
ไทยผลิตเอง–ไทยมั่นคง
ไม่ทน
1. พึ่งพาต่างชาติสูง กระทบความมั่นคงระยะยาว
ประเทศต้องนำเข้ายุทโธปกรณ์และระบบสำคัญจำนวนมาก ทำให้เสี่ยงต่อข้อจำกัดด้านการเมือง การส่งมอบ และการซ่อมบำรุงในยามวิกฤต
2. งบจัดซื้อไม่ก่อเศรษฐกิจในประเทศ
ระบบ “ซื้อ–ใช้–หมดอายุ” ทำให้เงินจำนวนมากไหลออกนอกประเทศ ไม่เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี งานทักษะสูง หรือห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
3. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเติบโตจำกัด
กฎหมายและกติกาการส่งออกยุทธภัณฑ์เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน การขยายฐานการผลิต และการดึงพันธมิตรต่างชาติ
เปลี่ยน
เปลี่ยนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจและความมั่นคง ด้วยการผลิต–ซ่อม–พัฒนาในประเทศควบคู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี
1. ปรับกฎหมายควบคุมการส่งออกยุทธภัณฑ์และยุทธปัจจัย
เปิดทางให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องขยายฐานการผลิต รองรับการลงทุนจากต่างประเทศ และการส่งออกภายใต้กรอบความมั่นคง
2. บังคับใช้ Offset ทุกการจัดซื้อจากต่างประเทศ
กำหนดให้ต้องเกิดโรงงานผลิตและซ่อมบำรุงในไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุนร่วม การฝึกบุคลากร และการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
3. พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 5 กลุ่มหลัก
Land, Aerospace, Naval, Cyber/AI และ Dual-Use Technology เพื่อให้ไทยผลิตชิ้นส่วนและซ่อมระบบยุทโธปกรณ์เองได้
4. เชื่อมแผนพัฒนาเทคโนโลยีกลาโหมกับระบบเศรษฐกิจ
บูรณาการกับแผนของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) และ เขตส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการวิจัย การผลิต และการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง
5. ลดการพึ่งพาต่างชาติ เพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาว
เสริมความพร้อมรบ สร้างงานรายได้สูงในประเทศ และทำให้รัฐจ่ายน้อยกว่าการซื้อสำเร็จรูปในระยะยาว
