ผลงานพรรค
![]() | ![]() | |
| สวัสดิการ | เศรษฐกิจ | |
|
| |
| การศึกษา | บริหาร | |
|
|
เปรียบเทียบผลงานในภาพรวม
|
เฉลี่ยปี พ.ศ.
|
2551
|
2552
|
2553
|
|
GDP |
-4.10
|
-2.30
|
7.80
|
| จำนวนผู้ว่างงาน ณ สิ้นปี (คน) |
538,500
|
383,000
|
268,000
|
| ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค |
70.68
|
67.24
|
70.67
|
| ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน |
176.95
|
155.66
|
182.36
|
| ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ |
41.53
|
44.53
|
50.90
|
| มูลค่าการส่งออกรวมทั้งปี (ล้านเหรียญ U.S.) |
177,776
|
167,046
|
195,350
|
| ดัชนีรายได้เกษตรกร |
35,89
|
-8.26
|
24.87
|
| ราคายางพาราแผ่นดิบ ชั้น 3 (บาท : ก.ก.) |
76.56
|
56.36
|
102.73
|
| ราคาหัวมันสำปะหลัง (บาท : ก.ก.) |
1.80
|
1.17
|
2.39
|
| ราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลินาปี (บาท : ตัน) |
13,700
|
12,333
|
13,631
|
| จำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งปี (ล้านคน) |
14.58
|
14.14
|
15.84
|
| ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ |
675.67
|
587.83
|
856.92
|
| อัตราเงินเฟ้อ (%) |
5.50%
|
0.90%
|
3.30%
|
| มูลค่าการค้าชายแดนรวมทั้งปี (ล้านบาท) |
713,502
|
639,136
|
778,061
|
การบริหารงบประมาณและหนี้สาธารณะ
- ในปี 2553 ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะคงค้างคิดเป็น 42.49% ของ GDP ซึ่งถือว่าต่ำกว่ากรอบที่วางไว้ที่ 60% รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้จัดแบ่งงบประมาณไว้ชำระหนี้เกือบ 200,000 ล้านบาท คิดเป็น 11.64% ของงบประมาณทั้งหมด รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ได้ถึง 1.68 ล้านล้านบาท สูงกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ถึง 300,000 ล้านบาท หรือ 24.40%
|
งบประมาณ (ล้านบาท) | ||
|
ปี พ.ศ.2552
|
ปี พ.ศ. 2553
| |
| รายได้ |
1,410,858
|
1,683,592
|
| รายจ่าย |
1,917,129
|
1,784,413
|
| ดุลเงินงบประมาณ |
-506,271
|
-100,821
|
| ดุลเงินสดนอกงบประมาณ |
129,985
|
3,733
|
| ดุลเวินสดก่อนกู้ |
-376,286
|
-97,088
|
| เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล |
441,061
|
232,575
|
| ดุลเงินสดหลังกู้ |
64,775
|
135,487
|
การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกร
รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดทำโครงการโฉนดชุมชน โดยมีชุมชนขอเข้าร่วมโครงการ 121 ชุมชน มีผู้ได้ผลประโยชน์กว่า 24,000 ครอบครัว อีกทั้งยังจัดตั้งธนาคารที่ดิน โดยได้จัดสรรงบประมาณเบื้องต้นเป็นกองทุนเพื่อซื้อที่ดินมาจัดสรรให้ผู้ไม่มีที่ทำกิน จำนวน 167 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดสรรที่ดินทำกินแก่เกษตรกร ดังนี้
- ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (กสน.3) ให้แก่เกษตรกร จำนวน 1,116 ราย ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) ให้แก่เกษตรกร จำนวน 2,823 ราย มอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้แก่เกษตรกร จำนวน 175,539 ราย
ในส่วนทรัพยากรน้ำ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานเพิ่มขึ้น จำนวน 1,651 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ 659,496 ไร่ ทำให้มีกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานคิดเป็น 56.56% ของพื้นที่ชลประทานทั้งหมด
|
ปี พ.ศ.
|
พื้นที่ชลประทานที่มีการตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน
|
เพิ่มขี้น
|
|
2550
|
12,260,000 ไร่
| |
|
2551
|
12,810,000 ไร่
|
550,000 ไร่
|
|
2552
|
13,010,000 ไร่
|
200,000 ไร่
|
|
2553
|
13,670,000 ไร่
|
660,000 ไร่
|
การปราบปรามยาเสพติด
ช่วงปี 2552 - 2553 รัฐบาลสามารถตรวจจับยาเสพติดได้สูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีสัดส่วนสูงมากกว่าปี 2551 อย่างชัดเจน
|
การจับกุม
|
2551
|
2552
|
2553
|
|
จำนวนคดี
|
141,068 คดี
|
172,385 คดี
|
192,764 คดี
|
|
จำนวนผู้ต้องหา
|
153,437 ราย
|
187,462 ราย
|
203,454 ราย
|
|
มูลค่าทรัพย์สินที่อายัด
|
839,293,909 บาท
|
1,044,013,909 บาท
|
974,079,683 บาท
|
|
การบำบัดรักษา
|
92,472 คน
|
194,723 คน
|
248,103 คน
|
การแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้
รัฐบาลได้ลดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ลงจากปีก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
|
ปี พ.ศ.
|
จำนวนเหตุความไม่สงบ
|
จำนวนคดีความมั่นคง
|
สัดส่วนคดี : เหตุไม่สงบ
|
|
2550
|
2,129 ครั้ง
|
1,633 คดี
|
76.7%
|
|
2551
|
1,229 ครั้ง
|
850 คดี
|
69.16%
|
|
2552
|
1,031 ครั้ง
|
806 คดี
|
78.18%
|
|
2553
|
799 ครั้ง
|
646 คดี
|
80.85%
|
นอกจากนี้ รัฐบาลประชาธิปัตย์ยังจัดสรรงบประมาณกว่า 63,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ตามโครงการดังนี้
- สร้างอาชีพที่มั่นคง ตรงกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ไปแล้ว 2,869 หมู่บ้าน ให้ธนาคารออมสินอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ วงเงินรวม 25,000 ล้านบาท ปรับปรุงพื้นที่สำคัญให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เช่น ปรับภูมิทัศน์บึงละหาร์ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ปรับปรุงภูมิทัศน์สวนนกและสวนใต้สุดสยาม อ.เบตง จ.ยะลา สนับสนุนโครงการพระราชดำริในพื้นที่กว่า 20 โครงการ ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำและสร้างอาชีพ
การกระจายอำนาจและสนับสนุนการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
- ในปีงบประมาณ 2553 รัฐบาลประชาธิปัตย์ได้จัดสรรงบประมาณให้กับ อปท. รวมทั้งสิ้น จำนวน 177,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2552 ถึง 9.12% การสนับสนุนในด้านงบประมาณดังกล่าว รวมกับการวางแผนและการบริหารจัดการ ทำให้ในปี 2553 มี อปท.ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินถึง 7,813 แห่ง คิดเป็น 99.52% ของ อปท.ทั้งหมด
การสร้างสวัสดิการผู้สูงอายุ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่าน เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็ได้สร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุมาโดยตลอด และได้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกัน เมื่อเป็นรัฐบาลในปี 2552 รัฐบาลประชาธิปัตย์ได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุจากเดิมที่ให้เฉพาะผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน มาเป็นการให้เบี้ยแก่ผู้สูงอายุทุกคน
|
แกนนำรัฐบาล
|
นายกรัฐมนตรี
|
ปี พ.ศ.
|
การดูแลผู้สูงอายุ
|
|
ประชาธิปัตย์
|
ชวน หลีกภัย
|
2535 - 2538
|
เริ่มให้เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 200 บาท
|
|
ชาติไทย
|
บรรหาร ศิลปอาชา
|
2538
|
-
|
|
ความหวังใหม่
|
ชวลิต ยงใจยุทธ
|
2539
|
-
|
|
ประชาธิปัตย์
|
ชวน หลีกภัย
|
2540 - 2543
|
เพิ่มการจ่ายเบี้ยเป็นเดือนละ 300 บาท
|
|
ไทยรักไทย
|
ทักษิณ ชินวัตร
|
2544 - 2549
|
-
|
|
-
|
สุรยุทธ์ จุลานนท์
|
2550
|
เพิ่มการจ่ายเบี้ยเป็นเดือนละ 500 บาท
|
|
พลังประชาชน
|
สมัคร สุนทรเวช
|
2551
|
-
|
|
พลังประชาชน
|
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
|
2551
|
-
|
|
ประชาธิปัตย์
|
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
|
2552 - 2554
|
เพิ่มการจ่ายเบี้ยให้ผู้สูงอายุทุกคนที่มาลงทะเบียน
|
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้มีผู้สูงอายุได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น ดังนี้
|
ปี พ.ศ.
|
จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับผลประโยชน์
|
|
2551
|
1,763,966 คน
|
|
2552
|
5,448,843 คน
|
|
2553
|
5,652,893 คน
|
|
2554
|
6,521,749 คน
|
การดูแลและส่งเสริมสุขภาพ
รัฐบาลได้สร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้ด้วยการใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว ทำให้ในปัจจุบัน คนไทยมีหลักประกันสุขภาพแล้วจำนวน 63,046,001 คน คิดเป็น 99.36% ของคนไทยทั้งประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณการรักษาเหมาจ่ายรายหัวในโครงการดังกล่าวมากขึ้นกว่าปีก่อนหน้า ดังนี้
นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมการดูแลสุขภาพภายในชุมชน ผ่านโครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.เชิงรุก)โดยตอบแทนการทำงานหนักด้วยจิตอาสา ด้วยเบี้ย อสม.เดือนละ 600 บาท ส่งผลให้จำนวน อสม.เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จาก 976,343 คน เป็น 1,005,633 คน อีกทั้งยังทำให้การทำงานของ อสม.ในการดูแลให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุขภายในชุมชนมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
|
กลุ่มเป้าหมาย
|
ปีงบประมาณ 2552
|
ปีงบประมาณ 2553
| ||||
|
จำนวนทั้งสิ้น (คน)
|
ได้รับการดูแล (คน)
|
คิดเป็น (%)
|
จำนวนทั้งสิ้น (คน)
|
ได้รับการดูแล (คน)
|
คิดเป็น (%)
| |
|
หญิงตั้งครรภ์
|
178,721
|
152,271
|
85.2
|
134,142
|
126,289
|
94.15
|
|
หญิงหลังคลอด
|
129,599
|
127,424
|
98.35
|
107,291
|
106,473
|
99.24
|
|
เด็กแรกเกิด - 6 ปี
|
2,473,566
|
1,594,680
|
64.47
|
2,176,684
|
1,545,403
|
71
|
|
ผู้สูงอายุ
|
4,802,864
|
2,549,099
|
53.07
|
4,756,017
|
3,033,845
|
63.79
|
|
ผู้พิการ
|
472,132
|
392,978
|
83.23
|
506,221
|
436,386
|
86.2
|
|
รวม
|
8,056,781
|
4,816,491
|
59.78
|
7,680,354
|
5,248,396
|
68.34
|
การศึกษา
รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยทุกคนได้เรียนอย่างมีคุณภาพ ไปพร้อมๆ กับการลดรายจ่ายของผู้ปกครอง ผ่านโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ โดยได้จัดงบประมาณให้กับโรงเรียนในทุกสังกัดทั่วประเทศ เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
|
จำนวนนักเรียน (คน)
|
งบประมาณ (บาท)
| ||
|
2552
|
2553
|
2552
|
2553
|
|
12,471,611
|
12,480,473
|
69,232,590,500
|
73,223,846,889
|
การส่งออกและการลงทุน
รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามขยายตลาดในต่างประเทศควบคู่กับการรักษาตลาดเดิม ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการ Thailand Best Frind โครงการ Thailand World Exhibition โครงการ The Designer โครงการ Thailand Fashion Expo รวมถึงการแต่งตั้ง Chief of Product มาดูแลรายสินค้า ส่งผลให้การส่งออกในปี 2553 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้ไทยเกินดุลการค้าเป็นมูลค่า 12,905 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน 2553 การส่งออกของไทยขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 46.30%
