
สร้างแรงจูงใจในการสร้างเสริมสุขภาพ เน้นการป้องกันโรค ก่อนการรักษาโรค
ไม่ทน
1. เจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ป้องกันได้
ประชาชนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตกับโรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ซึ่งกระทบคุณภาพชีวิตและความสามารถในการทำงาน ทั้งที่สามารถลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้น
2. ดูแลสุขภาพแต่ไม่เคยได้ผลตอบแทน
การตรวจสุขภาพ ออกกำลังกาย หรือปรับพฤติกรรมเชิงป้องกัน ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่าย แต่ระบบปัจจุบันแทบไม่มีแรงจูงใจเชิงบวกให้ประชาชนทำอย่างต่อเนื่อง
3. งบสุขภาพถูกใช้ปลายทางมากเกินไป
งบประมาณสาธารณสุขของประเทศส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการรักษาโรคระยะท้าย ทำให้การลงทุนด้านการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนยังไม่เพียงพอ
เปลี่ยน
เปลี่ยนแนวคิดระบบสุขภาพจาก “ป่วยแล้วค่อยจ่าย” เป็น “ดูแลตัวเองแล้วได้ประโยชน์” โดยใช้แรงจูงใจเชิงบวกและบทบาทท้องถิ่นเป็นฐานหลัก
1. Health Cashback: สุขภาพดี มีเงิน(สิทธิพิเศษ)คืน
ให้รางวัลแก่ประชาชนที่ทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น ตรวจสุขภาพประจำปี ออกกำลังกาย หรือดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงโรค NCDs โดยเปิดให้รายจ่ายด้านการสร้างเสริมสุขภาพนำไปลดหย่อนภาษีได้
2.ใช้แรงจูงใจแทนการบังคับ
เปลี่ยนจากมาตรการเชิงลงโทษหรือคำแนะนำทั่วไป มาเป็นระบบที่ “ยิ่งดูแลสุขภาพ ยิ่งได้ประโยชน์” เพื่อให้เกิดการปรับพฤติกรรมอย่างสมัครใจและต่อเนื่อง
3. ลดภาระงบรักษาในระยะยาว
การส่งเสริมการป้องกันโรคจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของประเทศในแต่ละปี
4. เสริมบทบาทท้องถิ่นและเครือข่ายสุขภาพชุมชน
สนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
5. เพิ่มทรัพยากรให้การป้องกันใกล้บ้าน
ปรับสัดส่วนการใช้รายได้ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพในระดับท้องถิ่นมากขึ้น ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของประชาชน
