การขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น

สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ คอร์รัปชั่นถือได้ว่าเป็นความห่วงใยอันดับ 1 เป็นปัญหาที่ถูกมองว่าเป็นรากเหง้าของหลายต่อหลายสิ่ง



ประเทศไทยกำลังเป็นหลุมดำคอร์รัปชั่นในอาเซียนสูญเสียกว่าแสนล้านบาทต่อปีทำลายขีดความสามารถในการแข่งขัน ฉุดการพัฒนาประเทศล้าหลังอาเซียน

  • สามารถจ้างครู ประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ได้ 1,500,000 คน
  • สามารถสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ในต่างจังหวัดได้อีกประมาณ 5,000 แห่ง
  • สามารถสร้างโรงพยาบาล ประมาณ 200 เตียงได้ 177 แห่ง
  • สามารถสร้างถนนทางหลวงชนบทได้ 60,000 กิโลเมตร
  • สามารถสร้างรถไฟฟ้าได้ 4 สาย
  • สามารถทำโครงการรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ

นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริตที่จำเป็นจะต้องมีการปฏิรูป เพราะหากเราขจัดความสูญเสียตรงนี้ การพัฒนาประเทศก็จะมีความเจริญก้าวหน้าไปกว่านี้มาก

หากมองจากอีกมุมหนึ่ง ในแง่ของความสูญเสีย การทุจริตคอร์รัปชั่นได้ส่งผลให้ประเทศไทยไม่เป็นที่เชื่อถือและกลายเป็นประเทศที่สูญเสียความสามารถการแข่งขันในด้านการรับการลงทุนเมื่อเปรียบเทียบในอาเซียน ในขณะที่การลงทุนทั่วโลกที่ไหลเข้ามาสู่ภูมิภาคอาเซียน เพิ่มขึ้นถึง 30% ระหว่างปี พ.ศ.2550 ถึง พ.ศ.2555 แต่ประเทศไทยกลับรับการลงทุนลดลง 24%






เพียงแค่รักษาสัดส่วนตลาดของเรา เราจะมีเงินลงทุนเข้ามาอีกประมาณ 6 พันล้านบาท นี่คือความสญูเสียที่เราไม่รู้ตัว เป็นปัญหาที่กัดกร่อนขีด ความสามารถของประเทศไทยในการประเมินของ World Economic Forum ว่าปัจจัยไหนเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการทำธุรกิจในประเทศไทยจะพบว่า อันดับ 1 คือ คอร์รัปชั่น






เราอาจจะมีประเทศเพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศที่อยู่ในข่ายเดียวกับเรา แต่ที่อื่นเขามีปัญหาเรื่องทรัพยากรมนุษย์บ้าง การเข้าถึงแหล่งเงินทุนบ้าง ระบบราชการบ้างโครงสร้างพื้นฐานบ้าง แต่ของเรานั้น ทุจริต คอร์รัปชั่นคืออันดับ 1

เปรียบเทียบสถานการณ์ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่นกับที่อื่นในโลก อันดับความน่าเชื่อถือในการต่อต้านคอร์รัปชั่นของไทย Transparency International องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากล ระบุว่าอันดับของเรานั้นลดลงมาโดยลำดับ สองปีที่ผ่านมา ลดลงกว่า 20 อันดับ จากอันดับที่ 80 มาเป็นอันดับที่ 102 ของโลก

ในการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันในรายงานฉบับเดียวกัน ความน่าเชื่อถือขององค์กรและวิชาชีพต่างๆพบว่า
ความน่าเชื่อถือของนักการเมืองอยู่อันดับที่ 127 ตำรวจ 109 ข้าราชการ 93
ล้วนแล้วแต่เป็นอันดับที่ไม่ดีทั้งสิ้น อันดับเรื่องการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าก็อยู่ที่อันดับ 109


ฉะนั้นสิ่งที่เป็นหัวใจของการปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้ คือการจัดการกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อสภาพปัญหาเป็นเช่นนี้ ก็ต้องมาวิเคราะห์รูปแบบ วิธีการทุจริต เพื่อนำไปสู่การสร้างมาตรการแก้ไขปัญหา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้พรรคฯได้รวบรวมจากงานวิจัยของหลายๆองค์กรที่ได้ทำมา พรรคประชาธิปัตย์ประกาศในวันนี้ว่า พรรคฯพร้อมที่จะสนับสนุนแนววิเคราะห์ แนวทางการแก้ไขปัญหา และมาตรการเหล่านี้หากเราได้มีโอกาสเข้าไปผลักดันในกระบวนการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต



ทั้งหมดคือ 6 รูปแบบของการคอร์รัปชั่นซึ่ง น่าจะครอบคลุมการทุจริตต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่เป็นปัญหาหลักในปัจจุบัน ซึ่งมาตรการต่างๆก็ต้องมาแก้ตรงนี้

  

จากปัญหาทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์จึงได้รวบรวมข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆมากำหนดเป็น 20 มาตรการ 
แบ่งออกเป็น 4 ด้าน หรือ 4ป. คือ

ป้องกัน     ปราบปราม     โปร่งใส     ปลูกจิตสำนึก



มาตรการทั้งหมด ถือเป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด และสามารถปรับปรุงได้

แต่เชื่อว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นหัวใจสำคัญของงานปฎิรูปประเทศในเส้นทางการปราบปรามทุจริตต่อไป