|
ปี พ.ศ. |
มูลค่าการส่งออก |
|
2550
|
153,870 ล้าน USD
|
|
2551
|
177,780 ล้าน USD
|
|
2552
|
152,430 ล้าน USD
|
|
2553
|
195,310 ล้าน USD
|
การส่งเสริมการท่องเที่ยว
แม้จะเกิดความวุ่นวายจากเหตุชุมนุมทางการเมืองทั้งในปี 2552 และ 2553 แต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้เร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวผ่านมาตรการหลายด้าน ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2553 เพิ่มขึ้นถึง 12.63% สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 600,000 ล้านบาท
|
เดือน
|
จำนวนนักท่องเที่ยว (คน)
| |||
|
ปี 2550
|
ปี 2551
|
ปี 2552
|
ปี 2553
| |
|
มกราคม
|
1313677
|
1437686
|
1269978
|
1605505
|
|
กุมภาพันธ์
|
1284304
|
1481458
|
1138220
|
1614844
|
|
มีนาคม
|
1233108
|
1407649
|
1237132
|
1439401
|
|
เมษายน
|
1101392
|
1222253
|
1085293
|
1108209
|
|
พฤษภาคม
|
990810
|
1172310
|
923918
|
804492
|
|
มิถุนายน
|
1031461
|
1155004
|
954772
|
943900
|
|
กรกฎาคม
|
1165702
|
1275557
|
1094658
|
1250355
|
|
สิงหาคม
|
1225820
|
1214678
|
1149288
|
1251556
|
|
กันยายน
|
1059246
|
890066
|
1040538
|
1191755
|
|
ตุลาคม
|
1171039
|
1094452
|
1209473
|
1313577
|
|
พฤศจิกายน
|
1365853
|
1076156
|
1361574
|
1472752
|
|
ธันวาคม
|
1521816
|
1156951
|
1684997
|
1802160
|
|
รวม
|
14464228
|
14584220
|
14149841
|
15798506
|
สร้างระบบประกันความเสี่ยงทางการเกษตร
รัฐบาลได้นำระบบประกันรายได้เกษตรกรมาใช้เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน ลดความเสี่ยงด้านราคา ให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้ทั่วถึงและเป็นธรรม โดยได้เปิดให้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ครอบคลุมทุกจังหวัดที่ปลูก โดยให้สำนักงานเกษตรอำเภอเป็นผู้ออกใบรับรองว่ามีการเพาะปลูกจริง เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานในการทำสัญญากับ ธ.ก.ส. และรับเงินชดเชยต่อไป ตลอดระยะเวลา 2 ปี มีเกษตรกรผู้ได้รับผลประโยชน์แล้วทั้งสิ้น 4 ล้านครอบครัว เงินชดเชยทั้งสิ้น 54,883 ล้านบาท
|
พืชเศรษฐกิจ
|
ผู้ได้รับผลประโยชน์
|
เงินชดเชย
|
|
ข้าว
|
3,200,000 ครอบครัว
|
46,815 ล้านบาท
|
|
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
|
400,000 ครอบครัว
|
5,635 ล้านบาท
|
|
มันสำปะหลัง
|
400,000 ครอบครัว
|
2,432 ล้านบาท
|
มาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2551 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย ทำให้การลงทุนและบริโภคในประเทศชะลอตัว ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว รัฐบาลจึงออกมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 และได้มีการปรับปรุงมาตรการภายหลังหลายครั้ง
ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีรายละเอียดและผลดำเนินงาน ดังนี้
- มาตรการลดค่าไฟฟ้าของครัวเรือน
ภาครัฐรับภาระค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน และผู้ที่เช่าอาศัยในห้องชุดหรือห้องเช่าที่มาค่าเช่าไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อเดือน และใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อห้อง
รัฐวิสาหกิจครอบครัวที่ได้รับ
ผลประโยชน์ต่อเดือนคิดเป็นสัดส่วน
ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดค่าใช้จ่าย (บาท)พ.ศ.2552พ.ศ.2553กฟน.650,00020%961,850,0001,134,360,000กฟภ.7,470,00054.01%11,474,680,00012,774,950,000รวม8,120,00047.56%12,435,930,00013,908,410,000
มาตรการลดค่าโดยสารรถประจำทาง
ภาครัฐจัดหารถโดยสารประจำทางธรรมดาจำนวน 800 คันต่อวัน ใน 73 เส้นทาง ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
รัฐวิสาหกิจจำนวนตั๋วโดยสารต่อเดือนค่าใช้จ่าย (บาท)พ.ศ.2552พ.ศ.2553ขสมก.30,240,000 ใบ2,253,190,0002,656,280,000
