เน็ต 100 บาท: ทลายผูกขาด เพิ่มอำนาจประชาชน

ไม่ทน

1. ค่าอินเทอร์เน็ตแพงเกินความจำเป็น
อินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของการทำงาน การเรียน การเงิน และการหางาน แต่ประชาชนจำนวนมากต้องจ่ายค่าบริการในราคาสูงเมื่อเทียบกับรายได้

2. ทางเลือกจำกัดจากโครงสร้างตลาด
ตลาดกระจุกตัว ผู้ใช้บริการมีตัวเลือกน้อย ทำให้ต่อรองราคาไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย นักเรียน และพื้นที่ห่างไกล

3. ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล
ผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตคุณภาพในราคาที่จ่ายไหวมีจำกัด ส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา งาน และรายได้


เปลี่ยน

เพื่อให้อินเทอร์เน็ตเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในราคายุติธรรม ด้วยการแข่งขันและความโปร่งใส

1. แพ็กเกจพื้นฐาน 100 บาท (USO)
กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตทุกรายต้องมีแพ็กเกจมาตรฐานราคา 100 บาท ความเร็วเพียงพอต่อการใช้งานทั้งเดือน เพื่อการเงิน การศึกษา และการหางาน

2. ใช้กองทุน USO อุดหนุนอย่างตรงจุด
นำเงินจากกองทุน USO ที่เก็บจากผู้ให้บริการอยู่แล้ว มาอุดหนุนส่วนต่าง โดยเน้นพื้นที่ห่างไกล กลุ่มเปราะบาง และนักเรียน

3. ปลุกชีพค่ายมือถือรายย่อย (MVNOs)
สนับสนุนค่ายเฉพาะกลุ่มให้ขายแพ็กเกจ 100 บาทได้อย่างยั่งยืน สร้าง “ทางเลือก” ใหม่ให้ผู้บริโภค

4. ขายส่งในราคายุติธรรม (Cost-plus)
ส่งเสริมให้เจ้าของโครงข่ายรายใหญ่ขายส่งปริมาณอินเทอร์เน็ตให้ MVNO ในราคาต้นทุนบวกกำไรเล็กน้อย ตามเกณฑ์ กสทช.

5. ความโปร่งใสของต้นทุน
กำหนดให้ผู้ให้บริการเปิดเผยต้นทุนต่อกิกะไบต์ (Cost per GB) ต่อ กสทช. และสาธารณะ เพื่อป้องกันการผูกขาดและกำหนดราคาที่เป็นธรรม

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา