยแล้งใน 49 จังหวัด ทำให้มะนาวบางพื้นที่ราคาสูงถึง 12 บาท ซึ่งประชาชนก็รอดูว่าจะนำเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทมาช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างไร เห็นแต่ลิเกของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่ออกมาเป็นรูปธรรมจากการใช้เงิน 3.5 แสนล้านบาท </description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/652/200513.jpg" length="10625" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>อภิสิทธิ์ หวังมวลชนเสื้อแดงปรับท่าที เลิกสนับสนุนคนที่ใช้มวลชนเป็นแค่เครื่องมือเพิ่มอำนาจ </title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15064&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;div&gt;(20 พ.ค. 56) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่าเมื่อคืนตนดูฟุตบอล&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;&amp;ldquo;ได้ดูฟุตบอลครับ สนุกดีครับ ก็เล่นแบบไม่มีอะไรสบายๆ ครับ ก็ถือว่าจบกันไปสำหรับฤดูกาลนี้ครับ ตั้งต้นกันใหม่ครับ พอไม่มีแรงกดดันก็เล่นแบบสบายๆ ครับ แต่ว่าคู่แข่งเขาเครียดหน่อยเพราะต้องไปแชมป์เปียนส์ลีคส์&amp;rdquo; &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เท่าที่คุณอภิสิทธิ์ได้ติดตามเรื่องการประชุมน้ำครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็วันก่อนที่คุยกันไปบอกเสียดายนะครับว่า จริงๆ แล้วเนื้อหาสาระของการประชุมน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ สำหรับทุกประเทศ แล้วก็ไม่เว้นประเทศไทย เพราะว่าปัญหาเรื่องทรัพยากรน้ำ เป็นปัญหาใหญ่ต่อไปในอนาคตแน่นอน แล้วก็เราเองก็มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นจากทั้งปัญหาน้ำท่วม จากปัญหาภัยแล้ว แต่ว่าก็เสียดายว่าเราไม่ค่อยได้ยินเรื่องของเนื้อหาสาระตรงนี้เท่าไหร่นัก”  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่าจริงๆ แล้วภาคประชาชนเอง ที่เขาเคลื่อนไหวอยู่ที่ทางโน้น เขาก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้มีความคิด ความอ่านที่จะไปทำให้การประชุมมันประชุมไม่ได้ หรืออะไร หรือไปขัดขวาง หรือไปป่วน แต่กลับกลายเป็นว่ามีการพยายามให้ข่าว ปล่อยข่าวในลักษณะที่เขาก็เลยเสียหายไปด้วยครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในการประชุมระดับผู้นำเอเชีย แปซิฟิค ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ เกิดขึ้นมานานแค่ไหน และมีความสำคัญอย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ระยะหลังมันจะมีเวทีที่เป็นประเด็นย่อยที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะได้รับความสนใจมากขึ้นโดยลำดับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำที่ข้ามพรมแดนด้วย ซึ่งก็เป็นประเด็นที่อยู่ในความห่วงใน ความสนใจ ของทางภาคประชาชน มันก็จะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น จะเห็นมั้ยว่าเดี๋ยวนี้มีเรื่องเสือ เรื่องอะไรต่างๆ ก็จะเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาได้ครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;จากการชุมนุมครบรอบ 3 ปี ที่สี่แยกราชประสงค์วานนี้ โดยก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณจะสไกป์เข้ามา ได้มีการเปิด VTR สกู๊ปเรื่องยุทธการเผาเมือง โดยระบุว่าเป็นละครที่รัฐบาลขณะนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อรักษาอำนาจ เป็นแผนการที่วางไว้เพื่อที่จะใช้กำลัง ใช้อาวุธ ปราบปรามประชาชน เหตุใดจึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วนะครับที่เราจะมีนิยายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ออกมาจากทางฝั่งคุณทักษิณ กับทางฝั่งเสื้อแดง แต่ว่าถ้าใครที่ติดตามเหตุการณ์ ณ ขณะที่เกิดขึ้นก็ดี ถ้าใครที่ได้ติดตามสนใจว่าการพูดจาอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ รวมทั้งจุดยืนในด้านต่างๆ ก็ดี ผมว่าคงจะมองเห็นได้ไม่ยากหรอกครับว่า เรื่องเหล่านี้มันไม่ได้ตรงหรือไม่ได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ผมเอาสั้นๆ ง่ายๆ ทวนความจำนิดเดียวว่า เหตุการณ์การเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เผาบ้านเผาเมือง ใช้คำนี้อีกนะครับ รู้สึกจะแสลงกันเหลือเกิน เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันที่  19 พฤษภาคม 2553 ณ ขณะนั้นถ้ายังจำกันได้ ก็คือแกนนำของผู้ชุมนุมนั้นได้ประกาศเลิกเวทีและเข้ามอบตัว เพราะฉะนั้นคำพูดที่บอกว่าจะต้องมีการมาเผาเพื่อปราบปรามประชาชนนั้น จึงเป็นคำโกหกชัดเจน เพราะว่าการชุมนุมได้สิ้นสุดลงแล้ว ยุติลงแล้วนะครับ แกนนำได้เดินมอบตัวแล้ว แล้วก็อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าการเข้ามอบตัวนี้ก็ไม่เป็นไปตามที่เคยพูดคุยกัน ตกลงกันไว้กับทางฝ่ายรัฐบาลว่าจะส่งคนกลับบ้านก่อน ทำให้อดคิดไม่ได้ด้วยซ้ำครับว่า การที่ตั้งใจทำอย่างนั้น ประกอบกับคำปราศรัยก่อนหน้าที่เคยส่งสัญญาณว่ามีอะไรก็ให้ไปเผานั้น มันเป็นการวางแผนของใครกันแน่  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;และผมก็ยืนยันนะครับว่า ถ้าวันนั้นไม่มีการเผา ก็คงไม่มีความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอีกที่วัดปทุมฯ ด้วย เพราะว่าขณะนั้นเจ้าหน้าที่ก็คิดอย่างเดียวก็คือจะส่งคนกลับบ้าน แต่ต้องมาแก้ปัญหากับปัญหาการพยายามดับเพลิง แล้วก็เจอกองกำลังที่ใช้อาวุธเข้ามาต่อสู้ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ประการที่ 2 พูดเหมือนกับว่าการเผาที่เซ็นทรัลเวิลด์นั้นเป็นการเผาที่เดียว ที่จริงก็ไม่ใช่ ก็ชัดเจนอยู่แล้วนะครับว่า มีการไปเผา ในกรุงเทพฯ เองก็มีที่อื่น ที่หลายคนก็ยังจำได้ รวมทั้งความพยายามจะเผาช่อง 3 ด้วย ซึ่งหน้าตาคนที่เคยไปเผา ก็ชัดเจนว่าเป็นใคร และแน่นอนที่สุดที่ขาดไม่ได้ก็คือการเผาในต่างจังหวัด ที่ศาลากลาง ซึ่งก็เป็นไปตามคำประกาศ คำปราศรัย รวมทั้งคุณทักษิณ ก็เคยพูดถึงเรื่องการไปศาลากลาง แล้วก็วันนี้ก็ที่เอามาอ้างว่าคดียกฟ้องนั้น เพราะปัญหาก็คือการขาดการสืบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลที่ถูกจับนะครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าแปลว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเสื้อแดง หรือการชุมนุม  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แล้วก็ถ้าเกิดจะใช้บรรทัดฐานว่า ศาลพิพากษาแล้วนั้น ทางต่างจังหวัดนี่ก็ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ผมก็ถามอย่างนี้นะครับ ถ้ารัฐบาลเชื่อจริง คุณทักษิณเชื่อจริงว่า การเผานั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเสื้อแดงเลยนะครับ อย่านิรโทษกรรมคนเผา ถูกมั้ยครับ แล้วทำไมมาเรียกร้องให้นิรโทษกรรมคนที่เผาล่ะครับตอนนี้ ถ้าคิดว่าเป็นรัฐบาล หรือทหาร หรือใครวางแผนไปเผา อย่านิรโทษกรรมสิครับ  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;แต่นี่นิรโทษกรรมเพราะอะไรล่ะครับ ก็พรรคพวกตัวเองติดคุกอยู่ใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าแค่ใช้สามัญสำนึกแล้วก็ดูข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ง่ายๆ แค่นี้ก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นการพยายามที่จะสร้างนิยาย เล่านิยายกันขึ้นมา แล้วก็โกหกต่อเนื่อง โกหกซ้ำซาก”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;วานนี้การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไม่ได้พูดถึงกฎหมายปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม แต่พูดถึงฉบับของนายวรชัย เหมะ ว่าช่วยพี่น้องประชาชน ส่วนของตนช่างมันเถอะ ของคุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพนั้น พนันได้ว่าหลุดอยู่แล้ว แต่บอกให้พี่น้องประชาชนสามัคคี รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ต่อสู้แบบอหิงสา เหตุใดจึงไม่พูดถึงฉบับของ ร.ต.อ.เฉลิม &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ก็แล้วแต่เวที คุณทักษิณก็อย่างนี้แหละครับ แล้วแต่เวที ก็ถ้าเกิดแน่ใจจริงว่าไม่ต้องการอะไรเลย ของตัวเอง ทำไมไม่ประกาศไปเลยล่ะครับในเมื่อคนเสื้อแดงที่เขาติดใจอยู่ว่าทำไมจะต้องมีฉบับที่มานิรโทษกรรมคนที่สั่งฆ่าประชาชน ควบคู่ไปกับคนโกงนั้น ทำไมไม่ประกาศไปเลยล่ะครับเมื่อวานนี้ว่า ฉบับคุณเฉลิมใช้ไม่ได้ ไม่เอา  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;เดี๋ยวคอยดูสิครับ พอชุมนุมเสื้อแดงจบ ผ่านไป ก็ย้อนกลับมาเอาฉบับคุณเฉลิมนั่นแหละครับ เพราะว่าจะต้องช่วยคนโกง จะต้องช่วยคนฆ่า จะต้องช่วยคนเผาอะไรต่างๆ ให้มันครบสูตร ตามสไตล์ของคุณทักษิณ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เลือกที่จะพูดในเวทีนึงอย่างนึง&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ใช่ครับ เพราะรู้อยู่แล้วว่า ขณะนี้คนเสื้อแดงเขากดดันนะครับว่า ทำไมอยู่ดีๆ จะต้องมีการมาพ่วงในเรื่องของคุณทักษิณเข้ามา แล้วก็พยายามเหมือนกับว่าจะบอกว่าต้องเป็นความปรองดองเพื่อที่จะให้กับทุกฝ่าย ส่วนที่บอกว่า ผมกับคุณสุเทพ จะต้องหลุดนั้น ก็ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง สงสัยคุณทักษิณก็รู้ข้อเท็จจริงนะครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ถ้าดูคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าโอกาสนี้พูดแบบนี้ โอกาสหนึ่งพูดอีกอย่าง โดยก่อนหน้านี้ก็บอกว่าเดินให้สุดซอย เอาฉบับของ ร.ต.อ.เฉลิม แล้ว ร.ต.อ.เฉลิม ก็พูดคุยชี้แจงในพรรค จน 149 สส.เพื่อไทย เข้าชื่อด้วยกัน และ 24 พ.ค.นี้จะไปปราศรัยที่อุดรธานี เพื่อจะบอกว่าร่างฯ ดังกล่าวสำเร็จ และพยายามจะอวดอ้างว่าร่างกัน 2 คน โดยเพื่อนอดีตประธานศาลฎีกา กับนักกฎหมายที่เป็นอัยการ แต่เมื่อดูท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณเมื่อคืนนี้แล้ว คุณอภิสิทธิ์คิดว่าเป็นจังหวะรุก รับ หรือถอยดูสถานการณ์ 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมว่าไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากหรอกครับ ผมยืนยัน ฟันธงมานานแล้วว่า คุณทักษิณจะต้องสนใจเฉพาะฉบับที่ช่วยตัวเองนั่นแหละ เพราะฉะนั้นฉบับคุณเฉลิมก็เดินหน้าครับ ส่วนเมื่อวานที่พูดก็เพื่อลดแรงกดดัน เพราะว่ามีข่าวออกมาว่าฝ่ายคนเสื้อแดงนั้นเริ่มคัดค้านฉบับของคุณเฉลิม เพราะว่ามันมีประเด็นที่บอกว่า ไปนิรโทษกรรมคนที่สั่งฆ่าประชาชน”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ในบรรยากาศที่รัฐบาลพยายามพูดเพื่อสร้างความปรองดอง แต่สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดเมื่อคืนส่งเสริมให้เกิดการปรองดองหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมว่าตอนนี้หลายฝ่าย รวมทั้งผมว่าสังคมโดยทั่วไปก็ตกผลึกแล้วนะครับว่า ไอ้ที่พูดถึงเรื่องการปรองดองทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับปัญหาการนิรโทษกรรม ตอนนี้รู้สึกจะยอมรับกันแล้วว่ากฎหมายที่พูดกันตอนนี้ก็คือกฎหมายนิรโทษกรรม มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องการปรองดองอยู่แล้ว”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ดูเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ จะเหวี่ยงแห ให้โดนกันทั่วหน้าว่า ปปช. ในอดีตก็มีปัญหา เคยเรียกเงินตน 600 ล้าน แลกกับคดีซุกหุ้น กล่าวหาผู้พิพากษาใหญ่บางคนขายจิตวิญญาณ กล่าวหาอาจารย์ธรรมศาสตร์ อย่าง อ.แก้วสรร กล่าวหา พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ว่าถูกไล่ออกจากวัง องค์กรอิสระที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต แม้กระทั่งกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทุจริต คอร์รัปชั่น และกล่าวหาว่าประชาธิปัตย์ก็เหมือนกัน  โดยเป็นความพยายามพูดให้ชั่วเหมือนกันหมดเพื่อลดความผิดของตัวเอง คุณอภิสิทธิ์มองอย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมว่าเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับที่คุณทักษิณนั้นไม่พูดความจริง ยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองกระทำความผิด แล้วก็ไม่ปล่อยให้ทุกอย่างมันเดินหน้าพิสูจน์กันไปตามกระบวนการของกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ก็ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ปัญหาในช่วงสมัยรัฐบาลคุณทักษิณ เราอย่าไปเสียเวลาย้อนกลับไปเลยนะครับ ผมเพียงแต่นั่งคิดว่า ทั้งหมดที่พูดเมื่อคืนถามว่ามีอะไรบ้างครับ ที่ขณะนี้ฝ่ายตนเองมีอำนาจแล้วกำลังจะแก้ไขให้กับประชาชน  
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;มีแต่ความพยายามที่จะโกหก สร้างนิยาย เรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วก็เพื่อที่จะหาทางที่จะบอกว่าตัวเองต้องมีอำนาจเพิ่มขึ้น ทั้งหมดที่พูดนี้เพื่อที่จะดิสเครดิตศาล เพื่อจะดิสเครดิตองค์กรอิสระ ผมก็บอกว่า ตอนนี้ความจริงอำนาจคุณก็เยอะมากแล้วนะครับ แล้วก็ใช้แบบไม่ยั้งอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าการใช้กลไกของรัฐ ในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็ใช้เต็มที่อยู่แล้ว แต่แปลกก็คือการใช้อำนาจทั้งหมดไม่ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ใช้เพื่อที่จะเพิ่มอำนาจให้กับตัวเองมากขึ้นไปอีก แม้แต่การแสดงออกของกลุ่มมวลชนต่างๆ การชุมนุมก็จะเห็นนะครับว่า เมื่อวานนี้ก็เป็นการชุมนุมซึ่งถ้าเทียบกับกลุ่มอื่นๆ ที่เขาจะชุมนุมนั้นจะได้รับการปฏิบัติแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากทุกๆ กลุ่ม” 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“แม้แต่กลุ่มที่อย่างที่บอกว่าเขาจะไปแค่ ไม่ได้ไปล้มการประชุม แต่ว่าจะไปแสดงความคิดเห็นนำความห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการน้ำก็ไม่ได้ แล้วก็ที่สิงห์บุรี เมื่อวันเสาร์ เวลาที่มีการจัดเวทีผ่าความจริง ก็เช่นเดียวกันนะครับ เจอปัญหาสารพัด มีการขัดขวาง ไม่ใช่จากเจ้าหน้าที่ แต่จากฝ่ายผู้สนับสนุนของคุณทักษิณเอง ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นประชาธิปไตย”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากกลุ่มอื่นๆ เขาจะรวมตัวชุมนุมรำลึก แล้วไปที่สี่แยกราชประสงค์จะทำได้บ้างหรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ลองถามตำรวจดีมั้ยครับ แล้วก็ลองถามคนเสื้อแดงดีมั้ยครับ เพราะว่าไม่ต้องไปรำลึกที่จุดนั้นด้วยซ้ำ แล้วก็ถามด้วยว่า ถ้าเกิดผู้ค้าผู้ขายเขาบอก เขาขอร้องเถอะว่าอย่าทำความเดือดร้อนให้กับเขาเลย หรือคนที่จะต้องสัญจรไปมานี่จะฟังเขามั้ย”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หากจับสัญญาณวานนี้ จากผู้การฯ ตำรวจจราจร ว่า มีการปิดถนนที่สี่แยกราชประสงค์ในลักษณะตัว T เหมือนตอนที่ชุมนุมเมื่อปี 53 หัวตัว T อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ ท้ายไปถึงแยกชิดลม ขวาไปถึงแยกอังรีดูนังต์ หน้าวัดปทุมฯ ท้ายปิดที่ถนนเพชรบุรี ประตูน้ำ โดยตำรวจประกาศว่าหากประชาชนที่มาร่วมก็ไม่ควรนำรถเข้ามา เดี๋ยวรถติด แล้วหากดูถนนบริเวณรอบๆ การชุมนุมก็ค่อนข้างโล่ง เสมือนคนไม่อยากยุ่งด้วย บรรยากาศแบบนี้จะทำให้คนกลุ่มอื่นๆ รู้สึกอย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“เขาก็รู้สึกนะครับ เมื่อวานก็มีหลายคนก็บ่นกันอยู่ บนในใจบ้าง บนดังๆ บ้าง แต่ก็อย่างที่บอกครับว่า มันแปลก ที่ว่าขณะนี้ฝ่ายที่ชุมนุม ฝ่ายที่กำลังทำอะไรทุกอย่างคือฝ่ายที่มีอำนาจอยู่แล้ว มันไม่เหมือนกับที่อื่น แล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปจบที่ไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่ผมคิดว่าหลายคนรู้สึก แล้วก็ผมคิดว่ารัฐบาลเองก็ต้องมีคำตอบครับว่าส่งเสริมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรืออย่างไร”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ที่เวทีผ่าความจริง จ.สิงห์บุรี มีคนเสื้อแดงเข้ามาขัดขวางก่อกวนอย่างไรบ้าง&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมนั้นก็ไม่ได้เห็นชัดในรายละเอียดนะครับ แต่ว่าที่แน่ๆ ก็คือว่ามาปิดประตูทางเข้าออก เพราะฉะนั้นทั้งผู้ที่จะไปปราศรัย ทั้งผู้ที่จะไปฟังการปราศรัยนี่ก็ประสบกับความยากลำบากมากในการที่จะเข้าไปในสถานที่ ก็ต้องอ้อมกันเข้ามา หรือบางคนก็ปีน หรือมุดรั้วกันเข้ามา ซึ่งก็เป็นการบ่งบอกอีกครั้งหนึ่งว่า คนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยก็จะไม่ทำอย่างนี้”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ความร่วมมือของเข้าหน้าที่ที่ จ.สิงห์บุรี เป็นอย่างไรบ้าง&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“คือผมก็เรียนนะครับ เจ้าหน้าที่ก็พยายามทำหน้าที่นะครับ แต่ผมก็รู้ครับว่า ทำด้วยความยากลำบาก เพราะว่าก็อย่างที่บอกครับ กลายเป็นผู้ที่มาชุมนุม หรือผู้ที่มาทำผิดกฎหมายนั้น เป็นคนที่สนับสนุนผู้มีอำนาจอยู่ ตรงนี้มันก็เลยกลายเป็นความยากของเขา”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;จากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดถึงเงินกู้ 2 ล้านล้านว่ามันไม่ง่าย และบอกว่าคนที่ค้านนั้นมันกลัวประเทศจะเจริญ ส่วนจำนำข้าวก็เลิกไม่ได้ แม้จะมีช่องว่าง กลับกลายเป็นว่า มีคนไปล็อบบี้ไม่ให้มีการซื้อพันธบัตรของรัฐบาล เพื่อไม่ให้รัฐบาลมีเงินมาใช้ในโครงการจำนำข้าว คุณอภิสิทธิ์มอง 2 เรื่องนี้อย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมพูดตรงๆ นะครับว่า จริงๆ แล้วปัญหาของนโยบายทั้งหลายมันเป็นปัญหาที่การคิด และออกแบบนโยบายที่มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะฉะนั้นคุณทักษิณนั้นเข้าใจเรื่องข้าว หรือเรื่องอะไรนั้นผิดมาตลอด แล้วก็พอทำไปแล้ว มันก็เป็นอย่างที่คนเขาเคยเตือนว่ามันผิด พอมาวันนี้ผมก็เลยไม่เข้าใจนะครับว่า ทำไมถึงจะมาบอกว่ามันเป็นปัญหาจากคนอื่น เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าตรงนี้คือสิ่งซึ่งทุกคนก็ควรจะเข้าใจนะครับ แล้วก็รัฐบาลนั้นสำคัญที่สุด ควรจะเข้าใจได้แล้วว่า ที่พยายามทำกันอยู่นี้มันไปไม่ได้ และมันก็ต้องทบทวน และมันก็ต้องแก้ไขปัญหา 
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;ส่วนเรื่องเงินกู้นั้น ไม่มีใครเขาขัดขวางความเจริญหรอกครับ เพียงแต่ว่าเขาก็สงสัยว่าทำไมก่อนหน้านี้ไม่ต้องกู้ ก็สามารถมาทำโครงการเหล่านี้ได้ แต่ทำไมพอวันนี้คุณจะต้องรีบกู้ แล้วก็ความพร้อมก็ไม่มี ตอนนี้ คุณทักษิณก็น่าจะรู้ ติดตามอยู่ว่าไม่สามารถชี้แจงอะไรต่อมิอะไรได้ เวลาที่ถูกถามรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการที่จะทำ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;จากคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณที่บอกว่า “ถึงวันหนึ่งผมอาจบอกพี่น้องว่าให้มารวมกันทำงานใหญ่สักครั้งถ้าจำเป็น เพื่อรักษาประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาธิปไตยที่มีความเป็นธรรม” ตรงนี้คิดว่าหมายความว่าอย่างไร&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“ผมคิดว่าก็เป็นความพยายามในการที่จะสร้างกระแสอย่างที่ว่า เพราะว่าการทำเรื่องนี้ทั้งหมด ก็เพื่อที่จะให้ความชอบธรรมในการดำรงอยู่ของกลุ่มมวลชนนั้นมันมี ผมก็คิดว่าตรงนี้เป็นสิ่งซึ่งอย่าได้แปลกใจเลยครับ ก็จะเป็นสิ่งที่ทางคุณทักษิณก็จำเป็นจะต้องพูดต่อไป แล้วก็จะมีการปล่อยข่าวเป็นระยะๆ ถึงว่า ตั้งแต่มีรัฐบาลนี้ก็เจอมาหลายรอบแล้วใช่มั้ยครับ ที่บอกเดี๋ยวมีปฏิวัติ จะมีคนมาจับตัวนายกรัฐมนตรี หรืออะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด เพราะว่าอันนี้คือการที่จะเลี้ยงให้มันมีความชอบธรรมในการที่จะต้องมีมวลชนอยู่อย่างต่อเนื่อง แล้วมวลชนนี้ก็จะถูกนำมาใช้เพื่อกดดันให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;หมายความว่ามวลชนก็จะอยู่เป็นเกราะ เป็นเปลือกให้กับรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt;“เราก็หวังว่ามวลชนทั้งหลายจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นนะครับว่า เอาเข้าจริงๆ สิ่งที่เขาอ้าง จะเป็นเรื่องประชาธิปไตย จะเป็นความเหลื่อมล้ำ ผลประโยชน์ต่างๆ ของประชาชนนั้นไม่เคยได้รับการดูแล สนใจจริงจากทางรัฐบาลเลย แล้วก็ถึงเวลาแล้วที่ผมว่ามวลชนเหล่านี้ก็จะได้ปรับท่าที ในการที่จะเลิกสนับสนุนคนที่เอามวลชนนั้นมาใช้เป็นเพียงแค่เครื่องมือครับ”&lt;/div&gt;
 
&lt;div&gt; 
  &lt;br /&gt;
 &lt;/div&gt;
 </description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/d33/970622_10151494340206144_1761682108_n.jpg" length="7770" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>โฆษกปชป. จี้ “ทักษิณ” ตอบคนเสื้อแดง 4 เรื่อง</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15061&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทร์โกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชุมนุมรำลึกเหตุการณ์ราชประสงค์ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันนี้(19 พ.ค.) ว่า ขอเรียกร้องคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะกทม. ที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม ได้ระลึกว่าการชุมนุมดังกล่าวสร้างความเสียหายอะไรไว้บ้าง การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะสไกป์เข้ามายังการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น คงพูดเรื่องเดิม ๆ และคงไม่มีอะไรแตกต่างจากการปาฐกถาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวตร นายกรัฐมนตรี ที่ประเทศมองโกเลีย ตนอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้แจงต่อคนเสื้อแดง 4 เรื่อง
  &lt;br /&gt;
         &lt;/p&gt;

&lt;p&gt; 1.อยากให้บอกว่านักธุรกิจเพียงคนเดียวที่ได้รับผลประโยชน์จากการลดค่าเงินบาทปี 2540 จากการซื้อพันธบัตรล่วงหน้า คือใคร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นักธุรกิจที่ได้รับสัมปทานดาวเทียมปี 2534 จากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(รสช.) คือบริษัทอะไร เป็นบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การแก้ไขกฎหมายจนได้รับการลดการจ่ายค่าสัมปทานโทรคมนาคมที่เป็นรายได้เข้ารัฐ และมีการแก้วันหยุดช่วงวันที่ 31 ธ.ค.2545 ให้เป็นวันเปิดทำการ เพื่อให้ได้ประโยชน์การทำสัญญาโอนซื้อขายที่ดิน จึงอยากรู้ว่าใครที่ใจดำทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย และ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ บอกเสื้อแดงว่าใครที่ใจอำมหิตจ้างคนเสื้อดำเข้ามาเข่นฆ่าทหาร ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี2553 และใครที่อำมหิตออกกฎหมายล้างผิดให้คนฆ่าประชาชน รวมทั้งให้ได้ทรัพย์สินคืน และให้ตัวเองกลับประเทศ ขอให้พ.ต.ท.ทักษิณบอกประชาชนว่ามีจุดยืนสนับสนุนกฎหมายล้างผิดให้คนฆ่าประชาชนด้วย จึงอยากให้คนเสื้อแดงรู้ว่าการชุมนุมครั้งนี้อาจจะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้ายของคนที่ตายฟรี
  &lt;br /&gt;
       &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;   นายชวนนท์ ยังได้กล่าวถึง การจัดเวทีผ่าความจริง ที่จ.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม ขนคนมาปิดเวทีปราศรัย ทำให้ไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นอันธพาลคุกคามสิทธิของผู้อื่น และไม่กล้ายอมรับความจริง จึงต้องขัดขวางทุกวิถีทาง ซึ่งตรงกันข้ามกับการบอกว่าตัวเองเป็นตัวแทนประชาธิปไตย ทั้งนี้เรื่องลักษณะดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดเวทีผ่าความจริงให้ครบ 77 จังหวัด ขณะเดียวกันจะแจ้งความเพื่อเอาผิดกับผู้ที่ขัดขวางละเมิดสิทธิของผู้อื่น
  &lt;br /&gt;

  &lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/446/1905132.jpg" length="9778" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Sun, 19 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>“องอาจ” เรียกร้อง “ยิ่งลักษณ์” แสดงจุดยืน เลิกผลักดันกฎหมายล้างผิด คืนทรัพย์ให้ “ทักษิณ” เพื่อหยุดความขัดแย้ง </title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15060&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์     นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมและกฎหมายปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรอง รองนายกรัฐมนตรีว่า จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในสภา คือเสียงของพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นไม่ว่าจะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมหรือ ปรองดองเข้ามาก็จะนำไปสู่ความแตกแยกรุนแรง ที่จะมีการเคลื่อนไหวคัดค้านทั้งในและนอกสภา มีโอกาสนำไปสู่ความรุนแรง จึงขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของรัฐบาลว่าจะให้กฎหมายทั้งสองฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาหรือไม่ เพราะคนควบคุมเสียงข้างมากคือรัฐบาลที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นหัวหน้ารัฐบาล ควรแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าเห็นด้วยและจะผลักดันให้เดินหน้าหรือไม่ เพราะมีบทเรียนจากปีที่แล้วมาแล้ว ดังนั้นนายกฯซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลต้องรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ต้องมีท่าทีชัดเจนว่าจะปล่อยให้มีความรุนแรงเกิดในบ้านเมืองหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          &amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นว่านายกฯในฐานะผู้นำประเทศจะตระหนักว่าการปล่อยให้บ้านเมืองมีปัญหาเพิ่มไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมถึงรัฐบาล หากคิดได้ก็ควรมีท่าทีชัดเจนว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว นอกจากนี้ต้องดำเนินการทุกวิถีทางไม่ให้เกิดควาไม่สงบสุขในบ้านเมือง เพราะนายกฯไม่มีหน้าที่สร่างปัญหาในบ้านเมือง&amp;rdquo; นายองอาจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          ส่วนกรณีที่รัฐบาลออกมาเรียกร้องให้ กลุ่ม “ไทยสปริง” และพรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านการบริหารของรัฐบาลเคลื่อนไหวอย่างมีสติ ประเทศจะได้ไม่บอบช้ำและรอให้การเลือกตั้งครั้งหน้ามาตัดสินนั้น นายองอาจ กล่าวว่า ยังไม่มีใครเคลื่อนไหวที่จะเติมเชื้อไฟแห่งการนองเลือดตามที่ฝ่ายรัฐบาลกล่าวหา เพราะการเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มเคลื่อนไหวอย่างมีสติไม่ได้ต้องการนำไปสู่ความรุนแรง แต่คนสร้างเงื่อนไขคือรัฐบาลที่พยายามออกกฎหมายละเมิด หลักนิติรัฐ นิติธรรม ออกกฎหมายเพื่อคน ๆ เดียวหรือกลุ่มคนกลุ่มเดียว
  &lt;br /&gt;

  &lt;br /&gt;

  &lt;br /&gt;

  &lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ปชป.แนะนายกฯเด้ง“ปลอด”พ้นคุมโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เร่งรัฐบาลลงสอบคนกว้านซื้อที่ดินในชัยภูมิตั้งหมู่บ้านผีหวังรับเงินชดเชยจากโครงการสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
นายองอาจ   กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลกำลังดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ วงเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ได้เกิดกรณีที่มีการร้องเรียนของชาวชัยภูมิว่ามีการกว้านซื้อที่ดินใน อ.หนองบัวระเหว และอ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เพื่อก่อสร้างหมู่บ้านผี โดยหวังจะได้รับเงินชดเชยหลังละ 1 ล้านบาท ในการสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของรัฐ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบว่ามีความพยายามหาประโยชน์จากงบรัฐจริงหรือไม่ ไม่ควรปล่อยให้ข้าราชการในพื้นที่ไปตรวจสอบกันเอง เพราะอาจมีการปิดบัง และเอื้อประโยชน์ให้นายทุน แต่ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการ ก็เท่ากับยักคิ้วหลิ่วตาให้เกิดการทุจริตในเชิงนโยบายจากเงินก้อนนี้ เพราะถ้าไม่รีบยับยั้งจะเป็นตัวอย่างการทุจริตในโครงการอื่นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นายองอาจ ยังกล่าวถึงการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ที่จ.เชียงใหม่ ว่า การประชุมดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้การแก้ปัญหาเรื่องน้ำของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ตรงกันข้ามกลับมีข้อครหาว่าอาจมีการทุจริตจากการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่รับผิดชอบคือ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ 3 ครั้ง ที่ไม่ควรจะบริหารงานต่อไป คือ 1.เคยยืนยันน้ำจะไม่ท่วมท่าอากาศยานดอนเมือง แต่สุดท้ายน้ำท่วม โดยไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ 2.เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายปลอดประสพบอกว่าปัญหาภัยแล้งไม่ทำให้ชาวอีสานถึงกับตาย ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่บิดเบี้ยวไปจากข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นายองอาจ กล่าวอีกว่า 3.กรณีที่นายปลอดประสพ เรียกกลุ่มเอ็นจีโอที่ต่อต้านการจัดโครงการ 3.5 แสนล้านบาทว่า เป็นขยะนั้น เป็นการคุกคามเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชน จึงถือเป็นพฤติกรรมที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรต้องตรวจสอบ และไม่ควรปล่อยให้นายปลอดประสพรับผิดชอบงานด้านน้ำต่อไป แต่ควรหาบุคคลอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่ามาดูแล โดยเฉพาะการใช้งบประมาณดังกล่าว 3.5 แสนล้านบาท ต้องได้คนที่มีวิสัยทัศน์เข้าใจการบริหารจัดการ เพราะจะต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องทำงานร่วมกับภาคประชาชน แต่ถ้าคนรับผิดชอบมีวิสัยทัศน์ที่ไม่ถูกต้อง โอกาสที่โครงการจะสำเร็จก็จะยากขึ้น ดังนั้นหลังการประชุมน้ำโลกยุติลง นายกรัฐมนตรีควรปรับปรุงตัวผู้ที่รับผิดชอบใหม่ แต่ถ้าไม่ดำเนินการแล้วเกิดปัญหาตามมา นายกรัฐมนตรีก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วย.
  &lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/019/1705132.jpg" length="7815" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Sun, 19 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>&quot;เทพไท&quot;  ชี้  เพื่อไทย เตรียมปล่อยผีบ้านเลขที่ 109 ลง ส.ว.</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15048&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเนื้อหาที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ว่า ตนเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องดังกล่าว มีการจับมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันระหว่าง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กับ ส.ว.บางส่วน ทั้งๆ ที่มีการประชุมสรุปหารือจนได้ข้อยุติในขั้น กมธ.แล้ว แต่หลังจากนั้นมีการให้นายใหญ่ไปล็อบบี้ให้มีการกลับมติ เหมือนกับกรณีการแก้ไขในมาตรา 291 ที่พรรคเพื่อไทย แพ้มติในวาระ 2 แต่ในวันรุ่งขึ้นก็มีการกลับมติเกิดขึ้น โดยประเด็นในที่ประชุมมีการสรุปให้ ส.ว.มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับภาคการเมืองอื่นๆ แต่หลังจากนั้น มี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย กลับมีการเสนอให้ ส.ว.มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี ตามเดิม ซึ่งได้รับเสียงคัดค้านจาก กมธ.เสียงข้างน้อยจากพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น ในวันอังคารที่ 21 พฤษภาคมนี้ ขอให้จับตาการประชุม กมธ.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเนื้อหาที่มาของ ส.ว.ว่าจะมีการโหวตเปลี่ยนมติให้ ส.ว.มีการดำรงตำแหน่ง 6 ปี หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นายเทพไท แถลงต่อว่า ตนเห็นว่า การดำเนินการประชุมของ กมธ.ร่างแก้ไขดังกล่าว มีการดำเนินการอย่างรีบเร่ง เพื่อให้กฎหมายรัฐธรรมนูญทันการหมดวาระของ ส.ว.ชุดปัจจุบัน ที่จะหมดวาระในวันที่ 2 มีนาคม 2557 และสอดคล้องกับอดีต ส.ส.บางส่วน ที่จะปลดล็อคออกจากบ้านเลขที่ 109 ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เพราะเงื่อนไขทุกอย่างตามร่างแก้ไขในส่วนดังกล่าว ไม่มีการห้ามให้อดีต ส.ส.ลงสมัคร ส.ว.รวมทั้งปลดล็อคเงื่อนไขที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งถือการกระทำดังกล่าว เป็นการปล่อยผีครั้งใหญ่ทางการเมือง
  &lt;br /&gt;

  &lt;br /&gt;
ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ของร.ต.อ.เฉลิม ถือเป็นการเสนอเพื่อเอาใจพ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่สนใจกลุ่มคนเสื้อแดง เชื่อว่า หากมีการเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง จะทำให้มีกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการเสนอนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ทำให้คนที่คนเสื้อแดงกล่าวหาว่า เป็นฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          หากดูสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ ทั้ง 6 มาตรา ของร.ต.อ.เฉลิม จะพบว่า เป็นการล้างผิดให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งที่โต้เถียงกันมากที่สุดในพ.ร.บ.ฉบับนี้คือ จะมีผลบังคับในการคืนเงิน 4.6หมื่นล้านบาทให้พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ แต่ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า ไม่มีการบัญญัติไว้ในรายละเอียดของร่างพ.ร.บ.นี้ แต่ในมาตรา 4 ระบุชัดเจนว่า บรรดาการกระทำใดๆ ที่มาจากคมช. ไม่มีผล ซึ่งการยึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ มาจากการฟ้องของ คตส. ที่ตั้งโดย คมช. จึงอยากให้ร.ต.อ.เฉลิม กลับไปดูมาตรา 3 วรรค 2 ว่า การกระทำใดๆ เกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้นจากคมช. หากอยู่ระหว่างฟ้องร้อง ให้พนักงานอัยการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้อง และหากอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ให้ศาลสั่งจำหน่ายคดี แต่ถ้าคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ถือว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาว่า มีกระทำผิด แต่ถ้าได้รับโทษให้ถือว่า โทษนั้นสิ้นสุด แสดงให้เห็นว่า เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความผิด ตามมาตรา 4 ก็จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับเงินคืน ตามมาตรา 3 วรรค 2&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/d07/2.jpg" length="7560" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Sat, 18 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title> &quot;องอาจ&quot;จี้ &quot;ยิ่งลักษณ์&quot; ทำตามข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน มีช่องทุจริต หลายจุด</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15047&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ส่งรายงานมาตรการป้องกันการทุจริต ในการดำเนินโครงการ บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และ ระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท แก่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าว มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีจุดเสี่ยงหลายจุดว่า พรรคเห็นว่านายกรัฐมนตรีควรนำข้อเสนอแนะนี้ไปปฎิบัติ เพราะป.ป.ช.เป็นหน่วยงานอิสระ ในการทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจรติในประเทศไทย เมื่อมีข้อเสนอแนะเช่นนี้รัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉย และควรเอาจริงเอาจังในเรื่องการปราบปรามคอรัปชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นายองอาจ กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น เห็นว่าจุดสำคัญที่จะเป็นจุดเสียงในการจะคอรัปชั่นอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. ในการดำเนินการโครงการนี้ไม่ใช้ระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัศดุ พ.ศ. 2535 ที่ว่าด้วยการดำเนินการของภาครัฐ ตลอดระยะเวลที่ผ่านมาตั้งแต่มีระเบียบพัศดุนี้ จะต้องใช้ระเบียบนี้ในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อประมูลและดำเนินการทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นายองอาจ กล่าวว่า แต่ในเรื่องของโครงการ 3.5 แสนล้านบาท รัฐบาลไม่ได้ใช้ระเบียบพัศดุนี้ กลับไปออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาใหม่ ที่ทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งระบียบฉบับแรกที่บอกวันที่ 13 มี.ค. 2555 คือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการและการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ และฉบับที่ 2 ออกเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2555 โดยอ้างว่าเพื่อให้การวางระบบ ในการบริหารจัดการน้ำและการแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วซึ่งฉบับนี้อ้างความรวดเร็ว หลังจากนั้นก็มีประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของหลักเกณฑ์และวิธีการในวันที่ 19 พ.ย. 2555 และวันที่ 29 ม.ค. 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นายองอาจ กล่าวว่า จุดเสี่ยงที่ ป.ป.ช.ออกมาแจ้งให้ทราบ ก็เพราะไม่ได้ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัศดุ เพราะทุกโครงการภาครัฐและทุกโครงการต้องใช้ ซึ่งทำให้มีจุดเสี่ยงจำนวนมากในการทุจริตคอรัปชั่น และความรวดเร็วที่รัฐบาลนำมาอ้างนั้น จะนำมาสู่ความเหลวแหลกได้หากยังไม่นำข้อเสนอแนะของป.ป.ช.ไปแก้ไข
  &lt;br /&gt;
         &lt;/p&gt;

&lt;p&gt; นายองอาจ กล่าวว่า 2. มีการหลอกและตบตาประชาชน ในการเลี่ยงว่ามีการเปิดราคากลาง แต่กลับทำอย่างลุกลี้ลุกลน ซึ่งข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ในวันที่ 2 พ.ค. 2556 ที่ผ่านมา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศเรื่องการเปิดเผยราคากลางของทางราชการ โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้าง ระบบการบริการทรัพยากรน้ำอย่างยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ซึ่งคล้ายว่าเป็นการประกาศเปิดเผยราคากลาง ก่อนที่จะมีการยื่นข้อกำหนดราคากลางในวันที่ 3 พ.ค. 2556 ซึ่งตนมองว่าเป็นความรุกรี้รุกรนของรัฐบาล ที่ตนคิดว่าไม่มีหน่วยงานไหนมาศึกษาเรื่องราคากลาง ที่จะมายื่นข้อเสนอได้ในวันเดียว เพราะการประกาศดังกล่าวเป็นตัวเลขวงเงินงบประมาณที่ได้กำหนด ในข้อกำหนดและขอบเขตของงานทีโออาร์ของโครงการอยู่แล้ว เช่น ในประกาศระบุว่า MODO A 1 ใช้งบประมาณไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็เป็นตัวเลขเดียวที่อยู่ในทีโออาร์อยู่แล้ว มันไม่ใช่ราคากลาง ตนจึงบอกไม่ใช่ราคากลาง และเป็นจุดเสี่ยงที่จะนำไปสู่การทุจริตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;พร้อม ชี้  ปรองดองฉบับเฉลิม  คือ ปรองดองเพื่อทักษิณ&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
 ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึง กรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงชื่อเตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง เข้าสู่สภาวันที่ 23 พ.ค.ว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยและส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ตนมองว่าอาจจะหวังดีและอยากให้ประเทศชาติสงบและไม่เกิดความขัดแย้ง แต่ในทางปฏิบัติทางกฎหมายยนั้นเป็นเรื่องยากที่กฎหมายดังกล่าว จะทำให้เกิดความปรองดองในประเทศได้ ด้วยเหตุผล 2 ประการ
  &lt;br /&gt;
         &lt;/p&gt;

&lt;p&gt; นายองอาจ กล่าวว่า 1.เป็นการออกกฎหมายแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะกฎหมายที่ออกมาทำได้ยาก จะมีการต่อต้านทั้งในสภาและนอกสภาเหมือนปีที่แล้ว และการต่อต้านก็จะมีมากกว่าปีที่แล้วด้วย ดังนั้นกฎหมายดังกล่าวก็จะผ่านไปได้ยาก และคณะผู้เสนอกับหน่วยที่เกี่ยวข้องก็จะเกิดปัญหาและมีผลกระทบต่างๆตามมา ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลเคยประกาศว่า ในเรื่องพ.ร.บ.ปรองดองนั้น จะต้องมีการสานเสวนาก่อน แต่จนมาถึงวันนี้รัฐบาลไม่ได้เริ่มสานเสวนาอย่างที่ประกาศไว้ กลับหักด้ามพร้าด้วยเข่านำกฎหมายนี้เข้าสภาเลย
  &lt;br /&gt;
       &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;   นายองอาจ กล่าวว่า 2. กฎหมายดังกล่าวชัดเจนว่าออกเพื่อบุคคลและกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งพ.ร.บ.ปรองดองดังกล่าวเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ และความยุติธรรมของประเทศ เพราะมีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นกฎหมายดังกล่าวจึงไม่ใช่การปรองดองอย่างแท้จริง เป็นการใช้คำว่าปรองดองบังหน้าเพื่อนำไปสู่ประโยชน์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/17c/img_7063.jpg" length="8030" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Sat, 18 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>โฆษกปชป.  ได้รับหลักฐานสำคัญจากประชาชน    ตั้งข้อสังเกต  &quot;เพื่อไทย&quot; ใช้ กกต.อยุธยา บังหน้า แจงปาฐกถามองโกเลีย ฉบับยิ่งลักษณ์ </title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15046&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;ที่พรรคประชาธิปัตย์    นายชวนนท์   อินทรโกมาลย์สุต   โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้รับข้อมูลจากประชาชนที่ส่งจดหมายมาให้ โดยเป็นจดหมายที่ออกจากสำนักปลัดเทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา หนังสือดังกล่าวใช้คำว่า ขอเชิญประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          ด้วยสำนักงานเทศบาล ได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด(กกต.จังหวัด) จะดำเนินการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งกับประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลดังกล่าว ในวันที่ 17พ.ค.56 เวลา 08.30 น. โดยทางเทศบาลขอความอนุเคราะห์ท่านกรรมการชุมชน ชุมชุนละ3คนเข้าร่วมประชุมรับฟังความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
