แปลงบ้านสูงวัย เป็นเงินใช้เลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต

ไม่ทน

1. มีทรัพย์แต่ไม่มีรายได้
ผู้สูงอายุจำนวนมากมีบ้านเป็นของตนเอง แต่ขาดรายได้ประจำ เงินบำนาญหรือเบี้ยยังชีพไม่พอกับค่าครองชีพ ทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างกังวลทั้งที่มีทรัพย์สิน

2. ไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน
การพึ่งพาลูกหลานทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่มั่นคงและสูญเสียศักดิ์ศรี แต่ก็ไม่มีทางเลือกในการแปลงทรัพย์สินให้เป็นรายได้

3. กลัวเสียบ้านหรือถูกเอาเปรียบ
ระบบการเงินในปัจจุบันไม่เปิดทางให้ผู้สูงอายุใช้บ้านสร้างรายได้อย่างเป็นธรรม หลายคนกังวลว่าจะต้องขายบ้าน ออกจากบ้าน หรือเสียสิทธิของทายาท

เปลี่ยน

เปลี่ยนบ้านที่อยู่อาศัยให้เป็นรายได้ประจำ โดยไม่บังคับย้ายออก และยังคงความเป็นธรรมต่อครอบครัว

1. รัฐรับซื้อบ้าน
สถาบันการเงินของรัฐรับซื้อบ้านของผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ตามมูลค่าที่คำนวณจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้สูงอายุยังอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมได้ตลอดชีวิต

2. เปลี่ยนมูลค่าบ้านเป็นเงินเดือน
รัฐผ่อนจ่ายค่าซื้อบ้านเป็นรายเดือนให้ผู้สูงอายุจนถึงแก่กรรม ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอโดยไม่ต้องก่อหนี้

3. คุ้มครองสิทธิทายาท
เมื่อผู้สูงอายุถึงแก่กรรม ทายาทมีสิทธิซื้อทรัพย์สินคืนตามราคาประเมินเดิม เพื่อรักษาทรัพย์สินของครอบครัว

4. เป็นธรรมกรณีเสียชีวิตก่อนครบกำหนด
หากผู้ขายถึงแก่กรรมก่อนครบ 20 ปี และยอดเงินที่ได้รับจริงต่ำกว่ามูลค่าบ้าน ส่วนต่างจะถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนลดในการซื้อคืน

5. มีทางออกหากไม่ซื้อคืน
หากทายาทไม่ประสงค์ซื้อคืน รัฐจะขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินไปชำระยอดที่จ่ายไปแล้ว และดำเนินการมูลค่าคงเหลือตามกฎหมายมรดกอย่างชัดเจนและเป็นธรรม

 

เป้าหมาย 200,000 หลังภายใน 4 ปี

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา