คำต่อคำ อภิสิทธิ์ ใช้สิทธิ์พาดพิง 3 ประเด็น

คำต่อคำ อภิสิทธิ์ ใช้สิทธิ์พาดพิง 3 ประเด็น

1 ก.ค.2569

ท่านประธานที่เคารพกระผม นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิ์พาดพิงนะครับ พอดีต้องขออภัยว่าผมประชุมกรรมาธิการวิสามัญอยู่พอดีโชคดีว่ามี 2 หู ก็คือหูนึงฟังการประชุมกรรมาธิการ แล้วก็ได้ยินการพาดพิงจากห้องประชุมใหญ่ พร้อม ๆ กันไปด้วย 3 ประเด็นครับที่มีการพาดพิงมาถึงกับผมนะครับ

ประเด็นแรกที่ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้พูดทำนองว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูดทั้งหมด ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับคำว่า “ไร้อนาคต” ผมก็เพียงจะอธิบายสั้น ๆ เท่านั้นครับว่า ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปในวันแรก คำว่าไร้อนาคต เป็นเพราะว่าที่ท่านบอกท่านพยายามลดการขาดดุล ถ้าเราพูดกันจริง ๆ การขาดดุลวันนี้มันไม่ใช่เฉพาะที่อยู่ในงบประมาณวันนี้ครับ แต่มันจะต้องไปบวกอีก 400,000 ล้าน ถ้าศาลอนุญาตท่าน และบวกกับการเสียโอกาสของการไม่โอนงบประมาณมากกว่า 10,000 กว่าล้านที่เราจะพิจารณากันในวันพรุ่งนี้ และการขาดดุล 400,000 ล้านที่เพิ่มขึ้นมานี้ ไม่ได้มีเรื่องอนาคต เพราะ 200,000 ล้านแรก เป็นเรื่องของการนำมาเยียวยานำมาแจก ส่วน 2 แสนล้านหลังนั้นไม่ได้เป็นการลงทุนจริงๆ ในเรื่องของการสร้างศักยภาพ หรือเทคโนโลยีของประเทศไทย นั่นคือความหมายของผมว่า ทำไมมันจึงไร้อนาคต

ประเด็นที่ 2 ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีได้มาสนทนากับผม ในเรื่องประเด็นที่ควรจะได้มาพิจารณาร่วมกันนะครับ ในการทำงานกันต่อไป แต่ถ้าใครฟังเฉพาะท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ เดี๋ยวจะเข้าใจว่า ที่ผมเคยพูดถึงเรื่องของระยะเวลาที่ผ่านมา จากวันที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ ในเรื่องของการที่จะคิดการปรับสวัสดิการของบุคลากรในภาครัฐ ก็ต้องกราบเรียนว่าความจริงวันนั้นผมเล่าให้ท่านฟังว่า ท่านรัฐมนตรีกรณ์ (จาติกวณิช) มีแนวคิดเสนอมาเหมือนกัน แต่ผมได้ชี้แนะว่า การจะไปเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ของข้าราชการ ซึ่งมีความเข้าใจในวันที่เขาตัดสินใจมารับราชการ ก็อาจจะไม่เป็นธรรม ผมได้เสนอแนะในวันนั้นว่า ควรจะไปคิดระบบใหม่สำหรับคนที่เข้าใหม่ ซึ่งถ้าทำหลังจากนั้นมาก็คงจะสามารถประหยัดงบประมาณไปได้เยอะ เสียดายแต่ว่าแนวคิดซึ่งผมได้ปรารภไว้ในคณะรัฐมนตรีวันนั้น มันไม่ได้มีการสานต่อในรัฐบาลชุดต่อ ๆ มาอันนี้ก็เพื่อทำความเข้าใจนะครับว่า ไม่ใช่ว่าทางพวกผมก็ไม่ได้ทำ แต่เราได้ให้ความคิด มีข้อสังเกตในการประชุมในคณะรัฐมนตรีแล้ว และเราก็หวังว่าหลังจากนั้นจะมีคนมาดำเนินการต่อจากการที่เราได้บอกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป

สุดท้ายเมื่อคืนเนี่ย ความจริงท่านรัฐมนตรีก็พาดพิงถึงผมอีก ในกรณีที่เพื่อนสมาชิกคือท่านสส.จูรี (นุ่มแก้ว) ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านได้อภิปรายไป ทำให้คนเข้าใจอีกว่า เอ๊ะ วันนี้มาซ้ำเติมกันในเรื่องว่าท่าน สส.ท่านดูงบประมาณถูกต้องหรือไม่อย่างไร กราบเรียนอย่างนี้นะครับ ที่จริงประเด็นหลักของท่าน สส.จูรีที่เราพูดคุยกันตรงนี้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องเทคนิคในงบ หน้าที่ไม่ได้ไปดู มันไม่ใช่เรื่องว่าไปเอายอดงบกลางโดยรวม หรือสำรองฉุกเฉินครับ ประเด็นหลักที่เราพูดและนำเสนอก็คือว่า วันนี้รัฐบาลไม่ได้จัดงบประมาณในการที่จะไปป้องกันเหตุภัยพิบัติที่ทำให้คนหาดใหญ่เขามีความหวั่นเกรงมากในขณะนี้ ว่าโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่เคยพูดไว้ มันไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในงบประมาณเลย ในขณะที่อีกไม่กี่เดือนจากนี้ เขาอาจจะต้องเผชิญกับชะตากรรมไม่ต่างจากปีที่แล้ว ถ้าผมจะแนะนำท่าน สส. ตอนนี้ก็คงต้องบอกจุดธูปต่อไปเถอะครับ รอจนกว่าจะได้คำตอบที่แท้จริง อย่างน้อยที่สุดนะครับ คลอง ร.1 ที่มีชำรุดอยู่ขณะนี้ อย่าให้วัวรอดได้ต่อไปครับขอบพระคุณครับ

#ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH #งบไร้อนาคต  #ส่องรัฐงบ70

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา