
การกระจายอำนาจ ปฏิรูปโครงสร้างการจัดการศึกษา
ไม่ทน
1. งบประมาณไม่ถึงเด็กและโรงเรียนที่ขาดแคลนจริง
ระบบจัดสรรงบแบบรายหัวและระเบียบการเงินที่ตายตัว ทำให้โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนไม่สามารถใช้งบได้ทันเวลาและตรงจุด
2. การตัดสินใจรวมศูนย์เกินไป
โรงเรียนและท้องถิ่นมีบทบาทจำกัด ไม่สามารถออกแบบการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของผู้เรียน
3. เด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา
การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานไม่ครบถ้วน ทำให้ติดตามเด็กหลุดจากระบบได้ยาก และจัดสรรทรัพยากรไม่แม่นยำ
เปลี่ยน
กระจายอำนาจการตัดสินใจ พร้อมปรับระบบงบประมาณให้ยืดหยุ่นและเน้นผลลัพธ์จริง
1. งบประมาณเน้นผลลัพธ์ (Outcome-Based)
เปลี่ยนจากระบบจ่ายรายหัว เป็นการจัดสรรงบที่เน้นผลลัพธ์ ปลดล็อกระเบียบการเงินให้ยืดหยุ่น ตรวจสอบที่ปลายทาง เพื่อให้เงินถึงตัวเด็กเร็วและตรงจุด
2. จัดสรรทรัพยากรด้วยข้อมูล
ใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ความขาดแคลนของโรงเรียน ทำให้โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือได้รับงบก่อนอย่างแม่นยำ
3. ถ่ายโอนอำนาจสู่ท้องถิ่นและโรงเรียน
ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาฯ ให้ส่วนกลางทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน (Supporter) และโอนอำนาจบริหารให้คณะกรรมการการศึกษาจังหวัด (กสจ.)
4. ปรับระเบียบการเงินท้องถิ่น
แก้ไขกฎการเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ยืดหยุ่นแบบ Outcome-Based และเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์กับกระทรวงศึกษาฯ เพื่อติดตามเด็กตกหล่น
5. เปิดทางเลือกผู้บริหารสถานศึกษา
ปรับปรุงระเบียบการแต่งตั้งผู้บริหาร ให้สามารถใช้ระบบสรรหา และเปิดโอกาสให้ผู้บริหารที่ไม่จำเป็นต้องมาจากข้าราชการกระทรวงศึกษาฯ เข้ามาบริหารโรงเรียนได้
