ซื้อหนี้เกษตรกร และฟื้นฟูการทำการเกษตร ด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปลี่ยน การพักหนี้ เป็น การซื้อหนี้คืน เพื่อหยุดวงจรหนี้อย่างยั่งยืน

ไม่ทน

1. เกษตรกรติดกับดักหนี้เรื้อรัง
การพักหนี้แบบเดิมช่วยเพียงชั่วคราว ดอกเบี้ยยังเดิน เงินที่จ่ายไม่ตัดเงินต้น ทำให้หนี้ไม่หายและกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด

2. เสี่ยงสูญเสียที่ดินทำกิน
หนี้เสียจำนวนมากนำไปสู่การยึดที่ดินและการขายทอดตลาด ที่ดินทำกินตกไปอยู่กับกลุ่มทุน เกษตรกรสูญเสียฐานชีวิตและอาชีพ

3. รายได้ไม่พอใช้หนี้
โครงสร้างการผลิตเดิมพึ่งพาพืชราคาผันผวน เกษตรกรไม่มีรายได้เพิ่มเพียงพอที่จะหลุดพ้นจากหนี้ ส่งต่อความยากจนไปสู่ลูกหลาน


เปลี่ยน

หยุดวงจรหนี้ด้วยการ “ซื้อหนี้คืน” ควบคู่การฟื้นฟูอาชีพ เพื่อให้เกษตรกรตั้งหลักได้อย่างมีศักดิ์ศรี

1. เปลี่ยนเจ้าหนี้เป็นกองทุนฟื้นฟูฯ (กฟก.)
รัฐจัดสรรงบผ่าน กฟก. เพื่อเข้าซื้อหนี้เสีย (NPL) และทรัพย์สินที่ถูกยึด (NPA) ของเกษตรกรสมาชิกจาก ธ.ก.ส. สหกรณ์ และสถาบันการเงินของรัฐ ในราคาที่มีส่วนลด (Haircut)

2. หยุดดอกเบี้ย ตัดเงินต้นจริง
เมื่อโอนหนี้มาอยู่กับ กฟก. จะหยุดคิดดอกเบี้ยหรือคิดอัตราพิเศษต่ำมาก เพื่อให้เงินที่จ่ายไปตัดเงินต้นโดยตรง พร้อมกำหนดงวดชำระให้สอดคล้องรอบรายได้ทางการเกษตร

3. รักษาที่ดินทำกิน
ที่ดินค้ำประกันโอนมาอยู่ในการดูแลของ กฟก. เพื่อป้องกันการขายทอดตลาด เมื่อเกษตรกรชำระเงินต้นครบ จะโอนกรรมสิทธิ์คืนทันที ให้รักษาที่ดินเป็นมรดกของครอบครัว

4. แผนฟื้นฟูอาชีพ เพิ่มรายได้
กฟก. ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ จัดทำแผนฟื้นฟูการผลิต ปรับวิธีผลิตสู่เกษตรมูลค่าสูง เกษตรผสมผสาน เกษตรแม่นยำ และตลาดนำการผลิต

5. ต่อยอดกองทุนหมุนเวียนในอนาคต
เมื่อ กฟก. พึ่งพาตนเองได้ อาจจัดตั้งสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อเป็นทุนปัจจัยการผลิตใหม่ เช่น เมล็ดพันธุ์ ระบบน้ำ และเทคโนโลยี

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา