
กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งประเทศ เปลี่ยนจากสินค้าการเกษตรเป็น อุตสาหกรรมอาหาร
ไม่ทน
1. เกษตรกรรายได้ต่ำ ติดกับดักวัตถุดิบราคาถูก
เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ขายผลผลิตในรูปวัตถุดิบ ทำให้รายได้ผันผวน ถูกกดราคา และไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของแรงงานและทรัพยากร
2. โครงสร้างเศรษฐกิจไม่ต่อยอดมูลค่าเพิ่ม
แม้ไทยมีความได้เปรียบด้านอาหาร แต่การแปรรูป นวัตกรรม และแบรนด์ยังจำกัด ทำให้มูลค่าเพิ่มและกำไรส่วนใหญ่ตกอยู่กับต่างประเทศ
3. โอกาสการจ้างงานและการเติบโตในชนบทจำกัด
การขาดอุตสาหกรรมแปรรูปและธุรกิจอาหารในพื้นที่ ทำให้เกิดการจ้างงานน้อย คนรุ่นใหม่ต้องย้ายออกจากภาคเกษตรและชนบท
เปลี่ยน
ส่งเสริมการยกระดับภาคเกษตรสู่ “อุตสาหกรรมอาหาร” เพื่อเพิ่มมูลค่า รายได้ การจ้างงาน และการส่งออกของประเทศ โดย
1. สิทธิประโยชน์ทางภาษีอุตสาหกรรมอาหาร
ส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจแปรรูปอาหารที่ใช้ผลผลิตเกษตร มีการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก
2. แปลงสหกรณ์สู่ธุรกิจขนาดใหญ่
สนับสนุนการควบรวมและขยายตัวของสหกรณ์การเกษตรหรือกลุ่มเกษตรกร โดยเปลี่ยนสมาชิกเป็นผู้ถือหุ้น ให้มีสิทธิออกเสียง บริหารแบบธุรกิจ สามารถระดมทุน ขยายกิจการ วิจัย พัฒนา เพื่อเติบโตสู่วิสาหกิจเอกชนขนาดใหญ่
3. โรงงานแปรรูปอาหารชุมชน
จัดตั้งโรงงานแปรรูปให้เกษตรกรรายย่อยเช่าใช้ ลดต้นทุนเริ่มต้นธุรกิจ ใช้ทรัพย์สินรัฐที่รกร้างมาปรับปรุง เป้าหมาย 400 โรงงานทั่วประเทศ
4. เชื่อมห่วงโซ่อุปทานด้วยเอกชนรายใหญ่
ให้แรงจูงใจทางภาษีแก่บริษัทขนาดใหญ่ที่ลงทุนหรือเชื่อมโยงกับธุรกิจอาหารขนาดกลางและเล็ก
5. ผลักดันอาหารแห่งอนาคต (Future Food)
สนับสนุนโปรตีนทางเลือก เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง และอาหารนวัตกรรม พร้อมแก้กฎหมายและระเบียบให้รองรับ
6. เขตนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Sandbox)
จัดตั้งเขตทดสอบ AgriTech & FoodTech ที่ผ่อนคลายกฎระเบียบชั่วคราว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อเร่ง R&D
7. Fast-Track การอนุญาตอาหารใหม่
ปรับกระบวนการอนุญาตให้รวดเร็ว โปร่งใส และยอมรับมาตรฐานสากลหรือผลทดสอบจากต่างประเทศ