  &lt;br /&gt;
          นายชวนนท์ ระบุว่า หากจดหมายฉบับนี้ เป็นจดหมายตามปกติก็ไม่แปลกประหลาด แต่เมื่อมีการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น ปรากฏว่า กลายเป็นที่ประชุมของพรรคเพื่อไทย โดยการประชุมที่ใช้ชื่อว่า &amp;quot;โครงการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ทางการเมือง วันที่ 17 พ.ค.56&amp;quot; จึงไม่แน่ใจว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดงานรวมกับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคเพื่อไทยไปอ้างชื่อกกต.จัดงานดังกล่าวโดยเอาชุมชนมาชุมชนละ 3 คน โดยมีฉากหลังเป็นพรรคเพื่อไทย ทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมรู้สึกไม่สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นอกจากนี้ ยังมีการนำปาฐกถาประชาธิปไตย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประเทศมองโกเลีย มาแจกให้ผู้เข้าประชุม และขยายความโดยนายวรพล พรหมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการเอากกต.มาเป็นเครื่องมือบังหน้า ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการล้างสมองประชาชนโดยข้อมูลเท็จ เพราะปาฐกถาเป็นเรื่องโกหกทั้งดุ้น และทราบดีว่าจะเป็นระเบิดเวลาและเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลหมดความน่าเชื่อถือ จึงมีการจัดการประชุมดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
          นายชวนนท์ กล่าวเรียกร้อง รัฐบาลต้องรับผิดชอบและอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ใช้เงินของกกต.หรือพรรคเพื่อไทย และ กกต.จว.พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ และขอเรียกร้องไปยังประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อกับการต้องการล้างสมองประชาชนด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยทางพรรคประชาธิปัตย์จะสอบถามไปยังกกต.ด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกกต.รับทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ หรือมีการแอบอ้างโดยที่ กกต.ไม่รู้
  &lt;br /&gt;
 
  &lt;br /&gt;

  &lt;br /&gt;
 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมทางการเมืองเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ 4 แยกราชประสงค์  พรุ่งนี้(19พ.ค.)ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงควรรำลึกถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่เกิดเหตุด้วย  พร้อมแนะนำให้กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งคำถามไปยังแกนนำ โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าการที่ออกมายอมรับร่าง พ.ร.บ.ปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการล้างผิดแกนนำทุกฝ่าย รวมถึงคนที่สั่งฆ่าประชาชนนั้น เหมาะสมแล้วหรือไม่ และการกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการเล่นละคร รวมถึงทำให้คนเสื้อแดงตกเป็นเหยื่อทางการเมืองด้วย
  &lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/47c/img_7029.jpg" length="10304" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Sat, 18 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>“วิชัย”เชิญชวนเที่ยวชิมผลไม้ตะวันออก</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15045&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>
&lt;p&gt;นายวิชัย  ล้ำสุทธิ  สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ  ประธานคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร  ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางไปเที่ยวในจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งขณะนี้ผลไม้ในภาคตะวันออกไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง กำลังออกผลผลิตจำนวนมาก จึงขออนุญาตประชาสัมพันธ์ การจัดงานดังนี้     งานผลไม้และของดีจังหวัดระยอง  จังหวัดระยอง กำหนดจัดงานดังกล่าวระหว่างวันที่ 23-29 พ.ค.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
ซึ่งจะเปิดงานวันที่ 23 พ.ค.นี้ ช่วงหัวค่ำ จังหวัดระยอง ยังได้จัดงาน &amp;quot;ตื่นตาตื่นใจ ดอกไม้ไฟ ใต้ฟ้าเมืองราย็อง&amp;quot; ด้วย โดยมีการแสดงโชว์พลุและดอกไม้ไฟ รวม 143 ชุด จำนวน 3,999 นัด ณ ตลาดผลไม้ตะพง  ต.ตะพง อ.เมืองระยอง เพื่อเป็นการส่งเสริมการผลิตและเป็นช่องทางกระจาย จำหน่ายผลไม้ของจังหวัดในช่วงฤดูผลไม้ตลอดจนเป็นการจำหน่ายสินค้าต่างๆ ของจังหวัดระยองด้วยนอกจากนี้ภายในงานก็จะมีกิจกรรมต่าง เช่น กิจกรรมเปิดตลาดผลไม้ ชิมผลไม้สดจากสวน โดยเฉพาะทุเรียน เงาะ มังคุด สับปะรด และลองกอง การประกวดซุ้มผลไม้ของอำเภอต่างๆ รวม 8 อำเภอ      การประกวดผลไม้ประกวดรถประดับประดาด้วยผลไม้ กิจกรรมตักบาตรผลไม้และการประกวดธิดาชาวสวน รวมทั้งการแข่งขันที่สร้างความสนุกสนานแก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย เช่น การแข่งขันตำส้มตำลีลา แข่งขันกินผลไม้ แข่งขันปรุงอาหารทะเลกับผลไม้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
งานสุดยอดของดีเมืองจันท์ มหัศจรรย์ทุเรียนโลก Fruit Fun Fresh Festival จังหวัดจันทบุรีกำหนดจัดงานดังกล่าวระหว่างวันที่ 1 ถึง 10 มิถุนายน 2556 ณ บริเวณสวนสาธารณะ ทุ่งนาเชยและสนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี รูปแบบของงานมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี สร้างภาพลักษณ์และความประทับใจแก่ผู้มาเยือน เน้นประชาสัมพันธ์คุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ผลไม้จากสวน รวมทั้งการแปรรูปผลผลิต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
ภายในงานจะมีการจัดแสดงแพผลไม้ประดับไฟ นิทรรศการของดีเมืองจันท์ 10 อำเภอ การออกร้านจำหน่ายสินค้าของดีเมืองจันท์โดยเฉพาะผลไม้คุณภาพการประกวดผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร   ถนนผลไม้ เชื่อมโยงการจัดแสดงและจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับที่ศูนย์อัญมณีเมืองจันท์  การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า  OTOP การออกร้านอาหารพื้นเมืองและอาหารทะเล การแข่งขันกินผลไม้  ประกวดธิดาชาวสวน และมีการแสดงบนเวทีตลอด 10 คืน กิจกรรมพานักท่องเที่ยวชมและชิมผลไม้สดจากต้นในสวนผลไม้   ทั้งนี้พิธีเปิดงาน สุดยอดของดีเมืองจันท์ มหัศจรรย์ทุเรียนโลก Fruit Fun Fresh Festival  ประจำปี 2556 กำหนดวันเปิดงานวันที่  1 มิ.ย. 2556 ณ เวทีกลาง อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เทศบาลเมืองจันทบุรี (อาคารกระต่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
งานวันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด  จังหวัดตราดกำหนดจัดงานดังกล่าวระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2556 ณ บริเวณด่านบ้านท่าจอด ตำบลแสนตุ้ง อำภเอเขาสมิง โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงผลไม้  ที่มีคุณภาพของจังหวัด อีกทั้งเป็นการส่งเสริม
  &lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
ทางด้านการตลาดให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้และผู้ผลิตสินค้าชุมชน และท้องถิ่นของจังหวัดตราด ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด การจัดงานดังกล่าวภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วย การประกวดผลไม้ ทั้งระกำหวาน ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ลองกอง สับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง มังคุด และเงาะโรงเรียน พร้อมทั้งการเปิดตลาดนัดผลไม้คุณภาพราคาถูก การแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร การประกวดอาหารพื้นบ้าน การประกวดประกอบอาหารคาว ประกวดประกอบอาหารหวานจากผลไม้ การแข่งขันรับประทานผลไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ตามการจัดงานดังกล่าวในปีนี้ได้มีการย้ายสถานที่จัดงานจากปีที่ผ่านมาจัดในพื้นที่อำเภอเมืองตราด ไปจัดในพื้นที่อำเภอเขาสมิงแทน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสวนผลไม้มากที่สุด และยังเป็นสถานที่จัดงานระกำหวานตั้งแต่ครั้งแรก ประกอบกับเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดจะต้องผ่านจุดดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
  &lt;br /&gt;
 นายวิชัย  ล้ำสุทธิ ประธานคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม  ให้ข้อสังเกตุว่า ปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออก  ผลิตผลออกมาช้าเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน  จึงทำให้ผลไม้ปีนี้ราคาดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุด ซึ่งทำให้ชาวสวนพอใจ ส่วนเงาะปีนี้ผลผลิตมากกว่าทุกปี คาดว่าราคาน่าจะไม่ค่อยจะดีนัก&lt;/p&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/52f/vichai2.jpg" length="6294" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Sat, 18 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
	<title>โฆษกปชป.ชี้ รัฐทำคนไทยเผชิญภาวะแพงกว่าทั้งแผ่นดิน</title>
	<link>http://cms.democrat.or.th/th/news-activity/news/detail.php?ELEMENT_ID=15044&amp;SECTION_ID=29</link>
	<description>ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพร้อมนำพืชผักสวนครัวราคาแพงมาแสดง ว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเว้นวรรคเรื่องการเมือง หยุดวุ่นวายแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเสนอกฎหมายล้างผิด แต่ควรหันมาสนใจปัญหาการบริหาราชการแผ่นดิน เพราะขณะนี้ประชาชนต้องประสบภาวะแพงกว่าทั้งแผ่นดิน โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงเปิดเทอมแต่ยังต้องเผชิญกับปัญหาของแพง ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว เช่น แตงกวา จากเดิม ราคากิโลกรัมละ 22 บาท พุ่งเป็น 40 บาท มะนาว จากเดิมลูกละ 6บาท พุ่งเป็น 9 บาท ขณะที่ถั่วฝักยาวจากเดิมกิโลกรัมละ 35 บาท พุ่งเป็น 70 บาท เป็นต้น และในเดือนมิ.ย. ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าก๊าซแอลพีจี ที่เพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 50 สตางค์.
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะพบข้อมูลว่ามีแหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลกว้านซื้อที่ดินบริเวณพื้นที่จะที่จะนำไปพัฒนาเป็นอ่างเก็บน้ำ พื้นที่ระบายน้ำในตามโครงการ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปสร้างเป็นรีสอร์ท หรือ สถานที่ท่องเที่ยวดักหน้าการเวนคืนที่ประเมินว่าจะทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมนับ 10-100 เท่า เพราะในทีโออาร์ระบุว่าให้เอกชนที่รับหน้าที่ดำเนินโครงการไปเป็นผู้เจรจาต่อรองการเวนคืนหากตกลงกันไม่ได้ รัฐก็จะเป็นผู้เข้าไปดำเนินการถือเป็นการหากินกับงบประมาณอีกช่องทางหนึ่ง
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 ทั้งนี้ อยากให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะแถลงมาตรการป้องกันการทุจริตโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ให้ความสำคัญในประเด็นนี้ นอกเหนือจาก ช่องโหว่ที่เปิดให้เกิดการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งพบว่ายังมีความไม่พร้อมทั้งในเรื่องรายละเอียดโครงการ การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ การทำเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการงดเว้นการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบปกติ ซึ่งไม่อยากให้ปล่อยไปแล้วจะกลายเป็นเขื่อนล้าง อ่างเก็บน้ำแห้งใช้งานไม่ได้เป็นอนุสรณ์ประจานความล้มเหลว
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเสนอ ร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นบทสรุปละครการเมืองที่ ทำมาตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2549 โดยเป้าหมายสุดท้ายคือการช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะต้องเดินให้สุดทาง จึงขอถามไปยังแกนนำคนเสื้อแดงทั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ น.พ.เหวง โตจิราการ ที่ก่อนหน้านี้เคลื่อนไหวหาตัวคนสั่งฆ่าประชาชนไปลงโทษ จึงต้องถามว่ามีความเห็นอย่างไรกับกฎหมายของ ร.ต.อ.เฉลิมที่จะล้างผิดทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายณัฐวุฒิ น.พ.เหวง จะยกมือสนับสนุนกฎหมายนี้หรือไม่ และขอให้เลิกตีสองหน้า พร้อมกับท้าให้บุคคลทั้งสองออกมาพูดว่าจะสนับสนุนหรือคัดค้านกฎหมายฉบับนี้อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ถูกกล่าวหามาโดยตลอดว่าฆ่าประชาชน จะคัดค้านกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่
&lt;br /&gt;

&lt;br /&gt;
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสร้างความปรองดองแห่งชาติ ของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ว่า ถือเป็นจุดที่ใกล้จะเป็นบทสรุปของละครการเมืองที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกทำกันมา ตั้งแต่เดือนก.ย.2549 เพียงเพื่อต้องการล้างผิดในคดีอาญา และคืนเงินให้พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้แกนนำคนเสื้อแดง เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช. ให้ออกมาแสดงจุดยืนให้ชัดว่ามีความเห็นอย่างไรกับกฎหมายฉบับนี้ หรือจะเป็นการต้มคนเสื้อแดง เพราะก่อนหน้านี้พากันพูดมาตลอดว่าจะเอาคนสั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษ และทำตัวเป็นวีระบุรุษประชาธิปไตย
&lt;br /&gt;
 
&lt;br /&gt;
</description>
			<enclosure url="http://cms.democrat.or.th/upload/iblock/537/img_7011.jpg" length="13145" type="image/jpeg"/>
				<category>ข่าวพรรค/</category>
			<pubDate>Fri, 17 May 2013 00:00:00 +0700</pubDate>
</item>
</channel>
</rss>