มาตรการลดค่าโดยสารรถไฟชั้น 3
ภาครัฐจัดหารถไฟชั้น 3 เชิงสังคมจำนวน 164 ขบวนต่อวัน และรถไฟชั้น 3 ระยะทางไกลในขบวนรถเชิงพาณิชย์จำนวน 8 ขบวนต่อวัน ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
รัฐวิสาหกิจครอบครัวที่ได้รับ
ผลประโยชน์ต่อเดือนค่าใช้จ่าย (บาท)พ.ศ.2552พ.ศ.2553รฟท.2,810,000911,480,0001,026,250,000
มาตรการลดค่าน้ำประปาของครัวเรือน
ภาครัฐรับภาระค่าน้ำประปาสำหรับผู้ใช้น้ำไม่เกิน 30 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน (สิ้นสุดมาตรการเมื่อ 31 มีนาคม 2553)
รัฐวิสาหกิจครอบครัวที่ได้รับ
ผลประโยชน์ต่อเดือนค่าใช้จ่าย (บาท)พ.ศ.2552พ.ศ.2553 (ถึง ม.ค.)กฟน.1,108,0002,299,700,000392,060,000กฟภ.2,068,0004,147,680,000809,980,000รวม3,176,0006,447,380,0001,202,040,000
เทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเรียนรู้ การเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนทุกระดับและทุกภูมิภาค รัฐบาลจึงผลักดันให้มีการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนขึ้น ทำให้ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนมีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงมาก เมื่อเทียบกับรัฐบาลก่อนหน้า
|
ปี พ.ศ.
|
จำนวนศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน
|
|
2550
|
20 แห่ง
|
|
2551
|
40 แห่ง
|
|
2552
|
219 แห่ง
|
|
2553
|
600 แห่ง
|
การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนใน กทม.และปริมณฑล
รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้สานต่อและเร่งผลักดันให้เกิดการก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิ์ภาพ รวดเร็ว ปลอดภัย ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างเป็นระบบ ในเขต กทม.และปริมณฑล
|
โครงการ
|
ความคืบหน้า
|
|
รถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรณภูมิกับสถานีรับส่งในเมือง (แอร์พอร์ตลิงค์)
|
เปิดทดลองใช้เมื่อ 23 สิงหาคม 2553 เปิดบริการเต็มรูปแบบเมื่อ 4 มกราคม 2554
|
|
รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - บางซื่อ
|
เริ่มก่อสร้างเมื่อพฤศจิกายน 2552 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนสิงหาคม 2557
|
|
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระ
|
อยู่ในขั้นตอนการประกวดราคา คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559
|
|
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ - ท่าพระ
|
อยู่ในขั้นตอนการประกวดราคา คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559
|
|
รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน
|
อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดจะแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2555
|
|
รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต
|
อยู่ในขั้นตอนการประกวดราคา
|
|
รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่
|
จะเริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2554 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2559
|
|
รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ
|
จะเริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2554 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2559
|
|
รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี
|
จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน 2555 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกันยายน 2559
|
![]() | ![]() | |
| ประเทศ | ประเทศ | |
|
|
| |
| ท้องถิ่น | ท้องถิ่น | |
|
บริหารท้องถิ่น
|
|
ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เกิดขึ้นภายใต้การบริหาร
| |||||
|
ในรอบ 63 ปี พรรคฯ ใด้รับความไว้วางใจจากประชาชน ให้นำพาประเทศผ่านวิกฤต
| |||||
สร้างสังคมที่มีวินัย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
| |||||
|



