
ยกระดับระบบชลประทาน
ไม่ทน
1. น้ำไม่พอและไม่สม่ำเสมอ
เกษตรกรจำนวนมากยังพึ่งพาน้ำฝนตามฤดูกาลเป็นหลัก ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก ผลผลิตผันผวน และรายได้ไม่แน่นอน
2. ระบบชลประทานไม่ตรงจุด
โครงสร้างการเก็บและกระจายน้ำยังไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกจริง ส่งผลให้บางพื้นที่ขาดน้ำ ขณะที่บางพื้นที่ใช้น้ำไม่เต็มประสิทธิภาพ
3. ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของเกษตรกรสูง
การจัดการน้ำที่ไม่แม่นยำทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น เกษตรกรขาดความมั่นคงในการวางแผนการผลิตระยะยาว
เปลี่ยน
เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคการเกษตร ด้วยการขยายการเก็บกักน้ำและบริหารจัดการบนฐานข้อมูลที่สะท้อนสภาพพื้นที่จริง
1. เพิ่มระบบเก็บน้ำฝนในชลประทาน
ขยายระบบเก็บน้ำฝนเพิ่มอีก 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมความจุทั้งระบบเดิมที่มีอยู่เป็น50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรภายใน 4 ปี
2. บูรณาการข้อมูลเกษตรระดับชาติ
เชื่อมการพัฒนาพื้นที่ชลประทานเข้ากับฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ เพื่อให้เห็นพื้นที่เพาะปลูกจริง
3. ยกระดับการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือน้ำท่วม
ใช้ข้อมูลน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำประกอบการวางแผนกักเก็บและระบายน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย
4. ลดความเสี่ยง–เพิ่มรายได้
ลดความเสี่ยงภัยแล้ง เพิ่มเสถียรภาพผลผลิต และสร้างความมั่นคงรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
