
ดิจิทัลเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ไม่ทน
1. กฎหมาย PDPA ใช้แบบ “ห้ามก่อน” ทำรัฐทำงานช้า
หน่วยงานรัฐไม่สามารถเชื่อมโยงหรือใช้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริการประชาชนและความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การช่วยเหลือ การกำหนดนโยบาย และการป้องกันความเสี่ยงล่าช้า
2. ประชาชนเสียสิทธิ แต่ฟ้องร้องยาก
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกละเมิด ผู้เสียหายต้องเผชิญขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และเข้าถึงความยุติธรรมได้ยาก
3. เศรษฐกิจดิจิทัลและ SMEs ถูกจำกัด
การเข้าถึงและใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนานวัตกรรม ธุรกิจ และบริการใหม่ทำได้ยาก แม้เป็นข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่ระบุตัวตน
เปลี่ยน
ปรับ PDPA จากกฎหมายเชิง “ปิดและห้าม” เป็นกฎหมายที่ คุ้มครองสิทธิ + ใช้ข้อมูลเพื่อสาธารณะได้อย่างปลอดภัย
1. เปิดทางใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ปรับปรุง PDPA ให้สามารถใช้และเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อความปลอดภัย การบริการสาธารณะ และนโยบายสาธารณะ ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และไม่ละเมิดสิทธิ
2. ใช้กลไกกลางจัดการข้อมูล
จัดให้มี Data Trust หรือ Data Intermediary ทำหน้าที่เป็นตัวกลางกำกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล ให้ถูกกฎหมาย ปลอดภัย และเคารพสิทธิส่วนบุคคล
3. ยกระดับการคุ้มครองผู้เสียหาย
กำหนดให้คดีเกี่ยวกับ PDPA ดำเนินการในลักษณะเดียวกับคดีผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ง่ายและรวดเร็ว
4. ฟ้องร้องได้สะดวก ไม่ซับซ้อน
เปิดช่องให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถฟ้องร้องได้โดยวาจา หรือผ่านระบบ e-Filing ของศาลยุติธรรม ลดภาระค่าใช้จ่ายและขั้นตอน
5. สร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและนวัตกรรม
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจริงจัง ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ความปลอดภัย และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
