
ยกระดับความเท่าเทียมทางเพศ
ไม่ทน
1. นโยบายและงบประมาณไม่สะท้อนความแตกต่างระหว่างเพศ
การออกแบบนโยบายและการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากยังใช้กรอบกลางเดียว ทำให้ความต้องการเฉพาะของแต่ละเพศไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นธรรม
2. ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างมองไม่เห็น
การขาดข้อมูลที่จำแนกตามเพศ ทำให้ปัญหาค่าจ้าง โอกาสก้าวหน้า และการเข้าถึงบริการสาธารณะไม่ถูกวิเคราะห์และแก้ไขอย่างตรงจุด
3. คนข้ามเพศขาดการรับรองทางกฎหมาย
การไม่มีเอกสารยืนยันเพศสภาพทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติ ความรุนแรง และอุปสรรคในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน
เปลี่ยน
ยกระดับระบบนโยบายของรัฐให้ใช้ “มุมมองความเท่าเทียมทางเพศ” เป็นกลไกหลักในการตัดสินใจ
1. ตั้งเจ้าหน้าที่ด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ (CGO)
ให้หน่วยงานมี Chief Gender Officer ทำหน้าที่วิเคราะห์นโยบาย แผนงาน และโครงการด้วย Gender Lens และเสนอแนวทางปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณให้เป็นธรรม
2. จัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ
บังคับใช้ Gender-Responsive Budgeting เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรของรัฐสะท้อนความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละเพศ
3. พัฒนาฐานข้อมูลจำแนกตามเพศ
จัดเก็บ Sex-Disaggregated Data ในมิติต่าง ๆ เช่น การจ้างงาน ค่าจ้าง ความก้าวหน้า และการเข้าถึงสวัสดิการ เพื่อใช้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ
4. รับรองเพศสภาพตามกฎหมาย (GRC)
จัดให้มี Gender Recognition Certificate สำหรับคนข้ามเพศ เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิและลดความเสี่ยงจากความรุนแรงหรือการเลือกปฏิบัติ
5. คณะกรรมการรับรองเพศสภาพแบบสหวิชาชีพ
ให้แพทย์ นักจิตวิทยา นักกฎหมาย และผู้แทนสิทธิมนุษยชนร่วมกันกลั่นกรองและออกเอกสารยืนยันเพศสภาพอย่างรอบคอบและเป็นธรรม
